- หน้าแรก
- กู้เซียวยอดนักสืบจากโรงพยาบาลจิตเวช จำลองอาชญากรรมแสนครั้ง ผมกลายเป็นยอดนักสืบ
- บทที่ 81 ผมใช้วิธีพิเศษนิดหน่อย
บทที่ 81 ผมใช้วิธีพิเศษนิดหน่อย
บทที่ 81 ผมใช้วิธีพิเศษนิดหน่อย
บทที่ 81 ผมใช้วิธีพิเศษนิดหน่อย
ในขณะที่พวกกู้เซียวกำลังยุ่งอยู่กับการจัดการเรื่องต่างๆ ที่โรงพยาบาลก็กำลังวุ่นวายเป็นไก่ตาบอด
แผนวางเพลิงของเฒ่าหกคือการทำให้ปลั๊กไฟลัดวงจรจนไฟลุกไหม้ผ้าม่าน หลังเกิดเหตุ เมื่อสืบสวนแล้วกลับไม่พบร่องรอยการวางเพลิงโดยเจตนา จึงได้ข้อสรุปว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุที่ห้องทำงานหลายสิบห้องเกิดไฟฟ้าลัดวงจรพร้อมกันจนเกิดเพลิงไหม้
ยิ่งเมื่อพบหนูตายตัวหนึ่งบนตู้ควบคุมไฟฟ้า ทุกอย่างก็ยิ่งดูสมเหตุสมผล
แม้ว่าจะมีคนโทรแจ้ง 119 ทันทีที่เกิดเพลิงไหม้
แต่เมื่อรถดับเพลิงมาถึงบริเวณใกล้เคียง สองคันเกิดยางระเบิดกลางทาง
ส่วนคันอื่นๆ ก็ติดอยู่หน้าประตูใหญ่ของโรงพยาบาล
ในช่วงเวลาสำคัญ ประตูเลื่อนไฟฟ้าของโรงพยาบาลก็ดันมาเสียอีก
กว่าจะฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการเข้ามาได้ อาคารสำนักงานของโรงพยาบาลก็ถูกเผาวอดไปทั้งหลังแล้ว
โชคดีที่ในอาคารสำนักงานไม่มีผู้ป่วย
ยามเฝ้าประตูที่เป็นคนแก่เพียงคนเดียว ก็ถูกเรียกไปช่วยยกคนอ้วนที่โถงห้องฉุกเฉินพอดี
อาคารสำนักงานทั้งหลังถูกเผาจนกลายเป็นซากปรักหักพัง
“เหลวไหล!”
“เหลวไหลสิ้นดี!”
“พวกคุณทำงานกันภาษาอะไร?!”
ในห้องทำงานส่วนตัวแห่งหนึ่งของโรงพยาบาลเด็กเอกชน
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกำลังโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“ทั้งไฟดับ ทั้งไฟไหม้ แถมยังเสียผู้บริจาคไปคนหนึ่งอีก!”
“รู้ไหมว่าคนคนนั้นเป็นใคร?”
ผู้อำนวยการถามพลางหอบหายใจอย่างหนัก
“ตอนนี้ยังไม่มีเบาะแสอะไรเลยครับ ตำรวจกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณซากปรักหักพังครับ”
ทุกคนส่ายหน้า
“พอแล้วๆ”
“เมื่อกี้ผมโทรคุยกับเบื้องบนสองสามคนแล้ว”
“ตอนนี้เรื่องที่สำคัญที่สุด อันดับแรก สืบสวนให้แน่ชัดว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นถูกใครช่วยไป ตอนนี้อยู่ที่ไหน”
“อันดับสอง ต้องยืนยันให้ได้ว่าข้อมูลการผ่าตัดและรายชื่อผู้บริจาคเหล่านั้นถูกทำลายไปแล้ว!”
“ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นแม้แต่ขั้นตอนเดียว พวกเราทุกคนเดือดร้อนแน่!”
“แล้วก็ เตรียมแพะรับบาปไว้ล่วงหน้าด้วย ถ้าตำรวจสืบสวนมาถึงตัว ก็ผลักพวกเขาออกไปรับผิดแทน”
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเด็กพูดกับคนกลุ่มนั้น
“วางใจเถอะครับ จัดการไว้เรียบร้อยนานแล้ว”
“ก่อนหน้านี้ก็ใช้เงินเลี้ยงคนไว้สองสามคน พอถึงเวลาสำคัญก็โยนออกไปให้ตำรวจปิดคดี”
“แล้วก็ติดสินบนคนใหญ่คนโตหน่อย ก็จะไม่มีใครรู้เรื่อง ก็ผ่านมาได้ตั้งหลายปีแล้วไม่ใช่เหรอครับ”
หวังฮั่นพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“ไม่มีใครรู้เรื่อง?”
