- หน้าแรก
- ดาวโรงเรียนหน้านิ่ง จริงๆ แล้วแพ้ทางผมคนเดียว
- บทที่ 6 - อวี้ซินเหยียนอยู่บ้านสวี่หลิน?
บทที่ 6 - อวี้ซินเหยียนอยู่บ้านสวี่หลิน?
บทที่ 6 - อวี้ซินเหยียนอยู่บ้านสวี่หลิน?
บทที่ 6 - อวี้ซินเหยียนอยู่บ้านสวี่หลิน?
เหลยฮ่าวหลงขลุกอยู่ที่บ้านสวี่หลินถึงหกชั่วโมง มัวแต่หมกมุ่นอยู่กับเกมคอมพิวเตอร์
กว่าจะยอมกลับไปอย่างอาลัยอาวรณ์ก็ตอนที่ฟ้าเริ่มมืด
ตอนนี้ในบ้านสวี่หลินจึงเหลือแค่เขาคนเดียว
ชั่วขณะหนึ่ง สวี่หลินก็รู้สึกว่างงานขึ้นมา
ทันใดนั้นสวี่หลินก็นึกถึงความสามารถที่เพิ่งได้รับมาวันนี้
ปลายปากกาเทพเจ้า?
สวี่หลินนึกถึงเรียงความตอนสอบเกาเข่าของตัวเอง
คะแนนวิชาภาษาจีนของเขาอยู่ในระดับปานกลาง เรียงความไม่เคยได้เกิน 50 คะแนน ปกติจะวนเวียนอยู่ที่ 42 ถึง 48 คะแนน
จนกระทั่งตอนนี้ที่เขามานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ แล้วนึกถึงหัวข้อเรียงความสอบเกาเข่ารอบนี้
"จะว่าไป ฉันเขียนออกทะเลไปหรือเปล่านะ?"
สวี่หลินฉุกคิดขึ้นมา
"ช่างเถอะ ออกทะเลก็ออกทะเลไป"
สวี่หลินคิดว่า ต่อให้สอบเกาเข่าได้ไม่ดี ฟ้าก็คงไม่ถล่มลงมาหรอก
เมื่อก่อนเขาก็คิดแบบนี้
ยิ่งตอนนี้มีสูตรโกงแล้วด้วย
นิสัยของสวี่หลินค่อนข้างจะสบายๆ มองโลกในแง่ดี ต่างจากคนรุ่นราวคราวเดียวกันส่วนใหญ่พอสมควร
ไม่ใช่ว่าสวี่หลินมีความเป็นผู้ใหญ่กว่า แต่เป็นเพราะเขาค่อนข้างจะไม่คิดอะไรมากเสียมากกว่า
สำหรับสวี่หลินแล้ว ความสุขในชีวิตสำคัญที่สุด
"ความสามารถนี้ไม่เลวเลยแฮะ รู้สึกเหมือนแรงบันดาลใจพรั่งพรู!"
สวี่หลินอยากจะลองเขียนเรียงความสอบเกาเข่าใหม่ พอคิดแบบนี้ แรงบันดาลใจในหัวก็หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ราวกับคลื่นซัดสาด
เขารู้สึกว่า ตอนนี้ขอแค่เขาอยากเขียน ก็สามารถเขียนเรียงความคะแนนสูงออกมาได้สบายๆ
เรียงความคะแนนเต็ม?
ถ่อมตัวหน่อยดีกว่า!
ไม่นาน สวี่หลินก็ร่างส่วนเกริ่นนำของเรียงความออกมา กำลังจะเขียนต่อ
แต่สวี่หลินกลับรู้สึกทะแม่งๆ
"สอบเกาเข่าก็จบไปแล้ว ทำไมฉันต้องมานั่งเขียนเรียงความด้วยเนี่ย? นี่ฉันสมองกลับหรือเปล่า?"
สวี่หลินหยุดพิมพ์ แล้วตื่นจากภวังค์
"จริงด้วย!"
"ได้ยินว่าเดี๋ยวนี้เขียนนิยายออนไลน์ ถ้าเขียนจนเป็นเทพ ก็ทำเงินได้เยอะไม่ใช่เหรอ?"
สวี่หลินเคยตามอ่านนิยายเรื่องหนึ่ง แล้วเข้าไปในกลุ่มแฟนคลับ นักเขียนคนนั้นรายได้ปีละหลายล้าน เฉลี่ยแล้วเดือนละหลายแสน
สวี่หลินคิดในใจว่าตัวเองมีความสามารถ "ปลายปากกาเทพเจ้า" เขียนนิยายจะไม่โหดกว่าพวกนี้เหรอ?
