เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

STY-ตอนที่ 76 เย่เฉินเคลื่อนไหว

STY-ตอนที่ 76 เย่เฉินเคลื่อนไหว

STY-ตอนที่ 76 เย่เฉินเคลื่อนไหว


โม่หยุนเฟย ตกใจในทันที

เมื่อมองดูม่านพลังที่ปรากฏขึ้นอยู่ตรงหน้าของเขา เขาแทบไม่อยากจะเชื่อในสายตาตัวเองเลย ในปัจจุบันเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในอาณาจักรทันฑ์สวรรค์ เป็นไปได้หรือไม่ว่าเขาไม่สามารถเอาชนะม่านพลังนี้ได้?

โม่หยุนเฟย พุ่งไปด้วยความโกรธ เขาได้ชกไปที่ม่านพลังอีกครั้ง

ปั้ง!

เสียงดังขนาดใหญ่ได้ปะทุขึ้น

กระแสพลังงานอันไม่มีที่สิ้นสุดได้พุ่งเข้าใส่ม่านพลังในทันที

ครื่น ครื่น—

โม่หยุนเฟย ได้ระเบิดการโจมตีอย่างต่อเนื่องจนทำให้เกิดประกายไฟลุกเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่า โม่หยุนเฟย จะโจมตีอย่างไร เขาก็ไม่สามารถทำลายม่านพลังได้

โม่หยุนเฟย แทบไม่อยากจะเชื่อในสายตาของตัวเอง

“นี่เป็นไปได้ยังไง?”

ในตอนนี้ เขาดูเหมือนจะโกรธมากจริง ๆ เลยหยิบกระบี่สีดำออกมา

เขาได้ถือกระบี่สีดำฟาดไปที่ม่านพลังที่ด้านหน้าของเขา

จากนั้นเขาก็กล่าวพูดออกมาอย่างเย็นชา “ข้าไม่เชื่อหรอกว่าข้าจะไม่สามารถทำลายม่านพลังนี้ได้!”

เขาฟันไปที่ด้านหน้าด้วยพละกำลังทั้งหมดของเขา

ประกายไฟได้ส่องสว่างไปทั่วทุกทิศทาง

อย่างไรก็ตาม ม่านพลังป้องกันกลับไม่ได้รับผลกระทบเลย กระทั่งไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนของมัน

“นี่เป็นไปไม่ได้…แม้แต่การโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของข้า ก็ไม่สามารถแม้แต่จะสร้างรอยได้งั้นหรือไม่?เป็นไปได้ยังไง?นี่มันเป็นไปไม่ได้!”โม่หยุนเฟย ได้สั่นศีรษะและกล่าวออกมา

ความเป็นจริงก็คือเขาไม่สามารถทำลายม่านพลังป้องกันนี้ได้เลย

ดังนั้นเขาจึงได้ถอยกลับและบินขึ้นไปบนฟ้า

จากนั้นก็มองไปที่ แดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์และกล่าวออกมา “ข้าได้ยินมาว่าแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์มีปรมาจารย์ยุทธ์ที่ไร้เทียมทาน ดังนั้นข้าขอท้าต่อสู้กับเจ้า!”

เขาไม่สามารถทำลายม่านพลังได้ เลยต้องการจะเปลี่ยนไปต่อสู้กับ เย่เฉิน แทน ในความสิ้นหวัง สิ่งที่เขาทำได้ก็คือการใช้วิธีการดั้งเดิมที่สุด นั่นก็คือการตะโกนออกมา

“ม่านพลังนี้ข้าเชื่อว่ามันน่าจะถูกสร้างโดยเจ้า?ข้ายอมรับเลยว่าม่านพลังนี้แข็งแกร่งมาก มันทำให้ข้าอยากจะเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเจ้านัก ดังนั้นเจ้ากล้าออกมาต่อสู้กับข้าหรือไม่?”โม่หยุนเฟย ยังคงตะโกนต่อไป

เสียงของ โม่หยุนเฟย ได้ส่งผ่านไปทั่วแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์

ในเวลานี้ ทุกคนจะสามารถได้ยินเสียงของเขา

ในปัจจุบัน เย่เฉิน กำลังคาบใบหญ้าไว้ในปากและหนุนตักศิษย์พี่หญิงใหญ่ซู่ชิวหยา

ซู่ชิวหยาที่สวมชุดสีแดงนางได้นั่งลงเบา ๆ ข้างทะเลสาบ

จมูกของ เย่เฉิน เต็มไปด้วยกลิ่นที่หอมของศิษย์พี่หญิงใหญ่สิ่งนี้มันทำให้เขารู้สึกสบายใจเป็นอย่างมาก

แม้แต่ ซู่ชิวหยา นางก็ค่อย ๆ มัดผมของศิษย์น้องเล็กของนาง

ทว่าในเวลานี้ ก็มีเสียงดังมาจากข้างนอก

“ศิษย์น้องเล็ก ดูเหมือนว่าโม่หยุนเฟยกำลังมองหาเจ้า!”

