เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

STY-ตอนที่ 72 กลยุทธ์ในการเผชิญหน้ากับศัตรู!

STY-ตอนที่ 72 กลยุทธ์ในการเผชิญหน้ากับศัตรู!

STY-ตอนที่ 72 กลยุทธ์ในการเผชิญหน้ากับศัตรู!


ห้องโถงอวี๋เซียว

ในปัจจุบันปรมาจารย์ทั้ง 4 ยอดเขา และ ผู้อาวุโสบางคนได้มารวมตัวกันที่ห้องโถงใหญ่

ในฐานะ หัวหน้าผู้อาวุโสของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ ซู่ชิวหยา ย่อมต้องเข้าร่วมการประชุมนี้โดยธรรมชาติ

โดยปกติแล้ว การกระทำของ ยอดเขาทั้ง 4 ของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ พวกเขามักจะทำการของตัวเองโดยไม่ยุ่งเกี่ยวซึ่งกันและกัน ดังนั้น จึงมีโอกาสน้อยครั้งมากที่พวกเขาจะเรียกประชุมทั้ง 4 ยอดเขา โดยอย่างมาก พวกเขาก็จะจัดการประชุมปีละครั้ง อย่างไรก็ตาม สำหรับการประชุมในวันนี้แสดงว่าจะต้องมีเรื่องสำคัญบางอย่างเกิดขึ้น

สำหรับเหตุการณ์สำคัญที่ว่ามันคืออะไร ทุกคนก็พอจะได้ยินมาเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องนี้

ดังนั้นไม่นานทุกคนก็มารวมตัวกันครบ

ประมุขนิกายอวี๋เซียว ได้กล่าวพูดเป็นคนแรก “ทุกคน เหตุผลที่ข้าเรียกทุกคนมาในวันนี้ เป็นเพราะว่า แดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ ของเรากำลังเผชิญหน้ากับภัยพิบัติครั้งใหญ่”

เมื่อเขาพูดเช่นนี้ ใบหน้าของทุกคนก็เผยให้เห็นร่องรอยของความเคร่งขรึม

“บางทีทุกคนอาจจะเคยได้ยินข่าวมากมายในช่วง 2 วันมานี้ ว่ากันว่า ประมุขนิกายปีศาจทมิฬโม่หยุนเฟย ได้ทะลวงเข้าสู่อาณาจักรทันฑ์สวรรค์แล้ว และ หลังจากที่เขาออกมาจากความสันโดษเขาก็ได้แสดงความไร้เทียมทานออกมา!”

“ในปัจจุบันเขาได้ทำลายล้างไปหลายนิกายแล้ว อย่างไรก็ตาม ข้าก็ไม่รู้ว่าข่าวแพร่มาจากไหน ว่ากันว่า โม่หยุนเฟย ไม่ใช่คู่ต่อกรของปรมาจารย์ยุทธ์ของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตาของพวกเรา”

“โม่หยุนเฟย ที่เป็นคนหยิ่งทะนงในตัวเอง เขาที่คิดว่าตัวเองอยู่คงกระพันในโลก ตอนนี้เขากำลังนำคนจากนิกายปีศาจทมิฬมุ่งหน้ามาที่แดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ของพวกเราแล้ว และ เขาต้องการที่จะต่อสู้กับปรมาจารย์ยุทธ์ของพวกเรา!”ประมุขนิกายอวี๋เซียว ได้กล่าวออกมา

ในขณะนี้ แม้แต่ ซู่ชิวหยา และ เซียนหยกอมตะ ก็ได้แสดงสีหน้าเคร่งขรึมออกมา

พวกนางย่อมรู้โดยธรรมชาติว่าใครคือปรมาจารย์ยุทธ์ที่มีพลังในอาณาจักรเทวะของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์

ยิ่งไปกว่านั้น พวกนางยังรู้ด้วยว่า เย่เฉิน ได้อยู่บนจุดสูงสุดของอาณาจักรเทวะแต่ยังไม่ได้ทะลวงเข้าสู่อาณาจักรทันฑ์สวรรค์

แต่ โม่หยุนเฟย เป็นผู้เชี่ยวชาญในอาณาจักรทันฑ์สวรรค์

ถ้าเขามาที่ แดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ของพวกเขาจริง ๆ แม้ว่า เย่เฉิน จะเคลื่อนไหว ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะจัดการเรื่องนี้

