- หน้าแรก
- ดาวโรงเรียนหน้านิ่ง จริงๆ แล้วแพ้ทางผมคนเดียว
- บทที่ 100 - ความร่วมมือสองโครงเรื่องและงานคอสเพลย์กับหนิงอวี้หาน
บทที่ 100 - ความร่วมมือสองโครงเรื่องและงานคอสเพลย์กับหนิงอวี้หาน
บทที่ 100 - ความร่วมมือสองโครงเรื่องและงานคอสเพลย์กับหนิงอวี้หาน
บทที่ 100 - ความร่วมมือสองโครงเรื่องและงานคอสเพลย์กับหนิงอวี้หาน
สวี่หลินรู้สึกว่าเจียงตูช่างกว้างใหญ่เหลือเกิน
ย่านมหาลัยการเงินฯ เป็นย่านเมืองที่เจริญรุ่งเรือง ย่านมหาลัยเจียงตูก็เป็นย่านเมืองที่เจริญรุ่งเรืองเช่นกัน
สองที่นี้อยู่ห่างกันตั้งสามสิบกว่ากิโลเมตร
เขานั่งแท็กซี่กลับมาก็ปาไปชั่วโมงนึง
สุดท้ายก็กลับมาถึงหอพักตอนห้าทุ่มครึ่ง เฉียดฉิวเวลาก่อนหอปิดพอดี
"แม่เอ๊ย เกือบได้ไปเปิดห้องนอนข้างนอกแล้ว!"
สวี่หลินกลับถึงห้อง
ส่งข้อความหาอวี้ซินเหยียน: "ที่รัก ผมถึงหอแล้ว!"
อวี้ซินเหยียนตอบกลับไวมาก: "อื้อๆ! รีบเข้านอนนะ!"
สวี่หลิน: "โอเค เธอก็รีบนอนนะ!"
อวี้ซินเหยียน: "ราตรีสวัสดิ์!"
อวี้ซินเหยียนกอดตุ๊กตาแมวด้วยความรักใคร่
ภายในหอพัก
หลี่เวยเยียนและเหยียนไฉ่อวี้เห็นตุ๊กตาแมวแร็กดอลล์น่ารักๆ ของอวี้ซินเหยียน หลี่เวยเยียนก็อดถามไม่ได้: "อวี้ซินเหยียน สวี่หลินซื้อให้เหรอ?"
เหยียนไฉ่อวี้: "ตุ๊กตาแมวน่ารักจัง!"
อวี้ซินเหยียนพูดอย่างตื่นเต้นทันที: "สวี่หลินให้ฉัน เขาตั้งใจโยนห่วงเพื่อให้ได้เจ้าแมวตัวนี้มาให้ฉันเลยนะ!"
อวี้ซินเหยียนบรรยายบรรยากาศตอนนั้นให้ฟัง
หลี่เวยเยียนบอกว่า: "พวกเธอโรแมนติกจังเลยนะ!"
อวี้ซินเหยียนมีความสุขมาก: "แน่นอนสิ เราเป็นเพื่อนสมัยเด็กกันนะ โตมาด้วยกัน!"
ในหอพัก สามสาวคุยกันเจื้อยแจ้ว กู้ชิงไม่ได้พูดอะไร
เธอกำลังขบคิดคำถามหนึ่ง สวี่หลินกับอวี้ซินเหยียน เป็นแฟนกันจริงเหรอ?
พูดไปก็แปลก
ไม่ใช่ว่ากู้ชิงสนใจในตัวสวี่หลิน แต่เธอสนใจในตัวเรื่องราวนี้มากกว่า
กู้ชิงเริ่มว่างจัด เธอเป็นประเภทถ้าไม่นอนก็ต้องคิด คิดวิเคราะห์ไปเรื่อยเปื่อย
อีกด้านหนึ่ง
สวี่หลินกลับถึงหอ วางกระเป๋าหนังสือของอวี้ซินเหยียนไว้บนโต๊ะ
จากนั้นสวี่หลินก็เปิดแชทของหนิงอวี้หาน
เมื่อกี้หนิงอวี้หานส่งข้อความมาหลายข้อความ สวี่หลินยังไม่ได้ตอบ
หนิงอวี้หานบอกว่าพรุ่งนี้เช้าอยากไปห้องสมุด ส่วนตอนบ่ายจะไปรับจ้างตรวจการบ้าน
สวี่หลินตอบกลับไปว่า: "แล้วตอนเย็นล่ะ?"
