- หน้าแรก
- ผมแค่ขึ้นไปร้องเพลงแก้ขัด ทำไมยัยซุปตาร์ถึงจ้องจะจับผมทำสามี
- บทที่ 490 - ใครเขาจัดทัวร์ทั่วประเทศเป็นแข่งเต้นแอโรบิกกันบ้าง!
บทที่ 490 - ใครเขาจัดทัวร์ทั่วประเทศเป็นแข่งเต้นแอโรบิกกันบ้าง!
บทที่ 490 - ใครเขาจัดทัวร์ทั่วประเทศเป็นแข่งเต้นแอโรบิกกันบ้าง!
บทที่ 490 - ใครเขาจัดทัวร์ทั่วประเทศเป็นแข่งเต้นแอโรบิกกันบ้าง!
ปีสองปีมานี้ ศิลปินดาราพากันแข่งขันจัดคอนเสิร์ตกันอย่างดุเดือด คอนเสิร์ตจัดกันแบบถี่ยิบ
บางเมืองถึงกับมีคอนเสิร์ตชนกัน 4-5 งานในวันเดียว ทั้งศูนย์กีฬา ศูนย์ประชุม จัดกันให้พรึ่บ
ผู้ชมที่กระหายอยากสัมผัสบรรยากาศคอนเสิร์ตต่างรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ
แต่ "ทัวร์ทั่วประเทศ" ของวงเฟิ่งหวง ทำเอาทุกคนงงเป็นไก่ตาแตก
วงเฟิ่งหวงโพสต์เวยป๋อชี้แจงว่า "ขอบคุณแฟนคลับที่สนับสนุน แต่คอนเสิร์ตสำหรับพวกเราถือว่ายังเร็วเกินไป ในรอบชิงชนะเลิศเมื่อวาน มีกลุ่มแฟนคลับผู้ 'เปี่ยมวุฒิภาวะ' (ผู้สูงอายุ) กลุ่มหนึ่งได้สร้างความประทับใจให้พวกเรามาก ขอบคุณที่ยอมรับในตัวพวกเรา ดังนั้นเราจึงตัดสินใจว่าจะจัดการแข่งขัน 'สแควร์แดนซ์' (เต้นแอโรบิกตามลาน) ขึ้น โดยเราจะเดินทางไปพบปะกับทุกคนตามสถานที่ต่างๆ อิงตามอันดับการแข่งขัน ทัวร์ครั้งนี้ ฟรีตลอดงาน"
อันที่จริงความคิดนี้ก็เหนือความคาดหมายของสวี่นั่วเหมือนกัน ตอนพวกเขามาหาและบอกว่าอยากจัด "ทัวร์ทั่วประเทศ" สวี่นั่วนึกว่าจะจัดคอนเสิร์ตซะอีก
แม้วงเฟิ่งหวงจะเพิ่งดังได้ไม่นาน แต่จำนวนเพลงก็มีพอสมควรแล้ว
คอนเสิร์ตทั่วไปใช้เพลงประมาณ 20 เพลง กินเวลา 2 ชั่วโมงกว่า
เพลงของวงเฟิ่งหวงอาจจะน้อยไปนิด แต่แต่งเพิ่มให้สักหน่อยก็พอไหว
ใครจะไปรู้ พอเขาเสนอว่าจะแต่งเพลงเพิ่มให้ ทั้งเหรินเจี๋ยและฉีหลิงต่างส่ายหน้าพร้อมกัน "บอสครับ/คะ ช่วงนี้บอสดูแลพวกเราดีมากแล้ว ยังมีคนอื่นรอเพลงใหม่อยู่อีก รอบนี้พวกเราไม่เอาเพลงใหม่ครับ"
สวี่นั่วแปลกใจ "แต่เพลงพวกคุณไม่พอจัดคอนเสิร์ตนะ?"
