- หน้าแรก
- ผมแค่ขึ้นไปร้องเพลงแก้ขัด ทำไมยัยซุปตาร์ถึงจ้องจะจับผมทำสามี
- บทที่ 650 - เส้นทางสู่เกียรติยศ วาทยกรกิตติมศักดิ์
บทที่ 650 - เส้นทางสู่เกียรติยศ วาทยกรกิตติมศักดิ์
บทที่ 650 - เส้นทางสู่เกียรติยศ วาทยกรกิตติมศักดิ์
บทที่ 650 - เส้นทางสู่เกียรติยศ วาทยกรกิตติมศักดิ์
ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยเพลงรักเกลื่อนเมือง จู่ๆ ก็มีเพลงที่หลุดพ้นจากเสียงเพลงอันมัวเมาปรากฏขึ้น เปรียบเสมือนระเบิดปรมาณูระเบิดกลางฝูงชน
สาเหตุที่เพลงรักเป็นที่นิยม ก็เพราะเพลงรักเข้าใจง่าย เนื้อเพลงตรงไปตรงมา เรื่องราวที่ทุกคนเคยประสบ พบเจอแล้วอินได้ง่าย
แต่ 'บทเพลงประสานเสียงแห่งแม่น้ำฮวงโห' ไม่ใช่แบบนั้น
ยุคสมัยในบทเพลง คนที่ผ่านการศึกษาภาคบังคับเก้าปีมาล้วนรู้จักรดี แต่ยุคสมัยนั้นมันห่างไกลเกินไป
ห่างไกลจนมีเพียงคนรุ่นปู่ย่าตายายเท่านั้นที่พอจะมีความทรงจำอยู่บ้าง
แม้แต่คนรุ่นปู่ย่าตายาย ก็รู้น้อยมากเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ช่วงนั้น เวลาผ่านไปแปดสิบกว่าปี หลายสิ่งหลายอย่างถูกปกคลุมด้วยฝุ่นหนาเตอะ
'บทเพลงประสานเสียงแห่งแม่น้ำฮวงโห' เปรียบเสมือนสายลม ที่พยายามเป่าฝุ่นผงแห่งประวัติศาสตร์ให้จางหายไป แต่ลำพังแค่เพลงนี้เพลงเดียว จริงๆ แล้วยังไม่เพียงพอ
โดยเฉพาะในสถานที่แสดงจริงที่ไม่มีจอภาพขนาดใหญ่ฉายภาพเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ และไม่มีเนื้อเพลงขึ้นให้ดู
แถมจังหวะการร้องก็เร็วมาก เพลงที่ทุกคนชอบฟังที่สุดอย่าง 'ปกป้องแม่น้ำฮวงโห' นอกจากท่อน "สายลมคำราม ม้าศึกกู่ร้อง แม่น้ำฮวงโหพิโรธ" แล้ว เนื้อร้องท่อนอื่นก็ฟังไม่ค่อยทัน
ในเวลานี้ การตีความแบบนี้ จึงเป็นสิ่งที่ชาวเน็ตให้ความสนใจมากที่สุด
งานสัมมนาของลวี่ซินจือ ได้รับการโปรโมตอย่างหนักจากแพลตฟอร์ม ยอดผู้ชมพุ่งจากไม่กี่พันคนเป็นหลายแสนคน
ยากจะจินตนาการว่า การประชุมวิชาการออนไลน์ที่เป็นทางการแบบนี้ จะดึงดูดคนดูได้หลายแสนคน
ตอนที่ผู้ช่วยบอกลวี่ซินจือ ท่านผู้เฒ่าก็งงไปเหมือนกัน
ในแผนของเขา การไลฟ์สดการประชุมเป็นแค่กระบวนการหนึ่ง หลังจบไลฟ์ เขาจะเรียบเรียงเนื้อหาการประชุม แล้วตีพิมพ์เผยแพร่สู่สาธารณะ
แบบนั้นถึงจะช่วยให้ทุกคนเข้าใจ 'บทเพลงประสานเสียงแห่งแม่น้ำฮวงโห' ได้ การไลฟ์สด ก็แค่ทำไปงั้นๆ
เขาประเมินความกระตือรือร้นของชาวเน็ตต่ำไปหน่อย
ลวี่ซินจือเคาะโต๊ะ "อะแฮ่ม ทุกท่าน ขอเตือนหน่อยนะครับ การประชุมของเราตอนนี้มียอดคนดูห้าแสนคน ขอให้ทุกคนช่วยรักษาภาพลักษณ์กันหน่อย"
คนอื่นๆ ก็งงเป็นไก่ตาแตก
คนห้าแสนคนมาดูพวกเราประชุมเนี่ยนะ?
