เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 680 - เพลงมาร์ชตงเฟิงอันเกรียงไกร

บทที่ 680 - เพลงมาร์ชตงเฟิงอันเกรียงไกร

บทที่ 680 - เพลงมาร์ชตงเฟิงอันเกรียงไกร


บทที่ 680 - เพลงมาร์ชตงเฟิงอันเกรียงไกร

ร้องเพลงทหารตลอดก็ดีอยู่หรอก แต่มันมีผลข้างเคียง คือกินๆ อยู่ทุกคนก็จะเผลอลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ เห็นชัดๆ ว่าทหารคนหนึ่งแทะคอเป็ดมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว ยังแทะไม่เสร็จเลย

"ต่อไปพวกคุณขอเพลงมา พวกเราจะร้องแบบสบายๆ บอกไว้ก่อนนะ ไม่ร้องเพลงทหารแล้ว ให้ทุกคนได้พักกินของอร่อยๆ กันบ้าง ขืนเดี๋ยวลุกเดี๋ยวนั่ง มันกินลำบาก"

คำพูดของเสี่ยวซาทำเอาทุกคนขำก๊าก ทหารปรบมือกันเกรียวกราว

ร้องเพลงจบ ขนมของทหารก็ฟาดเรียบวุธ สวี่นั่วมองไปทางผู้พัน

เสี่ยวซาก็มองผู้พัน

ทุกคนรุมล้อมเข้ามาหาผู้พัน บรรยากาศเริ่มกดดันพิกล

ผู้พันงงเป็นไก่ตาแตก แอบวางบิสกิตในมือลงเงียบๆ "จะ... เป็นอะไรเหรอครับ?"

"รถถังล่ะครับ?" สวี่นั่วถูมือ

ผู้พันถึงบางอ้อ "คุณก็บอกมาตรงๆ สิ! ตกใจหมดเลย! นึกว่าบิสกิตนี่กินไม่ได้ซะอีก!"

"แหะๆ ก่อนมาบอกว่าจะให้นั่งรถถัง พวกเรารอสิ่งนี้อยู่เลยครับ"

ผู้พันลุกขึ้นกวักมือเรียก "ไป เดี๋ยวพาไปเปิดหูเปิดตา"

ทุกคนเดินตามไปเป็นพรวน "ผู้พันครับ รถถังนี่ถ่ายได้ไหมครับ?"

"ถ่ายได้ ถ่ายตามสบาย รถถังรุ่น 99A ไม่ใช่ความลับอะไรแล้ว"

ผู้พันพาทุกคนมาที่หน้ารถถัง "นั่งรถถังได้ แต่ผมมีคำถามจะถามทุกคน ถ้าตอบถูกจะให้ยิงปืนใหญ่ด้วย นี่ท่านผบ.อนุมัติแล้ว"

ท่านผบ.ที่ผู้พันพูดถึง ย่อมหมายถึงผู้บังคับบัญชาที่สูงขึ้นไปอีก พอได้ยินแบบนี้ ตาของทุกคนแทบจะเรืองแสงสีเขียว

ได้นั่งรถถัง แถมยังได้ยิงปืนใหญ่ สิ่งล่อใจนี้มันเกินต้านทาน

"ทั้งหมด แถวตรง!"

เหล่าแขกรับเชิญรีบจัดแถวอย่างไว

"คำถามข้อที่ 1 รถถังคันนี้หนักเท่าไหร่?"

นี่ถือเป็นช่วงให้ความรู้ แฟนคลับทหารในห้องไลฟ์สดดีใจกันยกใหญ่ ตาเป็นประกายจ้องมองรถถัง

"รายงาน! 55 ตันครับ!" สวี่นั่วรีบชิงตอบ

ผู้พันพยักหน้า "คำตอบถูกต้องแม่นยำ เดี๋ยวให้คุณขึ้นเป็นคนแรก คำถามข้อที่ 2 รถถังคันนี้วิ่งได้เร็วแค่ไหน?"