เย่เฉิน ไม่ได้ลุกขึ้น แต่กลับพลิกตัวและนอนอยู่ในอ้อมแขนของศิษย์พี่หญิงใหญ่ “ข้าคิดว่า โม่หยุนเฟย ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรทันฑ์สวรรค์จะมีอะไรดีซะอีก แต่ตอนนี้ข้าค้นพบแล้วว่าเขาก็แค่สุนัขบ้า”

“เขาไม่สามารถทำลายรูปแบบป้องกันที่ข้าจัดวางเอาไว้ได้ ดังนั้นจึงได้เริ่มเห่าอย่างบ้าคลั่ง ศิษย์พี่ ท่านไม่ต้องเป็นห่วง รอให้เขาเห่ามากกว่านี้อีกหน่อยเถอะ!”

ในเวลานี้ ซู่ชิวหยา ได้มองไปที่ ศิษย์น้องเล็กของนางและกล่าวออกมา “เจ้านี่นิสัยไม่ดีเลยนะ!”

“ศิษย์พี่ ตอนนี้ข้าโตแล้ว ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เลวร้ายไปกว่านั้น ท่านคิดว่าข้าจะพอใจอยู่กับแค่นี้งั้นเหรอ?”เย่เฉิน กล่าวพูดด้วยรอยยิ้ม

“ดูเหมือนว่าคนที่เป็นฝ่ายต้องกลัวก็คือเขากระมัง”ซู่ชิวหยา ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

ที่ด้านนอกประตูภูเขา

โม่หยุนเฟย ที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้า เขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ความโกรธของเขาได้

เขายังคงโจมตีใส่ม่านพลังของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ แต่ทว่าม่านพลังป้องกันก็ยังป้องกันการโจมตีทั้งหมดของเขาได้สำเร็จ

ภายในแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์

ก่อนหน้านี้ ประมุขนิกายอวี๋เซียว และ เหล่าผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ยังคงกังวลอยู่เลยว่า หลังจากที่นิกายปีศาจทมิฬบุก แดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ จะต้องย้อมไปด้วยโลหิตของพวกเขาอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขาเห็นว่า โม่หยุนเฟย ไม่สามารถทำลายม่านพลังป้องกันของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ได้ พวกเขาก็ถอนหายใจออกมา

ประมุขนิกายอวี๋เซียว มองไปที่ โม่หยุนเฟย ที่ทำอะไรไม่ถูกและโกรธเป็นฝืนเป็นไฟอยู่ข้างนอก

แม้แต่เหล่าศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ก็แทบจะผล็อยหลับไปในตอนนี้

ในขณะนี้ ประมุขนิกายอวี๋เซียว ได้กล่าวออกมาอย่างเฉยเมย “รูปแบบก่อตัวที่ท่านปรมาจารย์สร้างแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ทุกคนแยกย้ายกันไปซะ มองหาสถานที่ฝึกฝน และ พักผ่อน เราผู้เฒ่าก็จะกลับไปงีบหลับยามบ่ายเช่นเดียวกัน!”

ทุกคนได้แยกย้ายไปในทันที

แม้ว่าการดำเนินการนี้จะไม่ส่งผลต่อร่างกายของ โม่หยุนเฟย แต่มันก็ทำให้เขาละอายใจเป็นอย่างยิ่ง!

โม่หยุนเฟย ที่มองผ่านม่านพลังและพบเห็นคนจากแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ไม่ได้สนใจเขาอยู่ในสายตาอีกต่อไป เขาก็กลายเป็นโกรธเคืองมากยิ่งขึ้น

“เจ้าคิดที่จะทำตัวเป็นตัวหัวหดที่หลบอยู่ในกระดองงั้นหรือไม่? รีบออกมาสู้กับข้าซะ!”

“หรือว่า เจ้าคิดจะซ่อนตัวอยู่ในกระดองเช่นนี้ตลอดไป!”

โม่หยุนเฟย ได้โจมตีอย่างบ้าคลั่งและคำรามออกมาด้วยความโกรธ

ในขณะนี้ ผู้อาวุโสของนิกายปีศาจทมิฬ ได้มาหา โม่หยุนเฟย และ กล่าวออกมา “ท่านประมุข ในเมื่อพวกเราไม่สามารถทำลายม่านพลังป้องกันของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ ทำไมพวกเราถึงไม่ล่าถอยกันก่อน?”

“ล่าถอย?”โม่หยุนเฟย รู้สึกโกรธมาก

หากเขาล่าถอยกลับไปเช่นนี้ เขาจะนอนหลับได้อย่างไร เจ้าพวกแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ มันหยามเขามากเกินไป

“ถ่ายทอดคำสั่ง ปิดล้อมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์และต่อสู้จนตัวตาย!”

“ข้าไม่เชื่อหรอกว่าพวกมันจะซ่อนตัวอยู่ในแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ได้ตลอดไปและไม่มีวันออกมา!”

“ขอรับ!”

