- หน้าแรก
- ภารกิจระบบปั้นตัวแม่ สวยรวยให้โลกจำ
- บทที่ 7 เซ็นรับรถ ลัมโบร์กีนี อเวนทาดอร์
บทที่ 7 เซ็นรับรถ ลัมโบร์กีนี อเวนทาดอร์
บทที่ 7 เซ็นรับรถ ลัมโบร์กีนี อเวนทาดอร์
บทที่ 7 เซ็นรับรถ ลัมโบร์กีนี อเวนทาดอร์
“ว้าว จัดการเอกสารเรียบร้อยหมดแล้วเหรอเนี่ย! ระบบ เธอนี่สุดยอดไปเลย!”
“แค่การทำงานพื้นฐานน่า อย่าตื่นเต้นไปเลย”
น้ำเสียงน่ารักของระบบที่พยายามทำตัวเคร่งขรึมเป็นงานเป็นการ ทำให้ซ่งหว่านอดหัวเราะออกมาไม่ได้
เธอปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะกรอกเสียงลงไปในสาย “ตอนนี้ฉันอยู่ที่ศูนย์การค้ากั่งฮุ่ยค่ะ คุณเอามาส่งที่นี่เลยได้ไหม?”
ปลายสายรีบตอบรับทันที “ได้ครับ ได้ครับ แน่นอนครับ”
“เราจะออกเดินทางเดี๋ยวนี้ น่าจะถึงในอีกประมาณยี่สิบนาทีครับ”
หลังจากยืนยันนัดหมายเรียบร้อย อารมณ์ของซ่งหว่านก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเห็นว่ายังมีเวลาเหลือ เธอจึงตัดสินใจแวะไปที่ร้านขายโทรศัพท์มือถือที่ชั้นหนึ่ง
แม้ว่ามือถือเครื่องปัจจุบันจะไม่ได้เก่ามาก แต่ก็เป็นรุ่นที่ออกมาเมื่อสองปีก่อนแล้ว ครั้งนี้เธอตัดสินใจจะเปลี่ยนข้าวของเครื่องใช้ใหม่หมดยกชุด
เธอชอบแบรนด์หัวเว่ย ส่วนไอโฟนก็ถ่ายรูปสวยที่สุด ดังนั้นซ่งหว่านจึงตัดสินใจซื้อทั้งสองเครื่อง
สำหรับหัวเว่ย เธอเลือกรุ่นปอร์เช่ดีไซน์สีเงินขาวตัวล่าสุด สนนราคาอยู่ที่หนึ่งหมื่นสองพันหยวน พนักงานขายยังแถมของกระจุกกระจิกให้อีกเพียบ
ส่วนไอโฟน เธอเลือกรุ่นท็อปตัวล่าสุดสีทองอ่อน ราคาหนึ่งหมื่นสองพันหยวนเช่นกัน
ซ่งหว่านยืนอยู่ที่หน้าร้านโทรศัพท์ เธอจัดการใส่ซิมการ์ดลงในเครื่องหัวเว่ยเครื่องใหม่เรียบร้อยแล้ว
ขณะที่กำลังจะเดินเล่นต่อ เธอก็ได้ยินเสียงเรียกชื่ออย่างไม่มั่นใจดังขึ้นเบาๆ “ซ่งหว่าน?”
ซ่งหว่านหันกลับไปมอง ก็เห็นหญิงสาวในชุดเดรสสีฟ้าน้ำเงิน แต่งหน้าจัดเต็มอย่างประณีต กำลังมองเธอด้วยสายตาสงสัย
นั่นคือ ‘ฉีซิงหร่าน’ รูมเมทอีกคนของเธอนั่นเอง
เนื่องจากฉีซิงหร่านเป็นคนพื้นที่เมืองมั่วตู เธอจึงไม่ค่อยกลับหอพัก และโดยธรรมชาติแล้วก็แทบจะไม่ได้สุงสิงกับเพื่อนร่วมห้องเท่าไหร่นัก
ซ่งหว่านพยักหน้าทักทาย “บังเอิญจังเลยนะ”
ฉีซิงหร่านกวาดตามองสำรวจเธอแวบหนึ่ง สายตาหยุดอยู่ที่โทรศัพท์ในมือเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะชี้ไปที่หญิงสาวอีกคนที่แต่งตัวดูดีไม่แพ้กันซึ่งยืนอยู่ข้างๆ แล้วแนะนำให้ซ่งหว่านรู้จัก
“นี่ลูกพี่ลูกน้องฉัน ชื่อ ‘ฉีจือเยว่’”
จากนั้นเธอก็หันไปบอกฉีจือเยว่ว่า “นี่รูมเมทที่มหาวิทยาลัยของฉัน ชื่อซ่งหว่าน”
ยังไม่ทันที่ซ่งหว่านจะเอ่ยปากพูดอะไร ฉีจือเยว่ก็กรอกตามองบนด้วยความรำคาญเสียก่อน
“พี่คะ เรายังต้องไปช้อปปิ้งกันต่อนะ ใครจะมีเวลามาทักทายรูมเมทกัน”
เธอเคยได้ยินลูกพี่ลูกน้องเล่าให้ฟังว่า เพื่อนร่วมห้องที่มหาวิทยาลัยไม่มีใครน่าสนใจสักคน ที่บ้านถ้าไม่เป็นกรรมกรก็เปิดแผงลอยขายของกิน
เอาเวลาไปเดินช้อปปิ้งต่อยังจะดีเสียกว่า
สีหน้าของฉีซิงหร่านเจือไปด้วยความกระอักกระอ่วนทันที ขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากกู้สถานการณ์ ก็ได้ยินเสียงฮือฮาดังมาจากทางประตูทางเข้า
“ดูนั่นสิ ดูนั่น! รถหรูของใครกันเนี่ย?”
