- หน้าแรก
- ดาวโรงเรียนหน้านิ่ง จริงๆ แล้วแพ้ทางผมคนเดียว
- บทที่ 80 - รางวัลภารกิจและจุดจบของการฝึกทหาร
บทที่ 80 - รางวัลภารกิจและจุดจบของการฝึกทหาร
บทที่ 80 - รางวัลภารกิจและจุดจบของการฝึกทหาร
บทที่ 80 - รางวัลภารกิจและจุดจบของการฝึกทหาร
อีกด้านหนึ่ง สวี่หลินกลับถึงหอพัก
เซี่ยเจิงหรงกับหูตงไห่อยู่ในห้อง ส่วนหลิวหลงเซิงยังไม่กลับ คืนนี้หลิวหลงเซิงจิตตกเพราะโดนสวี่หลินที่เจิดจรัสเกินไปกลบรัศมีจนแสดงไม่ออก เลยออกไปกินเหล้าย้อมใจ
สวี่หลินไม่ได้สนใจ
เขาอาบน้ำออกมา ก็ได้รับข้อความจากหรงซีเหยียน
หรงซีเหยียน: "แฟนนายอยู่ด้วยไหม?"
สวี่หลิน: "ฉันอยู่หอ"
หรงซีเหยียน: "งั้นรีบออนไลน์!"
น่ารำคาญ!
หรงซีเหยียนรู้สึกหงุดหงิดจริงๆ!
เธอแทบอยากจะแอดวีแชทหนิงอวี้หานไปถามให้รู้แล้วรู้รอดว่าทำไมต้องมาแย่งผู้ชายของเธอ
แต่หรงซีเหยียนไม่ได้ทำ
แม่นางอย่างฉันต้องทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?
แต่ทว่า!
หรงซีเหยียนหงุดหงิดจริงๆ นะ!
สวี่หลิน: "พรุ่งนี้คืนค่อยว่ากัน คืนนี้ฉันมีธุระ"
"นายมีธุระอะไร?"
"สรุปคือยุ่ง"
"เหอะ!"
หรงซีเหยียนส่งข้อความเสียงมาด่า: "มีแฟนแล้วลืมเพื่อนเลยนะ? แค่เล่นเกมเป็นเพื่อนฉันหน่อยไม่ได้หรือไง?"
สวี่หลิน: "พูดตามตรง มีธุระจริงๆ"
หรงซีเหยียน: "สวี่หลิน ถุงน่องดำของฉันจะมาถึงพรุ่งนี้แล้ว!"
สวี่หลิน: "ขยายความหน่อย!"
หรงซีเหยียน: "ไปตายซะ!"
สวี่หลิน: "ไม่มีถุงน่องดำงั้นฉันออฟไลน์ละ"
สวี่หลินวางโทรศัพท์ไว้ข้างตัว
คืนนี้หลังจากร้องเพลง 'เพลงรักเล็กๆ' จบ สวี่หลินก็ได้รับแจ้งเตือนจากระบบว่าภารกิจฝึกทหารสำเร็จแล้ว
รางวัลสกิลถาวร: เป่าขลุ่ยผิวขั้นสูง
สวี่หลินไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ เขาไม่ได้จะเอาดีทางดนตรี สกิลนี้คงเอาไว้เป่าเล่นแก้เซ็ง
แต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่ตาย เผื่อวันหน้าได้ใช้
รางวัลไอเทมพิเศษแบบสุ่ม: บัฟความจำเลิศ
นี่คือบัฟใหม่ ตามชื่อเลย ภายใต้บัฟนี้ สวี่หลินจะมีความจำที่ดีเยี่ยม
"ไม่รู้ว่าความจำเลิศนี่จะขนาดไหน?"
สวี่หลินเปิดหนังสือ 'จวงจื่อหนานหัว' ที่ยืมมาจากซางหว่านจวินขึ้นมาอ่าน
สุ่มเปิดหน้าหนึ่ง สวี่หลินแค่มองปราดเดียว หลับตานึกย้อนดู พบว่าเขาจำเนื้อหาในหน้านี้ได้เกือบหมด
จากนั้นเขาลืมตาขึ้นกวาดตามองอีกครั้ง แต่คราวนี้ตั้งใจกว่าเดิมหน่อย
หลับตา นึกย้อน
"นอกจากบางจุดที่ความจำเลือนรางนิดหน่อย แต่ส่วนใหญ่จำได้หมด แม้แต่เครื่องหมายวรรคตอน"
สวี่หลินประหลาดใจ
เขาลองทดสอบขั้นต่อไป เมื่อกี้แค่มองผ่านๆ คราวนี้สวี่หลินอ่านหน้าใหม่ด้วยความเร็วการอ่านหนังสือปกติ
หลับตา นึกย้อน
จำได้หมดเกลี้ยง เครื่องหมายวรรคตอนก็ไม่ตกหล่น!