แต่คิดก็ส่วนคิด
สวี่หลินมีแรงบันดาลใจพรั่งพรูแล้วก็จริง แต่พอจะเริ่มพิมพ์จริงๆ สวี่หลินก็เริ่มลำบากใจ
"คนหล่อๆ อย่างฉัน จำเป็นต้องมานั่งหน้าคอมเป็นนักเขียนไส้แห้งหัวมันแผล็บด้วยเหรอ?"
สวี่หลินไม่ใช่คนที่เชื่อในทฤษฎีตัวรอดหรือกลุ่มคนที่ประสบความสำเร็จเพียงหยิบมือ เพราะเขาได้ยินมาว่าวงการนิยายนี้มันลำบากเลือดตาแทบกระเด็น หลายคนได้แค่ค่าขยัน ต้องทนเขียนวันละหลายพันตัวอักษร
แถมเขียนนิยายต้องเขียนไปก่อนอย่างน้อยเดือนหนึ่ง พอตัวอักษรครบ ยอดแนะนำถึง จะได้เปิดขายทำเงิน แต่กว่าจะได้ค่าลิขสิทธิ์ ก็ต้องรออีกเดือน สรุปแล้วกว่าจะได้เงินก็ปาเข้าไปสองสามเดือน
แค่คิดก็รันทดแล้ว
สวี่หลินคิดว่าตัวเองทำแบบนี้ไม่ได้หรอก
โดยเฉพาะจุดสำคัญคือ มันได้เงินช้าเกินไป
ความมืดโรยตัว โลกภายนอกหน้าต่างถูกปกคลุมด้วยราตรี
สวี่หลินนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ กำลังคิดว่าจะหาอะไรทำ
ก๊อกๆ!
ตอนนั้นเอง
เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจากด้านนอก
สวี่หลินเปิดดูกล้องหน้าประตูผ่านมือถือ ถึงได้รู้ว่าเป็นอวี้ซินเหยียน
ยัยนี่ต้องเพิ่งอาบน้ำเสร็จแน่ๆ ดูสภาพเธอสิ เหมือนดอกบัวพ้นน้ำ ดอกไม้แรกแย้ม มองแล้วน่าตื่นตาตื่นใจชะมัด
สวี่หลินเดินไปเปิดประตู ให้อวี้ซินเหยียนเข้ามา
เธอปล่อยผมยาวสลวย ท่อนบนใส่เสื้อยืดสีขาว ท่อนล่างเป็นกางเกงวอร์มขายาวสีดำ กับรองเท้าแตะคู่หนึ่ง การแต่งตัวธรรมดาๆ แต่คนหน้าตาดีใส่อะไรก็ดูดี เหมือนไม้แขวนเสื้อที่เหมาะกับชุดทุกแบบ
อวี้ซินเหยียนเข้ามาก็ถอดรองเท้า
เพราะห้องสวี่หลินปูพื้นไม้ แถมยังปิดหน้าต่างมิดชิด ข้างในสะอาดสะอ้านมาก
ต่างจากรังหมาของเด็กผู้ชายคนอื่น ห้องของสวี่หลินสะอาดเรียบร้อยผิดปกติ
"สวี่หลิน กินข้าวยัง?"
"เดี๋ยวต้มบะหมี่กิน"
"บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไม่ดีต่อสุขภาพนะ"
"แต่บ้านฉันมีแค่บะหมี่นี่นา จะให้สั่งเดลิเวอรี่เหรอ?"
"เดลิเวอรี่ยิ่งไม่ดีใหญ่เลย อาหารสำเร็จรูปเยอะแยะ ขนาดโจ๊กยังเป็นแบบสำเร็จรูปเลย!"
อวี้ซินเหยียนรีบส่ายหน้า
สวี่หลิน "งั้นฉันกินบะหมี่แหละ เดี๋ยวใส่เห็ดหอมกับเห็ดหูหนูขาวเพิ่ม"
"งั้นก็ได้! แต่ไม่ว่ายังไง ก็ต้องเพลาๆ บะหมี่ลงบ้างนะ!"
"ที่รัก ฟังเธออยู่แล้ว"
"ชิ!"