หนิงอวี้หาน: "เปิดห้องสิคะ!"
หนิงอวี้หานตอบกลับมาด้วยความเขินอาย
สวี่หลินคึกคักขึ้นมาทันที: "เริ่มจะซุกซนแล้วใช่ไหม! ในที่สุดก็กล้าขึ้นมาบ้างแล้ว!"
หนิงอวี้หานมีความขี้เล่นและน่ารักแฝงอยู่ คนนอกมองไม่ออกหรอก
แต่สวี่หลินรู้สึกว่า ตัวเองยังสำรวจหนิงอวี้หานไปได้ไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์!
เขายังไม่ได้ปลดล็อกร่างสมบูรณ์ของหนิงอวี้หานออกมา!
หนิงอวี้หาน: "สามี พรุ่งนี้บ่ายไปตรวจการบ้านเป็นเพื่อนฉันหน่อย!"
สวี่หลิน: "ได้เลย!"
เพราะพรุ่งนี้มีภารกิจต้องทำ คืนนี้สวี่หลินเลยต้องนอนดึกอีกแล้ว
พวกเซี่ยเจิงหรงก็นอนดึกเหมือนกัน พรุ่งนี้วันเสาร์ไม่มีเรียน สำหรับนักเรียนแล้ว ไม่มีคืนไหนจะฟินไปกว่าคืนวันศุกร์ก่อนวันหยุดอีกแล้ว
สวี่หลินปั่นงานต่ออีกชั่วโมงกว่า เพื่อเกลาโครงเรื่องนิยายแนวแฟนตาซีและแนวกำลังภายในทั้งสองเรื่อง
ในที่สุดก็จัดการโครงเรื่องทั้งสองจนเสร็จสมบูรณ์
ตอนนั้นเวลาเพิ่งจะเที่ยงคืนกว่า
"หาคนมาร่วมงานสักสองคนดีกว่า!"
สวี่หลินล็อกอินไอดีรองทันที กดเข้าไปแชทกับลูกศิษย์คนโตอย่างอู๋เฉิงเฟิง
รับจ้างรายวัน: "มีโครงเรื่องอยู่สองอัน อันนึงแฟนตาซี อันนึงกำลังภายใน เป็นแนวอัปเลเวลแบบดิบเถื่อน มีคนไว้ใจได้แนะนำไหม?"
อู๋เฉิงเฟิง: "!!!"
อู๋เฉิงเฟิง: "อาจารย์ ผมมาแล้ว!"
อู๋เฉิงเฟิง: "อาจารย์ เป็นรูปแบบความร่วมมือแบบเดียวกับพี่โถวถัวใช่ไหมครับ?"
รับจ้างรายวัน: "ใช่"
รับจ้างรายวัน: "ฝีมือฉันนายก็รู้ ร่วมมือทำโครงเรื่อง ก็เท่ากับปั้นคนนั่นแหละ ขอคนชัวร์ๆ สักสองคน!"
อู๋เฉิงเฟิง: "อาจารย์รอแป๊บครับ!"
รับจ้างรายวัน: "อืม"
สวี่หลินใช้เวลาว่างช่วงนี้พิมพ์นิยายต่อ
เที่ยงคืนครึ่ง เพื่อนร่วมห้องของสวี่หลินยังไม่มีใครนอน
หลิวหลงเซิงกำลังร้องเพลง หลงตัวเองไปเรื่อย ยังดีที่เขาร้องเพลงพอฟังได้ เลยไม่น่ารำคาญเท่าไหร่
หูตงไห่ยังคงดูหนังสงครามต่อต้านญี่ปุ่น เป็นพวกหนังยอดมนุษย์ต้านญี่ปุ่น ตั้งแต่ดู 'ราชาระเบิดมือหน้าหยก' ไปคราวนั้น ดูเหมือนจะติดใจหนังแนวนี้ซะแล้ว
เซี่ยเจิงหรงยังคงตะบี้ตะบันเล่น 'Black Myth: Wukong' รอบที่หก
และสวี่หลินก็นั่งพิมพ์นิยายท่ามกลางบรรยากาศแบบนี้
'คุณหนูมายบัควัยยี่สิบหกของผม'!