“ตอนนี้ ในหมู่พวกเราไม่มีใครสามารถติดต่อกับท่านปรมาจารย์ยุทธ์ได้เลย ข้าเกรงว่าพวกเราคงต้องเผชิญหน้ากับเรื่องนี้ด้วยตัวเองแล้ว”

“ยิ่งไปกว่านั้น ความแข็งแกร่งที่ปรมาจารย์ยุทธ์แสดงออกมายังอยู่แค่อาณาจักรเทวะเท่านั้น แน่นอนว่า ข้าไม่ได้ดูถูกปรมาจารย์ของพวกเรา แต่ข้ากลัวว่า การเผชิญหน้ากับ โม่หยุนเฟย ที่มีพลังอยู่ในอาณาจักรทันฑ์สวรรค์เกรงว่าจะเป็นเรื่องลำบาก!”

เมื่อคำพูดเหล่านี้ออกมา การแสดงออกของ ทุกคนก็กลายเป็นเคร่งขรึม

“ศิษย์พี่ประมุขนิกาย ท่านมีวิธีรับมืองั้นหรือไม่?”เซียนหยกอมตะ มองไปที่ ประมุขนิกายอวี๋เซียว

ในฐานะแม่ของเย่เฉิน นางรู้ว่า โม่หยุนเฟย เป็นศัตรูที่ทรงพลัง ดังนั้นนางจึงไม่ต้องการให้ เย่เฉิน เคลื่อนไหว

หลังจากที่ประมุขนิกายอวี๋เซียวครุ่นคิดเขาก็กล่าวออกมา “ดูเหมือนว่าทางเลือกเดียวของพวกเราก็คือการรักษาความแข็งแกร่งเอาไว้ให้ได้มากที่สุด!”

“ศิษย์พี่ ท่านหมายความว่ายังไง?”เซียนหยกอมตะ ได้กล่าวถามอีกครั้ง

“ในแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา หากท่านปรมาจารย์ยุทธ์ไม่เคลื่อนไหว พวกเราก็มีผู้เชี่ยวชาญในอาณาจักรมหายานแค่ 5 คน เท่านั้น ต่อหน้าผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรทันฑ์สวรรค์ ผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรมหายานยังคงไม่เพียงพอ ดังนั้นแม้ว่าเราจะสู้ไปก็พ่ายแพ้อย่างแน่นอน!”

“อีกอย่าง ชิวหยา แม้จะบุกทะลวงเข้าสู่อาณาจักรมหายานแต่นางก็ยังเด็กมาก นางจะกลายเป็นเสาหลักของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ของพวกเราในอนาคต ดังนั้นข้าขอเสนอให้ ชิวหยา นำศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ของพวกเรารีบรุดหน้าออกไปจากแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ก่อน ส่วนพวกเราคนเฒ่าคนแก่จะใช้กระดูกเฒ่าของพวกเราปกป้องแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์แห่งนี้จนตัวตาย พวกเราจะอยู่และตายไปพร้อมกับแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์”

“หากไม่ล่มสลายพวกเราก็มีวันที่จะหวนคืน ดังนั้นแม้ว่าพวกเราจะตาย แต่แดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ของพวกเราก็มีคนที่มีความสามารถมากมาย เพราะงั้นพวกเราจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง!”ประมุขนิกายอวี๋เซียวได้กล่าวออกมา

ต้องบอกว่า แม้ว่าประมุขนิกายอวี๋เซียวจะขี้ขลาดเล็กน้อย แต่การพิจารณาของเขาสำหรับสถานการณ์ของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ ก็ถือได้ว่าเป็นวิธีการที่ดีที่สุด

เขาที่เป็นคนเสนอแผนการนี้ย่อมไม่คิดที่จะจากไปด้วยตัวเอง ดังนั้น เขาจึงได้เสนอทิ้งเมล็ดพันธุ์ของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ไว้เบื้องหลัง

“ข้าคิดออกแค่วิธีนี้วิธีเดียว หากใครคนใดมีแผนการที่ดีกว่านี้ ก็เสนอมาได้เลย”ประมุขนิกายอวี๋เซียว ได้กล่าวถาม

ในเวลานี้ ทุกคนต่างนิ่งเงียบ

“แสดงว่าพวกท่านทุกคนเห็นด้วยกับวิธีนี้ใช่หรือไม่?”ประมุขนิกายอวี๋เซียว ได้กล่าวถามอีกครั้ง

เซียนหยกอมตะ ได้เป็นผู้นำในการกล่าว “ข้าเห็นด้วย!”

