- หน้าแรก
- ดาวโรงเรียนหน้านิ่ง จริงๆ แล้วแพ้ทางผมคนเดียว
- บทที่ 90 - กลุ่มเทพเจ้าและการปรากฏตัวของผู้ยิ่งใหญ่
บทที่ 90 - กลุ่มเทพเจ้าและการปรากฏตัวของผู้ยิ่งใหญ่
บทที่ 90 - กลุ่มเทพเจ้าและการปรากฏตัวของผู้ยิ่งใหญ่
บทที่ 90 - กลุ่มเทพเจ้าและการปรากฏตัวของผู้ยิ่งใหญ่
การประชุมชั้นปีเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ระหว่างเช็คชื่อ สวี่หลินที่กำลังเบื่อๆ ก็เปิดระบบหลังบ้านนักเขียนขึ้นมาดู เห็นแจ้งเตือนการเซ็นสัญญา
จากนั้นสวี่หลินก็แอด QQ ของบรรณาธิการผู้ดูแลไป
การเซ็นสัญญาจริงๆ ง่ายนิดเดียว แค่ บ.ก. ถูกใจก็เซ็นได้แล้ว
ส่วนกรณีของสวี่หลิน ที่เขียนไปแค่เก้าพันคำแต่ผลตอบรับถล่มทลายเพราะมีการโปรโมทช่วย
ทางเว็บเลยส่งระดับหัวหน้าบรรณาธิการมาเซ็นสวี่หลินโดยตรง
บรรณาธิการแบ่งเป็นระดับทั่วไป สูงขึ้นไปคือหัวหน้าบรรณาธิการ
นักเขียนระดับเทพและพวกยอดฝีมือที่ยังไม่ใช่เทพหลายคนต่างก็อยู่ในสังกัดของหัวหน้า บ.ก. กันทั้งนั้น
"สวี่หลิน!"
ตอนนั้นเอง กู้เหยียนที่รับหน้าที่เช็คชื่อก็ขานเรียก
สวี่หลินขานรับ "มาครับ"
"หรงซีเหยียน!"
"มาค่ะ"
การเช็คชื่อดำเนินต่อไป
สวี่หลินก้มดูมือถือ คำขอเป็นเพื่อนได้รับการอนุมัติแล้ว
ชื่อของหัวหน้า บ.ก. คือ 'หร่านจื่อ'
ผู้ชาย
บ.ก. ผู้หญิงก็มี แต่พวกสาวสวยในฝันน่ะเลิกหวังได้เลย ก็แค่คนธรรมดานั่นแหละ
สวี่หลินชอบ บ.ก. ผู้ชายมากกว่า อย่างน้อยก็คุยกันง่ายกว่า
หร่านจื่อ: "สวัสดีครับ คุณสวี่! จับมือ.jpg ใส่แว่นดำ.jpg ยิงฟัน.jpg"
ส่งสติ๊กเกอร์มาสามตัวรวด สวี่หลินรู้เลยว่าหัวหน้า บ.ก. คนนี้คุยง่าย
สวี่หลินกำลังจะพิมพ์ตอบ แต่ก่อนหน้านั้นเขาเปลี่ยนชื่อเล่นจาก "ซุปเปอร์ไซย่า" เป็น "คุณสวี่"
คุณสวี่: "สวัสดีครับ"
หร่านจื่อ: "นิยายของคุณเปิดตัวได้ระเบิดเถิดเทิงมาก กระแสแรงจนน่ากลัว!"
คุณสวี่: "ก็แค่มีคนช่วยโปรโมทครับ"
หร่านจื่อ: "ไม่ๆๆ! ถึงจะมีเฉิงเฟิงช่วยโปรโมท แต่การจะรั้งคนอ่านไว้อยู่ สุดท้ายก็ต้องวัดกันที่คุณภาพและฝีมือ ตอนนี้หนังสือคุณยอดเก็บเข้าชั้นทะลุแสนแล้ว ฟีดแบ็คคนอ่านก็ชมเป็นเสียงเดียวกัน ทรงนี้ไปต่อยาวๆ คุณได้เป็นเทพแน่!"
คุณสวี่: "เรื่องไกลตัวเกินไป ผมไม่กล้าคิดหรอกครับ"
หร่านจื่อ: "ขอถามเรื่องส่วนตัวหน่อย คุณคืออาจารย์ของเฉิงเฟิงจริงๆ เหรอครับ? ยิงฟัน.jpg"
คุณสวี่: "ใช่ครับ"
หร่านจื่อ: "สุดยอด.jpg"
หร่านจื่อ: "คุณสวี่กะว่าจะเขียนเรื่องนี้ยาวแค่ไหนครับ?"
