- หน้าแรก
- กู้เซียวยอดนักสืบจากโรงพยาบาลจิตเวช จำลองอาชญากรรมแสนครั้ง ผมกลายเป็นยอดนักสืบ
- บทที่ 1 ตำรวจสาวสวยจำคนผิด
บทที่ 1 ตำรวจสาวสวยจำคนผิด
บทที่ 1 ตำรวจสาวสวยจำคนผิด
บทที่ 1 ตำรวจสาวสวยจำคนผิด
ภัตตาคารอาหารตะวันตกกรีนไวฟ์
“กริ๊งงง!”
กู้เซียวเพิ่งจะนั่งลงที่โต๊ะซึ่งจองไว้และสั่งอาหารเสร็จ โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นมา
“เจ้าเด็กเหลือขอ ถึงหรือยัง! จำไว้นะ โต๊ะเบอร์ 6”
“ถ้าแกกล้าเบี้ยวนัดดูตัวอีกครั้ง ฉันจะหักขาแกซะ!”
ทันทีที่รับสาย เสียงคำรามของคุณแม่ท่านประธานก็ดังมาจากปลายสาย
“ถึงแล้วครับ ถึงแล้ว”
“ผมนั่งอยู่ที่โต๊ะ 16...”
กู้เซียวยังพูดไม่ทันจบ ปลายสายก็มีเสียงเรียกประชุม แล้ววางสายไปอย่างเร่งรีบ
กู้เซียวถอนหายใจยาวพลางแหงนหน้ามองฟ้า
เวรกรรมอะไรของฉันวะเนี่ย!
สามปีกับอีกหนึ่งเดือนก่อน กู้เซียวได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคุณชายใหญ่ตระกูลกู้คนนี้
คุณปู่เป็นศาสตราจารย์ด้านการสืบสวนคดีอาชญากรรมที่มีชื่อเสียงของมณฑลป้านเต่า คุณย่าเป็นนักค้าอัญมณีชื่อดังของประเทศหลงกั๋ว คุณพ่อเป็นผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจเมืองเทียนไห่ ส่วนคุณแม่เป็นผู้กุมบังเหียนบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเทียนไห่
ทั่วทั้งมณฑลป้านเต่า ตระกูลกู้แค่กระทืบเท้าเบาๆ ก็สะเทือนไปทั้งบางแล้ว
แต่คุณชายใหญ่ตระกูลกู้คนนี้กลับคลั่งไคล้มอเตอร์ไซค์ พอเพิ่งจะได้รับสิทธิ์ฝึกงานในหน่วยตำรวจ ก็ออกไปซิ่งที่ชานเมืองจนท้ายทอยจูบเข้ากับขอบถนน เปิดโอกาสให้กู้เซียวทะลุมิติเข้ามาแทน
เขาเพิ่งฝึกงานที่สถานีตำรวจได้เพียงเดือนเดียว ก็คลี่คลายคดีปริศนาได้ถึงสามคดีรวด อนาคตดูสดใสไร้ที่ติ
แต่แล้วก็ดันไปปลุก “ระบบจำลองอาชญากรรม” ขึ้นมา สมองของเขามักจะค้างอยู่บ่อยๆ จนถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลบ้าไปสามปี เท่ากับว่าตลอดสามปีหนึ่งเดือนที่กู้เซียวทะลุมิติมา สามปีเต็มๆ ถูกใช้ไปในโรงพยาบาลบ้า
สามปี!
สามปีเต็มๆ!
พวกคุณรู้ไหมว่าสามปีนี้ผมใช้ชีวิตมาได้ยังไง?!
หลังจากออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตให้เต็มที่ ก็ถูกคุณแม่จับคลุมถุงชนนัดดูตัวอย่างเร่งด่วน
ได้ข่าวว่าคุณแม่ไปงานเลี้ยงสังสรรค์กับเพื่อนสนิท แล้วเห็นเพื่อนๆ พาหลานชายมาด้วย เลยเกิดอาการน้อยใจขึ้นมา
ดูตัวเหรอ?
ดูตัวกับผีสิ!
กู้เซียวที่เพิ่งจะจำลองอาชญากรรมครบหนึ่งแสนครั้งในโรงพยาบาลบ้า สนใจแต่คดีกับอาชญากรบนโลกใบนี้เท่านั้น
ทว่าด้วย “อำนาจเงิน” ของคุณแม่ที่ขู่จะอายัดบัตรเครดิตและไล่ออกจากบ้าน กู้เซียวจึงตัดสินใจยอมอ่อนข้อแต่โดยดี
ลูกผู้ชายตัวจริง ต้องยืดได้หดได้ถึงจะนับเป็นยอดคน!