สวี่นั่วไม่ส่งเสียง เปิดโอกาสให้คนอื่นบ้าง

"รายงาน! ความเร็วสูงสุด 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็ววิบาก 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงค่ะ!" รอบนี้หลินหวั่นชิงเป็นคนตอบ

หลินเฉิงจื้อ (พ่อหลินหวั่นชิง) ย้ายจากกองทัพกลับมาทำงาน ก็ชอบศึกษาอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ตามคำพูดของแกคือเพื่อชดเชยความเสียดายในอดีต

ผู้พันแปลกใจเล็กน้อย "ถูกต้องทั้งหมด หลินหวั่นชิงขึ้นเป็นคนที่สอง คำถามข้อที่ 3 รถถัง 99A เติมน้ำมันเต็มถังวิ่งได้ไกลแค่ไหน?"

คนอื่นมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ของแบบนี้คนทั่วไปใครจะไปตอบได้

"ไม่มีใครรู้เหรอ?"

เห็นไม่มีใครตอบ สวี่นั่วเลยตะโกน "รายงาน น้ำมันเต็มถังวิ่งได้ 600 กิโลเมตรครับ!"

ผู้พันพอใจในความกระตือรือร้นและคำตอบของเขามาก "ดีมาก เดี๋ยวจะให้รางวัลคุณหนึ่งนัด"

สวี่นั่ว: "......ไอ้หนึ่งนัดที่ว่านี่ ให้ยังไงครับ?"

จ้าวเหล่ยหัวเราะลั่น "ก็ยืนอยู่ตรงหน้าแล้วยิงใส่คุณหนึ่งนัดไง"

ผู้พันก็ขำ "คุณชอบแบบไหนล่ะ?"

"รายงาน! ผมชอบแบบจับจ้าวเหล่ยไปมัดไว้ที่เป้าแล้วยิงใส่เขาหนึ่งนัดครับ!"

"ดี! อนุมัติ! หวังต้าลี่ ลากเป้าหมายไปมัด!"

ชายร่างยักษ์คนหนึ่งเดินเข้ามา ทำท่าจะลากจ้าวเหล่ยไปจริงๆ

จ้าวเหล่ยใส่เกียร์หมาวิ่งหนี

"ฮ่าๆๆๆ สมน้ำหน้า!" สวี่นั่วหัวเราะ

"นั่วเหยียน คุณขึ้นรถถังก่อน!"

สวี่นั่วเดินวนรอบรถถังหนึ่งรอบ "รายงานผู้พัน รถถังขึ้นยังไงครับ?"

ในห้องไลฟ์สดเต็มไปด้วยคอมเมนต์ "กด F เพื่อเข้าสู่รถถัง"

"ไก่อ่อน ปุ่ม F ของนายอยู่ไหน?"

"ปีนขึ้นไปเลย!"

ผู้พันเดินเข้ามา "ปีนขึ้นไป!"

สวี่นั่วหามุมแล้วกระโดดปีนขึ้นไป

เปิดฝาครอบเข้าไปในตัวรถถัง ตากล้องก็ตามลงไป

ผู้ชมในห้องไลฟ์สดตาไม่กระพริบ จ้องมองด้วยความตื่นเต้นตาเป็นประกาย

"เชี่ย ได้เข้าไปในรถถังจริงๆ ด้วย!"

"ถ้าฉันมีไอ้นี่นะ ฉันจะเดินกร่างแบบปูเลย!"

