เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

STY-ตอนที่ 70 กระแสน้ำที่ปั่นป่วน!

STY-ตอนที่ 70 กระแสน้ำที่ปั่นป่วน!

STY-ตอนที่ 70 กระแสน้ำที่ปั่นป่วน!


เย่เฉิน มองไปที่ ไป๋ลั่วหลี่ ด้วยความประหลาดใจ

ในขณะนี้ ไป๋ลั่วหลี่ ได้กล่าวออกมาอย่างช้า ๆ “ข้าไปที่เมืองหยุนไท่และตรวจสอบเรื่องนี้หลายครั้งและสอบถามผู้คนมามากมาย แน่นอนว่าแม้จะติดสินบนคนเหล่านี้ไป พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะพูด”

“ดังนั้น ข้าจึงได้เดินทางไปพบปีศาจบางตัวที่ซุ่มซ่อนอยู่ใกล้เมืองหยุนไท่ และ สอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์ในตอนนั้น จนในที่สุด ข้าก็ได้ไปเจอกับ ปีศาจต้นไม้เฒ่า!”

“ปีศาจต้นไม้เฒ่า เคยนั่งอยู่ในลานของตระกูลซู่ในตอนนั้น”

“ตามคำกล่าวของปีศาจต้นไม้เฒ่า ซู่เจิ้นหยิง ประมุขของตระกูลซู่ในสมัยนั้น และ เซียวเลี่ย ที่เป็นเจ้าเมืองของเมืองหยุนไท่ในปัจจุบัน ต่างก็เป็นผู้สมัครเข้ารับตำแหน่งเจ้าเมืองหยุนไท่”

“อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวว่า ซู่เจิ้นหยิง เป็นคนซื่อตรงและซื่อสัตย์ในการทำงานของเขา ในแง่ของความสามารถ เขาเป็นคนที่ไม่มีใครเทียบได้ในบรรดาตระกูลที่ยิ่งใหญ่ทั้ง 8”

“อย่างไรก็ตาม เพราะว่า ซู่เจิ้นหยิง ซื่อตรงและซื่อสัตย์เกินไปในชีวิตของเขา ย้อนกลับไปในตอนที่เขาเป็นเจ้าหน้าที่บังคับกฏหมายของเมืองหยุนไท่ เขาได้ดูแลจัดการความเป็นระเบียบภายในเมืองจนได้รับฉายาว่า ยมทูตหน้าเหล็ก เหล่า สามัญชน และ ตระกูลชนชั้นสูง ที่ทำความผิดในเมือง ต่างก็ถูกประหารภายใต้ความตรงไปตรงมาของ ซู่เจิ้นหยิง”

“เป็นเพราะเหตุนี้เองทำให้ ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ทั้ง 7 ของเมืองหยุนไท่ ต่างก็ไม่ชอบ ซู่เจิ้นหยิง และ ไม่ชอบตระกูลซู่”

“ต่อมา เจ้าเมืองคนเก่าอยู่ในสภาพที่วิกฤติ ดังนั้นเขาจะต้องเลือกเจ้าเมืองคนใหม่จากบรรดาผู้เข้าสมัครทั้งสองคนอย่าง ซู่เจิ้นหยิง และ เซียวเลี่ย”

“ทว่าในคืนต่อมา ก็มีกลุ่มคนชุดดำจำนวนมากได้ปิดล้อมตระกูลซู่โดยที่ไม่ทราบสาเหตุ”

“พวกมันได้บุกเข้าไปในตระกูลซู่ และ สังหารผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนและทุกชีวิตในตระกูลซู่ แม้แต่ ซู่เจิ้นหยิง ก็ยังถูกปิดล้อมโดยผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก ในท้ายที่สุด เขาก็ไม่สามารถต่อกรได้และเสียชีวิตลงในเวลาต่อมา”

ไป๋ลั่วหลี่ ได้กล่าวพูดต่อหน้าของ เย่เฉิน

ดวงตาของ เย่เฉิน ได้ปิดลงเล็กน้อย ราวกับว่าเขาได้คาดเดาผลลัพธ์นี้แล้ว เขาหายใจเข้ายาวและกล่าวถามออกมา “เจ้ายืนยันได้แล้วหรือยังว่าเป็นฝีมือของตระกูลที่ยิ่งใหญ่ทั้ง 7?”