อีกด้านหนึ่ง
ในกลุ่มเล็กๆ ของอู๋เฉิงเฟิง เขาประกาศเรียกทุกคน เยว่เยี่ย โถวถัว อาซิวหลัว และสือฟาง ก็ออกมากันครบ กลุ่มนี้มีกันแค่ห้าคน เมื่อก่อนตั้งขึ้นมาเพื่อคุยเรื่องนิยาย
อู๋เฉิงเฟิง: "พวกนาย อาจารย์มีโครงเรื่องมาอีกสองเรื่อง แฟนตาซีเรื่องนึง กำลังภายในเรื่องนึง เป็นแนวอัปเลเวลแบบดิบเถื่อน มีใครจะรับไหม?"
เยว่เยี่ยเขียนแนวคนเมือง โถวถัวกำลังร่วมงานกับสวี่หลินอยู่
เหลือแค่สือฟางกับอาซิวหลัว
สือฟางบอกว่า: "ฉันถนัดแนวเทพเซียนมากกว่า แฟนตาซีกับกำลังภายในก็พอเขียนได้ ไม่รู้ว่าจะเอาอยู่ไหม? แต่ฉันอยากรับงานนี้จริงๆ นะ เวรเอ๊ย ฉันอยากพัฒนาตัวเองใจจะขาดแล้ว!"
อาซิวหลัว: "เรื่องตีรันฟันแทงนี่ทางถนัดฉันเลย โดยเฉพาะแนวระเบิดความมันส์!"
อาซิวหลัวเป็นสายจับฉ่าย เขียนได้ทุกแนว เขาเขียนนิยายมาสิบกว่าปีแล้ว เริ่มจากแนวไร้สาย (แนวตลาดแมสบนมือถือ) คือพวกนิยายชื่อพระเอกเป็นราชาหรือยอดทหารอะไรพวกนั้น แต่นั่นแหละ อาซิวหลัวถนัดแฟนตาซีมากกว่า
อาซิวหลัว: "ฉันรู้สึกว่าฉันน่าจะลองท้าทายดู! รับงานนี้มีแต่กำไร!"
ตอนนี้คนในกลุ่มรู้ดีว่าการได้รับโครงเรื่องจากสวี่หลินหมายถึงอะไร หมายถึงการได้รับการฟูมฟักจากสวี่หลินโดยตรง ได้เป็นศิษย์ ได้รับการถ่ายทอดวิชา
เรื่องพวกนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน เงินจะหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ถ้าทักษะเพิ่มขึ้น ขอบเขตความสามารถสูงขึ้น อนาคตเงินทองจะไหลมาเทมาอีกหลายเท่า เส้นทางก็จะเดินไปได้ไกลขึ้น
จริงๆ แล้วนักเขียนนิยายออนไลน์ไม่ได้เขียนเพื่อเงินอย่างเดียว หลายคนทำเพื่อความฝัน เพื่อตระหนักรู้คุณค่าในตัวเอง หลายคนเกิดมาบนโลกนี้ ล้วนมีความคิดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ว่า ตนเองควรจะทิ้งอะไรไว้บ้าง ชีวิตนี้ถึงจะไม่เสียใจภายหลัง
ทุกคนพอได้ยินว่าสวี่หลินมีโครงเรื่องมาให้ร่วมงานอีก ก็ตื่นเต้นกันยกใหญ่ ตอนนี้มีแค่เยว่เยี่ย สือฟาง และอาซิวหลัวที่ยังว่างงานอยู่ ส่วนโถวถัวกับอู๋เฉิงเฟิงกำลังรุ่งโรจน์
โดยเฉพาะอู๋เฉิงเฟิงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด หลังจากได้รับคำชี้แนะจากสวี่หลิน เขาก็บรรลุธรรมทันที นิยายเรื่องปัจจุบันของเขา นอกจากช่วงแรกที่สวี่หลินลงมือเขียนให้ไม่กี่บท ช่วงหลังๆ ตอนแรกอาจจะไม่ชัดเจน แต่ยิ่งอ่านยิ่งพบว่าพลังการเขียนของอู๋เฉิงเฟิงแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เขาพัฒนาขึ้นตลอด ปีนี้เขาต้องได้เป็นเทพแน่ๆ แถมรายได้จากเรื่องนี้ก็ทำให้เขามีอิสรภาพทางการเงินแล้ว อนาคตของเขาประเมินค่าไม่ได้
