- หน้าแรก
- ภารกิจระบบปั้นตัวแม่ สวยรวยให้โลกจำ
- บทที่ 3 เปลี่ยนบัตรดำ
บทที่ 3 เปลี่ยนบัตรดำ
บทที่ 3 เปลี่ยนบัตรดำ
บทที่ 3 เปลี่ยนบัตรดำ
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้น ซ่งหว่านจึงกดกลับไปยังหน้าจอหลักของโทรศัพท์ทันที
ข้อความใหม่ที่เพิ่งเข้ามาดึงดูดสายตาของเธอเข้าอย่างจัง
‘บัญชีลงท้ายด้วย 8106 มีเงินเข้าจำนวน 20,000,000.00 หยวน จากธนาคารไชน่า เมื่อวันที่ 1 กันยายน ยอดเงินคงเหลือปัจจุบัน: 20,000,183.60 หยวน 【ธนาคารไชน่า】’
หลังจากนับเลขศูนย์วนไปวนมาอยู่หลายรอบ จนแน่ใจแล้วว่าสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่เป็นเรื่องจริง ความปิติยินดีก็ถาโถมเข้าใส่ซ่งหว่านทันที
ยี่สิบล้านหยวน!
เธอกลายเป็นเศรษฐีในชั่วพริบตา!
ยังไม่ทันได้ดึงสติออกจากความดีใจ สายเรียกเข้าจากธนาคารไชน่าก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
ซ่งหว่านรวบรวมสติ กดรับสาย และได้ยินน้ำเสียงนอบน้อมดังมาจากปลายสาย
“คุณผู้หญิงซ่งคะ ทางเราได้รับข้อมูลว่ามีเงินจำนวนยี่สิบล้านหยวนโอนเข้าบัญชีธนาคารไชน่าของคุณ ทางธนาคารจึงได้ทำการอัปเกรดสิทธิพิเศษเป็นระดับ VIP สูงสุด ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าพอจะมีเวลาเข้ามาเปลี่ยนบัตรธนาคารไหมคะ?”
ราวกับกลัวว่าซ่งหว่านจะปฏิเสธ เสียงปลายสายจึงรีบเสริมขึ้นอย่างรวดเร็ว
“บัตรแบล็คการ์ดของธนาคารไชน่าเราผลิตออกมาในจำนวนจำกัด และเรายังมีพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับแบรนด์ชั้นนำต่างๆ มากมายค่ะ”
“หลังจากเปลี่ยนเป็นบัตรแบล็คการ์ดแล้ว นอกจากจะได้รับบริการระดับสูงสุดจากธนาคารของเรา คุณยังจะได้รับการดูแลระดับ VIP จากแบรนด์ชั้นนำเหล่านั้นโดยตรงด้วยนะคะ”
“คุณผู้หญิงซ่ง สนใจจะเข้ามาเปลี่ยนบัตรไหมคะ?”
น้ำเสียงประโยคท้ายแฝงไปด้วยการประจบเอาใจ จนซ่งหว่านจินตนาการสีหน้าของคนปลายสายออกเลยทีเดียว
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เธอก็พยักหน้าตอบรับ “ค่ะ ตอนนี้ฉันว่างพอดี”
ใครที่เคยอ่านนิยายมาก็ต้องเคยใฝ่ฝันอยากครอบครองบัตรแบล็คการ์ดกันทั้งนั้นแหละ!
เสียงลมหายใจจากปลายสายสะดุดไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบพูดรัวเร็ว “ถ้าอย่างนั้นรบกวนแจ้งตำแหน่งปัจจุบันด้วยค่ะ ทางเราจะส่งรถไปรับทันที”
“หอพักหญิง มหาวิทยาลัยหลินไห่ค่ะ ถึงแล้วโทรหาฉันนะ”
หลังวางสาย เธอก็เห็นหวงหร่านและหลี่เล่อเว่ยมองมาด้วยสีหน้าตื่นตัว “หว่านหว่าน จะออกไปข้างนอกเหรอ? ไปกับใคร?”
ซ่งหว่าน: "..." นี่คงเป็นผลพวงจากความคลั่งรักหลินเฟิงแบบไม่ลืมหูลืมตาของเจ้าของร่างเดิมสินะ เพื่อนร่วมห้องสองคนนี้ถึงได้คอยเป็นห่วงเป็นใยกลัวจะเกิดเรื่องอยู่ตลอดเวลา
เมื่อรู้ถึงเจตนาดีของเพื่อน ซ่งหว่านจึงยิ้มให้ทั้งสองคนก่อนเอ่ยว่า “ฉันจะไปทำธุระที่ธนาคารหน่อยน่ะ”
หวงหร่านกับหลี่เล่อเว่ยหันมามองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย จากนั้นก็ยิ้มให้ซ่งหว่านพลางถามว่า “ให้พวกเราไปเป็นเพื่อนไหม?”