“อาจจะเป็นเซอร์ไพรส์ที่พวกทายาทเศรษฐีเตรียมไว้เอาใจแฟนสาวก็ได้มั้ง”
“คุณพระช่วย นี่มันลัมโบร์กีนี อเวนทาดอร์! ดูภายในสิ รถทั้งคันราคาน่าจะเหยียบสิบล้านได้มั้ง? ลูกคนรวยบ้านไหนกระเป๋าหนักขนาดนี้เนี่ย...?”
“หรือไม่ก็อาจจะเป็นคุณหนูบ้านไหนสั่งมาขับเองหรือเปล่า?”
ฉีซิงหร่านมองไปทางประตูอย่างงุนงง ก็เห็นรถสไลด์ที่บรรทุกซูเปอร์คาร์คันงามกำลังค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามาจอดที่ด้านนอกกระจก
บนรถบรรทุกคันนั้นมีซูเปอร์คาร์ยี่ห้อลัมโบร์กีนีจอดสงบนิ่งอยู่จริงๆ
ตัวรถลัมโบร์กีนีเป็นสีส้มสว่างแสบตา มาพร้อมสปอยเลอร์หลังสุดเท่และเส้นสายโฉบเฉี่ยว ดุดัน ที่สามารถกระชากใจทั้งชายและหญิงได้ตั้งแต่แรกเห็น
ขณะที่ฉีซิงหร่านกำลังจะหันกลับไปหวีดร้องกับลูกพี่ลูกน้อง เธอก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของซ่งหว่านดังขึ้นที่ข้างตัว
“คุณซ่งครับ เรามาถึงหน้าศูนย์การค้าแล้วครับ”
ซ่งหว่านอมยิ้มมุมปาก “ฉันเห็นแล้วค่ะ”
พูดจบ เธอก็ถือโทรศัพท์เดินตรงดิ่งออกไปหารถบรรทุกที่ด้านนอกทันที
เมื่อฉีจือเยว่เห็นการกระทำของซ่งหว่าน เธอก็เบะปากมองบนด้วยความเหยียดหยามทันที
เธอกระตุกเสื้อฉีซิงหร่าน พยักพเยิดหน้าให้มองไปทางซ่งหว่าน “ลูกเป็ดขี้เหร่ที่อยากจะชุบตัวเป็นหงส์อีกคนแล้วสินะ”
“รูมเมทของพี่เนี่ย เงินก็ไม่มี แต่จินตนาการบรรเจิดเหลือเกินนะ”
คงคิดว่าชีวิตจริงเหมือนในนิยายหรือไง ที่แค่เดินไปชนใครสักคนก็ได้เจอประธานหนุ่มจอมเผด็จการน่ะ
ฝันกลางวันอยู่หรือไง!
ฉีซิงหร่านขมวดคิ้ว “ซ่งหว่านไม่น่าจะเป็นคนแบบนั้นนะ”
แม้จะไม่ได้สนิทสนมกันมาก แต่ในความทรงจำของเธอ ซ่งหว่านน่าจะมีแฟนอยู่แล้ว
แต่ฉีจือเยว่กลับไม่ยี่หระ ยิ่งมาจากบ้านนอกคอกนาเท่าไหร่ ก็ยิ่งไม่ทันโลกเท่านั้น
เมื่อคิดว่าจะได้แสดงธาตุแท้ของรูมเมทคนนี้ให้ลูกพี่ลูกน้องดูในเร็วๆ นี้ ฉีจือเยว่ก็จับจ้องแผ่นหลังของซ่งหว่านตาไม่กะพริบ
ในหัวกำลังจินตนาการถึงเรื่องตลกที่จะได้เห็น แล้วเอาไปเม้าท์ต่อกับเพื่อนๆ
ทว่าวินาทีถัดมา เธอกลับเห็นพนักงานที่ลงมาจากรถบรรทุกโค้งคำนับให้รูมเมทของลูกพี่ลูกน้อง และยื่นเอกสารให้ด้วยท่าทีนอบน้อม ดูเหมือนจะมีกุญแจรถด้วย!