เหรินเจี๋ยจึงอธิบายแนวคิดของเขา
พูดไปก็ซับซ้อน แต่สรุปได้คำเดียวว่า "คืนกำไรให้แฟนคลับ"
"พวกเราอยากลองดูครับ ว่าจะทำอัลบั้มสแควร์แดนซ์ให้แฟนๆ ได้ไหม โดยเอาเพลงมาเรียบเรียงใหม่ ใส่ท่าเต้นเข้าไป แล้วทำคลิปสอนเต้นด้วย"
ความคิดนี้ในวงการบันเทิงที่เน้น "ขูดรีดแฟนคลับ" ถือว่าเป็นกระแสน้ำที่ใสสะอาดมาก
ต้องรู้ก่อนว่าวงเฟิ่งหวงเพิ่งจะดัง เงินทองยังกอบโกยได้ไม่เท่าไหร่
แทนที่จะรีบกอบโกยตอนกำลังดัง กลับไปทำเรื่องที่ดูเหมือนเหนื่อยเปล่าและไม่ได้เงินแบบนี้
ดูโง่นิดๆ
แต่สวี่นั่วรู้สึกปลื้มใจ คนแบบนี้แหละที่คุ้มค่าแก่การดันให้สุดตัว
พอข่าวแพร่ออกไป ศิลปินในค่ายฝานซิงทุกคนต่างมีความเห็นตรงกันอย่างน่าประหลาด คือสนับสนุนและให้กำลังใจ
เรื่องจึงตกลงตามนี้
บัญชีทางการของฝานซิงประกาศแผนงานนี้ พร้อมรายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วม
ชาวเน็ตเฮลั่น
"เชรดเข้... วงเฟิ่งหวงมาไม้นี้ ผมคาดไม่ถึงจริงๆ!"
"สุดยอด ทัวร์ทั่วประเทศแบบไม่เก็บตังค์!"
"จบกัน แม่ผมหนีจากเงื้อมมือพวกเขาไม่พ้นแล้ว"
"อย่าว่าแต่แม่เลย ผมเองยังหวั่นไหว"
"ไม่เสียเงิน แค่ลงแข่ง ถ้าอันดับดี วงเฟิ่งหวงจะมาหาถึงที่ แล้วเต้นสแควร์แดนซ์ด้วยกัน"
"ไม่พูดเยอะละ แม่เรียกไปซ้อมเต้นแล้ว"
ในวงการบันเทิง หลายคนมองเหยียดหยาม
"อยากซื้อใจคนจนเป็นบ้าไปแล้วมั้ง?"
"ต้องมีลูกไม้ซ่อนอยู่แน่ๆ เช่นค่าสมัครต้องเสียเงิน หรือไปแล้วต้องเสียค่าตัว"
"ถ้าฟรีจริง ผมนับถือว่าเป็นลูกผู้ชายตัวจริงเลย"
"ไม่รีบตีเหล็กตอนร้อน ดันไปทำเรื่องเสียเวลาเปล่าแบบนี้ ผมว่าพวกเขาลอยจนหลงตัวเองแล้ว"
"ช่างหัวพวกเขา รีบฉวยโอกาสตอนกระแสกำลังมา จัดคอนเสิร์ตโกยเงินดีกว่า"
ความคิดเห็นแตกต่างกันไป กระแสวิจารณ์ในเน็ตก็แตกเป็นสองฝ่าย แต่ไม่มีอะไรสั่นคลอนความตั้งใจของวงเฟิ่งหวงได้
พวกเขามองขาด กลุ่มคนรักสแควร์แดนซ์คือฐานเสียงหลักของพวกเขา ขอแค่ยึดกลุ่มนี้ไว้ได้ วัยรุ่นก็หนีไปไหนไม่พ้น
ตอนนี้วัยรุ่นหันมาเต้นสแควร์แดนซ์กันเยอะแล้ว ดูจากโครงสร้างประชากรในลานเต้นก็รู้
เมื่อก่อนคนแก่ 90% เดี๋ยวนี้มีวัยรุ่นปนมา 1 ใน 3 แล้ว
และที่มองการณ์ไกลกว่านั้นคือ วงเฟิ่งหวงสังเกตว่าเวลาคนแก่มาเต้น มักจะพาหลานมาด้วย
คลิปเด็กสามขวบเต้นสแควร์แดนซ์อย่างเป๊ะ ก็กลายเป็นไวรัล
นี่เรียกว่าอะไร?