"ไอ้นี่ไม่แค่เดินกร่างได้ มันยังปีนบันไดได้ด้วย บันไดสูงไม่เกินเมตรสาม ปีนได้สบาย"

ภายใต้การแนะนำของทหารผ่านศึกอีกคน สวี่นั่วได้นั่งที่ตำแหน่งคนขับ

"ขั้นแรกเหยียบเบรก ขั้นสองเข้าเกียร์ ขั้นสามปลดเบรกมือ ปล่อยเบรกออกตัว เหยียบคันเร่งเพื่อเร่งความเร็ว"

"นี่มันง่ายเกินไปแล้ว เรียนแป๊บเดียวก็เป็น!" สวี่นั่วขับรถถังวิ่งฉิวอย่างง่ายดาย

"รถถังของเราขับเหมือนรถยนต์เลย ง่ายมาก เรียนแป๊บเดียวก็เป็น"

สวี่นั่วขับรถถัง มองซ้ายมองขวา ตื่นเต้นสุดขีด "เทียบกับคันนี้แล้ว พวกออฟโรดหรือสปอร์ตคาร์ชิดซ้ายไปเลย นี่สิรถที่ลูกผู้ชายควรขับ"

"จริงสิ คันนี้กินน้ำมันเท่าไหร่ครับ?"

ทหารผ่านศึกชะงักไปนิดนึง มุมปากกระตุก "ในสถานะไม่ได้รบ ร้อยกิโลเมตร 237 ลิตร..."

"666 (สุดยอด) ร้อยกิโลล่อไป 237 ลิตร คำนวณค่าน้ำมันลิตรละ 7 หยวน ตกกิโลเมตรละ 16.6 หยวน" สวี่นั่วคิดเลขเสร็จสรรพ

คำนวณเสร็จ สวี่นั่วก็บ่นอุบ "เปลืองน้ำมันชะมัด ถ้าผมขับรถถังไปทำงาน มีหวังจนกรอบแน่"

กิโลละสิบกว่าหยวน ขับไปกลับที่ทำงานวันนึงค่าน้ำมันหลายร้อย สยองจริง

คอมเมนต์ในไลฟ์สดเริ่มเล่นมุกกันแล้ว

"กินน้ำมันดุขนาดนี้ คือเหตุผลที่ฉันไม่ซื้อคันนี้"

"นายไม่ซื้อ งั้นฉันก็ไม่ซื้อด้วย"

"พวกนายไม่ซื้อ ฉันซื้อมาขับก็ไม่มีเพื่อน แก็งรถซิ่งก็ตั้งไม่ได้ ไม่เอาดีกว่า"

"ในเมื่อทุกคนไม่ซื้อ งั้นฉันก็ไม่ซื้อ"

"ไม่ซื้อกันใช่ไหม? งั้นฉันซื้อ! แอดมินปักตะกร้าเลย!"

"ฉันว่าเปิดศูนย์ 4S ขาย 99A น่าจะรุ่งนะ"

"มีกล้อง 360 ไหม ผมขับรถไม่มีไอ้นี่แล้วใจไม่ดี"

"ไม่จำเป็นหรอก อยากจอดตรงไหนก็จอดเลย มีกำแพงก็ขวางนายไม่ได้"

"เข้าใจแล้ว ช่วงล่างเป็นไง สะเทือนไหม?"

"ไม่สะเทือน ข้ามหลุมข้ามบ่อเหมือนวิ่งเล่น"

"ผมมีข้อสงสัย คันนี้ติดป้ายทะเบียนอะไร? จำกัดเลขท้ายไหม?"

"เพื่อน นายใจแคบไปหน่อยแล้ว ฉันขับ 99A แล้วนะ จำกัดเลขท้ายแล้วไง? ใครกล้ามาขวาง?"

"พวกนายเรื่องมากจริง ซื้อไม่ซื้อ? ไม่ซื้อฉันซื้อเอง!"

รถถังคันเดียว ปลุกวิญญาณแฟนพันธุ์แท้ทหารออกมาเพียบ ทุกคนตาเป็นมัน อยากจะหามาขับสักคัน

สวี่นั่วขับรถถังมันส์สุดๆ แถมยังโชว์สกิล ขับรถถังดริฟต์ด้วย

ทุกคนอ้าปากค้าง กินฝุ่นเข้าไปเต็มปาก

"เชี่ย ไอ้นี่ดริฟต์ได้ด้วยเหรอ?"