แต่ทุกคนรู้ดีว่า โครงเรื่องของสวี่หลินคือแกนหลัก แต่ถ้าจะดึงศักยภาพของโครงเรื่องออกมาให้ถึงขีดสุด คนเขียนก็ต้องมีฝีมือถึงด้วย ไม่อย่างนั้น ต่อให้ของดีแค่ไหน ถ้าฝีมือไม่ถึง ก็ใช้ไม่เป็น
ยกตัวอย่างง่ายๆ สูตรอาหารเดียวกัน ให้เชฟระดับต่างๆ ทำ รสชาติย่อมต่างกัน เพราะการทำอาหารมีรายละเอียดเยอะมาก ทั้งปริมาณเครื่องปรุง ระดับไฟ เวลาในการปรุง และอื่นๆ
ความพิถีพิถันเหล่านี้แหละ คือความแตกต่างระหว่างยอดเชฟกับกุ๊กทั่วไป
ตอนนี้ มีป๋อเล่อ (ผู้ค้นพบม้าเร็ว) แล้ว แต่คุณต้องเป็นม้าพันลี้ด้วยถึงจะถูก!
สือฟาง: "ขอบเขตของท่านจอมยุทธ์สูงส่งเกินไป พูดตามตรงนะ รับงานโครงเรื่องของท่าน เรื่องเงินไม่ใช่ประเด็น ตอนนี้ฉันกระหายที่จะก้าวหน้าไปอีกขั้น!"
อาซิวหลัว: "ฉันขอลองแนวแฟนตาซีละกัน! สือฟาง นายว่าไง?"
สือฟางเสียดาย: "งั้นฉันเอากำลังภายใน ไม่รู้ท่านจอมยุทธ์จะให้ผ่านไหม"
เยว่เยี่ย: "อิจฉาว่ะ พวกนายเตรียมตัวเป็นเทพกันหมดแล้ว! แต่ฉันเขียนเป็นแต่แนวคนเมืองอะ! เมื่อไหร่ท่านจอมยุทธ์จะมีโครงเรื่องแนวคนเมืองออกมาบ้าง?"
อาซิวหลัว: "เอาให้ผ่านก่อนเถอะ ไม่รู้ท่านจอมยุทธ์จะให้ผ่านหรือเปล่า?"
อู๋เฉิงเฟิงบอกว่า: "เมื่อกี้ถามอาจารย์แล้ว ท่านบอกว่าจะให้พวกนายลองเขียนพล็อตสั้นๆ ดู ถ้าท่านว่าโอเค ก็รับโครงเรื่องไปทำได้เลย!"
คราวนี้สวี่หลินจริงจังขึ้นมาหน่อย กะว่าจะให้พวกเขาลองเขียนฉากเหตุการณ์สักหน่อย เป็นการตรวจสอบคุณภาพ ดูว่าฝีมือเป็นยังไง
โครงเรื่องสองเรื่องนี้ วัดกึ๋นคนเขียนมาก เน้นความมันส์ระห่ำต่อเนื่อง เปรียบเหมือนคุณลงแข่ง UFC ชนะคนนึง พักวันนึง สู้ต่อ พักวันนึง สู้ต่อ วนเวียนไปเรื่อยๆ แทบไม่ได้หยุดพัก เนื้อหาแน่นเอี๊ยด จังหวะกระชับฉับไวและมันส์สะใจ แต่สวี่หลินไม่ได้เล่นมุกซ้ำซาก ขำตายล่ะ ระดับฝีมือเขาตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องใช้มุกซ้ำ ลูกเล่นความมันส์มีให้ใช้เพียบ ดังนั้นจึงต้องการคนเขียนที่มีความสามารถสูง
สวี่หลินไม่ยอมปล่อยสองโครงเรื่องนี้ให้ใครง่ายๆ แน่
ไม่นาน อาซิวหลัวกับสือฟางก็ทักแชทสวี่หลินมา
อาซิวหลัวทักก่อน: "ท่านจอมยุทธ์ ผมมาแล้ว!"