เรียกว่า "กินรวบตั้งแต่แก่ยันเด็ก!"
รอเด็กพวกนี้โตขึ้น ก็จะกลายเป็นแฟนคลับรุ่นใหม่
ดังนั้นหลังจากปรึกษากัน เหรินเจี๋ยและฉีหลิงจึงตัดสินใจเสริมความแข็งแกร่งให้ฐานเสียงหลัก มุ่งมั่นทำสแควร์แดนซ์ให้ยิ่งใหญ่เกรียงไกร
พอข่าวปล่อยออกไป ลานเต้นทั่วประเทศก็คึกคักทันที
การเข้าร่วมแข่งก็ง่ายมาก แค่อัดคลิปแล้วอัปโหลด เหมือนรายการ The Voice ผู้ชนะเข้ารอบ ผู้แพ้ตกรอบ
ทีมที่เข้าร่วมมีรางวัลปลอบใจ รอบ 32 ทีมสุดท้ายมีรางวัลใหญ่ ส่วน 3 อันดับแรก เงินรางวัลอย่างเดียวก็ปาไปแสนหยวน
เงินไม่เยอะ แต่ได้ความสุขไง ปกติก็เต้นกันทุกวันอยู่แล้ว ตอนนี้เต้นแล้วได้รางวัล ความกระตือรือร้นก็พุ่งปรี๊ด
พอเปิดรับสมัคร ก็มีทีมส่งเข้ามากว่าร้อยทีม
ไม่มีเงื่อนไขจำกัด ขอแค่เป็นผลงานตัวเอง ชายหญิงเด็กแก่ได้หมด
ทีมแปลกๆ ก็เลยโผล่มาเพียบ เช่น ทีมวัยรุ่นแต่งตัวย้อนยุค , ทีมสาวสวยขาสวย, ทีมเด็กน้อย
เดิมทีเป้าหมายคือกลุ่มผู้สูงอายุ แต่พอมีกลุ่มอื่นมาร่วมด้วย การแข่งขันก็เดือดขึ้นมาทันที
การแข่งขันของคุณป้า ดึงดูดวัยรุ่นจำนวนมากให้มาสนใจ
คุณป้ามุ่งมั่นหาเพลงและท่าเต้นที่ถูกใจ ส่วนพวก "LSP" (พวกหื่น/หนุ่มกลัดมัน) ก็จ้องขาขาวๆ น้ำลายย้อย
ชาวเน็ตดูคลิปอย่างเพลิดเพลิน แล้วแชร์ไปแพลตฟอร์มอื่น
"ตอนแรกนึกว่าเกลียดสแควร์แดนซ์ แต่ตอนนี้รู้สึกว่ามันก็น่าดูดีนะ"
"ที่แท้ฉันแค่เกลียดมนุษย์ป้า"
"ถ้าสแควร์แดนซ์เป็นแบบนี้ แนะนำให้มาเต้นที่บ้านผม จะได้ไม่รบกวนชาวบ้าน"
"ดูจนหิวเลย"
"พิมพ์สองมือเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ"
พวก LSP เป็นกลุ่มที่มีมารยาทมาก ไม่ค่อยด่าใคร คำติดปากคือ "จขกท.คนดี" "ขอให้คนดีพระคุ้มครอง" "ขอบคุณที่แบ่งปัน"
ช่องคอมเมนต์สงบสุข ร่มเย็นเป็นสุข
พอมีคนสนใจ ก็มีคนอยากเข้าร่วมมากขึ้น
สองวันผ่านไป ทีมสมัครพุ่งไปถึงสองร้อยทีม
ในขณะเดียวกัน ข่าวการแข่งสแควร์แดนซ์ก็ดังไกลไปต่างแดน เริ่มจากประเทศเพื่อนบ้าน แล้วข้ามมหาสมุทรไปถึง "ประเทศโฉ่ว" (คำแสลงที่ชาวเน็ตจีนใช้เรียกสหรัฐอเมริกาแบบจิกกัด)
แม้ทีมสมัครจะไม่เยอะ ประเทศละไม่กี่ทีม แต่มันไปถึงต่างประเทศแล้วจริงๆ
เพื่อรองรับความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรม เหรินเจี๋ยถึงกับสั่งทำกฎกติกาหลายเวอร์ชัน เว็บไซต์ยังมีเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
ท่าทางจะโกอินเตอร์จริงๆ แฮะ
ที่อเมริกา ทีมเต้นไม่กี่ทีมที่ลองสมัครดู พอเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้ก็ดีใจจนเนื้อเต้น
นี่แสดงว่าการเข้าร่วมของพวกเขาได้รับการยอมรับ!