"ยักษ์ใหญ่ 55 ตันดริฟต์เนี่ยนะ?"

"หลุดโลกแล้ว ใครขับวะนั่น?"

รถถังหยุดลง ประตูคนขับเปิดออก สวี่นั่วโผล่หัวออกมา "ท่าเมื่อกี้เป็นไง?"

หลินหวั่นชิงยกนิ้วโป้งให้ แถมทำท่ามินิฮาร์ตส่งไป

สวี่นั่วยักคิ้ว "รอแป๊บนะ ผมไปยิงสักดอกก่อนค่อยลงมา"

สวี่นั่วขับรถถัง หันกระบอกปืนไปทางสนามยิงปืน ภายใต้การแนะนำของทหารผ่านศึก เขาเล็งไปที่เป้าหมาย

"ยิงได้ไหม?"

"ยิง!"

สวี่นั่วกดปุ่มยิง รถถังสั่นสะเทือน ลูกปืนใหญ่หอบฝุ่นตลบ พุ่งเข้าใส่เป้าหมายอย่างแม่นยำ

"เข้าเป้า!"

สวี่นั่วเดินออกมาจากรถถังอย่างภาคภูมิใจ เขาหัวเราะร่า "นัดเดียวเข้าเป้า!"

ทุกคนปรบมือให้เกียรติ

คนอื่นทยอยขึ้นไปลองรถถัง แต่พวกเขาก็ไม่ได้มีอภิสิทธิ์ขนาดนั้น แค่ได้นั่งข้างในสัมผัสความสุขของการนั่งรถถังเฉยๆ

อีกด้านหนึ่ง สวี่นั่วขอกระดาษปากกา มานั่งเขียนอะไรบางอย่างอยู่ข้างๆ

ผู้พันชะโงกหน้าไปดู อ่านว่า "เพลงมาร์ชตงเฟิงอันเกรียงไกร?"

"ถูกต้องครับ" สวี่นั่วเขียนขยุกขยิกอย่างรวดเร็ว

"นี่คือเพลงใหม่เหรอ?" ผู้หมวดก็มุงเข้ามาดู

"นั่งรถถังแล้วเกิดแรงบันดาลใจครับ เลยเขียนเพลงบรรเลงล้วนๆ ขึ้นมาเพลงหนึ่ง เอาไว้เปิดตอนรถถังหรือรถหุ้มเกราะวิ่งนี่เหมาะที่สุดแล้ว"

สวี่นั่วเขียนเสร็จ เงยหน้ามองผู้พัน "ผู้พันครับ ที่นี่มีวงดุริยางค์ไหม?"

ผู้พันชะงัก "ที่นี่ไม่มี มีแต่ที่กองบัญชาการกองพล"

สวี่นั่วทำหน้าเสียดาย "งั้นคงต้องรอโอกาสหน้าค่อยให้ทุกคนฟังเพลงนี้แล้วล่ะครับ"

ผู้พันอึ้ง มองกระดาษในมือสวี่นั่ว แล้วหันไปมองสายตาคาดหวังของเหล่าทหาร กัดฟันกรอด "รอผมสักครู่"

ห้านาทีต่อมา ผู้พันวิ่งเหยาะๆ กลับมา "ผมเพิ่งติดต่อผู้บังคับบัญชา วงดุริยางค์ของกองพลกำลังออกเดินทาง พรุ่งนี้เช้าก็น่าจะถึงที่นี่!"

สวี่นั่วคิดในใจ สุดยอด แบบนี้ก็ได้เหรอ? ไม่มีวงดนตรีคุณก็โทรเรียกมาเลย?