ขณะที่กำลังจะเรียกพนักงานมาสั่งอาหาร เมื่อเงยหน้าขึ้น เขาก็พบกับยอดเขาสุดสะบึมสองลูกปรากฏอยู่ตรงหน้า!
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ตรงหน้าของเขามีสาวสวยหุ่นสะท้านใจคนหนึ่งยืนอยู่
เธอสวมเสื้อยืดสีขาวหลวมๆ แต่ก็ไม่อาจปิดบังส่วนโค้งส่วนเว้าอันน่าทึ่งไว้ได้ ภายใต้กางเกงยีนส์ขาสั้นคือเรียวขาที่เหยียดตรงและยาวสวย สะโพกกลมกลึงขับเน้นให้เอวคอดกิ่วขนาด A4 โดดเด่นขึ้น ผมยาวสลวยปล่อยสบายๆ ไว้ด้านหลัง ขับให้ผิวพรรณที่อาบไล้แสงแดดดูเปล่งปลั่งสดใส
โอ้โห!
แม่ครับ คู่ดูตัวครั้งนี้ไม่เลวเลยนะ!
ดีกว่ายัยโลลิร่างยักษ์คราวก่อนลิบลับ ที่ส่วนสูงกับน้ำหนักเป็นเลขหนึ่งร้อยห้าสิบเหมือนกัน
“มาดูตัวเหรอคะ?”
อันชูเซี่ยเหลือบมองกู้เซียว สลับกับหมายเลขโต๊ะ
ได้ยินมาว่าคู่ดูตัวก็เป็นตำรวจเหมือนกัน แต่มีตำรวจที่หล่อขนาดนี้ด้วยเหรอ?
ไม่ค่อยเหมือนเลยแฮะ...
“ใช่ครับ เชิญนั่ง”
“ไม่นึกเลยว่าคู่ดูตัวครั้งนี้จะเป็นตำรวจสาวสวย”
กู้เซียวเอ่ยเชื้อเชิญ
คู่ดูตัวครั้งก่อนๆ ถ้าไม่เป็นโลลิร่างยักษ์ ก็เป็นพวกสาวสวยที่เห็นแก่เงิน ไม่รู้ว่าลูกสาวของพวกเศรษฐีพวกนี้ถูกเลี้ยงดูกันมาแบบไหน
ดูคนนี้สิ นี่สิของแท้!
ถึงผมจะไม่อยากมาดูตัว แต่การได้ทานข้าวกับสาวสวยน่ามองแบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน
“คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันเป็นตำรวจ?”
อันชูเซี่ยนั่งลงตรงข้ามกู้เซียวด้วยความประหลาดใจ
เธอจำได้ว่าไม่ได้บอกให้อาสองบอกข้อมูลของเธอกับอีกฝ่าย
“สายตาคมกริบโดยไม่รู้ตัว ท่วงท่าการเดิน รอยด้านที่ง่ามมือจากการจับปืน ปลายผมที่ม้วนงอจนเป็นทรง และ... ความรู้สึกละมั้งครับ?”
กู้เซียวแย้มยิ้มเล็กน้อย
หลังจากการจำลองอาชญากรรมนับแสนครั้ง กู้เซียวก็มีความรู้สึกไวต่อตำรวจเป็นพิเศษ
“เหอะ!”
แววตาของอันชูเซี่ยเป็นประกายขึ้น
ตอนที่คุณอาสองแนะนำเขา ก็พรรณนาสรรพคุณเสียยกใหญ่ ทั้งหนุ่มหล่อประจำโรงเรียนตำรวจ ดาวรุ่งดวงใหม่แห่งวงการสืบสวน ยอดนักสืบอัจฉริยะหาตัวจับยาก
ดูท่าจะมีความสามารถอยู่บ้างจริงๆ
แต่ว่าอันชูเซี่ยไม่มีอารมณ์จะมาดูตัวเลยสักนิด
แม้ว่าจะให้อาสองช่วยให้ได้สิทธิ์เป็นตำรวจฝึกหัดในทีมสืบสวนอาชญากรรมมาได้ แต่โชคร้ายที่เพิ่งเริ่มงานก็ดันมาเจอคดีฆ่าหั่นศพสุดหินเข้าพอดี
เธออดหลับอดนอนตามหาเบาะแสร่วมกับทีมมาเกือบเดือนแล้ว แต่คดีก็ยังไม่มีความคืบหน้า
เบื้องบนให้เวลาอีกแค่สามวันในการปิดคดี ถ้าทำไม่ได้ ทุกคนในทีมสืบสวนจะต้องถูกลงโทษ และสถานะตำรวจฝึกงานของเธอก็ย่อมรักษาไว้ไม่ได้เช่นกัน
การได้ทำงานสืบสวนคือความฝันของเธอตั้งแต่เด็ก แต่ความจริงมันช่างโหดร้าย
งานสืบสวนไม่ได้ดูว่าระหว่างทางต้องลำบากแค่ไหน ถ้าจับคนร้ายไม่ได้ ทุกอย่างก็เท่ากับศูนย์
ตอนนี้ในหัวของเธอมีแต่เรื่องคดีฆ่าหั่นศพ ถ้าการดูตัวครั้งนี้ไม่ได้อาสองเป็นคนแนะนำ เธอก็คงไม่มาเสียเวลาแบบนี้
ในเมื่อคู่ดูตัวตรงหน้าก็เป็นตำรวจที่เพิ่งย้ายมาเหมือนกัน ทำไมไม่ลองให้เขาดูคดีนี้หน่อยล่ะ? เผื่อว่าจะได้เบาะแสอะไรใหม่ๆ
“ได้ยินว่าคุณคือดาวรุ่งดวงใหม่แห่งวงการตำรวจ เป็นนักสืบอัจฉริยะที่หาตัวจับยาก”
“ฉันมีคดีอยู่คดีหนึ่ง สนใจจะดูหน่อยไหมคะ?”