เรื่องเงินไม่ใช่ประเด็น แต่การได้รับการยอมรับแบบนี้ ทำให้พวกเขาฮึกเหิม ช่วยกันบอกต่อเพื่อนฝูงอย่างบ้าคลั่ง
คนพอรวยแล้วก็ว่างจัด หลายคนเลยแห่มาร่วมทีม
ทีมต่างชาติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
และเพลงที่ถูกใช้มากที่สุดอย่าง "เพลงลูกทุ่งสุดเฟี้ยว" และ "แอปเปิลน้อย" ก็อาศัยโอกาสทองนี้ ก้าวสู่เวทีโลกอย่างเป็นทางการ
ภาษาไม่ใช่อุปสรรค แค่จังหวะมันส์ๆ ใครฟังก็อยากกระโดด
กระแสนี้ลามไปทั่ว โดยมีจีนเป็นจุดศูนย์กลาง ดนตรีลูกทุ่งจีนเหมือนพายุไต้ฝุ่นที่พัดถล่มไปทั่วสารทิศ
ที่ย่านกินซ่าในโตเกียว มีคนร้องเพลงภาษาจีนสำเนียงแปร่งๆ เสียงดังลั่นลาน "ลริว เซี่ย ไหล!" (อยู่ที่นี่ต่อ!)
กลุ่มคนเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน
ภาพนี้ดึงดูดชาวจีนแถวนั้นให้มายืนดู
เพลงจีนเมื่อเทียบกับ "เสี่ยวรื่อจึ" (พวกญี่ปุ่น) แล้วถือว่าเสียเปรียบ ปกติแทบไม่ได้ยินเพลงจีนที่นั่น
นี่ไม่ได้ดูถูกตัวเอง แต่เป็นเรื่องจริง
เพลงที่คนชื่นชอบหลายเพลง จริงๆ แล้วมาจากการคัฟเวอร์ โดยเฉพาะ "มิยูกิ นากาจิมะ" ที่มีคนพูดเวอร์ๆ ว่าเธอ "เลี้ยงดูวงการเพลงจีนไปครึ่งวงการ"
เช่น "ความฝันเริ่มต้น" , "สุดขอบฟ้า" และ "มหาสมุทรแห่งความเศร้า"
หวงเจียจู (วง Beyond) ในตอนนั้นก็เพราะรู้สึกว่าอนาคตดนตรีอยู่ที่ญี่ปุ่น จึงตัดสินใจไปลุยที่นั่น จนเกิดเหตุสลดขึ้น
อีกด้านหนึ่ง ข้ามมหาสมุทรไป ที่สี่แยกในนิวยอร์กบนจอขนาดยักษ์ นอกจากเพลง "หัวใจจีนของฉัน" แล้ว ตอนนี้มีองค์ประกอบความเป็นจีนปรากฏขึ้นอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ฝีมือเหรินเจี๋ย เป็นแฟนคลับเศรษฐีจัดให้เอง
จังหวะของ "เพลงลูกทุ่งสุดเฟี้ยว" ทำให้ฝรั่งอดไม่ได้ที่จะขยับแข้งขยับขา
ดนตรีที่ล้างสมอง ท่าเต้นที่สนุกสนาน ถูกพวก "เล่อจึเหริน" (พวกชอบหาความบันเทิง/เกรียน) ในต่างแดนเอาไปเล่นจนคล่อง
ร้อง "เพลงลูกทุ่งสุดเฟี้ยว" เต้นสแควร์แดนซ์ กลายเป็นเทรนด์ใหม่
ไม่นานทีมสมัครก็เพิ่มขึ้น ทีมต่างชาติรวมกันเกินร้อยทีมแล้ว
พวกฝรั่งหัวทอง ใส่ชุดสีฉูดฉาด ตะโกนร้องโหวกเหวก ทำเอาคุณป้าในจีนไม่พอใจ
"จะให้พวกผีฝรั่งมาแย่งวิชาไปไม่ได้นะ!"