“แล้วเรื่องหลัวเสียงที่โรงพยาบาลพวกคุณล่ะเป็นยังไง?”
“เป็นข่าวดังครึกโครมจนเบื้องบนรู้เรื่องหมดแล้ว!”
ผู้อำนวยการพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“นั่นมัน... อุบัติเหตุครับ”
“ใครจะไปคิดว่าเขาจะใจเด็ดขนาดนั้น...”
หวังฮั่นหดคอ
“ท่านผู้อำนวยการ!”
“เรื่องไฟไหม้มีข่าวคืบหน้าแล้วครับ”
ในขณะนั้นเอง ชายคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามา
“เมื่อครู่หลังจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงดับไฟแล้ว ก็พบศพไหม้เกรียมสองศพในอาคารสำนักงาน เป็นผู้ใหญ่หนึ่งคน เด็กหนึ่งคนครับ”
“ถึงแม้จะยังไม่ได้เข้าไปดู แต่ก็น่าจะเป็นคนคนนั้นกับผู้บริจาค!”
“สาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากตู้ควบคุมไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้แรงดันไฟฟ้าในสายไฟเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สายไฟลุกไหม้พร้อมกันครับ”
คนที่มารายงานพูดกับทุกคน
“หืม?”
“งั้นก็หมายความว่า หลังจากที่พวกเขาหนีออกมา ก็หนีไปที่อาคารสำนักงาน?”
“แล้วก็เลยบังเอิญถูกไฟคลอกตายไปอย่างนั้นเหรอ?”
ทุกคนฟังแล้วก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
“น่าจะใช่ครับ!”
“ดูตามสถานการณ์ตอนนี้แล้ว ไม่ว่าคนคนนั้นจะตั้งใจมาช่วยคน หรือบังเอิญเข้ามาขโมยของแล้วเจอเข้า ก็ถือว่าไม่มีปัญหาแล้ว”
“แล้วก็ไฟไหม้ในอาคารสำนักงาน ก็เผาเอกสารข้อมูลทั้งหมดจนเกลี้ยง”
“ต่อให้มีบางส่วนที่เหลืออยู่ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงตอนดับไฟก็ทำลายมันไปหมดแล้ว”
คนที่มารายงานพยักหน้า
“ดี!”
“ดีมาก!”
“แบบนี้ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว”
ผู้อำนวยการถอนหายใจอย่างโล่งอก
“เด็กผู้หญิงคนนั้นถูกไฟคลอกตายก็จัดการง่ายแล้ว”
“ให้การตรงกันทุกคน บอกไปว่าเป็นเด็กที่มารักษาตัวที่โรงพยาบาลเรา แล้วหนีออกมาตอนกลางดึก มีความเป็นไปได้สูงว่าถูกคนคนนั้นลักพาตัวไป แล้วก็เลยถูกไฟคลอกตาย”
“ทุกอย่างเป็นอุบัติเหตุ!”
“พวกคุณจัดคนไปที่สถานีตำรวจ ให้ความร่วมมือกับการสืบสวนของตำรวจตามปกติ ทำให้เรื่องจบลงที่เป็นอุบัติเหตุ”
“ช่วงนี้อย่าเพิ่งเคลื่อนไหวอะไร ผมจะไปขอคำแนะนำจากผู้ใหญ่ก่อน ว่าช่วงนี้จะเอายังไงกันดี”
ผู้อำนวยการพูดกับคนกลุ่มนั้น
“น่าเสียดายจริงๆ ฐานข้อมูลผู้บริจาคที่เราอุตส่าห์สร้างขึ้นมา หายไปหมดเลย”
“เกรงว่าคงต้องเริ่มเก็บรวบรวมใหม่อีกครั้ง”
หวังฮั่นส่ายหน้า
…
กรมตำรวจเมืองเทียนไห่
“พวกเรากลับไปตรวจสอบที่เกิดเหตุการฆ่าตัวตายด้วยแก๊สอีกครั้ง พบว่าในบ้านมีร่องรอยการทำความสะอาดอย่างจงใจ”
“รายงานจากนิติเวชก็ออกมาแล้ว ในร่างกายของผู้สูงอายุตรวจพบสารแกมมา-ไฮดรอกซีบิวทีเรต หรือก็คือยามอมสติ ในปริมาณเล็กน้อย”
“น่าจะถูกวางยาก่อน”
“จากสภาพการจัดวางของในบ้าน ยังมีเอกสารบางอย่างหายไป สงสัยว่าจะมีคนเอาไป”
“พวกเรากำลังติดตามสืบสวนต่อไปครับ”
เจ้าหน้าที่ตำรวจของทีมหนึ่งกล่าว
พวกเขาใช้แนวทางการสืบสวนแบบฆาตกรรมเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง และก็พบจุดน่าสงสัยมากมายจริงๆ