คุณสวี่: "ไม่เกินห้าแสนคำครับ"
หร่านจื่อ: "ห๊ะ?"
หร่านจื่อ: "หนังสือกระแสดีขนาดนี้ คุณสวี่ไม่เขียนสักสองล้านคำเหรอครับ? ห้าแสนคำมันทำเงินได้ไม่เท่าไหร่หรอกนะ"
สวี่หลินคิดสักพัก แล้วตอบกลับไป: "เพราะผมมีคุณหนูมายบัคตัวจริงอยู่แล้ว นิยายแค่เขียนเล่นๆ ครับ"
หร่านจื่อ: "เชี่ย! โคตรเจ๋ง!"
หร่านจื่อไม่รู้ว่าสวี่หลินพูดจริงหรือเล่น แต่วงการนิยายเน็ตนี่เสือซ่อนมังกรเยอะ บางคนก็แค่เขียนเป็นงานอดิเรก ทำเพราะใจรัก อาชีพจริงๆ ทำอะไรก็บอกยาก
อย่างในสังกัดเขาก็มีนักเขียนฝีมือดีคนหนึ่ง เขียนนิยายรายได้ปีละล้าน แต่ตัวจริงเป็นผู้บริหารบริษัท เงินเดือนเจ็ดหลักเหมือนกัน ไม่บอกตัวเลขเป๊ะๆ แต่บอกว่านิยายแค่เขียนขำๆ
คุณสวี่: "เซ็นสัญญาได้เมื่อไหร่ครับ? ผมอยากรีบทำให้เสร็จๆ"
หร่านจื่อ: "ได้เลยครับ เดี๋ยวส่งข้อมูลสัญญาให้ทางหลังบ้านนะ"
จากนั้นทั้งสองก็คุยเรื่องเนื้อหาต่อจากนี้กันอีกนิดหน่อย
สวี่หลินก็แค่คุยสัพเพเหระ จะให้ฝ่ายนั้นแนะนำอะไร คงแนะนำเขาไม่ได้หรอก
ผ่านไปไม่กี่นาที สวี่หลินก็ได้รับแจ้งเตือนสัญญา
สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ เซ็นง่ายมาก แค่กรอกข้อมูลพื้นฐานกับเลขบัญชีธนาคาร
แล้วก็ถ่ายวิดีโอเซลฟี่ตัวเองสองสามวินาทีเพื่อยืนยันตัวตน
กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาแค่สี่ห้านาทีก็เสร็จ
ความจริงหลังบ้านนักเขียนยังมีแจ้งเตือนอีกเพียบ จุดแดงเต็มไปหมด
นิยายของสวี่หลินเปิดตัวแรงมาก น่าตื่นตาตื่นใจสุดๆ
[ภารกิจ: พันธสัญญาระหว่างผมกับคุณหนูมายบัค]
[หมายเหตุ: เขียนเรื่องราว "คุณหนูมายบัควัยยี่สิบหกของผม" ให้สมบูรณ์และเผยแพร่ จะสามารถปลดล็อกรางวัลถาวรหนึ่งอย่างและรางวัลสุ่มหนึ่งอย่าง]
[ความคืบหน้า: เผยแพร่นิยาย (สำเร็จ), เซ็นสัญญานิยาย (สำเร็จ)]
ความคืบหน้าพวกนี้ สวี่หลินต้องค้นหาด้วยตัวเอง เมื่อทำสำเร็จถึงจะถูกบันทึกลงในหน้าต่างภารกิจ
หร่านจื่อส่งข้อความมาอีก: "คุณสวี่ ผมดึงคุณเข้ากลุ่มนะ เข้าไปคุยเล่นกับนักเขียนคนอื่นได้!"
หร่านจื่อแชร์กลุ่มหนึ่งมาให้สวี่หลิน
[กลุ่มรักษาสุขภาพของเหล่าเทพเจ้า]
สวี่หลินสงสัย: "ข้างในมีแต่ระดับเทพเหรอครับ?"
หร่านจื่อ: "ก็ไม่ได้มีตำแหน่งเทพทุกคนครับ มีพวกมือฉมังที่ผลงานดีแต่ยังไม่ได้เป็นเทพอยู่ด้วย แล้วก็ไม่ใช่เทพทุกคนจะอยู่ในนี้"
สวี่หลินร้องอ๋อ
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เลยกดเข้าร่วมกลุ่ม
ในกลุ่มมีสมาชิกห้าสิบแปดคน
พอเข้ากลุ่ม หร่านจื่อก็ @All: "ทุกคน ยินดีต้อนรับนักเขียนเรื่องคุณหนูมายบัคครับ!"
