- หน้าแรก
- ภารกิจปั้นน้องสาวให้เป็นเทพ ส่วนข้าขอเป็นราชันย์
- บทที่ 37 - ข้อกังขาของอูเฟิง
บทที่ 37 - ข้อกังขาของอูเฟิง
บทที่ 37 - ข้อกังขาของอูเฟิง
บทที่ 37 - ข้อกังขาของอูเฟิง
"นอกจากอูเฟิง มีใครจะท้าสู้กับเซียวอวิ๋นอีกไหม" มู่จิ่นปรายตามองอูเฟิง แล้วกวาดสายตาไปรอบๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครก้าวออกมาอีก จึงพยักหน้าให้อูเฟิง "ตกลง คู่แรกจะเป็นการประลองระหว่างเซียวอวิ๋นกับอูเฟิง"
"ฮึ"
แค่นเสียงในลำคอ อูเฟิงดีดปลายเท้าพุ่งตัวอย่างปราดเปรียว ร่างกายโค้งเว้าได้สัดส่วนลอยตัวไปลงกลางลานประลองอย่างสวยงาม
เซียวอวิ๋นสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจเล็กๆ จากอูเฟิง แต่อูเฟิงในต้นฉบับก็นิสัยอารมณ์ร้อนแบบนี้อยู่แล้ว เขาจึงไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก เดินเนิบนาบไปยืนประจันหน้ากับเธอ
"เธอมีปัญหาอะไรกับฉันหรือเปล่า" ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เซียวอวิ๋นก็ถามออกไป
อูเฟิงชะงัก ความจริงเธอประทับใจเซียวอวิ๋นอยู่ไม่น้อย แต่ที่หงุดหงิดวันนี้ก็แค่เพราะเห็นหนิงเทียนไปทำตัวเป็นลูกไล่ให้เซียวอวิ๋นตอนอยู่ในห้องเรียนเท่านั้น
"ก็ไม่เชิง" คิดดูแล้ว ความขุ่นเคืองในใจอูเฟิงก็ลดลงไปบ้าง เธอมองเซียวอวิ๋นด้วยสายตาจริงจังขึ้น
ไม่ว่ายังไง เซียวอวิ๋นก็เป็นถึงอัครวิญญาจารย์ แถมยังเป็นสายต่อสู้ การจะเอาชนะเขาไม่ใช่เรื่องง่าย
ความห่างชั้นของวงแหวนหนึ่งวง ถ้าวิญญาณยุทธ์ไม่ได้ข่มกันอย่างสมบูรณ์ การต่อสู้ข้ามระดับแบบตัวต่อตัวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก
แต่นิสัยของอูเฟิงเป็นคนหัวรั้น ในเมื่อมายืนอยู่บนลานประลองแล้ว สิ่งเดียวที่เธอคิดคือทำยังไงถึงจะชนะ
"เพื่อนฝูงประลองกันเอาแค่รู้ผล อย่าลงมือหนัก ฟังคำสั่งครู เริ่มได้!" ทันทีที่สิ้นเสียงมู่จิ่น เซียวอวิ๋นและอูเฟิงก็ระเบิดพลังวิญญาณออกมาแทบจะพร้อมกัน
อูเฟิงตวาดเสียงใส คลื่นลมร้อนปะทุออกจากร่าง พร้อมกับคลื่นความร้อนที่หมุนวน ร่างกายที่เติบโตเกินวัยอยู่แล้วดูจะยืดขยายขึ้นไปอีก
ความร้อนของพลังวิญญาณแผดเผาชุดนักเรียนสีขาวจนขาดวิ่นในพริบตา เผยให้เห็นชุดรัดรูปสีดำที่สวมอยู่ข้างใน ขับเน้นเรือนร่างอันสมบูรณ์แบบของเธอให้เด่นชัดขึ้น