“ท่านอาจารย์!”ซู่ชิวหยา มองไปที่ อาจารย์ของนาง

ในเวลานี้ เซียนหยกอมตะ เหลือบมองไปที่ ซู่ชิวหยา และ ส่งกระแสจิตไปหานาง “เจ้าก็น่าจะรู้ว่าต่อให้ศิษย์น้องของเจ้าจะเคลื่อนไหวในตอนนี้ มันก็เป็นเรื่องยากที่จะชนะใช่หรือไม่?”

“ดังนั้น แทนที่พวกเราจะส่งศิษย์น้องเล็กของเจ้าไปตาย มันจะเป็นการดีกว่าหากพวกเราได้ใช้กระดูกเฒ่าของพวกเราเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงแทน และ ในอนาคตเมื่อเจ้าและศิษย์น้องของเจ้าแข็งแกร่งขึ้นพวกเจ้าก็ยังสามารถล้างแค้นให้พวกเราได้!”

เซียนหยกอมตะ ได้ส่งกระแสจิตไปหา ซู่ชิวหยา

ซู่ชิวหยา เข้าใจว่า อาจารย์ของนางต้องการปกป้องศิษย์น้องของนาง

ศิษย์น้องของนาง อยู่ที่จุดสูงสุดของอาณาจักรเทวะเท่านั้น เขาย่อมเสียเปรียบเมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้เชี่ยวชาญในอาณาจักรทันฑ์สวรรค์ อีกอย่าง ในฐานะคนเป็นแม่ เซียนหยกอมตะ ย่อมไม่ปล่อยให้ เย่เฉิน ไปแบกรับความเสี่ยงนี้ได้ ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นางจะต้องปกป้อง เย่เฉิน

“ชิวหยา เจ้าจะต้องพาศิษย์น้องเล็กของเจ้าไปด้วยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”เซียนหยกอมตะ ได้ส่งกระแสจิตอีกครั้ง

แม้ว่า ชิวหยา จะกังวลเกี่ยวกับอาจารย์ของนางและไม่สามารถทิ้งอาจารย์ของนางไว้เบื้องหลังได้ แต่นางก็เข้าใจว่านี่เป็นวิธีการที่ปลอดภัยที่สุดในตอนนี้

เนื่องจาก ศิษย์น้องเล็ก ไม่มีโอกาสชนะ 100% นางจึงไม่ต้องการให้เขาเคลื่อนไหว

“พวกเราเองก็เห็นด้วย!”

ในขณะนี้ จ้าวฉีหยาง และ เยี่ยเจิ้งชุน ก็ได้กล่าวพูดออกมา

แดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ของพวกเขามีข้อดีอย่างนึงก็คือ ความสามัคคีกันของพวกเขา

ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่ เซียนหยกอมตะ ออกไปฝึก และ นางได้นำภาระกลับมา ถ้าเป็นนิกายอมตะอื่น พวกเขาคงไล่นางออกไปแล้ว แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ไล่นางออก แต่พวกเขาก็ไม่ปล่อยให้นางกลายเป็นปรมาจารย์ของยอดเขาแบบนี้แน่

แต่ทางแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์นั้นไม่สนใจอดีตของเซียนหยกอมตะและยินดีรับนางเอาไว้

เป็นเพราะเหตุนี้เองแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์จึงแตกต่างไปจากนิกายอมตะอื่น ๆ เพราะว่าพวกเขาเป็นคนที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกันยามลำบาก

ในเวลานี้ ประมุขนิกายอวี๋เซียว ได้กล่าวออกมา “ในเมื่อทุกคนเห็นด้วย จากนี้พวกเราก็จะใช้กระดูกเฒ่าของพวกเรา…ชิวหยา เมื่อถึงเวลาเจ้าจะต้องรีบพาศิษย์ทั้งหมดของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ออกไปให้ได้”

“ข้าไม่เห็นด้วย!”

ในเวลานี้เอง ชายหนุ่มคนนึงก็เดินเข้ามาจากทางด้านนอกประตูห้องโถงอวี๋เซียว

เป็นบุตรแห่งสวรรค์ของพวกเขา เย่กู่เฉิง!