"ขอคารวะท่านผู้ยิ่งใหญ่!"
"สุดยอด!"
"มาแล้วๆ! มีอั่งเปาไหม?"
"สวัสดีครับท่านจอมยุทธ์!"
"ภาษาเขียนของท่านจอมยุทธ์ทำเอาผมรู้สึกเหมือนมดปลวกมองดูท้องนภาเลย เทพมาก แค่สามตอนผมก็กราบแล้ว อีกอย่างขอถามหน่อย อัปตอนใหม่เมื่อไหร่ครับ?"
"ผมเริ่มอ่านนิยายกิมย้ง โกวเล้ง เหลียงอวี่เซิงตั้งแต่อายุสิบหก นิยายเน็ตก็อ่านมาสิบกว่าปี ผลงานระดับตำนานอ่านมาหมด ภาษาของท่านจอมยุทธ์ เรียบง่ายแต่แฝงความลึกซึ้ง นี่มันระดับปรมาจารย์ ในวงการนิยายเน็ตถือเป็นหนึ่งในตองอู!"
"ท่านจอมยุทธ์ เขียนหนังสือมากี่ปีแล้วครับ? อยากรู้จริงๆ ว่าฝึกฝนภาษายังไงถึงได้ระดับนี้?"
"ไอ้หนู เอ็งก็อยู่ในวงการมาขนาดนี้ ไม่รู้เหรอว่าวรรณกรรมมันอยู่ที่พรสวรรค์? พวกเราคนเขียนนิยายเน็ต อย่างน้อยก็ถือเป็นปัญญาชนครึ่งใบ! พอถึงจุดหนึ่ง ความพยายามมันสู้พรสวรรค์ไม่ได้หรอก!"
คนในกลุ่มทยอยออกมาต้อนรับ
คุณสวี่: "ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนครับ"
มีคน @สวี่หลิน: "เรื่องนี้ท่านจอมยุทธ์จะเขียนแนวหวานแหววชีวิตประจำวันเหรอครับ? อยากรู้ว่าเนื้อเรื่องจะไปทางไหน? สงสัยมาก"
คุณสวี่: "จะว่าหวานแหววก็ไม่เชิง แนวรักต่างวัยชีวิตประจำวันมากกว่า หวานปนขม ขมปนฝาด"
อีกคนถาม: "ท่านจอมยุทธ์ เห็นเฉิงเฟิงบอกในตอนพิเศษว่าเป็นศิษย์ท่าน จริงปะครับ?"
ตอนนั้นเองอู๋เฉิงเฟิงก็โผล่มา เขาเองก็อยู่ในกลุ่ม
อู๋เฉิงเฟิง: "ท่านจอมยุทธ์เป็นอาจารย์ผมจริงๆ ไม่งั้นด้วยความสามารถของผม ไม่มีทางมีผลงานรุ่งโรจน์ขนาดนี้หรอก! เผลอๆ ถ้าอาจารย์ไม่ชี้แนะ ชาตินี้ผมคงไม่มีวันได้สัมผัสความสำเร็จระดับนี้ด้วยซ้ำ!"
"สุดยอด!"
ต่อจากนั้น ผู้คนก็พากันพิมพ์สรรเสริญรัวๆ
อู๋เฉิงเฟิงคือหนึ่งในนักเขียนที่มาแรงที่สุดในกลุ่มตอนนี้ คนที่เก่งกว่าเขามีนับนิ้วได้
สำหรับคนส่วนใหญ่ในกลุ่ม อู๋เฉิงเฟิงเปรียบเสมือนภูเขาลูกใหญ่ที่ขวางอยู่ตรงหน้า
โดยเฉพาะ ยอดวิวของเขาไม่ใช่ของปลอม สมัยนี้คนชอบปั่นยอดวิวกันเยอะ รู้ๆ กันอยู่แต่ไม่พูด ถึงลับหลังจะด่าบ้างเพราะพวกปั่นยอดทำลายระบบนิเวศ
แต่อู๋เฉิงเฟิงไม่ใช่พวกปั่นยอด คนเลยยิ่งนนับถือ
จังหวะนี้เองมีคนฉวยโอกาสถามเทคนิคการเขียนจากสวี่หลิน พอมีคนเปิด ก็มีอีกหลายคนที่ผลงานยังไม่เปรี้ยงเท่าคนอื่นในกลุ่มตามมาถามบ้าง
สวี่หลินเลือกตอบบางคำถาม หลายคนถึงกับตาสว่าง บรรลุสัจธรรม
พอคนถามต่อเรื่อยๆ สวี่หลินก็กดออกจาก QQ
ไม่งั้นคงถามกันไม่จบไม่สิ้น เขาแค่เขียนเล่นๆ เองนะ
"อ้าว ท่านจอมยุทธ์หายไปไหนแล้ว?"