อันชูเซี่ยหยิบแฟ้มคดีออกจากกระเป๋าแล้ววางลงบนโต๊ะ
เมื่อได้ยินอันชูเซี่ยเรียกเขาแบบนั้น กู้เซียวก็ชะงักไปเล็กน้อย
โอ้โฮ?
ตำรวจสาวน้อยคนนี้ทำการบ้านมาไม่น้อยเลยนี่นา เธอรู้ได้ยังไงว่าฉายาสมัยก่อนที่ผมจะเข้าโรงพยาบาลคืออะไร?
สามปีก่อนตอนที่ผมทะลุมิติมาได้แค่เดือนเดียวก็เข้าโรงพยาบาลบ้าไปแล้ว ถึงแม้จะไขคดีไปได้ไม่น้อย แต่ก็เป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ มีเพียงผู้บังคับบัญชาระดับสูงไม่กี่คนที่รู้
เธอรู้ได้อย่างไร?
“แฟ้มคดี?”
“เป็นคดีฆ่าหั่นศพที่เกิดขึ้นล่าสุดรึเปล่าครับ?”
กู้เซียวมองดูรูปถ่ายบนสุดแล้วก็เกิดความสนใจขึ้นมาทันที
“ใช่ค่ะ เป็นคดีเมื่อเดือนที่แล้ว ทีมสืบสวนของเรารับผิดชอบ”
“ได้ยินว่าคุณเพิ่งย้ายมา คงจะยังไม่รู้”
อันชูเซี่ยถอนหายใจเบาๆ
แม้ว่าการเอาแฟ้มคดีออกมาจะมีเจตนาแกล้งอยู่บ้าง แต่คดีนี้ยืดเยื้อมาเกือบเดือนแล้ว ถ้าพอจะได้แนวทางอะไรบ้าง การดูตัวครั้งนี้ก็ไม่เสียเปล่า
“ย้ายมาเหรอครับ? ย้ายไปไหน?”
“ผมเดาว่าพวกคุณคงคิดว่า เป็นฝีมือของคนร้ายในคดีฆ่าหั่นศพเมื่อสิบปีก่อนที่กลับมาก่อเหตุอีกครั้งใช่ไหม?”
กู้เซียวพลิกดูเอกสารในแฟ้ม
“คุณก็รู้เรื่องคดีนั้นด้วยเหรอ?”
อันชูเซี่ยรู้สึกสงสัยเล็กน้อย
อาสองไม่ได้บอกเหรอว่าเขาเพิ่งย้ายมาที่เมืองเทียนไห่เมื่อไม่นานนี้? ทำไมถึงเคยได้ยินเรื่องคดีเก่านี้ด้วย?