"แสดงว่าขอแค่ตั้งใจหน่อย บัฟความจำเลิศนี่ก็เท่ากับความจำแบบภาพถ่าย ถ้าแค่มองผ่านๆ อาจจะจำได้ไม่แม่น มีเลือนรางบ้างบางจุด"
สวี่หลินเข้าใจแจ่มแจ้ง
เขายังไม่รู้ว่าความจำเลิศจะเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง แต่ความจำดีก็ไม่เสียหาย เผื่อวันหน้าได้ใช้
เหมือนเดิม: ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่ตาย!
...
การฝึกทหารสัปดาห์สุดท้ายผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เช้าวันที่สิบสี่ทางมหาวิทยาลัยจัดพิธีสวนสนามปิดการฝึกทหาร การฝึกทหารระดับมหาวิทยาลัยก็เป็นอันจบลงอย่างสมบูรณ์ และเริ่มต้นชีวิตมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ
วันนี้ตรงกับวันศุกร์พอดี อีกสองวันเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ไม่ต้องเรียน สำหรับน้องใหม่ถือเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่แสนสุข
เพราะการฝึกทหารจบแล้ว ชีวิตมหาวิทยาลัยอันสดใสที่วาดฝันไว้กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
สิบกว่าวันของการฝึกทหาร หลายคนตัวดำขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้หญิงยังพอทนเพราะทาครีมกันแดด แต่ผู้ชายแทบไม่ทา หลายคนเลยกลายเป็นถ่าน บางคนหนักหน่อยก็เหมือนเพิ่งกลับมาจากเหมืองถ่านหิน
สรุปคือดำปิ๊ดปี๋
สวี่หลินไม่ดำเลยสักนิด
หลังพิธีสวนสนามช่วงเช้าจบลง สวี่หลินกลับหอมาอาบน้ำ
"สวี่หลิน เดี๋ยวออกไปเที่ยวไหม? พวกเรากะว่าจะไปตัดผมด้วย!" เซี่ยเจิงหรงถาม
ที่แท้เขากับหูตงไห่จะออกไปเที่ยว
ส่วนหลิวหลงเซิง สิบนาทีที่แล้วขับ E300 หายหัวไปไหนแล้วไม่รู้
สวี่หลิน: "ไว้วันหลังนะ ฉันจะไปกับแฟน อ้อ แล้วคืนนี้ฉันไม่กลับหอนะ"
"อ้อ! เข้าใจแล้ว!"
เซี่ยเจิงหรงถึงบางอ้อ ส่งสายตาเจ้าเล่ห์ให้สวี่หลินพร้อมกับหูตงไห่
เด็กใหม่ที่มีแฟน ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย คืนนี้คงไม่กลับหอกันทั้งนั้น ปล่อยให้เหล่าหมาโสดนอนเฝ้าห้องไป
สิบกว่านาทีต่อมา เซี่ยเจิงหรงกับหูตงไห่ที่แต่งตัวหล่อเฟี้ยวก็ออกจากห้องไป
เหลือสวี่หลินอยู่คนเดียวในห้อง
สวี่หลินเล่นเกมสักพักก็ขึ้นเตียงนอน
หนิงอวี้หานบ่ายนี้ยังมีเรียนอีกคาบ เลิกตอนบ่ายสามสี่สิบห้า ถึงตอนนั้นค่อยออกไปได้
ไม่อย่างนั้นป่านนี้สวี่หลินไม่อยู่หอแล้ว
สวี่หลินตื่นนอนกลางวันตอนบ่ายสองโมง
ลุกขึ้นล้างหน้าแปรงฟัน
ใส่เสื้อยืดแขนสั้น กางเกงคาร์โก้ทรงกระบอก และรองเท้าผ้าใบ
บ่ายสองสิบเก้านาที สวี่หลินเจอหนิงอวี้หาน แล้วตามเธอไปที่ห้องเรียน
เป็นห้องเรียนแบบสโลปเศรษฐศาสตร์ปีสองเรียนรวมกันสองห้อง
สวี่หลินมีนิสัยแบบ 'ไอ้หนุ่มผมทอง' นิดๆ ตอนเดินเข้าห้องเรียนคนอื่น เพื่อนร่วมชั้นของหนิงอวี้หานหลายคนจ้องมองสวี่หลินเป็นตาเดียว
ส่วนสวี่หลินก็โอบไหล่หนิงอวี้หาน เดินเข้ามาด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติ
พวกผู้ชายเริ่มเขม่นเขาแล้ว
สัส!