"ถามเยอะไป ท่านจอมยุทธ์คงรำคาญมั้ง"
"เมื่อกี้ผมถามไปสองข้อ รู้สึกเหมือนบรรลุอะไรบางอย่าง เดี๋ยวขอตัวไปศึกษาแป๊บ"
"มีสองคำตอบที่ผมไม่เข้าใจ รู้สึกลึกซึ้งเกินไป ระดับผมเข้าไม่ถึง"
"ระดับฝีมือขนาดนี้ ต้องเขียนมากี่ปีถึงจะตกผลึกได้ขนาดนี้? อายุน่าจะสามสิบสี่สิบแล้วมั้ง?"
"น่าจะสามสิบอัพแหละ!"
เห็นทุกคนถกเถียงเรื่องอายุของสวี่หลิน
อู๋เฉิงเฟิงก็ออกมาแก้ข่าว: "อย่าเข้าใจผิด ท่านจอมยุทธ์เพิ่งเข้าปีหนึ่งปีนี้เอง อย่างมากก็สิบเก้า!"
"ท่านเทพเฉิงเฟิงล้อเล่นปะเนี่ย?"
"จริงดิ? เพิ่งเข้ามหาลัย?"
"น่ากลัวเกินไปแล้ว ฝีมือระดับนี้ ยี่สิบปีในวงการนิยายเน็ตจะหาได้สักกี่คน!"
"วงการนี้ ช่องว่างระหว่างคนมันกว้างมาก จุดที่คุณใช้เวลาถึงสามสิบกว่าจะไปถึง บางคนยังไม่ยี่สิบก็ไปยืนรอแล้ว"
อู๋เฉิงเฟิง: "เรื่องจริงครับ ท่านจอมยุทธ์เพิ่งเข้าปีหนึ่ง!"
ทุกคนตกตะลึงพรึงเพริด จิตใจปั่นป่วนไปหมด
[ภารกิจ: พันธสัญญาระหว่างผมกับคุณหนูมายบัค]
[ความคืบหน้า: เผยแพร่นิยาย (สำเร็จ), เซ็นสัญญานิยาย (สำเร็จ), สำแดงความเทพต่อหน้าธารกำนัล (สำเร็จ)]
เห็นแจ้งเตือน สวี่หลินก็รู้ว่าเป็นเพราะการเข้ากลุ่มเมื่อกี้นี้เอง
ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะมีความสำเร็จอะไรอีก?
สวี่หลินเดาว่า การจะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ น่าจะต้องเขียนนิยายเรื่องนี้ให้จบ
"เดี๋ยวค่อยเร่งมือละกัน กะว่าจะให้จบภายในเดือนหน้า"
อีกด้านหนึ่ง
การประชุมชั้นปีดำเนินต่อไป
หลังเช็คชื่อเสร็จ คนจากสภานักเรียนก็เข้ามาประชาสัมพันธ์
มีฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายกระจายเสียง ฝ่ายประสานงาน และฝ่ายองค์กร ส่วนฝ่ายอื่นยังไม่มา
สวี่หลินไม่สนใจสภานักเรียน เลยนั่งเล่นมือถือต่อ
ตอนนี้หนึ่งทุ่มสามสิบหกนาที
ฉือหลินเย่ว์ส่งข้อความมาหา: "คุณนักเขียนคะ ทำไมไม่เห็นอัปนิยายเลย?"
สวี่หลิน: "ดึกๆ ค่อยว่ากัน"
ฉือหลินเย่ว์: "โอเค ฉันจะรออ่านนะ! ขำปิดปาก.jpg"
ตอนนั้นเอง มีคนใช้นิ้วเคาะโต๊ะสวี่หลินเบาๆ
สวี่หลินเห็นมือขาวผ่องข้างหนึ่ง
หันกลับไปมอง ถึงพบว่าเป็นซางหว่านจวิน
"ยังเล่นมือถืออยู่อีก?"