สือฟาง: "ท่านจอมยุทธ์ ผมมาขอเรียนวิชาครับ!"
สวี่หลินไม่พูดพร่ำทำเพลง ส่งข้อความเดียวกันให้ทั้งสองคน ให้เวลาเสาร์อาทิตย์นี้ออกแบบพล็อตเรื่องมันส์ๆ ออกมาฉากนึง
สวี่หลินให้ชื่อตัวละครไปสี่คน
ได้แก่ พระเอกสวี่หลิน ตัวร้ายหลิวหลงเซิง ฝ่ายเป็นกลางเซี่ยเจิงหรงและหูตงไห่
นอกจากนี้ ทั้งสี่คนอยู่ในพื้นที่จำกัดแห่งหนึ่ง
นอกเหนือจากนี้ ไม่มีคำใบ้อื่นแล้ว
สวี่หลินให้พวกเขาใช้แค่องค์ประกอบพวกนี้ ออกแบบพล็อตเรื่องที่มันส์สะใจออกมา
เหมือนตอนมัธยมเขียนเรียงความ โจทย์คือบทความสั้นๆ ให้เด็กนักเรียนจับใจความสำคัญ แล้วเขียนเรียงความตามนั้น
ในตอนนั้น เรียงความของเด็กส่วนใหญ่จะห่วยแตก แต่มีคนกลุ่มเล็กๆ ที่ได้คะแนนสูง หรือกระทั่งได้คะแนนเต็ม
นี่คือฝีมือ
นิยายออนไลน์ก็เหมือนกัน การสร้างสรรค์พล็อตเรื่อง เป็นความต้องการพื้นฐานและเป็นรากฐานสำคัญ
หรือเหมือนภาพยนตร์ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ Saw (เกมต่อตายตัดเป็น) ภาคแรก พล็อตเรื่องหลักๆ เกิดขึ้นในพื้นที่รกร้างแคบๆ มีคนถูกมัดสองคน หมอคนหนึ่ง โจรคนหนึ่ง และศพที่จิกซอว์ปลอมตัวนอนอยู่
แค่นั้น ก็กลายเป็นพล็อตเรื่องหักมุมสุดระทึกขวัญได้แล้ว
อาซิวหลัวกับสือฟางเห็นโจทย์แล้วก็อึ้งไปพักหนึ่ง เพราะข้อมูลน้อยมาก
อาซิวหลัว: "ท่านจอมยุทธ์ จะพยายามให้เต็มที่ครับ!"
สือฟาง: "ท่านจอมยุทธ์ ผมขอไปขบคิดดูก่อนนะครับ!"
ทั้งสองกลับเข้าไปคุยกันในกลุ่ม
"โจทย์ยากเอาเรื่อง!"
"ยากจริง ให้พื้นที่อิสระเยอะ แต่ก็หมายถึงความยากระดับสูง เพราะไม่รู้ว่าความต้องการที่แท้จริงของท่านจอมยุทธ์คืออะไร"
"ยิ่งคำน้อย ยิ่งยาก!"
สือฟางบอกว่า: "แม่เอ๊ย คืนนี้ไม่นอนแล้ว ถ้าผ่านได้ การเป็นเทพก็อยู่แค่เอื้อม ถ้าไม่ผ่าน ฉันคงเสียใจไปตลอดชีวิต!"
อาซิวหลัว: "เหมือนกัน คืนนี้โต้รุ่ง!"
อาซิวหลัว @สือฟาง: "วิดีโอคอลกันไหม ช่วยกันวิเคราะห์โต้รุ่งไปเลย!"