ในขณะนี้ ไป๋ลั่วหลี่ ได้ตอบกลับทันที “ข้ายืนยันเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้แล้ว เพราะว่า ข้าได้ไปเยี่ยมปีศาจตัวอื่น ๆ และ ได้รู้ว่าแท้จริงแล้วในคืนนั้น เป็นฝีมือของผู้เชี่ยวชาญอีก 7 ตระกูล”

“ยิ่งไปกว่านั้น ปีศาจบางตัวยังค้นพบซากศพและได้ยืนยันแล้วว่าคนเหล่านั้นเป็นคนจากอีก 7 ตระกูลที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ”

“กล่าวอีกนัยนึงคือ จะต้องเป็น เซียวเลี่ย ที่เป็นคนบงการในตอนนั้น อย่างไรก็ตาม นอกจากเขาแล้ว อีก 6 ตระกูลที่เหลือ ก็ได้สมรู้ร่วมคิดในการทำลายตระกูลซู่ ดังนั้น เป็นพวกเขาที่ทำการปิดล้อมและทำลายตระกูลซู่ในตอนนั้น”ไป๋ลั่วหลี่ ได้กล่าวเสริม

เย่เฉิน ได้โบกมือและกล่าวอย่างเฉยเมย “เอาล่ะ ข้าเข้าใจเรื่องทั้งหมด ออกไปก่อนเถอะ!”

“เจ้าค่ะ!”ไป๋ลั่วหลี่ ได้โค้งคำนับและจากไป

ในเวลานี้ ศิษย์พี่หญิงเจ็ด มองไปที่ เย่เฉิน และ กล่าวถามด้วยความประหลาดใจ “เย่เฉิน เจ้าคิดจะล้างแค้นให้กับศิษย์พี่หญิงใหญ่ใช่หรือไม่?”

เย่เฉิน ได้พยักหน้า

“จะลงมือตอนนี้เลยหรือไม่?”

เย่เฉิน ได้สั่นศีรษะและตอบกลับ “ข้าอดทนรอมานานหลายปีแล้ว ดังนั้นรออีกหน่อยจะเป็นอะไรไป แต่เมื่อข้าก้าวเข้าสู่อาณาจักรทันฑ์สวรรค์เมื่อไหร่ มันจะเป็นวันที่ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ทั้ง 7 ของ เมืองหยุนไท่ เป็นอันจะต้องถูกทำลาย”

เมืองหยุนไท่

ในห้องโถงใหญ่

เจ้าเมืองหยุนไท่ เซียวเลี่ย ได้นั่งตัวตรงบนที่นั่งหลักของเขา

โดยมีคนอีก 6 คน นั่งอยู่ที่โต๊ะยาวทั้งสองข้าง

ในขณะนี้ เซียวเลี่ย ขมวดคิ้วแน่น และ กล่าวออกมา “ข้าแน่ใจว่าทุกคนรู้เกี่ยวกับข่าวที่เพิ่งปรากฏขึ้นเร็ว ๆ นี้ใช่หรือไม่?”

เซียวเลี่ย ที่มีคิ้วรูปกระบี่และร่างที่สูง เขาที่สวมชุดคลุมยาวสีฟ้าอ่อนมันทำให้เขาดูยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก

“ท่านเจ้าเมือง ท่านกำลังพูดถึงนิกายปีศาจทมิฬใช่หรือไม่?”ในขณะนี้ ชายวัยกลางคนที่มีเคราแพะได้กล่าวถาม

ชายวัยกลางคนที่มีเคราแพะก็คือประมุขตระกูลหยาง-หยางเทียนฉี

เขาเป็นประมุขตระกูล 1 ใน 8 ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ของเมืองหยุนไท่

ตอนนี้ ตระกูลซู่ ได้หายไปแล้ว พูดให้ถูกก็คือ เขาควรเป็น ประมุขตระกูล 1 ใน 7 ตระกูลที่ยิ่งใหญ่