สายตาของนักเรียนชายหลายคนจับจ้องไปที่ส่วนเว้าส่วนโค้งของอูเฟิง พลางกลืนน้ำลายลงคอ
จนโดนเพื่อนผู้หญิงในห้องมองแรงใส่ด้วยความเหยียดหยาม
เซียวอวิ๋นไม่ได้สนใจรูปร่างที่เย้ายวนของอูเฟิง สายตาของเขายังคงใสกระจ่าง
เขายกแขนซ้ายที่ตอนนี้ปกคลุมไปด้วยเกล็ดมังกรขึ้น ใบหน้าสวยเฉี่ยวของอูเฟิงครึ่งหนึ่งถูกปกคลุมด้วยเกล็ดมังกรสีแดง แต่นั่นไม่ทำให้ความงามของเธอลดลง กลับดูมีเสน่ห์ลึกลับน่าค้นหา
เสียงคำรามต่ำๆ ดังขึ้น อูเฟิงเป็นฝ่ายเปิดฉากบุกก่อน
"วิญญาณยุทธ์มังกรแดงสินะ ในต้นฉบับถือว่าเป็นวิญญาณยุทธ์สัตว์ระดับท็อป แถมยังเป็นเผ่าพันธุ์มังกรที่สูงส่งที่สุดในบรรดาสัตว์วิญญาณ" เซียวอวิ๋นไม่ได้ประมาทแม้อีกฝ่ายจะมีแค่สองวงแหวน วิญญาจารย์สายโจมตีหนักระยะประชิดแบบนี้ถือเป็นตัวอันตรายสำหรับเขา
วิ่งตะบึงเข้ามาในสนาม ความเร็วของอูเฟิงเหนือกว่าที่เซียวอวิ๋นคาดไว้
เพียงแค่พริบตาเดียว อูเฟิงก็มาถึงตรงหน้าเซียวอวิ๋น ไม่มีความลังเล กรงเล็บมังกรตวัดฟาดลงมาที่ศีรษะของเซียวอวิ๋นทันที
ช่วงเวลาหลายปีในจวนเจ้าเมือง นอกจากเรียนรู้วิธีใช้วิญญาณยุทธ์สายหนักจากผู้อาวุโสซ่งแล้ว เซียวอวิ๋นยังได้เรียนเทคนิคการต่อสู้ระยะประชิดจากราชาวิญญาณสายโจมตีหนักในจวนมาบ้าง แม้จะเทียบชั้นกับผู้เชี่ยวชาญไม่ได้ แต่เมื่อเทียบกับอูเฟิง เซียวอวิ๋นมีความได้เปรียบเรื่องระดับพลัง
พลังวิญญาณอันหนาแน่นห่อหุ้มฝ่ามือ เซียวอวิ๋นยื่นมือขวาออกไปรับ ยังไม่ทันสัมผัสตัวอูเฟิง เขาก็สัมผัสได้ถึงคลื่นความร้อนที่ปะทะเข้ามา
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน แม้วิญญาณยุทธ์ของอูเฟิงจะยังไปไม่ถึงระดับไฟสุดขั้ว แต่ก็นับว่าเป็นธาตุไฟระดับสูง ความร้อนระดับนี้ส่งผลกระทบต่อเซียวอวิ๋นแน่นอน
"เขาคิดจะวัดแรงกับฉันด้วยมือเปล่าหรือ วิญญาณยุทธ์ก็ไม่ใช้ จะดูถูกกันเกินไปแล้วมั้ง"
เห็นเซียวอวิ๋นยื่นมือเปล่าออกมา อูเฟิงชะงักไปนิดหนึ่ง แต่กรงเล็บมังกรก็ไม่ได้ลดความเร็วลง กลับเร่งความเร็วขึ้น หมายจะปะทะกับเซียวอวิ๋นตรงๆ
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง เท้าของเซียวอวิ๋นขยับวูบ ร่างกายบิดตัวอย่างฉับไว เบี่ยงหลบกรงเล็บของอูเฟิงไปได้อย่างเฉียดฉิว
"ปฏิกิริยาตอบสนองไวมาก" เห็นการเคลื่อนไหวของเซียวอวิ๋น มู่จิ่นพยักหน้าในใจ ตามข้อมูลวิญญาณยุทธ์ของเซียวอวิ๋นคือติ่ง ปกติวิญญาจารย์สายเครื่องมือประเภทนี้ความสามารถในการต่อสู้ระยะประชิดจะจำกัด เพราะติ่งต่างจากดาบหรือหอกที่ใช้เป็นอาวุธได้โดยตรง