อวี้ซินเหยียนไพล่มือไว้ข้างหลัง ท่าทางดูมีความสุข เดินสำรวจไปทั่วห้อง แล้วก็เดินเข้าไปในห้องนอนของสวี่หลิน
"สวี่หลิน นายประกอบคอมใหม่เหรอ?"
"ใช่"
อวี้ซินเหยียนไม่รู้เรื่องสเปคคอม จำได้แค่ว่าครั้งที่แล้วที่มา คอมของสวี่หลินไม่ได้หน้าตาแบบนี้
ครืดๆ...
ตอนนั้นเอง มือถือที่สวี่หลินวางไว้บนโต๊ะก็สั่น
อวี้ซินเหยียนเตือน "สวี่หลิน โทรศัพท์นายมา!"
ไม่รอให้สวี่หลินตอบ อวี้ซินเหยียนก็ชะโงกหน้าไปดูด้วยความอยากรู้ว่าเป็นใคร เห็นแค่คำเดียว
ลุง
"สวี่หลิน ลุงนายโทรมา!"
อวี้ซินเหยียนนึกว่าเป็นลุงของสวี่หลินจริงๆ
สวี่หลินกลับบอกว่า "นั่นพ่อเธอต่างหาก!"
"ห๊ะ!"
อวี้ซินเหยียนตกใจ
"นี่เธอแอบออกมาไม่ได้บอกพ่อก่อนใช่ไหม?"
"ฉันแอบย่องออกมาน่ะ" อวี้ซินเหยียนตอบเสียงอ่อย
สวี่หลินกดรับสาย
"ฮัลโหล?"
"สวี่หลิน เหยียนเหยียนอยู่ที่นั่นหรือเปล่า?"
"คุณลุงครับ วางใจได้เลย ผมจะดูแลเหยียนเหยียนอย่างดี!"
อวี้เจี้ยนหัว: ...
ไอ้เด็กเปรตนี่!
อวี้เจี้ยนหัวพูดว่า "บอกให้รีบกลับบ้าน แล้วก็อย่ามาทำรุ่มร่ามนะ ถ้าฉันรู้ว่าแกทำรุ่มร่ามกับลูกสาวฉัน แกตายแน่ไอ้หนู ลุงเองก็เคยผ่านวงการนี้มาก่อนนะโว้ย!"
"ลุงวางใจได้เลยครับ!"
สวี่หลินคุยกับอีกฝ่ายสองสามประโยคก็วางสาย
อวี้เจี้ยนหัวเป็นพวกหวงลูกสาว กลัวว่าไอ้ตัวหายนะอย่างสวี่หลินจะมาทำมิดีมิร้ายลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน
"สวี่หลิน พ่อฉันไม่ได้ว่าอะไรใช่ไหม?" อวี้ซินเหยียนถามอย่างกังวล
"เขาบอกว่าฝากดูแลเธอด้วย"
"บ้า!"
แก้มของอวี้ซินเหยียนแดงระเรื่อ นั่งลงบนเตียงของสวี่หลิน แกว่งเท้าขาวผ่องไปมา
ถึงสวี่หลินจะไม่ได้คลั่งไคล้ขาหรือเท้า แต่พอเห็นเท้าคู่นั้นของอวี้ซินเหยียน ก็อดทอดถอนใจในใจไม่ได้
ของดีระดับพรีเมียม!
[ผู้หญิงที่ยอมให้คุณทำตามใจปรารถนาได้ทุกเมื่อ]
ตัวอักษรบนหัวเธอก็เปลี่ยนไปตามนั้น
แต่สวี่หลินกะว่าถ้าเขาแตะต้องเธอจริงๆ คืนนี้อวี้เจี้ยนหัวคงถือมีดอีโต้บุกมาแน่ ต้องรู้ก่อนนะว่าอวี้เจี้ยนหัวระวังป้องกันเขามาตั้งหกปี
สวี่หลินบอก "ฉันไปต้มบะหมี่ก่อนนะ"
"อื้อๆ"
อวี้ซินเหยียนพยักหน้า เตียงสวี่หลินค่อนข้างสูง เท้าเธอเลยลอยไม่ติดพื้น แกว่งไปแกว่งมา พร้อมกับเล่นมือถือไปด้วย
ในกลุ่มห้องค่อนข้างคึกคัก
อวี้ซินเหยียนเห็นประกาศในกลุ่มห้อง ชวนกันไปเรียนขับรถ
หัวหน้าห้องเป็นคนส่งข้อความ
และหัวหน้าห้องก็คือจ้าวอี้เฟย
เห็นจ้าวอี้เฟย @ทุกคน: "ทุกคนเตรียมสอบใบขับขี่กันหรือยัง? หลังสอบเกาเข่ามีวันหยุดตั้งสามเดือน อาศัยช่วงเวลานี้ไปสอบใบขับขี่กันเถอะ แถมพวกเราเพิ่งจบ ม.6 ก็มีส่วนลดด้วย ใครอยากสมัครไปเป็นกลุ่มกด 1 เลย"
ก็มีคนกด 1 กันเพียบ
จากนั้นจ้าวอี้เฟยก็ @อวี้ซินเหยียน: อวี้ซินเหยียน เธอไปไหม? โรงเรียนสอนขับรถที่เราจะไปนี่ดีมากเลยนะ...
