- หน้าแรก
- ยิงประตูสู่ฝัน
- บทที่ 208: สองเงาที่เคลื่อนไหวไร้เสียง (คู่หูปีศาจแห่งความเร็ว!)
บทที่ 208: สองเงาที่เคลื่อนไหวไร้เสียง (คู่หูปีศาจแห่งความเร็ว!)
บทที่ 208: สองเงาที่เคลื่อนไหวไร้เสียง (คู่หูปีศาจแห่งความเร็ว!)
นาทีที่ 55 เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วสนาม เมื่อ “ซูเคอร์” ลุกจากม้านั่งสำรองเพื่อเริ่มวอร์มอัพ นักเตะอัจฉริยะจากโครเอเชีย ผู้ถูกจับตามองที่สุดในยุโรปฤดูกาลนี้ กำลังจะลงประเดิมสนามในสีเสื้อ ปีศาจแดงดำ!
สำหรับ เอซี มิลาน การได้ซูเคอร์มาร่วมทีม ไม่เพียงเสริมความแกร่งในสนาม แต่ยังเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ทางการตลาด ‘อัจฉริยะคู่ควรกับทีมยักษ์’ — วลีนี้ไม่เกินจริง แต่ใครจะคิดว่า การเปิดตัวของเขาใน เซเรีย อา จะไม่ใช่ที่ ซาน ซิโร่ อันศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นเกมเยือนที่กำลังวิกฤต! หากมิลานแพ้ทีมน้องใหม่ในนัดเปิดฤดูกาล... พวกเขาจะโดนสวดยับจนจมธรณีแน่นอน
ป้ายเปลี่ยนตัวถูกยกขึ้น ออก: หมายเลข 7 — อังเดร เชฟเชนโก้ เข้า: หมายเลข 99 — ซูเคอร์
เสียงเฮดังลั่นจากฝั่งแฟนทีมเยือน “ซูเคอร์ลงแล้วครับท่านผู้ชม!!” ผู้บรรยายตะโกนเสียงสั่น “อันเชล็อตติเลือกเดิมพันหมดหน้าตักกับเด็กใหม่ในเวลาชี้เป็นชี้ตาย! คืนนี้เขาจะเสกมนตร์อะไรให้เราดูบ้าง!?”
ซูเคอร์ก้าวลงสู่สนามท่ามกลางเสียงโห่กดดันจากแฟนเจ้าถิ่น อัสโคลี เขาปรายตามองไปรอบๆ ด้วยแววตานิ่งสงบ ‘โห่ไปเถอะ... อีกเดี๋ยวพวกแกจะเงียบกริบ!’
“พี่ปีร์โล่! จ่ายบอลมาที่ผมให้มากที่สุด!” เขาตะโกนบอกรุ่นพี่ที่ยืนทำหน้าง่วงอยู่กลางสนาม ปีร์โล่พยักหน้าเนือยๆ (แต่สมองตื่นตัวเต็มที่)
เริ่มเกมต่อ! บอลทุ่มข้างสนามเป็นของมิลาน มัลดินี่ หยิบบอลขึ้นมาเตรียมทุ่ม “พี่เปาโล! ทางนี้!” ซูเคอร์ขยับตัวเรียกบอล มัลดินี่ชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า “พี่” แต่ก็แอบยิ้ม ก่อนจะทุ่มยัดไปให้น้องใหม่
ซูเคอร์รู้ว่ามีตัวประกบจ้องเล่นงานอยู่ข้างหลัง เขาใช้เท้าขวาดูดบอลลงพื้นนิ่มนวล แล้วโยกตัวไปทางซ้ายหลอกล่อ... คู่แข่งหลงเหลี่ยม! เพียงชั่วพริบตา... เขาลากบอลกลับหลัง (Cruyff Turn) แล้วมุดหนีผ่านช่องว่าง พุ่งทะยานออกไปดั่งลูกธนู!
“โอ้โห!!! สัมผัสแรกก็เอาเรื่องเลย!” ผู้บรรยายร้องลั่น “หลอกหมุนตัวหลุดจากตัวประกบ! เร็วมาก! เขาวิ่งแล้วววววว!!!”
แนวรับอัสโคลีไม่ทันตั้งตัว เมาริซิโอ เลาโร แบ็คซ้ายเจ้าถิ่นพุ่งเข้าสกัด “เสร็จฉันล่ะ!” แต่ซูเคอร์แตะบอลยาว แล้วเร่งสปีดอ้อมตัวเลาโรไปดื้อๆ! (แตะอ้อมตัว) เลาโรพยายามกลับตัวตาม... แต่ขาพันกันล้มกลิ้งไม่เป็นท่า! “โว้ยยย!”
ผู้บรรยายตะโกนสุดเสียง “ผ่านไปแล้วววว!! ซูเคอร์!! ฉีกกระจุย! ลุยเข้ากลางได้เลย! เร็วมาก!!” ซูเคอร์เงยหน้ามอง... และที่กลางสนาม ไม่ใช่ใครอื่น— “กาก้า” กำลังวิ่งเติมเกมขึ้นมาประหนึ่งรู้ใจ!
