เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ทะลุมิติเทพศาสตรา EP.32 มรดกของแม่ทัพผู้เลื่องชื่อ 2

ทะลุมิติเทพศาสตรา EP.32 มรดกของแม่ทัพผู้เลื่องชื่อ 2

ทะลุมิติเทพศาสตรา EP.32 มรดกของแม่ทัพผู้เลื่องชื่อ 2


EP.32 มรดกของแม่ทัพผู้เลื่องชื่อ 2

  

ชวีฉู่พยักหน้าพอใจ ยิ้มกล่าว “น้ำเต้าเขียวเป็นวิญญาณยุทธ์ประเภทพืช จุดเด่นของวิญญาณยุทธ์นี้คือการรักษา พันธนาการและการป้องกัน สิ่งเหล่านี้คือทิศทางในการฝึกฝนวิญญาณยุทธ์ของเจ้า ในอนาคตเจ้าอาจจะเป็นนักรบสายสนับสนุน ตอนต่อสู้ก็อย่าออกไปแนวหน้า เข้าใจเรื่องเหล่านี้ไว้ก็เพียงพอแล้ว”

“ขอรับ!”

“พวกเราออกเดินทางต่อกันเถอะ พลังของเจ้ายังอยู่ในช่วงฮุ่นตุ้น (ช่วงแรก) ก่อนเที่ยงจักต้องล่าสัตว์วิญญาณที่มีอายุมากกว่าสองร้อยปีหนึ่งตัวให้ได้ แล้วใช้น้ำเต้าเขียวของเจ้าดูดซับวิญญาณสัตว์ ดูว่ามันจะสามารถเพิ่มระดับพลังเจ้าไปได้แค่ไหน”

“ขอรับ” หลินมู่อวี่ ยิ้มพลางพยักหน้าไปด้วย “ขอบคุณผู้อาวุโสชวี”

ชวีฉู่กลับลูบเคราแล้วหัวเราะ “ไม่ต้องขอบใจข้าหรอก ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ผู้ฝึกตนทุกคนล้วนจำเป็นต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก เมื่อใดที่พบสัตว์วิญญาณที่เหมาะสม ข้าจะไม่ลงมือเด็ดขาด เจ้าต้องลงมือสังหารมันด้วยตัวเจ้าเอง มิเช่นนั้นเจ้าก็ไม่คู่ควรที่จะได้ดูดซับวิญญาณของสัตว์วิญญาณตัวนั้น เข้าใจหรือไม่”

หลินมู่อวี่ชะงักกึก อดถอนหายใจไม่ได้ ดูท่าตาแก่นี่เหมือนจะไม่สนใจความเป็นความตายของเขาเลย ไร้มนุษยธรรมชะมัด สัตว์วิญญาณอายุสองร้อยปีว่ากันว่าเทียบได้กับผู้ฝึกยุทธ์วิญญาณสงครามระดับยี่สิบขึ้นไป จะฆ่าได้หรือเปล่าก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาแล้วกัน

ในตอนนี้ฝนปรอยลงมา ทั้งสามคนลงจากภูเขาไปขึ้นม้าที่ผูกไว้ ควบม้าเข้าไปในป่าลึกอย่างรวดเร็ว หลินมู่อวี่สวมชุดสีคราม สง่าผ่าเผยอย่างยิ่ง ส่วนถังเสี่ยวซีที่สวมชุดกระโปรงแนบเนื้อสีแดงเพลิง ด้านนอกสุดสวมเสื้อคลุมที่ถักทออย่างประณีตทับอีกชั้นหนึ่ง หยาดฝนที่อยู่บนแก้มของนาง ดูราวกับฝนในวสันตฤดูที่พรมอยู่บนดอกสาลี่ งดงามจนยากจะพรรณนา

หลินมู่อวี่อดไม่ได้ที่จะแอบชื่นชมอย่างเงียบๆ องค์หญิงซีผู้นี้อายุยังน้อยแต่มีความสามารถระดับนี้แล้ว หากเป็นคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์คนอื่นเกรงว่าคงจะหาที่หลบฝน แทนที่จะรีบควบม้าฝ่าสายฝนแบบนี้ไปนานแล้วล่ะ

ไม่นานนักเมฆดำปกคลุมท้องฟ้า ภายในป่าสัตตะดารามืดสนิทราวกับราตรีกาล ฟ้าแลบแปลบปลาบผ่าลงมาราวกับกระบี่ที่คมกริบกระหน่ำใส่ผืนป่าโบราณแห่งนี้

หลินมู่อวี่ปลอบม้าที่เขาขี่ ไม่ให้มันตกใจกับเสียงฟ้าผ่า ชวีฉู่เองก็ค่อยๆ ชะลอฝีเท้าม้าลง เขาต้องดูแลถังเสี่ยวซี เพราะการเดินทางครั้งนี้การฝึกขององค์หญิงซีเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

ชวีฉู่มองกระบี่และคันธนูยาวที่หลังของหลินมู่อวี่ อดยิ้มออกมาไม่ได้ “เจ้าหนุ่ม เจ้าแบกธนูมาทำอะไรหรือ”

“นี่เป็นอาวุธลับของข้า”

“อาวุธลับ?”  ชวีฉู่กลั้นหัวเราะไม่อยู่ “ใช้อาวุธลับนี่เพื่ออะไรหรือ”