หนิงอวี้หานเป็นดอกฟ้าในดวงใจ เป็นเทพธิดาของใครหลายคน
ไม่กี่วันก่อนโดนเด็กปีหนึ่งคาบไปกิน อันนี้ไม่ว่ากัน หนิงอวี้หานจะหาแฟน ใครก็ห้ามไม่ได้
โบราณว่าไม่เห็นย่อมไม่เจ็บ
ดูสิ เธอนั่งเรียนอยู่ในห้อง ก็ยังเจริญหูเจริญตา
ผลปรากฏว่าตอนนี้ไอ้เด็กปีหนึ่งนี่โผล่มา แถมยังเดินอาดๆ เข้ามาในห้องเรียนพวกเขา โอบไหล่หนิงอวี้หานเข้ามาอีก
กูจะบ้า!
มันดูจะกำแหงเกินไปแล้ว!
วิชาปีสอง เด็กปีหนึ่งอย่างเอ็งยังไม่เริ่มเรียนเลย ฟังรู้เรื่องเหรอไอ้น้อง?
แต่สวี่หลินไม่สนคนอื่น ความจริงเขาก็รู้สึกได้ว่ามีผู้ชายบางคนมองเขาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร
แต่สวี่หลินไม่กลัว
"เรานั่งตรงนี้เหรอ?"
สวี่หลินเห็นหนิงอวี้หานจะนั่งแถวแรก ก็แปลกใจ
จะว่าไป สวี่หลินยังไม่รู้เลยว่าหนิงอวี้หานเป็นเด็กเรียน
โดยปกติ แถวหน้าสุดของห้องเรียนเป็นที่นั่งของพวกตั้งใจเรียน
ส่วนพวกเด็กหลังห้องอย่างสวี่หลิน ถ้าไม่นั่งริมหน้าต่าง ก็นั่งแถวหลังสุดสองแถว
หนิงอวี้หานพยักหน้า "อื้ม นั่งตรงนี้!"
"งั้นก็ได้!"
สวี่หลินคิดว่าคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง แค่คาบเดียว คือสองชั่วโมงย่อย รวมเก้าสิบนาที
ไม่นานก็เริ่มคลาส วิชาเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ
อย่าลืมว่าสวี่หลินเป็นแค่เด็ก 552 คะแนนที่ส้มหล่นเข้ามา สายวิทย์ 552 คะแนน ถ้าอยู่โรงเรียนทั่วไปก็คงเป็นระดับหัวกะทิ แต่ในโรงเรียนระดับจังหวัด ต้องบอกว่ายังอ่อนหัด
พอมาอยู่มหาลัยท็อป ขอโทษที สวี่หลินคือเด็กกากของแท้
มหาลัยคะแนน 600 อัพ ไม่ได้วัดกันที่ความพยายามแล้ว คนฉลาดมีถมไป ในอนาคตคนกลุ่มนี้ส่วนหนึ่งจะเป็นเสาหลักของสังคม หรือยอดมนุษย์ในวงการต่างๆ
คนสอนเป็นศาสตราจารย์อายุห้าสิบกว่า เนื้อหาที่สอนซับซ้อนไปหน่อยสำหรับสวี่หลิน แกไม่ต้องดูหนังสือ ไม่มีสไลด์ พูดจาน้ำไหลไฟดับ ดูทรงภูมิความรู้มาก
นี่คือมหาลัยชั้นนำ คนตั้งใจเรียนมีเยอะ สวี่หลินนั่งอยู่ตรงนั้น อย่าว่าแต่หนิงอวี้หานเลย คนอื่นสวี่หลินก็ได้ยินเสียงจดเลคเชอร์ดังพรึ่บพรั่บ เสียงปากกาขีดเขียนดังไปทั้งห้อง
สวี่หลินแม้จะเรียนไม่เก่ง แต่ก็ไม่ถึงกับรบกวนการเรียนการสอน เขาเลยไม่แตะมือถือเลยตลอดคาบ
และสภาพแวดล้อมก็มีผลต่อคนจริงๆ อย่างในห้องสมุด ถ้าไม่ใช่คนบ้าคงไม่มีใครตะโกนโวยวาย เพราะห้องสมุดคือสถานที่สำหรับเรียนรู้ สวี่หลินจึงนั่งเรียนอย่างสงบเสงี่ยม
ช่วงพักครึ่ง สวี่หลินนึกสนุกค้นประวัติศาสตราจารย์คนนี้ในเน็ต
ไม่นึกว่าจะมีประวัติแกอยู่จริงๆ
"เป็นถึงประธานบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์!"
