- หน้าแรก
- กู้เซียวยอดนักสืบจากโรงพยาบาลจิตเวช จำลองอาชญากรรมแสนครั้ง ผมกลายเป็นยอดนักสืบ
- บทที่ 27 ใช้ก้อนอิฐจัดการคนร้ายติดอาวุธสิบคนได้เนี่ยนะ?
บทที่ 27 ใช้ก้อนอิฐจัดการคนร้ายติดอาวุธสิบคนได้เนี่ยนะ?
บทที่ 27 ใช้ก้อนอิฐจัดการคนร้ายติดอาวุธสิบคนได้เนี่ยนะ?
บทที่ 27 ใช้ก้อนอิฐจัดการคนร้ายติดอาวุธสิบคนได้เนี่ยนะ?
เก่อเสียงคาดไม่ถึงเลยว่า พอคนพวกนี้รู้ว่าเขาเป็นตำรวจ ไม่เพียงแต่จะไม่กลัว แต่กลับกล้าลงมือกับเขาเสียอีก
เขาถึงกับตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก
คนที่อยู่หน้าสุดถือมีดพุ่งเข้าใส่หน้าอกของเก่อเสียง
เก่อเสียงตกใจจนตัวแข็งทื่อ
คนพวกนี้ลงมือหมายจะเอาชีวิตตั้งแต่แรก!
เขาถอยหลังอย่างทุลักทุเลสองก้าว แล้วก็ล้มลงไปกองกับพื้น
ในขณะที่คมมีดกำลังจะแทงเข้าใส่เก่อเสียง ก้อนอิฐก้อนหนึ่งก็ฟาดเข้าที่ใบหน้าของชายคนนั้นอย่างจัง “ผัวะ!”
การฟาดครั้งนี้หนักหน่วงและแม่นยำนัก สันจมูกของชายคนนั้นถึงกับหักคาที่
ชายคนนั้นกุมจมูกร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
วินาทีถัดมา ก็ถูกกู้เซียวถีบกระเด็นออกไป
“พี่ใหญ่!”
เก่อเสียงคาดไม่ถึงเลยว่ากู้เซียวไม่เพียงแต่จะไม่หนี แต่กลับออกมายืนขวางไว้!
เขาตื้นตันใจจนแทบจะกราบกู้เซียว
“พี่ใหญ่ เมื่อกี้ผมผิดไปแล้ว”
“ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ครั้งนี้ทำพี่ซวยไปด้วยเลย”
เก่อเสียงหันไปพูดกับกู้เซียวด้วยความรู้สึกผิด
“กลัวห่าอะไร!”
“พวกเราเป็นตำรวจนะเว้ย จะมาถูกพวกขยะพวกนี้รังแกได้ยังไง?”
“ยืนนิ่งๆ อย่าขยับ พวกแกถูกล้อมแล้ว”
กู้เซียวถืออิฐไว้ในมือข้างละก้อน ชี้ไปที่คนเจ็ดแปดคนที่อยู่ข้างหน้าแล้วตะโกนใส่
“โอ้โห?”
“มีแค่พวกแกสองคนเนี่ยนะ?”
คนรอบข้างต่างพากันหัวเราะเยาะ
“ไอ้ตำรวจสวะ ที่นี่มันฌาปนสถาน ต่อให้ฆ่าพวกแกทิ้ง แล้วโยนเข้าเตาเผา ก็ไม่เหลือซากอะไรให้ตามหาหรอก!”
“ในเมื่อถูกพวกแกเจอแล้ว ก็อย่าหวังว่าจะได้ออกไป จัดการมัน!”
“ลุย!”
คนพวกนั้นไม่ได้เห็นกู้เซียวและเก่อเสียงอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย ต่างพากันถืออาวุธรุมล้อมเข้ามาหากู้เซียวทั้งสองคน
...