เหล่าศิษย์ของนิกายปีศาจทมิฬ ได้ทำการปิดล้อม และ ยืนห่างออกไปเล็กน้อยและไม่กล้าเข้าใกล้

อีกอย่างจะต้องรู้ว่ารูปแบบนี้ไม่ธรรมดาเหมือนกับพวกม่านพลังป้องกันปกติ เพราะพวกเขาได้เห็นมังกรทองและกระบี่บินจำนวนมาก พวกเขาที่ไม่อยากจะตาย ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าเข้าไปใกล้บริเวณที่มีม่านพลัง

สำหรับ โม่หยุนเฟย เขายังคงโจมตีต่อไปและตะโกนเสียงดัง

“ใสหัวออกมาซะ ออกมา!”

อย่างไรก็ตามไม่มีใครในแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์สนใจเขา

เย่เฉิน ได้โน้มตัวลงไปในอ้อมกอดของศิษย์พี่หญิงใหญ่และผล็อยหลับไป

นี่เป็นสถานการณ์วิกฤติที่ศัตรูบุกโจมตี! แต่ทว่าเย่เฉินกลับดูไร้กังวลเป็นอย่างมาก

หลังจากตื่นนอน เย่เฉิน ก็บิดตัวอย่างเกียจคร้าน

ในเวลานี้ แสงระเรื่อของดวงอาทิตย์ที่ตกก็ได้เหยือเหนือขอบฟ้าแล้ว

เย่เฉิน ได้นั่งลงและมองดูเมฆสีแดงที่ขอบฟ้าอย่างนุ่มนวล

ในขณะเดียวกัน โม่หยุนเฟย ก็ยังคงสาปแช่งเขาและต้องการให้ เย่เฉิน ออกมาต่อสู้กับเขา

เย่เฉิน ได้สั่นศีรษะและตอบกลับ “เหตุใดสุนัขบ้านี่ถึงเห่าไม่หยุดสักที?”

“ปล่อยเขาไปเถอะ ไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก!”ซู่ชิวหยา ได้กล่าวพูดอย่างใจเย็น

ในเวลานี้ เย่เฉิน ได้ยืนขึ้นและยิ้มออกมา “ในเมื่อสุนัขบ้าตัวนี้ได้แสดงท่าทีก้าวร้าวออกมา และ ต้องการจะพบข้ามาก ข้าก็จะออกไปพบเขา!”

หลังจากพูดจบ เย่เฉิน ก็หยิบหน้ากากออกมาและสวมบนใบหน้าของเขา

“ศิษย์น้องเล็ก เจ้าจะออกไปจริง ๆ เหรอ?”ซู่ชิวหยา กล่าวถามด้วยความเป็นห่วง

เย่เฉิน ยิ้มและตอบกลับ “ศิษย์พี่ท่านไม่ต้องกังวล ท่านกลับไปอุ่นเหล้ารอ หลังจากที่ข้าฆ่าเขาเสร็จแล้ว ข้าจะกลับไปดื่ม!”

เย่เฉิน ที่สวมหน้ากาก เขาได้บินออกมาจากแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์

“ไอ้เวรเอ้ย ที่แท้เจ้าก็เป็นคนขี้ขลาด ไม่กล้าออกมาเผชิญหน้ากับข้างั้นหรือไม่?”

“ใสหัวออกมาสู้กับข้าซะ!”

โม่หยุนเฟย ยังคงตะโกนเสียงดังต่อไป

ในขณะนี้ เย่เฉิน ที่สวมชุดสีขาว เขาได้เอามือไขว่หลังและลอยอยู่ในอากาศพร้อมกับจ้องมองไปที่ โม่หยุนเฟย อย่างสงบ “เจ้าสุนัขบ้า เห่ามาทั้งวัน ไม่เหน็ดเหนื่อยเลยงั้นหรือไม่?”

โม่หยุนเฟย ได้เอียงศีรษะและพบชายหนุ่มในชุดขาว

กลิ่นอายที่ทรงพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มในชุดขาวและมันทรงพลังเป็นอย่างมาก นอกจากร่างที่ผอมบางของเขาแล้ว เขาก็สวมหน้ากากสีขาวบนใบหน้าของเขา

“เจ้าคือ ปรมาจารย์ยุทธ์ผู้อยู่ยงคงกระพันของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์?”โม่หยุนเฟย ได้กล่าวถาม เย่เฉิน

เย่เฉิน ได้ยิ้มออกมา “ใช่แล้ว!”

“ในที่สุดก็ใสหัวออกมา ข้าคิดว่าเจ้าจะทำตัวเป็นเพียงเต่าขี้ขลาดที่หลบซ่อนตัวอยู่ในกระดอง และ หวาดกลัวที่จะต่อสู้กับข้าเสียอีก”โม่หยุนเฟย ได้กล่าวออกมาอย่างเย็นชา

เย่เฉิน ยิ้มและตอบกลับ “อันที่จริงก่อนหน้านี้เป็นเวลาช่วงพักเที่ยงของข้า และ มันไม่คุ้มค่าที่จะสละเวลาพักเที่ยงของข้าเพื่อมาจัดการเจ้า!”

จบบทที่ STY-ตอนที่ 76 เย่เฉินเคลื่อนไหว

คัดลอกลิงก์แล้ว