“ใช่แล้ว เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข่าวลือว่า ประมุขนิกายปีศาจ โม่หยุนเฟย ได้ออกมาจากความสันโดษแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เขายังได้ทะลวงเข้าสู่อาณาจักรทันฑ์สวรรค์แล้ว”เซียวเลี่ย ได้กล่าวพูดออกมาอย่างเย็นชา

เมื่อได้ยินเช่นนี้ อีกหกคนได้ปรากฏความหวาดกลัวในใจ

“ในตอนนั้น พวกเราที่เดินบนเส้นทางอันชอบธรรม ได้รวมพลังกันไล่ต้อนนิกายปีศาจทมิฬให้กลับเข้าไปในภูเขา อย่างไรก็ตาม ไม่คาดคิดเลยว่า ประมุขนิกายปีศาจทมิฬ จะสามารถทะลวงจากอาณาจักรเทวะไปยังอาณาจักรทันฑ์สวรรค์ได้ ย้อนกลับไปในตอนนั้นเขาที่มีพลังอยู่ในอาณาจักรเทวะแม้แต่พวกเราก็ยังต้องปิดล้อม แต่ตอนนี้ โม่หยุนเฟย เขาได้ทะลวงด่านพลังไปแล้ว ข้าเกรงว่าเขาจะต้องกลับมาที่นี่เพื่อแก้แค้นเป็นแน่”เซียวเลี่ย ได้กล่าวออกมา

“ผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรทันฑ์สวรรค์? แม้แต่ในเมืองหยุนไท่ทั้งหมด ข้าเกรงว่าจะไม่มีผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรทันฑ์สวรรค์สักคน ครั้งนี้ เกรงว่าคงจะไม่มีใครหยุด โม่หยุนเฟย ในตอนนี้ได้”จางเหวิ่นซาน จากตระกูล จาง ได้กล่าวออกมาอย่างโหยหา

ในขณะนี้ ชายร่างกำยำก็ได้ลุกขึ้น เขาคือ จูหวู่เหิง ประมุขตระกูลจู เขาได้ยืนขึ้นและกล่าวเสียงดัง“พวกเราจะต้องรวมพลังกันอีกครั้ง ข้าไม่เชื่อหรอกว่าผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรเทวะในเส้นทางที่ชอบธรรมหลายคนจะไม่สามารถเผชิญหน้ากับอาณาจักรทันฑ์สวรรค์เพียงคนเดียวได้!”

ในขณะนี้ ชายวัยกลางคนที่แต่งตัวดี ก็ได้อ้าปากพูด เขาคือประมุขตระกูลหวัง หวังเหวิ่นเซียน เขาได้สั่นศีรษะและตอบกลับ “มันมีช่องว่างระหว่างอาณาจักรทันฑ์สวรรค์กับอาณาจักรเทวะอยู่ แม้ว่า พวกเราจะร่วมมือกัน ข้าเกรงว่ามันก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะจัดการกับเขา”

ประมุขตระกูลซ่ง ซ่งหลิน ก็ได้ยืนขึ้นและโค้งคำนับให้กับ เซียวเลี่ย “ท่านเจ้าเมือง ในเมื่อพวกเราไม่ใช่คู่ต่อกรของเขา เช่นนั้นข้าเกรงว่าต้องรบกวนท่านไปเรียนให้ท่านบรรพบุรุษของตระกูลเซียวออกมาจากความสันโดษแล้ว”

“ใช่แล้ว ท่านผู้เฒ่าตระกูลเซียวอยู่ในจุดสูงสุดของอาณาจักรทันฑ์สวรรค์มิใช่เหรอ?ถ้าเราขอให้เขาลงมือ ข้าเชื่อว่าพวกเราจะสามารถเอาชนะ โม่หยุนเฟย ได้อย่างแน่นอน”หลินเจิ้งหยวน ประมุขตระกูลหลิน ได้กล่าวออกมา

หลายคนรู้ว่า ตระกูลเซียว มีผู้เฒ่าที่มีพลังอยู่ในอาณาจักรทันฑ์สวรรค์ อีกทั้งเขายังอยู่บนจุดสูงสุดของอาณาจักรทันฑ์สวรรค์และมีชีวิตมาอย่างยาวนานหลายร้อยปีอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เขาไม่เคยทะลวงผ่านอาณาจักรทันฑ์สวรรค์ไปได้