ที่กรมตำรวจ
ในเวลานี้ดึกมากแล้ว
แต่ห้องทำงานของกองบังคับการสืบสวนสอบสวนคดีอาชญากรรมยังคงเปิดไฟสว่างไสว
พวกหยางเหว่ยกำลังยุ่งอยู่กับการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์เบาะแส
ครั้งนี้เขาได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบคดีฆาตกรรมในห้องปิดตายอย่างเต็มตัว เรียกได้ว่ากำลังฮึกเหิมสุดขีด
เขาจัดแจงงานให้ลูกน้องอย่างเด็ดขาดคล่องแคล่ว จนแม้แต่หวังไห่เซิงที่เดิมทีค่อนข้างไม่พอใจเขา ก็ยังเปลี่ยนมุมมองไปในทางที่ดีขึ้น
ไม่นึกเลยว่าหยางเหว่ยคนนี้จะมีดีเหมือนกัน
สมกับที่เคยมีประสบการณ์มาก่อน การตรวจสอบที่เกิดเหตุทำได้ละเอียดรอบคอบ และจัดการงานต่างๆ ได้อย่างเป็นมาตรฐาน
ฉันว่าแล้วไง ท่านผู้นำจะส่งคนไม่ได้เรื่องมาให้ทีมหนึ่งเราได้ยังไง
ถึงแม้กู้เซียวจากทีมสองจะเก่งกาจ แต่ก็ยังมีเจ้าอ้วนคอยเป็นตัวถ่วงอยู่
แบบนี้ พลังของทั้งสองทีมก็นับว่าสูสีกัน
การจะปิดคดีตัดหน้าทีมสอง ก็คงเป็นเรื่องง่ายดายไม่ใช่หรือ?
เมื่อคิดได้ดังนั้น หวังไห่เซิงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“เหล่าจาง คนของฉันยุ่งจนหัวหมุนกันหมดแล้ว ทางฝั่งนายดูสบายดีนี่ ว่างงานแล้วสินะ?”
“จะพึ่งแต่เด็กฝึกงานอย่างเดียวไม่ได้หรอกนะ”
“ถึงจะเป็นเด็กฝึกงานเหมือนกัน แต่เด็กฝึกงานทางฝั่งฉันนี่ระดับหัวกะทิ คนเรามันมีระดับที่แตกต่างกันอยู่”
หวังไห่เซิงพูดกับจางต้าไห่ที่นั่งสูบบุหรี่อยู่ข้างๆ
“แกพูดบ้าอะไร!”
“คนของฉันเขามีแผนการของเขา!”
จางต้าไห่โต้กลับอย่างฉุนเฉียว
“มีแผนการ?”
“เมื่อกี้ฉันได้ยินนะว่าโทรไปก็ปิดเครื่อง? ติดต่อคนไม่ได้?”
“ป่านนี้คงนอนหลับเพลินจนลืมตื่นแล้วมั้ง!”
“ถ้าถึงเวลาแล้วถูกพวกเราแซงหน้า ทีมสองของพวกนายต้องเลี้ยงข้าวนะ ถึงตอนนั้นอย่ามาบ่นล่ะ ช่วงนี้ลูกทีมของฉันทำงานหนักมาก ต้องกินของแพงๆ หน่อย!”
หวังไห่เซิงฉีกยิ้มพลางตบไหล่จางต้าไห่
ตั้งแต่เริ่มแรก ทีมหนึ่งของพวกเขาก็เหนือกว่าทีมสองมาตลอด ตอนนี้แค่มีกู้เซียวโผล่มาคนเดียว คิดว่าจะพลิกฟ้าได้รึไง?
ไม่มีทาง!
“แก แก แก—”
“โทรตามพวกเขาอีกทีซิ!”
เมื่อถูกหวังไห่เซิงเยาะเย้ยขนาดนี้ จางต้าไห่ก็เริ่มร้อนรน
ตั้งแต่หัวค่ำ สองคนนี้ก็ขาดการติดต่อไปพร้อมกัน
เจ้าอ้วนนั่นหลับเพลินก็พอเข้าใจได้ แต่ทำไมกู้เซียวถึงหลับเพลินไปด้วย?