"ต้องจัดการพวกมัน!"
เดิมทีตีกันเองแทบตาย ตอนนี้คุณป้าหันมาจับมือกัน เตรียมจะเก็บแชมป์ไว้ในประเทศให้ได้
แค่แข่งสแควร์แดนซ์ ดันกลายวาระแห่งชาติซะงั้น เลือดรักชาติพุ่งพล่านกันทุกคน
หลายคนพูดจริงทำจริง รีบไปซ้อมเต้นใหม่ทันที
แต่คุณป้าคาดไม่ถึงว่า ประตูเมืองจะถูก "ตีแตก" ซะแล้ว!
เพราะนโยบายฟรีวีซ่าผ่านแดน 144 ชั่วโมง ทำให้ชาวต่างชาติจำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้าจีน
เดิมทีหลายคนตั้งใจมาเที่ยวหรือมาดูเฉยๆ
พอลงเครื่องปุ๊บ แม่เจ้า... ที่ไหนๆ ก็เปิด "เพลงลูกทุ่งสุดเฟี้ยว" ผู้ชายผู้หญิงเด็กคนแก่ เต้นกันยับอย่างมีความสุข
ฝรั่งงงตาแตก นี่ทำอะไรกัน? เดินขบวนประท้วงเหรอ?
พอเข้าไปถาม ถึงได้รู้ว่า อ๋อ... แข่งสแควร์แดนซ์
คนที่มาเที่ยวจีนส่วนใหญ่เป็นพวกหัวสมัยใหม่อยู่แล้ว พอเต้นตามไปสักพัก ก็ติดใจ
พวกฝรั่งเลยรวมตัวกันตรงนั้น บนแผ่นดินจีน ใช้เพลงและท่าเต้นที่เพิ่งเรียนมา ท้าดวลกับเหล่าคุณป้า
คุณป้าเจ็บปวดใจ ทำไมถึงชักศึกเข้าบ้านแบบนี้?
ชาวเน็ตขำกันกลิ้ง
"นี่มันการส่งออกทางวัฒนธรรมเวอร์ชันอัปเกรด ให้ฝรั่งส่งออกกันเอง"
"ย่อมมีปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่มาแก้ต่างให้ข้า!" (สำนวน: มีคนมาทำแทน)
"ผมว่าเทียบกับ 'หัวใจจีนของฉัน' แล้ว 'เพลงลูกทุ่งสุดเฟี้ยว' โปรโมตได้ผลกว่าเยอะ"
"ป้าๆ สแควร์แดนซ์กลายเป็นทัพหน้าในการพิชิตต่างแดนไปซะแล้ว"
วงเฟิ่งหวงฝันก็ยังไม่กล้าฝัน ว่าชื่อเสียงของพวกเขาจะแซงหน้าสวี่นั่ว โกอินเตอร์ไปก่อนใครเพื่อน
ในขณะที่การแข่งขันสแควร์แดนซ์กำลังดุเดือด งานประกาศรางวัล Golden Melody Awards (รางวัลระฆังทอง) ก็กำลังจะมาถึง
[จบแล้ว]