สือฟาง: "จัดไปเพื่อนยาก! ประสานมือ.jpg"
ทางด้านสวี่หลิน หลังจากส่งโจทย์ให้พวกสือฟางแล้วก็ไปอาบน้ำ
เวลา: ตีหนึ่ง
อาบน้ำเสร็จ เป่าผมแห้ง สวี่หลินเตรียมเข้านอน
สิบนาทีที่แล้ว หรงซีเหยียนส่งข้อความมาหา
สองข้อความ
ข้อความแรกเป็นลิงก์ประกาศงานมอนิเมชั่น
หรงซีเหยียน: "พรุ่งนี้ ศูนย์นิทรรศการ งานมอนิเมชั่น ไปไหม?"
สวี่หลินกดลิงก์เข้าไปดู บอกว่าพรุ่งนี้มีจัดงานมอนิเมชั่นที่ศูนย์นิทรรศการเจียงตู
สวี่หลิน: "งานการ์ตูน?"
หรงซีเหยียน: "มีพวกการ์ตูนส่วนหนึ่ง"
สวี่หลิน: "เธอเห็นฉันเหมือนพวกโอตาคุเหรอ?"
หรงซีเหยียน: "เหอะๆ! อ่อน.jpg"
หรงซีเหยียน: "นอกจากการ์ตูน ก็มีตัวละครจากเกมด้วย เช่น Naraka Bladepoint หรือพวกตัวละครจากอนิเมะจีน"
หรงซีเหยียน: "สาวสวยเพียบนะ!"
สวี่หลิน: "ไม่ได้ พรุ่งนี้ฉันต้องไปเป็นเพื่อนรุ่นพี่ทำงานพิเศษ"
หรงซีเหยียน: "งานพิเศษอะไร?"
สวี่หลิน: "ตรวจการบ้านเด็กประถม บ่ายละแปดสิบหยวน"
หรงซีเหยียน: "แปดสิบหยวน? ทำอะไรได้?"
หรงซีเหยียนมีเงิน ในกองทุนมีห้าล้าน รวมเงินฝากด้วย เธอมีทรัพย์สินกว่าสิบสี่ล้านหยวน
ในโรงเรียน มีแค่สวี่หลินที่รู้ว่าหรงซีเหยียนรวย แต่สวี่หลินไม่รู้ว่ารวยขนาดไหน
แปดสิบหยวน หรงซีเหยียนไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไรได้
สวี่หลินตอบ: "ซื้อชามะนาวส้มจี๊ดได้สิบแก้ว กินอาหารอีสานได้สองสามจาน อิ่มจนจุก"
หรงซีเหยียน: "อ้อ"
สวี่หลินไม่ตอบกลับอีก เขาจะนอนแล้ว
อีกด้านหนึ่ง หรงซีเหยียนรู้สึกผิดหวัง
ความจริงหรงซีเหยียนเริ่มมีความคิดอยากจะแย่งแฟนชาวบ้าน (หนิงอวี้หาน) นิดๆ แล้ว
แต่แค่ความคิดแวบหนึ่ง เธอรู้สึกว่ามันผิดศีลธรรมเกินไป
อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ยังทำไม่ลง
แต่ว่า
เธออยากไปงานมอนิเมชั่น อยากไปกับสวี่หลิน
สรุปสวี่หลินดันไปอยู่เป็นเพื่อนรุ่นพี่
ยิ่งคิด หรงซีเหยียนก็ยิ่งหงุดหงิด
จากนั้นหรงซีเหยียนก็ส่งข้อความหาเพื่อนสนิทที่เรียนอยู่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์เจียงตู: "ฮ่าวฮ่าว พรุ่งนี้ไปงานมอนิเมชั่นไหม?"
เพื่อนสนิทของหรงซีเหยียนชื่อจงฮ่าวฮ่าว เรียนเอกขับร้องอยู่ที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์เจียงตู
เพื่อนตอบกลับไวมาก: "ไป!"
สักพัก
จงฮ่าวฮ่าวก็บอกอีกว่า: "ซีเหยียน รูมเมทฉันอีกสามคนก็จะไปด้วยนะ เดี๋ยวฉันพาพวกเธอไปแนะนำให้รู้จัก!"