พอนึกถึงเจ้าอ้วนนั่น จางต้าไห่ก็โมโห ไม่รู้เบื้องบนคิดยังไง ถึงได้ส่งเจ้าอ้วนแบบนี้มาอยู่ทีมสองของพวกเขา?
ถ้าไม่ใช่เพราะยังมีกู้เซียวอยู่ด้วย ให้ตายเขาก็ไม่ยอมรับไว้แน่
“กริ๊งๆๆ!”
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของจางต้าไห่ก็ดังขึ้น
พอยกขึ้นมาดู ปรากฏว่าเป็นสายจากกู้เซียว
“โอ๊ย พ่อคุณทูนหัวทั้งสองของฉัน!”
“ในที่สุดพวกนายก็โผล่หัวมาสักที!”
จางต้าไห่รีบกดรับสายทันที
“ผู้กองครับ ปิดคดีแล้ว คนร้ายก็จับได้แล้ว รีบมาที่ฌาปนสถานด่วนเลยครับ”
พอรับสาย จางต้าไห่ยังไม่ทันได้พูดอะไร ปลายสายก็มีเสียงของกู้เซียวดังสวนมา
“อะไรนะ?”
“ปิดคดีแล้ว?”
“จับคนได้แล้ว?”
จางต้าไห่แทบไม่เชื่อหูตัวเอง
เสียงตะโกนลั่นของจางต้าไห่ ทำให้ทุกคนในห้องหันขวับมามองเป็นตาเดียว
“ได้!”
กู้เซียวพูดกับจางต้าไห่
“ฮ่าๆๆ!”
“ฉันบอกแล้วไง พวกเรามีกู้เซียว จะไปกลัวห่าอะไร!”
“เมื่อกี้ฉันก็บอกแล้ว ว่าที่พวกเขาสองคนยังไม่มา เพราะต้องไปทำงานสำคัญแน่ๆ!”
จางต้าไห่ตบโต๊ะด้วยความตื่นเต้น
คนรอบข้างต่างเบ้ปากมองบน
ยังจะมาบอกว่าเมื่อกี้?
เมื่อกี้หน้านายดำเป็นก้นหม้อชัดๆ
“เป็นไปไม่ได้!”
“จะมาโม้อะไร? ป่านนี้เนี่ยนะจับคนร้ายได้แล้ว? เมื่อกี้แกตั้งนาฬิกาปลุก แล้วแกล้งทำเป็นรับโทรศัพท์ตัวเองหรือเปล่า?”
หวังไห่เซิงทำหน้าไม่เชื่ออย่างเต็มที่
เด็กฝึกงานสองคนนอนอู้งานมาทั้งบ่าย หายหัวไปกลางดึกไม่กี่ชั่วโมง แล้วจะมาบอกว่าจับคนร้ายได้แล้ว?
พวกเราคนตั้งเยอะแยะ วุ่นวายกันแทบตายยังจับต้นชนปลายไม่ถูก แล้วพวกนายปิดคดีได้แล้วเนี่ยนะ?
ล้อเล่นระดับโลกหรือไง?
“ขี้เกียจจะคุยกับแก”
“ไป!”
“ทีมสองทุกคน รวมพล!”
จางต้าไห่คร้านจะสนใจหวังไห่เซิง ตะโกนเรียกพลพรรคแล้วพุ่งออกไป
“เดี๋ยวก่อน ฉันไปด้วย!”
หวังไห่เซิงรีบตามไปติดๆ
ทางทีมหนึ่งมีหยางเหว่ยจัดการอยู่แล้ว เขาไม่ห่วงอะไรเลย อยากจะไปดูให้เห็นกับตาว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ทุกคนซิ่งรถฝ่าความมืด พอไปถึงฌาปนสถาน ก็พบว่าประตูใหญ่เปิดอ้าซ่า ป้อมยามไร้ผู้คน
พอขับเข้าไปข้างใน ทุกคนก็ถึงกับตาค้าง
เห็นเพียงในลานกว้าง มีคนนอนร้องโอดโอยระเกะระกะเต็มพื้น ในนั้นยังมีศพหมาอีกสองตัว
เก่อเสียงยืนหน้าบวมปูดอยู่ข้างๆ ในมือถืออิฐข้างละก้อน
ราวกับเทพสงครามผู้พิทักษ์
ส่วนกู้เซียวนั่งไขว่ห้างอยู่ข้างๆ สบายใจเฉิบ ไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่นิดเดียว
“นี่มันสถานการณ์อะไรกัน?”