คนสมัยนี้ว่างกันขนาดนี้เลยเหรอ?
หลังจากอึ้งไปสักพัก ในหน้าจอไลฟ์สดก็เกิดความโกลาหล
คนนั้นติดกระดุม คนนี้หวีผม คนโน้นเช็ดแว่น
คนดูน้อยๆ พวกเขาไม่แคร์ แต่ถ้าคนดูเป็นแสน เผื่อมีใครแคปรูปไปลง พวกเขาได้ดังแน่
ผู้ชมหัวเราะลั่น
น้อยครั้งนักที่จะได้เห็นเหล่าผู้อาวุโสผู้ทรงคุณวุฒิมีท่าทางลุกลี้ลุกลนขนาดนี้
หลังจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญทำ "การสร้างภาพ" เสร็จเรียบร้อย การประชุมก็ดำเนินต่อไป
การประชุมเริ่มจากหลี่ถงเฉิน บริบททางประวัติศาสตร์ของ 'บทเพลงประสานเสียงแห่งแม่น้ำฮวงโห' เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำความเข้าใจเป็นอันดับแรก
หากไม่เข้าใจบริบท ก็ไม่อาจซาบซึ้งถึงความหมายของ 'บทเพลงประสานเสียงแห่งแม่น้ำฮวงโห' ได้อย่างถ่องแท้
หลี่ถงเฉินพูดจาฉะฉาน เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ยุคนั้นเข้ากับ 'บทเพลงประสานเสียงแห่งแม่น้ำฮวงโห' ไล่เรียงตั้งแต่ 'บทเพลงคนแจวเรือแห่งแม่น้ำฮวงโห' ไปจนถึง 'จงคำราม! แม่น้ำฮวงโห'
ทุกบทเพลง หลี่ถงเฉินจะเปิดหัวด้วยเรื่องเล่าเล็กๆ น้อยๆ ไม่เพียงแค่ผู้ชมจะชอบฟัง แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังฟังอย่างเพลิดเพลิน
หลี่ถงเฉินบรรยายไปเกือบครึ่งชั่วโมง ผลตอบรับดีจนระเบิด ยอดผู้ชมพุ่งทะยานทะลุหนึ่งล้านคน
ผ่านการบรรยายที่ลึกซึ้งแต่เข้าใจง่ายของหลี่ถงเฉิน ชาวเน็ตส่วนใหญ่เริ่มมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภูมิหลังของ 'บทเพลงประสานเสียงแห่งแม่น้ำฮวงโห' ในระดับหนึ่งแล้ว
พอกลับไปฟัง 'บทเพลงประสานเสียงแห่งแม่น้ำฮวงโห' อีกครั้ง ความรู้สึกซาบซึ้งก็ยิ่งลึกซึ้งขึ้นไปอีก
ทางฝั่งหลี่ถงเฉินกำลังไลฟ์สด ทางฝั่งสวี่นั่วก็กำลังประชุมเหมือนกัน
พวกหลี่ข่ายเสวียนและผู้หลักผู้ใหญ่ในท้องถิ่นดูการแสดงจบก็ยังไม่รีบกลับ แต่ลากทุกคนมาประชุมเสวนากัน
ในที่ประชุม ทุกคนพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองและฉันมิตร สรุปสั้นๆ คือมีแต่คำชมเชยและให้กำลังใจ
หลังจบการประชุม สวี่นั่วก็ได้ภาพถ่ายล้ำค่ามาหลายใบ... ภาพจับมือถ่ายรูปกับเหล่าผู้ยิ่งใหญ่
สวี่นั่วเป็นคนถ่อมตัว ไม่อย่างนั้นถ้าเอารูปพวกนี้ไปแขวนที่บริษัท ใครเห็นเป็นต้องขาสั่น