อันที่จริงเขาก็คือ เย่เฉิน

เมื่อเห็น เย่กู่เฉิง เดินเข้ามา ทุกคนก็ประหลาดใจมาก

โดยเฉพาะ เซียนหยกอมตะ และ ซู่ชิวหยา

เซียนหยกอมตะ รีบส่งกระแสจิตไปหา เย่เฉิน อย่างเร่งรีบ “เฉินเอ๋อร์ เจ้ามาทำอะไรที่นี่?แม้ว่าแม่จะรู้ว่าเจ้าแข็งแกร่งมาก แต่ตอนนี้ศัตรูที่เจ้าเผชิญคือผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรทันฑ์สวรรค์ แม้แต่เจ้า แม่กลัวว่าจะ…”

เย่เฉิน ได้ขัดจังหวะแม่ของเขาและส่งกระแสจิตกลับไป “ท่านแม่โปรดเชื่อใจข้า ข้าจะไม่ล้อเล่นกับชีวิตของตัวเองอย่างเด็ดขาด และ ข้าก็ไม่ต้องการให้ท่านใช้ชีวิตของท่านเป็นเดิมพัน นั่นก็เพราะข้ามีวิธีที่จะเอาชนะวิกฤตินี้ได้”

เซียนหยกอมตะ มองไปที่ ความแน่วแน่ของ เย่เฉิน ในที่สุด นางก็เลือกที่จะเชื่อใจ เย่เฉิน

ในฐานะคนเป็นแม่ นางจะไม่เชื่อใจลูกชายของตัวเองได้อย่างไร?

ในเวลานี้ เย่กู่เฉิง ได้เดินไปที่ใจกลางของห้องโถงและมองไปที่ทุกคนพร้อมกับกล่าวออกมา “ท่านอาจารย์ของข้า บอกว่าพวกเราแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ไม่จำเป็นจะต้องอพยพไป พวกเราจะรอให้คนจากนิกายปีศาจทมิฬมาที่นี่ ส่วนเรื่องต่อจากนี้ท่านอาจารย์จะจัดการด้วยตัวเอง!”

“ข้าใคร่สงสัยว่าท่านปรมาจารย์ยุทธ์มีแผนการแบบใด ข้าหวังว่าเจ้าจะช่วยบอกข้าได้!”ประมุขนิกายอวี๋เซียวรีบกล่าวถาม

ในเวลานี้ เย่กู่เฉิง ยิ้มและกล่าวออกมา“ท่านอาจารย์ขอให้ข้านำข้อความมาส่งต่อให้กับทุกคน”

“ข้อความอะไร?”ทุกคนรีบกล่าวถาม

เย่กู่เฉิง ยิ้มและตอบกลับ“ท่านอาจารย์บอกว่าโม่เฟยน้อยไม่ใช่ปัญหาอะไรสำหรับเขาเลย!”

ทันทีที่เขาพูดแบบนี้ ทุกคนก็ดูประหลาดใจเป็นอย่างมาก

โม่หยุนเฟย ประมุขนิกายปีศาจทมิฬ เป็นผู้เชี่ยวชาญในอาณาจักรทันฑ์สวรรค์ การที่ปรมาจารย์ยุทธ์ของพวกเขากล่าวเช่นนี้มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอ?

“ท่านปรมาจารย์ยุทธ์สามารถต่อกรกับผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรทันฑ์สวรรค์ได้งั้นหรือไม่?ท่านปรมาจารย์ยุทธ์มีความมั่นใจที่จะจัดการกับ โม่หยุนเฟย จริง ๆ?”ประมุขนิกายอวี๋เซียวได้กล่าวถามอย่างรวดเร็ว

เย่กู่เฉิง ยิ้มและตอบกลับ “ท่านอาจารย์คาดเดาไว้แล้วว่าพวกท่านจะต้องสงสัย ดังนั้นเขาจึงขอให้นางมากับข้า!”

ขณะที่ เย่กู่เฉิง พูดจบ

ทันใดนั้น ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง ก็ปรากฏตัวขึ้น ณ ใจกลางของ ห้องโถงใหญ่

เมื่อเห็นเช่นนี้ ทุกคนก็ดูตกใจในทันที

นี่คือปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง

ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางได้กล่าวพูดด้วยภาษามนุษย์ว่า “นายท่านของข้าได้จัดตั้งรูปแบบป้องกันขนาดใหญ่ไว้ที่ตีนภูเขาแล้ว แม้แต่คนที่ก้าวข้ามอาณาจักรทันฑ์สวรรค์ไปก็ไม่สามารถบุกเข้ามาได้ นอกจากนี้ ข้าก็มีพลังในอาณาจักรทันฑ์สวรรค์ พวกเจ้าคิดว่าข้ากับนายท่าน จะไม่สามารถจัดการกับโม่หยุนเฟยได้?”

จบบทที่ STY-ตอนที่ 72 กลยุทธ์ในการเผชิญหน้ากับศัตรู!

คัดลอกลิงก์แล้ว