"ตานี่รวยระดับพันล้านเลยเหรอเนี่ย?"
สวี่หลินตกใจ และเริ่มเข้าใจคำพูดที่ว่า จบมหาลัยไปแล้ว อาจารย์ในมหาลัยอาจจะเป็นคนที่คุณเอื้อมไม่ถึงอีกเลยในชีวิต
คำพูดนี้ไม่ได้เกินจริง โดยเฉพาะมหาลัยดังๆ อาจารย์ที่สอนอาจจะเป็นนักวิชาการระดับชาติ มีบารมีสูงส่ง ข้าราชการระดับสูงยังต้องเกรงใจ
คาบสุดท้ายผ่านไปอย่างรวดเร็ว
หนิงอวี้หานเก็บของ สะพายกระเป๋า ไม่กี่นาทีต่อมาสวี่หลินกับหนิงอวี้หานก็เตรียมตัวออกจากมหาลัย
ตอนนั้นเองสวี่หลินนึกขึ้นได้ "จริงสิ เธอพกบัตรประชาชนมาไหม?"
"อา! ลืม!"
หนิงอวี้หานล้วงกระเป๋าเสื้อกระเป๋ากางเกง ค้นกระเป๋าสะพายวุ่นวาย
สวี่หลินเร่ง "งั้นรีบกลับไปเอาที่หอ!"
เปิดห้องไม่มีบัตรประชาชนได้ไง?
ผลปรากฏว่าหนิงอวี้หานหยิบบัตรประชาชนออกมา
"แท่น แทน แท๊น! ดูสิ นี่อะไร?"
"ยัยตัวแสบ เดี๋ยวนี้หัดเล่นลิ้นกับฉันเหรอ?"
สวี่หลินรู้สึกสนุกขึ้นมาทันที ปกติหนิงอวี้หานจะเรียบร้อย จู่ๆ มาทำตัวขี้เล่นแบบนี้ ทำให้เขาแปลกใจ
สวี่หลินทำเสียงดุ "ไหนลองซนอีกทีซิ!"
หนิงอวี้หานยิ้ม "เอาบัตรประชาชนเธอมาให้ฉันดูหน่อย"
สวี่หลินก็ส่งให้
หนิงอวี้หานดูแล้วพูดว่า "ฉันแก่กว่าเธอปีหนึ่ง เธอยังมาเรียกฉันว่ายัยตัวแสบอีก ต้องเรียกพี่สาวนะรู้ไหม!"
"เดี๋ยวคืนนี้เธอจะได้เรียกฉันว่าพี่ชาย"
สวี่หลินทำท่ากระตือรือร้น
หนิงอวี้หานอึ้งไป ไม่เข้าใจความหมายของสวี่หลิน
โทษฐานที่เธอยังใสซื่อเกินไป
จนกว่าจะโดนสวี่หลินพาเสียคน
ไม่นาน ทั้งสองก็ออกจากมหาวิทยาลัย
เนื่องจากใกล้ๆ มีรถไฟใต้ดิน ทั้งสองจึงนั่งรถไฟใต้ดิน ครึ่งชั่วโมงต่อมาก็มาถึงย่านการค้าที่เจริญรุ่งเรือง
แต่เจียงตูมีย่านการค้าเจริญๆ หลายแห่ง
ที่ที่สวี่หลินพามาถือว่าเป็นย่านที่ค่อนข้างติดดินหน่อย
โดยทั่วไป คู่รักเดตกันก็คือกินข้าว เดินห้าง ดูหนัง หรือเล่นกิจกรรมบันเทิงต่างๆ
แต่หนิงอวี้หานค่อนข้างพิเศษ เธอไม่ชอบดูหนัง ไม่เน้นกินหรู เดินห้างเธอก็ไม่สน
สวี่หลินถาม "รุ่นพี่ อยากไปไหน?"