สวี่หลินกับหรงซีเหยียนรีบเก็บมือถือ
แต่ซางหว่านจวินพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แค่เตือนทั้งสองคนเฉยๆ
จากนั้นซางหว่านจวินก็ยืนนิ่งอยู่ข้างหลังทั้งสองคน ไม่ใช่จะมาคุมประพฤติสวี่หลินหรอก แต่เพราะตอนนี้หน้าชั้นมีคนพูดอยู่
ตอนนี้ฝ่ายกระจายเสียงของสภานักเรียนกำลังประชาสัมพันธ์
หลังจบการฝึกทหาร สองสัปดาห์แรกของการเปิดเรียนอย่างเป็นทางการ คือช่วงเวลาของการเข้าสภานักเรียนหรือชมรม
แต่ต้องมีการสัมภาษณ์ด้วย
โดยทั่วไป การเข้าสภานักเรียนหรือชมรมคือการเสียเวลา คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจของพรรค์นี้ ยิ่งถ้ามหาวิทยาลัยห่วยแตก องค์กรพวกนี้ยิ่งเน่าเฟะ แต่มหาวิทยาลัยดีๆ สภานักเรียนก็ถือว่าใช้ได้ ช่วยฝึกคนได้ และขยายคอนเนคชั่นได้จริง
มหาวิทยาลัยคือสถานที่เรียนรู้ แต่ก็ไม่ใช่แค่เอาไว้เรียนหนังสืออย่างเดียว
เพราะถ้าคนเรารู้แค่เรียน รู้แค่ทำเกรด แต่ไม่รู้จักพัฒนาด้านอื่นๆ จบไปมีโอกาสสูงที่จะตามหลังคนอื่น
ยกเว้นพวกทายาทเศรษฐีหรือพวกมีเส้นสาย
อีกอย่าง พวกที่เก่งเทพจริงๆ ก็เป็นข้อยกเว้น เช่นพวกที่สร้างผลงานได้ตั้งแต่ตอนเรียน ในมหาวิทยาลัยดังๆ คนพวกนี้ยังไม่ทันเรียนจบก็อาจถูกบริษัทใหญ่ๆ จองตัวไปแล้ว
แต่ถ้าเป็นคนธรรมดาทั่วไป ไม่ใช่ชนกลุ่มน้อยเหล่านั้น ก็ต้องวางแผนให้ดีว่าในรั้วมหาวิทยาลัยจะกำหนดอนาคตตัวเองยังไง
ซางหว่านจวินกระซิบถามสวี่หลินกับหรงซีเหยียน: "พวกเธอสองคน สนใจสภานักเรียนฝ่ายไหนไหม?"
สวี่หลินตอบ: "ผมไม่อยากเข้าสภานักเรียนครับ"
สวี่หลินไม่อยากเข้าอะไรทั้งนั้น
หรงซีเหยียนบอกว่า: "อาจารย์คะ หนูว่าจะลองเข้าฝ่ายกระจายเสียงดูค่ะ!"
ซางหว่านจวินพยักหน้า ถามสวี่หลิน: "ทำไมสวี่หลินถึงไม่เข้าสภานักเรียนล่ะ?"
"ตอนอาจารย์เรียนมหาลัย อาจารย์เข้าสภานักเรียนไหมครับ?"
"เปล่า"
ซางหว่านจวินส่ายหน้า
สวี่หลิน: "ความจริงผมคิดว่าการเรียนมหาลัยยังมีเรื่องอื่นที่มีความหมายให้ทำอีกเยอะ สภานักเรียนก็ดีครับ แต่เรื่องอื่นสำหรับผมมันเปิดกว้างกว่า!"
"ก็มีเหตุผล ชีวิตมหาลัยต้องใช้ให้คุ้มค่า!" ซางหว่านจวินยิ้มบางๆ
แน่นอน อย่าคิดลึก ก็แค่ยิ้มปกติ
วันนี้เธอใส่ชุดเดรสสีน้ำตาล รองเท้าส้นสูงเปลือยเท้าสีขาว ดูดีมาก ให้ความรู้สึกสง่างามและมีความรู้ แถมยังมีกลิ่นอายของปัญญาชน
เสน่ห์ของซางหว่านจวิน จริงๆ แล้วมากกว่าหรงซีเหยียนในชุดนักเรียนถุงน่องดำคืนนี้เสียอีก
เธอไม่ได้เย้ายวนไปทั่ว แต่มีกลิ่นอายเฉพาะตัว เหมือนหลุดพ้นจากความดาษดื่นทางโลก
[จบแล้ว]