แต่ความสามารถระยะประชิดที่เซียวอวิ๋นแสดงออกมากลับไม่ได้แย่เลย
และที่ทำให้มู่จิ่นสงสัยคือ ปฏิกิริยาของเซียวอวิ๋นมันเร็วเกินคาด เขาเลือกขยับตัวในวินาทีสุดท้ายก่อนที่กรงเล็บจะถึงตัว นี่ต้องอาศัยการตัดสินใจ สมาธิ และพลังจิตที่สูงมาก
"หรือว่าเซียวอวิ๋นจะฝึกเคล็ดวิชาทางจิตมา ไม่น่าใช่ ของหายากแบบนั้นเมืองเล็กๆ อย่างเฟิงเย่ไม่น่าจะมี" มู่จิ่นคิดยังไงก็นึกไม่ออกว่าเซียวอวิ๋นซ่อนวิญญาณยุทธ์ที่สองเอาไว้ ดวงตาคู่สวยจับจ้องการต่อสู้ต่อไป
หลบกรงเล็บแรกได้ เซียวอวิ๋นไม่ได้ถอยฉากออกไป แต่กลับใช้มือซ้ายที่ยื่นออกไปคว้าหมับเข้าที่ท่อนแขนของอูเฟิง
แขนของอูเฟิงไม่ได้นุ่มนิ่มเหมือนผู้หญิงทั่วไป แต่กลับเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่แน่นกระชับ
เกิดมาเพิ่งเคยโดนผู้ชายจับแขนเป็นครั้งแรก หัวใจของอูเฟิงเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนก ยิ่งได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของเซียวอวิ๋นในระยะประชิด แม้แต่อูเฟิงก็ยังเผลอใจลอยไปชั่วขณะ
แต่สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ตวาดลั่น "ปล่อยนะ"
มืออีกข้างลุกโชนด้วยเปลวเพลิงที่หมุนวนอย่างเกรี้ยวกราด ชกใส่เซียวอวิ๋นพร้อมกับไฟที่ลุกท่วม
สีหน้าเซียวอวิ๋นไม่เปลี่ยน พลังวิญญาณไหลทะลักเข้าสู่มือซ้าย ทำให้พละกำลังมหาศาลปะทุขึ้น กระชากร่างอูเฟิงเข้ามาหาตัว
อูเฟิงเสียหลักร้องเสียงหลง หมัดขวาที่ชกออกไปจึงพลาดเป้า
ครั้งนี้เซียวอวิ๋นไม่ไล่ตามซ้ำ แต่เลือกที่จะดีดตัวถอยออกมาพร้อมกับปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์
เมื่อติ่งเก้ามังกรสยบสวรรค์อันมหึมาและน่าเกรงขามปรากฏขึ้น อูเฟิงพลันรู้สึกว่าวิญญาณยุทธ์มังกรแดงในกายของตนส่งเสียงคำรามด้วยความยินดี
"เกิดอะไรขึ้น ทำไมวิญญาณยุทธ์ของฉันถึงรู้สึกสนิทสนมกับวิญญาณยุทธ์ของเขา" อูเฟิงงุนงง หรือวิญญาณยุทธ์ของเซียวอวิ๋นจะมีความเกี่ยวข้องกับมังกรแดงของเธอ
เซียวอวิ๋นไม่ทันสังเกตสีหน้าที่เปลี่ยนไปของอูเฟิง เขาเร่งเร้าพลังวิญญาณในกาย วงแหวนวิญญาณวงที่หนึ่งบนตัวติ่งสว่างวาบ ทักษะวิญญาณร้อยปี พลังแห่งติ่ง ทำงานทันที
[จบแล้ว]