หนิงอวี้หานชี้ไปที่เด็กๆ ที่กำลังเล่นสนุกอยู่ในสวนสนุกเด็กเล็กฝั่งตรงข้ามในห้าง
"ฉันอยากดูพวกแกเล่น รู้สึกว่าพวกแกมีความสุขจัง!"
"ได้"
สวี่หลินโอบไหล่หนิงอวี้หาน ยืนดูเด็กเล่นเป็นเพื่อนเธอ
หนิงอวี้หานดูจะชอบเด็กมาก
ดูไปได้ครึ่งชั่วโมงกว่า
ฟ้าข้างนอกเริ่มมืด
สวี่หลินซื้อชานม 'ป้าหวังฉาจี' มาสองแก้ว จากนั้นก็จูงมือหนิงอวี้หานเข้าโรงแรมฝั่งตรงข้าม
ขั้นตอนเปิดห้องง่ายมาก จ่ายเงิน สแกนหน้า จ่ายมัดจำ รับคีย์การ์ด
"สามี ค่าห้องแพงไปไหม?"
หนิงอวี้หานมองยอดเงินในใบเสร็จ: 1299 หยวน
ค่ามัดจำอีกสองร้อย
เธอได้ยินจากสวี่จินเจี๋ยกับหวงอี๋หรานในหอพักว่า เวลาไปเปิดห้องกับแฟน อย่างมากก็สามร้อยกว่าหยวน
แต่ตอนนี้ สวี่หลินเปิดห้องคืนละพันกว่า
คืนเดียว
สวี่หลินบอกให้เธอใจเย็น "เปิดห้องครั้งแรก จะทำลวกๆ ได้ไง พันกว่าถือว่าน้อยแล้ว"
"งั้นก็ได้!"
หนิงอวี้หานดูดชาผลไม้ แล้วเดินตามสวี่หลินเข้าลิฟต์ขึ้นไปชั้นบน
ต้องบอกก่อนว่า ล็อบบี้โรงแรมอยู่ที่ชั้นยี่สิบสาม
ส่วนห้องของพวกเขา
ชั้นสี่สิบสาม
สูงเอาเรื่อง
ห้อง 4302
ผลักประตูเข้าไป ห้องขนาดห้าสิบหกสิบตารางเมตร มีผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกบานใหญ่ มองเห็นวิวเมืองยามค่ำคืนได้ชัดเจน
เขาบอกว่าเป็นกระจกทางเดียว ข้างนอกมองไม่เห็นข้างใน?
แต่สวี่หลินก็ยังดึงม่านโปร่งปิดไว้
กลับมาที่หนิงอวี้หาน พอเข้ามาในห้อง ใจเธอก็อดเต้นระรัวไม่ได้ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอมาเปิดห้อง และพอจะเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในคืนนี้
ยิ่งพอสวี่หลินดึงม่านปิด เขาก็ถอดเสื้อผ้าออกทันที จนเหลือแค่กางเกงในตัวเดียว
หุ่นสวี่หลินดีมาก แรงกระแทกทางสายตารุนแรงเกินไป
หนิงอวี้หานรีบเอามือปิดหน้า หน้าแดงไปหมด
"รุ่นพี่ ปิดหน้าทำไม?"
สวี่หลินเดินเข้ามา
หนิงอวี้หานบอก "ปิดไฟหน่อย!"
"ไม่ได้นะ คืนสำคัญขนาดนี้ จะปิดไฟได้ไง?" สวี่หลินยิ้มเจ้าเล่ห์
"งั้นฉันปิดหน้า!"
หนิงอวี้หานปิดหน้า หรือพูดให้ถูกคือปิดตา
สวี่หลินรู้สึกว่าเธอน่ารักแปลกๆ เลยปิดไฟดวงใหญ่ แต่เปิดโคมไฟหัวเตียงไว้
ห้องเลยสลัวๆ
"แบบนี้โอเคยัง?"
สวี่หลินแกะมือหนิงอวี้หานออก
"อื้ม..."