ฟ้าดินเท่านั้นที่รู้ว่าจิตใจพวกเธอตอนนี้ว้าวุ่นแค่ไหน ซ่งหว่านทำเอาพวกเธอปั่นป่วนไปหมดแล้ว
ไม่ใช่ว่าพวกเธอไม่ไว้ใจซ่งหว่าน แต่ก่อนหน้านี้เธอเพิ่งลากพวกเธอไปดื่มหนักขนาดนั้น
ถึงพวกเธอจะอยากให้ซ่งหว่านลืมไอ้ผู้ชายเฮงซวยนั่นเร็วๆ ก็เถอะ แต่สภาพน้ำตานองหน้าตอนดื่มเหล้านั่น ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนที่ตัดใจได้ง่ายๆ เลยสักนิด
ซ่งหว่านยิ้มแห้งๆ “ไม่ต้องหรอก แค่ไปเปลี่ยนบัตรธนาคาร แป๊บเดียวก็เสร็จ”
ทั้งสองคนถึงได้ยอมหยุดซักไซ้
ซ่งหว่านรอไม่นาน ทางธนาคารไชน่าก็โทรกลับมาอีกครั้ง
ซ่งหว่านกดรับสาย เสียงปลายสายยังคงนอบน้อมและระมัดระวังถ้อยคำเช่นเดิม “คุณผู้หญิงซ่งคะ รถของทางเรามาถึงหน้าหอพักหญิงแล้วค่ะ”
“เดี๋ยวฉันลงไปค่ะ” ซ่งหว่านคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนถามต่อ “นอกจากบัตรประชาชนแล้ว ฉันต้องเอาเอกสารอย่างอื่นไปด้วยไหมคะ?”
อีกฝ่ายรีบตอบกลับทันควัน “ไม่ค่ะ ไม่ต้องเลยค่ะคุณผู้หญิงซ่ง แค่คุณมาด้วยตัวเองก็เพียงพอแล้วค่ะ”
ซ่งหว่านพยักหน้า บอกลาหวงหร่านและหลี่เล่อเว่ย แล้วเดินลงไปข้างล่าง
เวลานี้ ที่หน้าหอพักหญิงมีเพียงรถเมอร์เซเดส-เบนซ์คันหนึ่งจอดอยู่ ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำยืนรออยู่ที่ประตูรถ และหญิงสาวท่าทางภูมิฐานในชุดสูทกระโปรงสีดำยืนรออยู่ด้านข้าง
ซ่งหว่านมองซ้ายมองขวา เมื่อแน่ใจว่าพวกเขาน่าจะมารอเธอ ก็เดินตรงเข้าไปหาทั้งสองคนทันที
หญิงสาวท่าทางภูมิฐานชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นเธอ
แต่โดยไม่ต้องคิดอะไรมาก เธอก็รีบก้าวเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นและนอบน้อม
“คุณคงจะเป็นคุณผู้หญิงซ่งใช่ไหมคะ?”
ซ่งหว่านพยักหน้าเล็กน้อย “ใช่ค่ะ”
หญิงสาวชี้ไปที่ป้ายชื่อบนอกเสื้อก่อนจะยื่นมือมาทางซ่งหว่าน “สวัสดีค่ะคุณผู้หญิงซ่ง ดิฉันข่งฮุ่ย เป็นผู้จัดการจากธนาคารไชน่าค่ะ”
ซ่งหว่านมองป้ายชื่อตามที่เธอชี้ แล้วยื่นมือออกไปจับเบาๆ “สวัสดีค่ะผู้จัดการข่ง”
รอยยิ้มบนใบหน้าของข่งฮุ่ยดูสดใสขึ้นอีกหลายส่วน เธอรีบผายมือเชิญซ่งหว่านขึ้นรถ ปิดประตูให้อย่างใส่ใจ แล้วจึงกลับไปนั่งที่เบาะหน้าคู่คนขับ
จนกระทั่งรถค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากมหาวิทยาลัยหลินไห่ ข่งฮุ่ยถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
การแข่งขันระหว่างธนาคารในปัจจุบันนั้นดุเดือดมาก ก่อนออกมา ผู้จัดการสาขาย้ำนักย้ำหนาว่าต้องดูแลคุณผู้หญิงซ่งให้ดีที่สุด
ขืนทำให้คุณผู้หญิงซ่งไม่พอใจจนลูกค้าหลุดมือไป พวกเขาคงได้แต่นั่งร้องไห้น้ำตาเช็ดหัวเข่าแน่ๆ
ถ้าวันนี้ผู้จัดการสาขาไม่ติดธุระ เขาคงอยากจะมารับด้วยตัวเองแล้ว