"งั้นก็ได้ครับ พรุ่งนี้ผมจะสอนทุกคนเล่นเพลงนี้"

ทีมงานรายการพักค้างคืนในค่ายทหารเลย

พับผ้าห่ม จัดระเบียบห้องพัก ให้ทุกคนได้สัมผัสความลำบากในค่ายทหารอย่างแท้จริง

เช้าวันรุ่งขึ้น วงดุริยางค์ทหารก็เดินทางมาถึงค่ายอย่างเร่งรีบ พอเข้ามาก็ตะโกนถามทันที

"ผู้พันหลิว เพลงดีๆ อยู่ไหน?"

"นี่ครับนี่ครับ!" ผู้พันหลิวทำวันทยหัตถ์ เชิญพวกเขาเข้ามา

"นี่ครับ ลองดูโน้ตเพลงที่อาจารย์นั่วเหยียนเขียนเมื่อวาน"

"คุณเคยฟังแล้วเหรอ?"

"ยังครับ" ผู้พันหลิวส่ายหน้า

คนมาใหม่: "......"

"แต่รับประกันว่าสุดยอดแน่นอน!" ผู้พันหลิวหัวเราะแหะๆ แล้วล้วงกระดาษอีกแผ่นออกมา "นี่อีกเพลงครับ"

หัวหน้าวงรับไปดู "กองทัพเรามุ่งสู่ตะวัน"

แค่ชื่อเพลงก็ทรงพลังแล้ว พอดูโน้ตเพลง ก็ตื่นตะลึงทันที

"นี่มันผลงานระดับเทพ!"

"ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าพวกเราบรรเลงเพลงนี้จะอลังการขนาดไหน"

"โชคดีจริงๆ ที่เรามา"

รอตั้งห้านาที ในที่สุดพวกเขาก็ทนไม่ไหว เคาะประตูห้อง ปังๆๆ

"ใครครับ?" สวี่นั่วขยี้ตามาเปิดประตู

หน้าประตูมีคนยืนอยู่กลุ่มเบ้อเริ่ม สวี่นั่วชะงัก "พวกคุณคือ?"

"วงดุริยางค์กองพลที่ 7 มารายงานตัวครับ!"

ทุกคนตอบพร้อมกัน แล้วทำวันทยหัตถ์ให้สวี่นั่ว

สวี่นั่วยังงงๆ อยู่ ดูนาฬิกา แล้วทำวันทยหัตถ์ตอบ "รอผมห้านาที"

ครึ่งชั่วโมงต่อมา บนลานฝึกซ้อม วงดุริยางค์เตรียมพร้อม

สวี่นั่วสะบัดมือสองข้าง วงดุริยางค์เริ่มบรรเลง

"ตึง ตึง ตึง~"

เสียงเครื่องเป่าและเครื่องสายทรงพลังกว่ากลองชุดเทียบไม่ติด ดนตรีอันน่าเกรงขามดังกระหึ่มลานฝึก

เวลานี้ยังไม่ถึงเวลาตื่นนอนรวมพล แต่ทหารทยอยเดินออกมาจากโรงนอน

ดนตรีนี้มันเลือดพล่านเกินไป ใครจะไปหลับลง

ทหารมารวมตัวกันที่ลานฝึกซ้อมโดยอัตโนมัติ ยืนตัวตรงเป็นระเบียบ

เพลงจบลง ทุกคนเลือดสูบฉีด เสียงปรบมือดังขึ้นเองโดยไม่ต้องนัดหมาย

สายลมบูรพาอันเกรียงไกร สายฟ้าฟาดฟัน กระบี่อยู่ในมือ พิชิตทั่วหล้า

เสียงปรบมือและเสียงเชียร์ดั่งภูเขาถล่มทลาย ทำให้ทุกคนในค่ายวิ่งออกมา

บทเพลง "เพลงมาร์ชตงเฟิงอันเกรียงไกร" ทำให้ทุกคนใจเต้นระรัว ราวกับมองเห็นรถขนส่งขีปนาวุธ (รถบรรทุกท่อนซุง) ค่อยๆ เคลื่อนขบวนผ่านไป

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 680 - เพลงมาร์ชตงเฟิงอันเกรียงไกร

คัดลอกลิงก์แล้ว