ดังนั้น ผู้เฒ่าตระกูลเซียว จึงไม่สนใจเรื่องทางโลก และ มุ่งความสนใจไปที่เต๋าเพียงเท่านั้น โดยเขาต้องการบุกทะลวงจากอาณาจักรทันฑ์สวรรค์ไปและก้าวเข้าสู่ดินแดนใหม่

ถ้าเขาเชิญผู้เฒ่าตระกูลเซียวออกมา ด้วยความแข็งแกร่งของเขา เขาย่อมสามารถเอาชนะ ประมุขนิกายปีศาจทมิฬ โม่หยุนเฟย ได้อย่างแน่นอน

ในขณะนี้ เซียวเลี่ย ได้ยิ้มและตอบกลับ “ทุกคนอย่าได้กังวลไป!”

“อันที่จริง ข้ามีวิธีรับมือกับเรื่องนี้อยู่แล้ว”เซียวเลี่ย กล่าวพูดด้วยรอยยิ้ม

“ท่านเจ้าเมืองมีวิธีการรับมืองั้นหรือไม่?”ประมุขตระกูลเหล่านี้ได้กล่าวถาม

เซียวเลี่ย ได้ยิ้มออกมา “ข้าสงสัยว่านิกายอมตะใด ที่ทุกท่านไม่ชอบมากที่สุดในตอนนี้?”

ในขณะนี้ ซ่งหลิน ก็ได้ลุกขึ้นและกล่าวออกมาในทันที “แน่นอนว่าย่อมเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์!”

“หึ่ม ตระกูลซ่งของข้าอุส่าห์จำมิตรภาพเก่าได้จึงได้ส่ง ซ่งอวี๋เซียง ไปแต่งงานกับ บุตรีที่เหลือของตระกูลซู่ แต่แล้วอย่างไร? ข้าไม่ได้คาดหวังเลยว่า เศษซากที่เหลือของตระกูลซู่ จะกล้าปฏิเสธน้ำใจของพวกเรา ไม่เพียงแต่ปฏิเสธที่จะแต่งงานเท่านั้น กระทั่ง แดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ ยังส่ง เย่กู่เฉิง มาทำให้แขนข้างนึงของบุตรชายข้าต้องพิการอีก!”

“ใช่แล้ว ปรมาจารย์ยุทธ์ของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์นั้นหยิ่งผยองเกินไป เขาคิดว่าตัวเองนั้นอยู่ยงคงกระพันหลังจากที่ทะลวงสู่อาณาจักรเทวะ ข้าเองก็ได้ให้ลูกศิษย์ในตระกูลไปเยี่ยมเขา แต่ไม่เพียงแต่เขาไม่ชอบ ยังไล่ตะเพิดพวกเขากลับมาอีกด้วย!”หลินเจิ้งหยวน ได้กล่าวอย่างเคร่งขรึม

“ตั้งแต่ที่ปรมาจารย์ยุทธ์คนนั้นปรากฏตัวในแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ พวกมันก็ยิ่งหยิ่งทะนงมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนหน้านี้พวกมันได้ทำลายแดนศักดิ์สิทธิ์ธุลีสีชาดไป และ ยังมี นิกายอินทรีหิมะอีก ข้าเชื่อว่าหลายคนในที่นี้ก็มีความเกี่ยวข้องกับทั้งสองนิกายนี้ เพราะหลังจากที่แดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ทำลายพวกเขา เราก็สูญเสียสิ่งต่าง ๆ ไปมากมาย”จางเหวิ่นซาน ได้กล่าวออกมาอย่างเย็นชา

ในขณะนี้ รอยยิ้มที่เย็นชาได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของ เซียวเลี่ย

“ในเมื่อทุกคนมีความคิดเหมือนกัน ทำไมพวกเราไม่ปล่อยให้แดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์เป็นผู้นำในการต่อต้านในครั้งนี้?”

จบบทที่ STY-ตอนที่ 70 กระแสน้ำที่ปั่นป่วน!

คัดลอกลิงก์แล้ว