หนิงอวี้หานเห็นห้องมืดลง ถึงค่อยวางใจ
จากนั้นสวี่หลินก็อุ้มหนิงอวี้หานขึ้นมา หนิงอวี้หานร้องอุทาน ไม่กี่วินาทีก็ถูกวางลงบนเตียงนุ่ม
สวี่หลินไม่พูดพร่ำทำเพลง จูบปากเธอทันที
สองสามวันมานี้สวี่หลินจูบหนิงอวี้หานบ่อย หนิงอวี้หานเลยเริ่มรู้วิธีจูบจากที่เคยเก้ๆ กังๆ แต่เธอก็ยังเป็นฝ่ายรับ เพราะหนิงอวี้หานขี้อายเรื่องนี้มาก ปล่อยตัวไม่ค่อยถูก
สวี่หลินล่ะ?
เขาใจกล้า แถมมือไว จูบไปไม่กี่ที กางเกงหนิงอวี้หานก็โดนถอดไปแล้ว วันนี้เธอใส่กางเกงวอร์ม ถอดง่ายจะตาย รูดทีเดียวหลุด โยนไปกองข้างๆ
ต่อมาก็เสื้อยืดกับชุดชั้นใน
"สวี่หลิน!"
หนิงอวี้หานไม่กล้ามองสวี่หลินเลย ได้แต่เอามือปิดหน้า นอนอยู่บนเตียง ใบหน้าด้านข้างแดงก่ำไปหมด
บอกเลยว่า หนิงอวี้หานที่เปลือยเปล่า นอนอยู่บนเตียง คนมีประสบการณ์จะรู้ดีว่าผู้หญิงหุ่นดีๆ นอนอยู่ แรงกระแทกทางสายตามันรุนแรงแค่ไหน หนิงอวี้หานก็เป็นแบบนั้น
วินาทีนี้ หัวใจหนิงอวี้หานเต้นเร็วมาก และไม่กล้ามองสวี่หลินเลย
สวี่หลินตอนนี้ก็ร้ายพอกัน พอถอดกางเกงตัวสุดท้ายของตัวเองโยนทิ้ง ก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ "ถ้าเธอยังปิดหน้าไม่ยอมมองผม ผมจะเปิดไฟนะ"
"อย่าเปิดไฟ!"
หนิงอวี้หานรีบห้าม กลัวสวี่หลินเปิดไฟ
"งั้นเธอยังจะปิดหน้าอีกไหม?"
"เธออย่าเปิดไฟนะ!"
"วางใจเถอะ ผมไม่เปิด!"
"ไม่เปิดนะ!"
"จริงๆ ผมไม่เปิด!"
หนิงอวี้หานถึงค่อยๆ คลายมือออก เห็นแก้มแดงระเรื่อของเธอ ความเขินอายสามส่วน ความยั่วยวนเจ็ดส่วน งดงามจนหาที่เปรียบไม่ได้
หนิงอวี้หานไม่กล้ามองเขา ได้แต่หันหน้าไปทางอื่นแล้วพูดว่า "งั้นเธอรีบหน่อย เราจะได้รีบนอน!"
"จะเร็วหรือช้า อันนี้พูดยากนะ!"
สวี่หลินเลือดลมพลุ่งพล่าน วอร์มอัพนิดหน่อย เอวก็เริ่มทำงาน
โบราณว่าเลี้ยงทหารพันวันใช้งานวันเดียว
ต้องรู้ก่อนว่าช่วงปิดเทอมเขาอัปค่าสถานะร่างกายทุกอย่างเกิน 50 ไปแล้ว
ค่าสถานะระดับนี้ ระบบการันตีว่าทั่วโลกหาคนที่สองยาก
เพราะค่าสถานะเดียวโดดเด่นไม่เท่าไหร่ ที่น่ากลัวคือทุกค่าสถานะแข็งแกร่งหมด
สวี่หลินก็คือสิ่งที่เรียกว่า 'นักรบหกเหลี่ยม' (เก่งรอบด้านไร้จุดอ่อน)
ดังนั้น สวี่หลินแข็งแกร่งแค่ไหน?
ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้
หนิงอวี้หานเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้สัมผัสพลังการต่อสู้อันน่าทึ่งของสวี่หลิน
ไม่นานเธอก็ร้องไห้จ้า เล่นเอาสวี่หลินปวดหัวตึ้บ
[จบแล้ว]