หลินมู่อวี่ตอบจริงจัง “ถึงแม้ด้านการฝึกยุทธ์ข้าจะยังเทียบพวกท่านไม่ได้ แต่ข้าก็รู้ว่าอาวุธที่ยาวกว่าย่อมได้เปรียบศัตรู หากศัตรูอยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตร ข้าใช้ธนู หากศัตรูอยู่ใกล้ ข้าก็ใช้กระบี่ ถ้าไม่มีธนู ข้าเสียดายช่วงเวลาที่ศัตรูใช้เพื่อเข้ามาประชิดตัว ถ้าสามารถสังหารเป้าหมายที่อยู่ไกลหลายเมตรได้เลย ก็ไม่จำเป็นต้องรอให้มันเข้ามาประชิดตัว ไม่ใช่หรือ”

ชวีฉู่ถึงกับอึ้งไป อดพยักหน้าชื่นชมไม่ได้ “พูดมีเหตุผลยิ่งนัก แต่ว่า...คันธนูยาวนี้ค่อนข้างสะดุดตาและดึงดูดสายตาเกินไป ไม่ใช่อาวุธลับที่แท้จริง หากเจ้าอยากได้อาวุธลับจริงๆ ละก็ ข้าก็มีของขวัญชิ้นหนึ่งที่จะมอบให้เจ้า”

“หืม ของขวัญ?”  หลินมู่อวี่อดดีใจเงียบๆ ไม่ได้

ชวีฉู่ล้วงเข้าไปในถุงที่แขวนอยู่ตรงสะโพกม้าแล้วหยิบถุงผ้าเล็กๆ ออกมาโยนให้หลินมู่อวี่ เขารับมาแล้วเปิดดู ด้านในเป็นมีดบินที่ประณีตวิจิตรถึงสี่เล่ม ส่วนโค้งของใบมีดคมเป็นประกายแวววาวราวกับจันทรา แม้ในบรรยากาศที่มืดมิด ก็ยังเห็นคมมีดบินสะท้อนแสงเป็นประกายราวหิมะ

“นี่เป็นอาวุธที่เฟิงอี้เฉิงเหลือทิ้งไว้ เฟิงอี้เฉิงเชี่ยวชาญการใช้มีดบิน สามารถสังหารคนที่อยู่ในระยะไกลกว่าหนึ่งร้อยเมตรได้  มีดสี่เล่มนี้จะใช้ขว้างทีละเล่มก็ได้ หรือจะประกอบเข้าด้วยกันเป็นมีดวงเดือนเล่มเดียวก็ได้ แต่การจะฝึกใช้อาวุธลับนี้ให้ชำนาญเจ้าต้องออกแรงไม่น้อย” ชวีฉู่กล่าว

“ขอรับ ขอบคุณผู้อาวุโส” หลินมู่อวี่พูดด้วยรอยยิ้ม

ดวงตากลมโตของถังเสี่ยวซีกะพริบ พูดด้วยรอยยิ้มว่า “เฟิงอี้เฉิง? หรือจะเป็นแม่ทัพผู้โด่งดังที่ปกป้องพรมแดนทางใต้เกือบยี่สิบปีคนนั้น”

“ถูกต้อง คือเขานั่นแหละ น่าเสียดายที่แม่ทัพเฟิงต้องมาตายด้วยเงื้อมมือของศัตรูในสงคราม”  ชวีฉู่ตอบด้วยท่าทางเสียใจและกล่าวต่อไป “คนแบบเขาหาได้ยาก เฟิงอี้เฉิงไม่ได้มีสายเลือดของตระกูลสูงศักดิ์ เป็นผู้มากความสามารถ และเป็นหนึ่งในสิบสองแม่ทัพของจักรวรรดิ น่าเสียดายจริงๆ”

ถังเสี่ยวซีเอ่ย “เฟิงอี้เฉิงตายในสมรภูมิมากว่าทศวรรษ หาได้ยากยิ่งที่ผู้อาวุโสชวีจะยังมีสมบัติที่เขาเหลือไว้”

ชวีฉู่ตอบ “เขาเป็นสหายเก่าของข้า มีดบินนี้เขาได้ฝากคนนำมามอบให้ข้าก่อนที่จะตายในสนามรบ”

หลินมู่อวี่ถึงกับสะท้าน และรู้สึกถึงความหนักอึ้งของมีดบินสี่เล่มนี้ขึ้นมาทันที เขาเงยหน้า มองชวีฉู่ด้วยความซาบซึ้ง “ขอบคุณผู้อาวุโส...”

คำขอบคุณครั้งนี้เปล่งออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ แต่ชวีฉู่ยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยว่า “โชคดีที่ข้าไม่ถนัดใช้อาวุธลับ มิเช่นนั้นอาวุธชั้นยอดนี้คงไม่มีวันตกทอดถึงเจ้าหรอก”

ก็ใช่น่ะสิ มีดบินชุดนี้ถูกทำขึ้นมาด้วยความประณีตอย่างน่าประหลาด มีดแต่ละเล่มมีรูให้ลมผ่าน แถมยังออกแบบให้หมุนกลับมาได้ นั่นหมายความว่ามีดแต่ละเล่มพอปาออกไปแล้วจะบินวกกลับมาทุกครั้ง คิดจะใช้อาวุธลับแบบนี้ก็ต้องฝึกทั้งทักษะการขว้างและการรับให้ดี ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างใหญ่หลวง ถ้ารับไม่ดีหรือหลุดมือไป อาจจะต้องจ่ายค่าโง่ด้วยมือของตนเอง เพราะมีดบินนี้คมกริบเหลือคณา

ว่าแล้วเขาก็เก็บมีดบินใส่ลงถุงผ้า ต่อไปค่อยๆ ฝึกมันก็แล้วกัน!

จบบทที่ ทะลุมิติเทพศาสตรา EP.32 มรดกของแม่ทัพผู้เลื่องชื่อ 2

คัดลอกลิงก์แล้ว