"อ่า ก็ได้"
หรงซีเหยียนจริงๆ แล้วไม่อยากรู้จักเพื่อนใหม่เท่าไหร่ เธอรู้สึกว่าการทำความรู้จักคนใหม่ๆ มันเหนื่อย เหมือนกับการไปที่แปลกถิ่นครั้งแรก ความรู้สึกแรกคือไม่คุ้นเคย การเจอคนแปลกหน้าก็เหมือนกัน
แต่ฝ่ายนั้นเป็นเพื่อนสนิท เพื่อนซี้สามปีสมัยมัธยม หรงซีเหยียนเลยปฏิเสธไม่ลง
วันรุ่งขึ้นมาถึงอย่างรวดเร็ว
สวี่หลินตื่นตอนเก้าโมงเช้า
ส่วนพวกหลิวหลงเซิงออกไปตั้งแต่ก่อนแปดโมงครึ่งแล้ว ไม่รู้ไปไหนกัน
สวี่หลินลุกขึ้นล้างหน้าแปรงฟัน
เก้าโมงครึ่งไปกินขนมจีนที่โรงอาหาร
หนิงอวี้หานอยู่ไหน?
สวี่หลินส่งข้อความหาเธอ ปรากฏว่าหนิงอวี้หานอยู่ที่ห้องสมุดจริงๆ
สวี่หลินนึกสนุก นึกถึงงานมอนิเมชั่นที่หรงซีเหยียนบอก
"ลงมาเถอะ ผมรออยู่หน้าห้องสมุด ออกไปเที่ยวกัน"
"ไปเที่ยวไหนคะ?"
"ไปดูงานมอนิเมชั่นกัน ไม่เสียตังค์ ถือว่าพักผ่อนบ้าง อย่าเอาแต่เรียน ต้องผ่อนคลายบ้าง"
"มาแล้วค่า!" ต่อท้ายด้วยสติ๊กเกอร์น่ารักๆ
ข้อความตอบกลับของหนิงอวี้หานไม่เหมือนภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูจริงจังและดุดันเลย กลับดูขี้เล่นและน่ารัก
วันนี้หนิงอวี้หานใส่เสื้อแขนยาวกับกางเกงวอร์ม การแต่งตัวไม่ได้มีอะไรพิเศษ
แต่ไม่รู้ทำไม สวี่หลินชอบผู้หญิงสวยๆ ใส่กางเกงวอร์มเป็นพิเศษ อีกอย่างก็คือกางเกงยีนส์
ส่วนที่ชอบที่สุด ก็ต้องถุงน่องดำอยู่แล้ว
"สามี งานมอนิเมชั่น!"
หนิงอวี้หานกอดแขนสวี่หลิน
วันนี้เธอไม่ได้สะพายกระเป๋าข้าง แต่สะพายเป้ใบเล็ก
สวี่หลินเปิดเป้ดู ยัยนี่เตรียมเสื้อผ้ามาด้วย
ชัดเจนว่าคืนนี้กะจะไปเปิดห้อง นี่คือชุดสำหรับเปลี่ยนพรุ่งนี้
หนิงอวี้หานบอกว่า: "ตอนบ่ายฉันต้องไปตรวจการบ้านนะ!"
สวี่หลิน: "เดี๋ยวไปเป็นเพื่อน!"
"มื้อเย็นฉันเลี้ยงเอง!" หนิงอวี้หานพูดอีก
สวี่หลิน: "งั้นค่าเปิดห้องผมออกเอง"
"ไม่ ค่าห้องฉันก็จะออก คุณออกไปสองครั้งแล้ว ครั้งนี้ฉันต้องออกบ้าง"
หนิงอวี้หานส่ายหน้า
"เธอออก?" สวี่หลินแปลกใจ
"อื้อๆ"
หนิงอวี้หานทำหน้าจริงจัง
สวี่หลินหัวเราะ: "ผมออกเถอะ เธอจ่ายค่าข้าวก็พอแล้ว"
"สามี ฉันมีเงิน..."