"รอคอยที่จะเห็นคุณไปแสดงที่มหาศาลาประชาคมนะ" ก่อนกลับ หลี่ข่ายเสวียนตบไหล่สวี่นั่วพร้อมให้กำลังใจ
เจ้าบ้านและแขกต่างมีความสุข มีเพียงสถานที่ท่องเที่ยวตาน้ำตกหูโข่วที่ไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่
ตอนที่รู้ว่ารายการจะมาจัดเทศกาลดนตรีแม่น้ำฮวงโห ทางสถานที่ท่องเที่ยวดีใจแทบคลั่ง ในที่สุดทราฟฟิกมหาศาลนี้ก็ตกมาถึงหัวพวกเขาเสียที
แต่หลังจากฟัง 'บทเพลงประสานเสียงแห่งแม่น้ำฮวงโห' จบ พวกเขาถึงพบว่าตัวเองดีใจเร็วเกินไป
ผู้บริหารสถานที่ท่องเที่ยวทั้งดีใจทั้งกลุ้มใจ
'บทเพลงประสานเสียงแห่งแม่น้ำฮวงโห' ผลักดันชื่อเสียงของน้ำตกหูโข่วขึ้นสู่จุดสูงสุด
ดัชนีการค้นหาเพิ่มขึ้นมากกว่ายี่สิบเท่า
ตามปกติแล้ว ขอแค่พวกเขารับมือกับทราฟฟิกที่หล่นลงมาจากฟ้านี้ได้ ก็จะกินบุญเก่าไปได้อีกนาน
น่าเสียดายที่ความมั่งคั่งมหาศาลนี้ พวกเขารับมือไม่ไหว
วงซิมโฟนีที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศหนึ่งวง คณะประสานเสียงสามคณะ เพลงแปดเพลง เกินขีดความสามารถในการจัดระเบียบของสถานที่ท่องเที่ยวไปไกลลิบ
สถานที่ท่องเที่ยวอื่น แค่หาคนมาร้องเพลงที่นั่วเหยียนทิ้งไว้สักสองคน ก็ดึงดูดคนมาเช็กอินได้นับไม่ถ้วน
อย่างเช่นรายการตะโกนไมค์ที่อำเภอเจิ้งติ้ง ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาร่วมสนุกเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
แต่ 'บทเพลงประสานเสียงแห่งแม่น้ำฮวงโห' ทำไม่ได้ ทางสถานที่ท่องเที่ยวจัดตั้งวงไม่ได้ มีแม่น้ำฮวงโหอยู่กับตัวแต่กลับไร้ความสามารถ
โชคดีที่ทางผู้ใหญ่ก็คำนึงถึงจุดนี้ จึงให้สัญญากับทางสถานที่ท่องเที่ยวว่า ทุกปีจะมีการจัด "คอนเสิร์ตแม่น้ำฮวงโห" ขึ้น และสถานที่จัดงานจะยังคงเป็นที่น้ำตกหูโข่ว
ถือว่าเป็นการปลอบใจได้บ้าง ดังตลอดไปคงเป็นไปไม่ได้ แต่ดังปีละครั้งก็ไม่เลว
หลังพักผ่อนช่วงเที่ยงเล็กน้อย ทีมงานรายการก็ไปเยี่ยมชมน้ำตกหูโข่วต่อ
เมื่อเช้ายุ่งอยู่กับคอนเสิร์ต ทุกคนแทบไม่มีเวลาดูน้ำตกเลย
คณะเดินทาง บ้างก็ร้องเพลง บ้างก็ร่ายกวี
"น้ำในแม่น้ำฮวงโหไหลมาจากฟากฟ้า ไหลลงสู่ทะเลแล้วไม่หวนกลับ!"
"แม่น้ำฮวงโหทอดยาวขึ้นสู่เมฆขาว เมืองโดดเดี่ยวตั้งตระหง่านท่ามกลางขุนเขานับหมื่น!"