“คนพวกนี้เป็นใคร?”
“เกิดอะไรขึ้น?”
ทุกคนยืนงงเป็นไก่ตาแตก
“ย่องสำรวจฌาปนสถานยามวิกาล บังเอิญเจอคนร้ายเลยเปิดเผยตัวตน”
“พวกมันคิดจะทำร้ายตำรวจ ก็เลยมีสภาพอย่างที่เห็น”
“กล้องวงจรปิดตรงนั้นบันทึกไว้หมดแล้ว พวกมันลงมือก่อน”
กู้เซียวอธิบายเหตุการณ์เมื่อครู่ให้ฟังรอบหนึ่ง
“แค่นี้เหรอ?”
“ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?”
จางต้าไห่อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
“ก็แค่นี้แหละครับ”
“เมื่อกี้ต้องยกความดีความชอบให้เก่อเสียงเลย โหดมาก!”
กู้เซียวฉีกยิ้ม
ช่วยไม่ได้ เป้าของเก่อเสียงมันใหญ่เกินไป ใครๆ ก็รุมกินโต๊ะเขา พอโดนทุบไปหลายไม้ เก่อเสียงก็ของขึ้น
มือถืออิฐข้างละก้อน หลับหูหลับตาพุ่งเข้าใส่ฝูงชนแล้วฟาดไม่ยั้ง
ดึงดูดตีน เอ้ย ดึงดูดความสนใจไปได้เกือบหมด
กู้เซียวอาศัยจังหวะนั้นลอบโจมตี พออาเสียงตบใครร่วงมาได้คนหนึ่ง เขาก็เข้าไปซ้ำ งานนี้เลยแทบไม่เจ็บตัวเลย
ต้องยอมรับว่า คอมโบ ‘แทงค์รับตีน’ บวก ‘แอสซาซิน’ ในการตะลุมบอนหมู่เนี่ย ได้ผลชะงัดนักแล
“แฮะๆ ก็งั้นๆ แหละครับ”
เก่อเสียงยิ้มแหยๆ จนเจ็บแผลที่มุมปาก
ที่คนพวกนี้นอนนิ่งสนิทอยู่บนพื้น ส่วนใหญ่เป็นเพราะกู้เซียวสั่งให้เก่อเสียงไป “นั่งทับ” พวกเขาไว้สักพัก
แทบจะอัดจนวิญญาณหลุดออกจากร่าง
ทุกคนที่ได้ฟังเรื่องราว ต่างพากันอ้าปากค้างจนแทบจะหลุดร่วงลงพื้น
คนสองคนถืออิฐ ไล่หวดคนร้ายสิบคนที่ถืออาวุธครบมือจนหมอบกระแต?
คราวก่อนใช้สมอง คราวนี้ไม่แอ๊บแล้วใช่ไหม?
เปลี่ยนมาสายบู๊แล้วเหรอ?
หวังไห่เซิงยืนนิ่งราวกับถูกฟ้าผ่า
แม่เจ้าโว้ย!
ให้สมองระดับอัจฉริยะมาแล้วยังไม่พอ
ยังมีพลังกายระดับปีศาจอีกเหรอ?
ไอ้บ้าเอ๊ย!
ผู้อำนวยการอัน ท่านมันตาถั่วของจริง!
หวังไห่เซิงแทบจะกระอักเลือดออกมา
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่?
“นายบอกในโทรศัพท์เมื่อกี้ว่าปิดคดีแล้ว? ฆาตกรก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วยเหรอ?”
“ทำไมถึงต้องฆ่าคน?”
จางต้าไห่หันไปถามกู้เซียว
[จบตอน]