สองอัจฉริยะต่างทวีป วิ่งประสานกันดุจกรรไกรขาคู่ พร้อมตัดแนวรับให้ขาดสะบั้น เมื่อถึงเส้นหลัง... ซูเคอร์ไม่รอช้า เขาปาดบอลเรียดเข้ากลางอย่างแรง! “กาก้าาาาาา!!!!—”
บอลพุ่งแรงและเร็ว แถมยังย้อนหลังนิดๆ แต่กาก้าใช้ปลายสตั๊ดเกี่ยวบอลมาเล่นต่อ แล้วแตะหลบกองหลังหนึ่งจังหวะ... ก่อนจะตวัดยิงสวนตัวผู้รักษาประตู!
ตูม!!! บอลพุ่งเสียบตาข่ายแทบขาด!
“GOAL!!!!!!!!!!” “เอซี มิลาน ตีเสมอ 1-1!!!”
“พระเจ้าช่วย! ลงมาแค่ 2 นาที ซูเคอร์เปลี่ยนเกมทันที!” “เขาลากริมเส้นฉีกแผงหลังอัสโคลีจนเละเป็นโจ๊ก! แล้วถวายพานให้กาก้าจบสกอร์!” “นี่มันคู่หูนรกแตกชัดๆ!”
เสียงพากย์ดังสนั่น แฟนบอลมิลานในบาร์ที่อิตาลีกระโดดกอดกันกลม “ซูเคอร์เป็นของใคร!?” “ของมิลานโว้ยยยย!!!!”
อัลโด เซเรรา (ผู้บรรยายฝีปากกล้า) มองภาพช้าตาค้าง “พระเจ้า… ซูเคอร์มันระเบิดสปีดขนาดนี้เชียวหรือ?” “เขาโดนเบียดอยู่แท้ๆ แต่กลับพุ่งหนีออกมาเหมือนติดเทอร์โบ!” “จับบอลจังหวะแรก... ลากยาว... แล้วเร่งสปีดรอบสอง! หายวับไปกับตา!” “ก่อนหน้านี้เราบ่นว่ามิลานเล่นอืด... แต่พอมีซูเคอร์ เหมือนมีคนมากดปุ่ม เร่งความเร็ว (x10) ให้ทีม!”
แม้คนยิงคือกาก้า แต่ทุกคนวิ่งกรูกันไปรุมกอดซูเคอร์ “เฮ้ย! ไหนบอกจะลงมาคุมจังหวะ?” เซดอร์ฟ หัวเราะร่า ซูเคอร์ยิ้มแฉ่ง “ผมหลอกพวกมันไง... พอพวกมันเผลอ ผมก็ใส่เกียร์ห้าเลย” เขาหันไปหากาก้า ยกนิ้วโป้งให้ “ตามมาทันได้ไงเนี่ย? เร็วชะมัด!” กาก้าหัวเราะหอบๆ “เกือบไม่ทันเหมือนกัน! นายนั่นแหละวิ่งเร็วไปไหน!”
...
เกมเริ่มต่อ โมเมนตัมเหวี่ยงกลับมาทางมิลานเต็มตัว ซูเคอร์ประสานงานกับกาก้าแบบ One-Two ทะลุช่องกลางสนาม “ซูเคอร์ทะลวงมาอีกแล้ว! 3 คนรุมก็เอาไม่อยู่!” เขาโยกหลอกในพื้นที่แคบ ก่อนจะแทงบอลทะลุช่องในวินาทีสุดท้าย... ก่อนจะโดนเสียบล้มลง บอลไหลผ่านแนวรับไปพอดิบพอดี!
อินซากี้ (ที่ลงมาแทนกิลาร์ดิโน่) วิ่งสอดมารับบอล พักอกหนึ่งทีแล้ววอลเลย์เต็มข้อ! ปัง! ผู้รักษาประตูปัดออกมาได้เหลือเชื่อ! แต่บอลลอยโด่งไปตกที่เสาสอง... และ เงาร่างหนึ่ง ก็โผล่มาตรงนั้นพอดี!
“ซูเคอร์!!!” ผู้บรรยายตะโกนลั่น เขาดีดตัวลุกขึ้นจากจังหวะโดนเสียบเมื่อกี้ วิ่งเติมขึ้นมาซ้ำดาบสอง ซูเคอร์กระโดดลอยตัว ใช้ข้างเท้าด้านนอก "ชิพ" บอลข้ามตัวนายทวารที่นอนอยู่ ลูกบอลลอยเนิบๆ... เข้าไปซุกก้นตาข่ายอย่างนิ่มนวล
ตุบ!
GOAL!!!!!!! เอซี มิลาน พลิกนรกแซงนำ 2-1!
ทั้งสนามเงียบกริบ... ก่อนที่เสียงเฮของแฟนทีมเยือนจะระเบิดขึ้นอีกครั้ง “พระเจ้า! หมอนี่มันมีเรดาร์ติดตัวหรือไง!?” เซเรรา กุมขมับด้วยความทึ่ง “อินซากี้คนเดียวก็ปวดหัวจะแย่แล้ว... นี่มี ซูเคอร์ โผล่มาเป็นวิญญาณตามติดอีกคน!” “พวกเขาเป็นนักเตะ หรือเป็นภูตผีกันแน่!?”
แบ็กซ้ายของอัสโคลีได้แต่ยืนมองตาปริบๆ ขาสั่นพั่บๆ “สองคนนี้... มันเหมือน เงาปีศาจ ที่มองไม่เห็นตัว...”