"แม่น้ำฮวงโหเก้าโค้งทรายหมื่นลี้ คลื่นซัดสาดลมพัดพามาจากสุดขอบฟ้า"
ทุกคนมองดูแม่น้ำฮวงโหที่ไหลเชี่ยวกราก แล้วเกิดอารมณ์สุนทรีย์อยากแต่งกลอน
สวี่นั่วไม่พูดไม่จา เขาเหนื่อยแล้วจริงๆ
งานวาทยกร ไม่ใช่งานที่คนทั่วไปจะทำได้จริงๆ
ก่อนหน้านี้เขาคุมวงซิมโฟนีออร์เคสตราแห่งนครเซี่ยงไฮ้ ก็แค่คุมเพลงเดียวสองเพลง การคุมวงทั้งชุดแบบนี้ เขาก็เพิ่งทำครั้งแรก
ก่อนกลับ ท่านผู้เฒ่าเฉาซิวเชิญเขาให้รับหน้าที่วาทยกรอีกครั้ง แต่ถูกสวี่นั่วปฏิเสธอย่างนุ่มนวล
ตารางงานของวงซิมโฟนีออร์เคสตราแห่งนครเซี่ยงไฮ้ในแต่ละปีไม่ได้เบาเลย มีการแสดงใหญ่น้อยตลอด สวี่นั่วไม่มีเวลาขนาดนั้น
ดูเหมือนจะคาดเดาไว้แล้วว่าสวี่นั่วจะปฏิเสธ เฉาซิวจึงยื่นข้อเสนออีกอย่าง เชิญสวี่นั่วรับตำแหน่ง 'วาทยกรกิตติมศักดิ์' ของวงซิมโฟนีออร์เคสตราแห่งนครเซี่ยงไฮ้
ลักษณะคล้ายๆ กับศาสตราจารย์รับเชิญ อยากมาก็มาคุมวง ไม่อยากมาก็ไม่ต้องมา
คราวนี้สวี่นั่วปฏิเสธไม่ลง อย่าว่าแต่ความสัมพันธ์อันดีที่เขามีต่อวงซิมโฟนีออร์เคสตราแห่งนครเซี่ยงไฮ้เลย แค่เห็นแก่หน้าเฉาซิว เขาก็ต้องยอมรับ
ไม่นานนัก วงซิมโฟนีออร์เคสตราแห่งนครเซี่ยงไฮ้ก็ออกประกาศ: "วงซิมโฟนีออร์เคสตราแห่งนครเซี่ยงไฮ้ได้เชิญนั่วเหยียนดำรงตำแหน่งวาทยกรกิตติมศักดิ์ของวง บางทีในสักวันหนึ่ง ทุกท่านอาจมีโอกาสได้ฟังบทเพลงซิมโฟนีภายใต้การควบคุมวงของเขา"
แม้จะเป็นแค่ตำแหน่งกิตติมศักดิ์ แต่สถานะของวาทยกรวงซิมโฟนีออร์เคสตราแห่งนครเซี่ยงไฮ้นั้นสูงมาก นี่หมายความว่าสวี่นั่วมีโอกาสจะได้เข้าเป็นสมาชิกสมาคมนักดนตรีตั้งแต่อายุยี่สิบกว่าปี
ถ้าสวี่นั่วได้เข้าสมาคม คงไม่ได้เข้าในฐานะสมาชิกธรรมดาแน่
ระดับวาทยกรวงซิมโฟนีออร์เคสตราแห่งนครเซี่ยงไฮ้ ถ้าเป็นแค่สมาชิกธรรมดา ก็ดูจะหยามกันเกินไปหน่อย
ออกจากน้ำตกหูโข่ว ทีมงานรายการให้หยุดครึ่งวันเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้ทุกคนได้พักผ่อน
ตามนิสัยของรายการ ถ้าวันหนึ่งไม่วิ่งรอกสักสองสามที่ ไม่มีทางให้พักหรอก นี่มันรายการท่องเที่ยวแบบ "หน่วยรบพิเศษ" ชัดๆ
แน่นอน การพักผ่อนนี้ หลักๆ คือให้สวี่นั่วได้พัก
หลังจบการแสดง สวี่นั่วก็ไม่ค่อยร่าเริง ปกติเขาจะเป็นตัวสร้างสีสันที่สุด ครั้งนี้เขาไม่พูดไม่จา เห็นชัดว่าเหนื่อย
ผู้ชมในไลฟ์สดส่วนใหญ่มาดูเขา พอสวี่นั่วเงียบ ยอดคนดูรายการก็ร่วงกราวจากสามสิบล้านเหลือแค่ล้านต้นๆ
จางจื้อเฉียงเกือบรับความเจ็บปวดนี้ไม่ไหว เลยตัดสินใจให้ทุกคนกลับไปพักผ่อนซะเลย
สวี่นั่วก็ตรงไปตรงมา กลับถึงโรงแรมก็ล้มตัวลงนอนทันที
หลับยาวสบายใจเฉิบ สวี่นั่วตื่นมาอีกทีก็สายโด่งของวันรุ่งขึ้น
ตอนเปิดประตูออกมา ทุกคนกำลังเล่นไพ่ 'โต้วตี้จู่' กันอยู่ (เกมไพ่สู้เจ้าที่)
พอเห็นเขาออกมา ทุกคนก็กรูเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังทันที
"หายเหนื่อยหรือยัง?"
"ไม่เป็นไรใช่มั้ย?"