ซ่งหว่านรับกุญแจรถมา กวาดตามองเอกสาร เมื่อไม่เห็นปัญหาอะไรก็จรดปากกาเซ็นชื่อลงไปทันที
ขั้นตอนต่างๆ ของรถคันนี้ดำเนินการเสร็จสิ้นหมดแล้ว สามารถขับลงถนนได้เลย
ส่วนใบขับขี่ เจ้าของร่างเดิมสอบผ่านตั้งแต่ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนตอนปีหนึ่งแล้ว
ปัญหาคือแม้ซ่งหว่านจะมีความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม แต่ทั้งเธอและเจ้าของร่างเดิมไม่เคยขับรถสปอร์ตมาก่อนเลย
ขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากถามวิธีการใช้งานกับพนักงาน เสียงน่ารักของระบบก็ดังก้องขึ้นในหัวอีกครั้ง
“ติ๊ง~ ตรวจพบความรู้ที่โฮสต์ยังไม่เชี่ยวชาญ ระบบกำลังออกภารกิจสุ่ม: ตอกหน้าชายสารเลว”
“ในฐานะสุดยอดสาวงามผู้มั่งคั่ง จะปล่อยให้มีชายสารเลวมาเป็นตัวถ่วงได้ยังไงกัน?!”
“ตอกหน้าชายสารเลว และบอกลาเขาอย่างถาวร ภารกิจสำเร็จ รางวัล: ทักษะการขับรถระดับพระเจ้า หากภารกิจล้มเหลวไม่มีบทลงโทษ”
ซ่งหว่านชะงัก ชายสารเลวเหรอ?
ชายสารเลวคนเดียวที่เธอรู้จักตอนนี้ก็มีแค่หลินเฟิงไม่ใช่เหรอ?
ทันทีที่คิดได้ เธอก็เห็นอู๋เหวินเหวินกำลังลากหลินเฟิงเดินตรงเข้ามาด้วยสีหน้าหวาดหวั่น
“คุณซ่ง...”
ใบหน้าอวบอูมของอู๋เหวินเหวินฝืนยิ้มออกมา แสดงท่าทีประจบประแจงซ่งหว่านอย่างเห็นได้ชัด
“พวกเราผิดไปแล้วค่ะ ฉันไม่น่าไปหาเรื่องคุณซ่งเพราะความเข้าใจผิดเล็กๆ น้อยๆ เลย หวังว่าคุณซ่งผู้ใจกว้างจะไม่ถือสานะคะ”
แม้อู๋เหวินเหวินจะนิสัยเย่อหยิ่งจองหอง แต่เธอก็รู้ดีว่าใครแตะต้องได้ ใครแตะต้องไม่ได้
ลำพังแค่รถคันนี้คันเดียวก็มีมูลค่าเท่ากับรายได้ทั้งปีของครอบครัวเธอแล้ว ซ่งหว่านจะเป็นลูกสาวแม่ค้าหาบเร่แผงลอยในอำเภอเล็กๆ ตามที่หลินเฟิงบอกได้ยังไง?
เป็นไปได้มากว่าคุณหนูคนนี้แค่แกล้งจน และหลินเฟิงก็ดันเชื่อจริงๆ ว่าเธอจน
ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งมั่นใจว่าตัวเองเดาถูก อยากจะย้อนเวลากลับไปตบปากตัวเองตอนอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าเหลือเกิน
ขืนไปล่วงเกินคนใหญ่คนโตขนาดนี้ โรงงานของที่บ้านอาจจะพลอยซวยไปด้วย
ทว่าหลินเฟิงกลับสะบัดมืออู๋เหวินเหวินออก แล้วมองซ่งหว่านด้วยสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าว
“หว่านหว่าน ทำไมคุณไม่บอกผมแต่แรกว่าคุณรวยขนาดนี้?!”
“ถ้าคุณบอกผมก่อน ผมคงไม่ต้องจำใจบอกเลิกคุณอย่างเลือดเย็นเพราะกลัวว่าอู๋เหวินเหวินจะมาหาเรื่องคุณ แล้วต้องแกล้งทำเป็นคบกับเธอแบบนี้หรอก”
สีหน้าท่าทางที่สื่อว่า ‘ผมทำทุกอย่างเพื่อคุณ ผมยอมแบกรับความอัปยศเพื่อคุณ’ ของหลินเฟิงทำให้ซ่งหว่านสะอิดสะเอียนอย่างถึงที่สุด
เธอช้อนตาขึ้นมองพร้อมกับหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงเจือแววขี้เล่นขณะเอ่ยว่า “คุณหมายความว่า ที่คุณแกล้งคบกับอู๋เหวินเหวินก็เพื่อฉันงั้นเหรอคะ?”
หลินเฟิงรีบพยักหน้าทันที สายตาเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ซาบซึ้งขณะมองมาที่ซ่งหว่าน
ซ่งหว่านหันหน้าหนีด้วยความรังเกียจ แล้วหันไปเผชิญหน้ากับอู๋เหวินเหวินด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยนัยลึกซึ้ง
“เห็นไหม? ต่อให้เลี้ยงดูดีแค่ไหน สุนัขมันก็เลิกนิสัยกินขี้ไม่ได้หรอก”