จ้าวอี้เฟยร่ายยาวเป็นร้อยสองร้อยตัวอักษร แถมยังดูเหมือนมียังมีเรื่องจะพูดอีกเยอะ
ความจริงเป้าหมายของจ้าวอี้เฟยก็คืออวี้ซินเหยียนนั่นแหละ
อวี้ซินเหยียนไม่ได้ตอบกลับทันที แค่ตะโกนเรียกสวี่หลิน "สวี่หลิน นายจะสอบใบขับขี่ไหม? ในห้องชวนกันไปเป็นกลุ่ม เห็นบอกว่ามีส่วนลด"
"ไปสิ!"
"งั้นฉันไปด้วย!"
อวี้ซินเหยียนเลยตอบกลับในกลุ่มห้องว่า: ไป
ตอนอยู่กับสวี่หลิน เธอเป็นสาวน้อยน่ารักขี้อ้อน แต่พออยู่ในห้องเรียน เธอคือเทพธิดาผู้เย็นชา พูดน้อย ไม่ชอบสุงสิงกับใคร
อีกด้านหนึ่ง จ้าวอี้เฟยเห็นข้อความตอบกลับ ก็ตื่นเต้นทันที เขากลัวแทบแย่ว่าอวี้ซินเหยียนจะไม่ไป
จริงๆ จ้าวอี้เฟยถึงจะไม่มีใบขับขี่ แต่ที่บ้านมีรถ เขาหัดขับจนเป็นแล้ว ประสบการณ์ขับรถสามปี ถึงเวลาไปสอบใบขับขี่แล้วโชว์ฝีมือ ในห้องมีแค่เขาที่ขับรถเป็น อวี้ซินเหยียนต้องมองเขาใหม่แน่ เผลอๆ อาจจะมาขอคำชี้แนะจากเขา
จ้าวอี้เฟยแค่คิดก็ตื่นเต้นจนเนื้อเต้นแล้ว
แต่อนิจจา ฟ้ามีพายุฝนฉับพลัน คนเรามีภัยพิบัติชั่วข้ามคืน
เหลยฮ่าวหลงไม่ลืมเพื่อนรักสวี่หลิน
เขา @สวี่หลิน ในกลุ่มทันที: สวี่หลิน มึงไปป่าว? หรือว่าว่าวเพลินจนหน้ามืดไปแล้ว? ยิ้มชั่วร้าย.jpg
เหลยฮ่าวหลงยิ่งไม่ลืมว่าเขาทิ้งเว็บไซต์เด็ดๆ ไว้ให้สวี่หลินตั้งห้าเว็บ นั่นเป็นคลังสมบัติที่เขาสะสมมาหลายปีเชียวนะ!
เหลยฮ่าวหลงคิดว่าพอกลับไป สวี่หลินต้องแอบเข้าไปดูแน่ๆ
ความจริงตอนนั้นในกลุ่มห้องก็ไม่มีอะไร ก็แค่คุยกันปกติ
ปรากฏว่าอวี้ซินเหยียนถ่ายรูปสวี่หลินที่กำลังต้มบะหมี่ส่งลงไปในกลุ่ม
แถมอวี้ซินเหยียนยังพิมพ์บอกว่า: สวี่หลินกำลังต้มบะหมี่อยู่!
ทันทีที่รูปและข้อความของอวี้ซินเหยียนเด้งขึ้นมา ข้อความในกลุ่มห้องก็ระเบิดเถิดเทิง
อวี้ซินเหยียนอยู่บ้านสวี่หลิน?
[จบแล้ว]