หยางเหว่ยยืนก้มหน้าก้มตาอยู่ข้างๆ
หน้าร้อนผ่าวเหมือนถูกไฟเผา
ก่อนหน้านี้เขาพาคนไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างมั่นอกมั่นใจ และสรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตาย
ครั้งนี้เขาก็พาคนไปตรวจสอบอีกครั้งอย่างมั่นอกมั่นใจเช่นกัน เพื่อที่จะตบหน้ากู้เซียวอย่างแรง
แต่ครั้งนี้หวังไห่เซิงก็ไปด้วย พอไปถึงก็พบความผิดปกติทันที และต่อหน้าอันชูเซี่ย เขาก็ตำหนิหยางเหว่ยอย่างรุนแรงโดยไม่ไว้หน้าเลย
หยางเหว่ยอับอายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
“พวกเราก็ตรวจสอบรถที่ตกลงไปในแม่น้ำแล้วเช่นกัน พบว่ามีการดัดแปลงจริงๆ ครับ”
“จากนั้นก็ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบ พบเงาคนน่าสงสัยคนหนึ่ง น่าจะเป็นคนที่ควบคุมรถจากระยะไกล”
“แต่กล้องวงจรปิดในเขตชานเมืองไม่ค่อยชัด ไม่สามารถระบุใบหน้าที่แน่ชัดได้”
“พวกเราได้สอบถามผู้สูงอายุในละแวกนั้น พวกเขาจำได้ว่ามีคนลักษณะนี้อยู่จริง กำลังอยู่ในขั้นตอนการสเก็ตช์ภาพตามคำให้การครับ”
“ตอนนี้ยังไม่มีเบาะแสครับ”
คนของทีมสองก็ลุกขึ้นมารายงานเช่นกัน
“อืม”
“แล้วกู้เซียวล่ะ ทางพวกคุณเป็นยังไงบ้าง?”
ซุนหมิงหันไปมองกู้เซียว
“ผมอุตส่าห์ปล่อยข่าวลวงตามที่คุณบอกนะ ถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดโปงขึ้นมา ชื่อเสียงของตำรวจเราจะเสียหายได้”
“แล้วก็อีกอย่าง พวกคุณไปที่โรงพยาบาลเด็กแสงตะวันเทวาทำไม ไม่ใช่โรงพยาบาลประชาชนอันดับหนึ่งเหรอ?”
ซุนหมิงถามอย่างสงสัย
“อ๋อ เรื่องนี้มันยาวครับ”
“ผมขอพูดสรุปเลยแล้วกัน”
“จากข้อมูลที่เรามีอยู่ในตอนนี้ น่าจะเป็นคดีค้าอวัยวะเด็ก”
“สถานที่ผ่าตัดหลักคือโรงพยาบาลเด็ก แต่ก็มีแพทย์จากโรงพยาบาลประชาชนอันดับหนึ่งเข้าร่วมด้วย”
“หมอหลัวคนนี้ ก็คือคนที่เคยเข้าร่วมมาก่อน แต่หลังจากนั้นหมอหลัวต้องการจะแจ้งความ ก็เลยถูกฆ่าปิดปาก พ่อแม่ของเขาก็ถูกฆ่าด้วยเหตุผลเดียวกัน”
“คาดว่าคงจะกลัวว่าเขาจะไปเล่าเรื่องบางอย่างให้ที่บ้านฟัง”
“คดีนี้ คนที่เกี่ยวข้องน่าจะยังมีอีกมาก”
“ส่วนของผู้อำนวยการหงที่สถานสงเคราะห์ก็น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เช่นกัน แต่กรณีของเขาน่าจะไม่ใช่การสมรู้ร่วมคิด แต่อาจเป็นเพราะเขาไม่ยอมให้ความร่วมมือ”
กู้เซียวกล่าว
“เป็นไปไม่ได้น่า?”
เมื่อได้ยินคำพูดของกู้เซียว คนรอบข้างต่างก็ตกตะลึงอย่างมาก
“เก่อเสียง”
กู้เซียวคาดการณ์ปฏิกิริยาของทุกคนไว้อยู่แล้ว เขาจึงโบกมือให้เก่อเสียง
“ได้เลยครับ”
เก่อเสียงพยักหน้า แล้วฉายภาพสองสามภาพขึ้นบนจอ
“นี่คือเงินห้าแสนที่เข้าบัญชีของหลัวเสียงก่อนหน้านี้ แต่ไม่มีบันทึกการโอนออก ตรวจสอบบัญชีที่โอนเข้ามาแล้ว เป็นบัญชีส่วนตัวครับ”
“นี่คือเอกสารแจ้งเบาะแสที่เขาเขียนขึ้น ในนั้นบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์การผ่าตัดที่เกี่ยวข้องไว้อย่างละเอียดมาก รวมถึงข้อมูลของผู้ที่เข้าร่วมด้วย”
“แต่ก็น่าจะเป็นแค่บุคลากรระดับล่างๆ”
กู้เซียวชี้ไปที่ภาพแล้วพูดกับทุกคน
“นี่…”
“มาจากไหน?”
ซุนหมิงเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ผมให้คนไปเอามาจากโรงพยาบาลครับ”
กู้เซียวพูดอย่างคลุมเครือ
ของพวกนี้ เขาให้เฒ่าหกจัดคนไปขโมยออกมาจากโรงพยาบาลประชาชนอันดับหนึ่ง
ตามคำบอกเล่าของนักขโมยที่ส่งไป โรงพยาบาลกำลังจัดการทำลายของที่เกี่ยวข้องกับหมอหลัวทั้งหมด
เขาไปช้าไปหน่อย
ฮาร์ดดิสก์ก้อนนี้อุตส่าห์ขโมยออกมาได้ ส่วนที่เหลือถูกทำลายไปหมดแล้ว
“นี่…”
ซุนหมิงเข้าใจความหมายของกู้เซียวในทันที
ของแบบนี้ ยากที่จะได้มาด้วยวิธีการปกติ
กู้เซียวต้องใช้วิธีการอื่นอย่างแน่นอน
นี่จะเกี่ยวข้องกับปัญหาการได้มาซึ่งพยานหลักฐานโดยมิชอบ ต่อให้พวกเขาสามารถใช้เป็นหลักฐานจับกุมคนได้ พอถึงชั้นอัยการก็มีโอกาสสูงมากที่จะถูกพลิกคดี
โดยเฉพาะกับคนที่มีเบื้องหลัง
เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
“ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ตอนนี้สามารถยืนยันได้อย่างสมบูรณ์แล้วว่าทั้งสามคดีมีความเชื่อมโยงกัน”
“ก่อนหน้านี้ที่กู้เซียวบอกให้รวมคดีเข้าด้วยกันนั้นถูกต้องแล้ว”
ซุนหมิงพยักหน้า
ในหัวของเขาสับสนวุ่นวายไปชั่วขณะ
เขารู้ดีว่าสิ่งที่พวกเขาค้นพบในตอนนี้เป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็ง การที่จะทำให้แพทย์ในโรงพยาบาลทำเรื่องแบบนี้ได้ เบื้องหลังต้องเกี่ยวข้องกับกลุ่มผลประโยชน์ขนาดใหญ่อย่างแน่นอน
“แล้วจะรออะไรอยู่ล่ะ?”
“รีบไปจับคนสิ!”
“มีเอกสารแจ้งเบาะแสนี้ กับรายชื่อพวกนี้ก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“ใช่แล้ว จับกลับมาก่อน แล้วค่อยเค้นข้อมูลเพื่อสาวไปถึงตัวการใหญ่!”
“ถูกเผง ตอนนี้หลักฐานพวกนี้ก็เพียงพอที่จะจับกุมคนได้แล้ว จับตัวมาสอบสวนทั้งคืน ดูสิว่ามันจะปากแข็งได้สักแค่ไหน!”
เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายคนพูดอย่างขุ่นเคือง
“ไม่ได้ แพทย์พวกนี้เป็นแค่คนที่รับเงินมาทำงาน”
“ถึงแม้จะไร้ซึ่งจรรยาบรรณ แต่พวกเขาก็ไม่ใช่ตัวการใหญ่ ถ้าลงมือจับพวกเขาตอนนี้ หลักฐานจากเอกสารแจ้งเบาะแสนี้อาจมีน้ำหนักไม่เพียงพอ และต่อให้มัดตัวได้ พวกเขาก็จะปฏิเสธ”
“หมอหลัวก็ตกตึกลงมาแล้ว ตายไปแล้วไม่มีพยาน”
“คนพวกนี้จะต้องถูกตัดสินโทษอย่างแน่นอน แต่ไม่ใช่ตอนนี้”
กู้เซียวโบกมือ
“คุณต้องการให้พวกเราทำอะไร”
“ในเมื่อการวิเคราะห์ของคุณพิสูจน์แล้วว่าถูกต้อง ผมคิดว่าคุณน่าจะมีแผนการแล้วใช่ไหม?”
ซุนหมิงถามกู้เซียว
“ใช่ครับ”
“ผมอยากจะปิดคดีทันที!”
กู้เซียวพูดช้าๆ
[จบตอน]