"ตกลงตามนี้ เธอจ่ายค่าข้าว ผมจ่ายค่าห้อง จบนะ ไม่ต้องคิดมาก"
"งั้นเปิดห้องไม่ต้องแพงมากนะ เอาพอๆ กับคราวที่แล้วก็พอ"
หนิงอวี้หานประหยัดมัธยัสถ์ แนวคิดการใช้เงินต่างจากสวี่หลิน
เขาหาเงินง่ายจะตาย ทีละหลายหมื่นหลายแสน เดี๋ยวพอพวกนิยายโครงเรื่องดังขึ้นมา รายได้สวี่หลินจะยิ่งน่าตกใจ แถมเดือนหน้ายังมีรายได้จากเรื่องคุณหนูมายบัคอีก ไม่รู้เท่าไหร่ แต่อย่างต่ำก็หลายแสนแน่ๆ
ส่วนหนิงอวี้หานต้องเก็บหอมรอมริบทีละสิบยี่สิบหยวน กว่าจะมีเงินเก็บสามหมื่นกว่า
ตอนนี้เธอไม่ต้องขอเงินที่บ้านเลย
แม้แต่ค่าเทอม
ค่าเทอมบวกค่าหอของมหาลัยการเงินฯ ปีละหกพันกว่า พอๆ กับมหาลัยรัฐทั่วไป
แค่ทุนการศึกษาอันดับหนึ่งที่หนิงอวี้หานได้ ก็แปดพันหยวนแล้ว พอจ่ายค่าเทอมค่าหอทั้งปีสบายๆ
ส่วนค่ากินอยู่ เธอหาได้จากงานพิเศษ เช่นตรวจการบ้าน สอนพิเศษ
โรงอาหารมหาลัยราคาถูกมาก เมื่อก่อนหนิงอวี้หานแทบไม่กินข้าวนอกโรงเรียนเลย เดือนนึงพันหยวนก็อยู่ได้สบาย
เพิ่งมาคบกับสวี่หลินนี่แหละ เลยได้ออกไปกินข้างนอกบ่อยขึ้น
ในยุคที่คอนเทนต์ไลฟ์โค้ชเป็นพิษเกลื่อนเน็ต หนิงอวี้หานไม่ได้รับผลกระทบเลย เธอคิดว่าคนรักกัน เรื่องเงินทองต้องผลัดกันจ่าย มื้อนี้เธอเลี้ยง มื้อหน้าเขาเลี้ยง ไม่ใช่โยนภาระให้ฝ่ายชายทั้งหมด
"งั้นคืนนี้เราเปิดห้องสักสี่ร้อยกว่าหยวนละกัน!"
"อื้อๆ!"
สวี่หลินคิดในใจ ไว้วันหลังต้องพาเธอไปลองห้องคืนละหลายพันดูบ้าง ชีวิตคือการหาประสบการณ์ เอาให้สุด!
ออกจากประตูโรงเรียน
สวี่หลินเรียกตีตี (แท็กซี่) มุ่งหน้าสู่ศูนย์นิทรรศการ
ศูนย์นิทรรศการอยู่ไกลจากมหาลัยการเงินฯ พอสมควร นั่งรถเกือบครึ่งชั่วโมง
พอถึงที่หมาย สวี่หลินก็เห็นหนุ่มสาวแต่งคอสเพลย์ยืนต่อแถวกันยาวเหยียดหน้าทางเข้า มีทุกตัวละคร ตั้งแต่อนิเมะยันเกม ทั้งสายการ์ตูนและไม่ใช่การ์ตูน มีหมด
คนเยอะมาก
"คนเยอะจัง!"
สวี่หลินกวาดตามอง
หนิงอวี้หาน: "แต่งตัวแปลกๆ กันเต็มเลย!"
"เขาเรียกว่าคอสเพลย์"
สวี่หลินจูงมือหนิงอวี้หาน "ป่ะ เราเข้าไปดูกัน บ่ายโมงค่อยไปกินข้าว แล้วไปส่งเธอตรวจการบ้าน"
ไม่นาน สวี่หลินกับหนิงอวี้หานก็เข้าไปต่อแถว
ไม่ไกลกันนัก หรงซีเหยียนกับสาวๆ จากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์เจียงตูอีกสี่คนก็ปรากฏตัวขึ้น
[จบแล้ว]