ลูกค้ารายใหญ่ที่สามารถโอนเงินยี่สิบล้านเข้าบัญชีได้ในคราวเดียว หากดูแลให้ดีๆ อนาคตอาจจะมีธุรกิจที่ใหญ่กว่านี้ตามมาอีกก็ได้
ตอนที่รู้ว่าสถานที่รับคือมหาวิทยาลัย เดิมทีเธอคิดว่าคุณผู้หญิงซ่งคงเป็นพวกทายาทเศรษฐีรุ่นสองที่นิสัยเย่อหยิ่ง และเตรียมใจจะมารองรับอารมณ์เต็มที่
แต่เด็กสาวตรงหน้ากลับแต่งตัวเรียบง่าย ดูเป็นมิตร ผิดจากที่จินตนาการไว้โดยสิ้นเชิง
แถมยังดูเข้าถึงง่ายมากอีกด้วย ข่งฮุ่ยแอบเติมข้อดีนี้ในใจเงียบๆ
ซ่งหว่านนั่งรถจากไป โดยไม่รู้เลยว่าฉากนี้มีคนเห็นมากมายและกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างออกรส
“คุณพระ! นั่นใครน่ะ ยิ่งใหญ่มาจากไหนถึงมีคนเชิญขึ้นรถอย่างนอบน้อมขนาดนั้น”
“ใช่ๆ ดูเหมือนพวกคุณหนูตระกูลดังในละครที่ออกมาใช้ชีวิตติดดินเพื่อหาประสบการณ์เลย”
“รถคันนั้นน่าจะราคาเป็นล้านเลยใช่ไหม? เศรษฐีนีอีกคนแล้วสินะ”
“เหอะ! สมัยนี้แมวที่ไหนก็เรียกตัวเองว่าไฮโซได้ รถเบนซ์กระจอกๆ ราคาแค่ล้านกว่าบาท ไม่รู้จะอวดอะไรนักหนา!” เจ้าของเสียงคือหญิงสาวรูปร่างท้วมคนหนึ่ง
หญิงสาวน้ำหนักราวๆ 100 กิโลกรัม สวมเสื้อยืดตัวโคร่งที่มีโลโก้แบรนด์หรูเด่นหรา ติดกิ๊บเพชรเม็ดเป้ง ทุกตารางนิ้วบนตัวประกาศก้องว่า 'ฉันรวย'
เธอคือ ‘อู๋เหวินเหวิน’ แฟนใหม่บ้านรวยของแฟนเก่าสารเลวของซ่งหว่านนั่นเอง
เมื่อเห็นกลุ่มเด็กสาวที่กำลังซุบซิบหันมามอง อู๋เหวินเหวินก็เชิดคางขึ้นอย่างหยิ่งผยอง แสร้งทำเป็นโยนกุญแจรถเฟอร์รารี่ไปให้หลินเฟิงที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างไม่ใส่ใจ
“ที่รัก ไปช้อปปิ้งกันเถอะ! เค้าอยากได้เสื้อผ้าใหม่”
หลินเฟิงยังคงอึ้งไม่หายจากภาพที่เห็นซ่งหว่านก้าวขึ้นรถหรูไป ริมฝีปากของเขาเม้มแน่น เขาคาดไม่ถึงเลยจริงๆ!
เขาไม่คิดเลยว่าซ่งหว่านจะตกต่ำได้เร็วขนาดนี้!
เขาคบกับเธอมาเกือบปี มีหรือจะไม่รู้ฐานะทางบ้านของเธอ?
แค่คนขายของชำในอำเภอเล็กๆ จะไปมีปัญญาซื้อรถหรูแบบนั้นได้ยังไง?
เธอต้อง... เธอต้องไปเกาะคนรวยกินแน่ๆ!
ดีไม่ดีเธออาจจะแอบคบชู้ตั้งแต่ก่อนเลิกกับเขา แล้วแกล้งทำมาเป็นจับผิดเขาก็ได้
ยิ่งคิด หลินเฟิงก็ยิ่งอยากจะกระชากตัวซ่งหว่านลงมาจากรถเบนซ์คันนั้นแล้วเคลียร์กันให้รู้เรื่อง
จะได้ถามให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลยว่าเธอสวมเขาให้เขามาตั้งนานแล้วใช่ไหม!
เมื่อเห็นหลินเฟิงยืนนิ่งไม่ตอบสนอง มืออวบอ้วนของอู๋เหวินเหวินก็ฟาดลงที่แขนของเขาดังเพียะ
“ที่รัก! เค้าคุยกับตัวอยู่นะ!”
“ไปช้อปปิ้งเป็นเพื่อนเค้าเดี๋ยวนี้!”
หลินเฟิงเซถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะฝืนยิ้มและพยักหน้าให้อู๋เหวินเหวินอย่างเอาใจ
“ได้จ้ะ”
ทิ้งให้กลุ่มสาวๆ ที่ยืนเม้าท์กันเมื่อครู่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ขนลุกซู่ไปตามๆ กัน