“เคยได้ยินมาครับ”
“นักศึกษาสาวคนหนึ่งถูกฆ่าหั่นศพ ร่างของเธอถูกเฉือนเป็นชิ้นๆ แล้วนำไปทิ้งในกองขยะ หลังจากมีคนพบจึงแจ้งตำรวจ”
“จากการตรวจสอบของตำรวจ พบชิ้นส่วนศพจำนวนมาก หลายชิ้นถูกหั่นด้วยมือ ศีรษะและอวัยวะภายในถูกต้มจนสุก มีข่าวลือว่าชิ้นส่วนศพเหล่านั้นถูกคนร้ายนำไปกิน”
“หลายปีผ่านไป ไม่เพียงแต่หาตัวคนร้ายไม่พบ แม้แต่โครงกระดูกของศพก็ยังหาไม่เจอ ทำให้คดีนี้ยังปิดไม่ลงจนถึงทุกวันนี้”
“แต่ทิศทางการสืบสวนของพวกคุณผิดแล้ว คนร้ายไม่ใช่คนเดียวกัน”
“ถ้ายังรวมสองคดีนี้เป็นคดีเดียวกัน ผมรับรองได้เลยว่าจะไม่มีวันปิดคดีได้”
กู้เซียวพูดกับอันชูเซี่ย
หลังจากออกจากโรงพยาบาลบ้า กู้เซียวก็อยากจะหาคดีที่ซับซ้อนมาลองฝีมืออยู่ตลอด
เขาเคยเห็นคดีนี้ในห้องเก็บเอกสารของตำรวจ แต่ยังไม่ทันได้ศึกษาเพิ่มเติม ก็ถูกคุณแม่บังคับให้ไปดูตัวตามที่ต่างๆ
“ทำไมคุณถึงมั่นใจนักว่าคนร้ายไม่ใช่คนเดียวกัน?”
“การรวมคดีเป็นข้อสรุปที่ได้จากการประชุมของทีมสืบสวนเรา รายงานของแพทย์นิติเวชก็ระบุตรงกัน วิธีการก่อเหตุก็เหมือนกับคดีเมื่อสิบปีก่อนทุกประการ”
อันชูเซี่ยขมวดคิ้ว
“เหมือนกันทุกประการ?”
“ไม่น่าจะใช่นะครับ? คดีฆ่าหั่นศพครั้งใหม่นี้ ชิ้นเนื้อถูกหั่นอย่างสม่ำเสมอมาก และต้มแค่หัวใจ ปอด กับลำไส้ แต่ไม่มีศีรษะ”
“คดีเมื่อสิบปีก่อน ที่คนร้ายใช้มือหั่นศพ โยนศีรษะที่ต้มสุกทิ้งไว้ และโปรยชิ้นส่วนศพไปทั่ว ก็เพื่อสร้างความตื่นตระหนก”
“ถ้ากลับมาก่อเหตุอีกครั้ง ไม่มีทางที่จะทิ้งลักษณะเด่นที่สำคัญสองอย่างนี้ไปแน่”
“เป็นการเลียนแบบแค่เปลือกนอก แต่ไม่เข้าใจแก่นแท้ในการก่อเหตุของคนร้าย ดูแล้วก็เป็นแค่พวกมือสมัครเล่นที่ลอกเลียนแบบได้ห่วยแตกสิ้นดี”
กู้เซียวส่ายหัวอย่างไม่สบอารมณ์
เมื่อได้ฟังการวิเคราะห์ของกู้เซียว อันชูเซี่ยก็เบิกตากว้าง
แก่นแท้ในการก่อเหตุของคนร้าย?
ปัญหานี้คือสิ่งที่ทำให้ตำรวจสับสนมาตลอดสิบปี พวกเขายังไม่สามารถระบุตัวตนของคนร้ายได้อย่างแม่นยำ แต่คนตรงหน้ากลับชี้ประเด็นออกมาได้โดยตรง
เมื่อลองคิดตามแนวทางของเขา พอพิจารณาในรายละเอียดแล้ว สองคดีนี้ก็ไม่เหมือนกันจริงๆ!
“กริ๊งงง!”
ขณะที่อันชูเซี่ยกำลังจะถามอะไรบางอย่าง โทรศัพท์มือถือของทั้งสองคนก็ดังขึ้นพร้อมกัน
“ขอโทษค่ะ!”
“ขอโทษครับ!”
ทั้งสองคนต่างก้มหน้ามองโทรศัพท์ของตัวเอง
“อาสองคะ หนูถึงแล้ว”
อันชูเซี่ยรับโทรศัพท์
“มีคดีเข้ามา เลยไม่มาแล้วเหรอคะ?”
“ก็มาแล้วไม่ใช่เหรอคะ? เรากำลังคุยกันอยู่เลยนี่นา”
อันชูเซี่ยหันไปมองกู้เซียวด้วยความงุนงง
โทรศัพท์ของกู้เซียวเป็นวิดีโอคอลจากคุณแม่ของเขา
“แกหลอกฉันอีกแล้วนะ!”
“เธอไปถึงแล้ว! บอกว่าแกยังไม่ไปเลย!”
ปลายสาย คุณแม่ของเขากำลังอยู่ในห้องประชุม ชี้หน้ากู้เซียวผ่านหน้าจอแล้วตะคอกใส่
“ผมไม่ได้หลอกนะครับ!”
“เราสองคนคุยกันตั้งนานแล้ว!”
กู้เซียวก็หันไปมองอันชูเซี่ยด้วยความงุนงงเช่นกัน
เฮ้ย อะไรวะเนี่ย?
เกิดอะไรขึ้น?
[จบตอน]