"นายนอนไปนานมากเลยนะเนี่ย"
หลินหวั่นชิงเดินวนรอบตัวเขาสองรอบ ปัดฝุ่นเสื้อผ้าให้ แววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง
สวี่นั่วหัวเราะ "พลังเต็มร้อย ไปๆๆ ออกเดินทางกัน"
จ้าวเหล่ยยังกำไพ่ในมือแน่น "เดี๋ยวดิ รอฉันเล่นตานี้จบก่อน ระเบิดเพียบเลยเนี่ย"
พอเสี่ยวซาได้ยิน ก็โยนไพ่ทิ้งทันที "ไม่เล่นแล้ว ออกเดินทาง!"
หยวนฮ่าวเซวียนทำตามอย่าง โยนไพ่ทิ้งบ้าง
หน้าจ้าวเหล่ยดำเป็นก้นหม้อ ปากบ่นพึมพำ "อุตส่าห์จะได้ชนะสักตา!"
ทีมงานรายการหัวเราะเฮฮาแล้วออกเดินทางต่อ
พอกลับมามีสวี่นั่ว เหมือนได้เสาหลักกลับคืนมา ทุกคนรู้สึกว่าแม้แต่ตอนเดินยังมีแรงมากขึ้น
ยอดผู้ชมไลฟ์สดก็เริ่มทยอยกลับมา
"มาแล้วๆ ในที่สุดก็รอจนเจอเธอ"
"ฉันรอจนดอกไม้เหี่ยวหมดแล้ว"
"รายการ 'ขับขานทั่วหล้า' ไม่มีนั่วเหยียน ก็เหมือนกับข้าวไม่ใส่เกลือ"
"ฉันตัดสินใจแล้ว รายการไปไหนฉันไปด้วย พลาดคอนเสิร์ตแม่น้ำฮวงโหทำเอาฉันตบขาจนหัก"
ต่างจากรายการไลฟ์สดอื่นที่ชอบปิดบังตารางงาน 'ขับขานทั่วหล้า' เน้นเปิดเผยตารางการเดินทาง ส่วนพวกที่อยากจะสะกดรอยตามมาทำมิดีมิร้าย...
ทางการท้องถิ่นประกาศลั่น: "ไม่กลัวตายก็ดาหน้ากันเข้ามา"
ส่วนพวกโจรกระจอก ทีมงานรายการบอกว่าตั้งตารอทำ "เรียลลิตี้โชว์หนึ่งต่อสิบ" อยู่พอดี
เก็บสัมภาระเรียบร้อย ทีมงานรายการมุ่งหน้าสู่สถานีต่อไป... อานไซ
นี่เป็นสถานที่ที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียง อย่าว่าแต่นักท่องเที่ยวต่างถิ่นเลย แม้แต่คนท้องถิ่นหลายคนยังไม่รู้จักที่นี่
จนกระทั่งงานกาล่าเคาท์ดาวน์ของโมเดิร์นทีวี ที่นี่ถึงได้ดังเปรี้ยงปร้างขึ้นมา
'กลองเอวอานไซ' ทำให้หลายคนตื่นตะลึง ความยิ่งใหญ่จากที่ราบสูงดินเหลืองทำให้ทุกคนเริ่มอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับพื้นที่แถบนี้
เพลงหนึ่งเพลง รายการหนึ่งรายการ มักจะสร้างอิทธิพลระยะยาวได้เสมอ
ทีมงานมุ่งตรงสู่อานไซ พวกเขาจะไปสัมผัสประสบการณ์ความเร้าใจของกลองเอวอานไซแบบเจาะลึกบนผืนดินสีเหลืองอันแห้งแล้งแห่งนี้
ระหว่างทางมีนักท่องเที่ยวที่ติดตามไลฟ์สดตามมาสมทบอย่างไม่ลังเล
เมื่อไปถึงอานไซ ไม่เพียงแต่ทีมงานรายการจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น แม้แต่นักท่องเที่ยวที่ตามมา ก็ได้รับการดูแลอย่างดี
นักท่องเที่ยวหลายคนรู้สึกปลื้มปริ่ม ต่างพากันบอกว่าได้อานิสงส์จากรายการแท้ๆ
สำหรับอานไซ โอกาสแบบนี้มีค่าดั่งทองพันชั่ง ขอแค่สร้างชื่อเสียงได้ การท่องเที่ยวในอนาคตก็จะเติบโตขึ้นเป็นทวีคูณ
สวี่นั่วและคณะรีบไปเปลี่ยนชุด เตรียมพร้อมเข้าร่วมขบวนกลองเอวอานไซ
[จบแล้ว]