เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

STY-ตอนที่ 57 ใสหัวออกไป!

STY-ตอนที่ 57 ใสหัวออกไป!

STY-ตอนที่ 57 ใสหัวออกไป!


เย่เฉิน ได้เดินเข้ามาภายในห้องโถงหยกอมตะทีละขั้นตอน

ในขณะนี้ ทุกคนได้มองไปที่เขาด้วยความประหลาดใจ

เย่เฉิน มักจะใช้ใบหน้านี้ ดังนั้น เซียนหยกอมตะ และ ศิษย์พี่หญิงหลายคนจึงจำเขาได้

อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นเรื่องจริง ที่ว่า เย่เฉิน ถูกรบกวนโดยเรื่องของศิษย์พี่หญิงใหญ่ของเขา

ซ่งอวี๋เซียง มองไปที่ ผู้ชายที่ชื่อ เย่กู่เฉิง ข้างหน้าเขา เป็นเพราะเขามีพลังอยู่ในขั้นปลายของอาณาจักรก่อตั้งจิตวิญญาณ ในขณะที่ อีกฝ่ายอยู่เพียงขั้นต้นของอาณาจักรก่อตั้งจิตวิญญาณเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงไม่ได้สนใจอีกฝ่ายสักเท่าไหร่

“นี่เป็นเรื่องระหว่างข้ากับชิวหยา คนนอกเช่นเจ้ามีสิทธิ์ก้าวก่ายด้วยงั้นหรือไม่?”ซ่งอวี๋เซียง มองไปที่ เย่เฉิน และ กล่าวถามอย่างเย็นชา

เย่เฉิน ยิ้มจาง ๆ และมุมปากของเขาก็ค่อย ๆ โค้งขึ้น “ข้าชอบศิษย์พี่หญิงซู่ ดังนั้นเรื่องของนางก็เป็นเรื่องของข้าเช่นกัน”

เมื่อเขาพูดแบบนี้ ทุกคนก็ดูตกใจ

ใบหน้าของ ซู่ชิวหยา ได้เผยให้เห็นสีแดงเล็กน้อย

ซู่ชิวหยา รู้ว่า เย่กู่เฉิง ก็คือ เย่เฉิน ศิษย์น้องเล็กของนาง ดังนั้นการที่เขาบอกชอบนางต่อหน้าศิษย์น้องและท่านอาจารย์ของนาง แม้แต่ ซู่ชิวหยา ที่สง่างามและใจกว้างก็ยังปรากฏความรู้สึกแปลก ๆ ออกมา

นางไม่รู้ว่าเป็นเพราะนางอาย หรือว่านาง ชื่นชอบคำตอบของ ศิษย์น้องเล็กของนางกันแน่

นางปฏิบัติต่อเขาเสมือนเป็นน้องชายของนางมาโดยตลอด ดังนั้นแม้ว่าพวกนางจะอาบน้ำด้วยกันบ่อย ๆ แต่นางก็ไม่ได้คิดอะไร และ เฝ้าดูน้องชายของนางเติบโตขึ้นในทุกวัน

อย่างไรก็ตาม นางไม่ทราบเลยว่าอายุทางจิตใจของเขากำลังเติบโตขึ้นอย่างช้า ๆ

“เจ้ามั่นใจในคำพูดของเจ้างั้นหรือไม่?ถ้าเกิดว่าข้าชนะ ชิวหยาจะยอมติดตามข้ากลับไป?”ในขณะนี้ ซ่งอวี๋เซียง ได้ก้าวออกมาข้างหน้าและกล่าวถามด้วยสีหน้าที่เยาะเย้ย

เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในขั้นปลายของอาณาจักรก่อตั้งจิตวิญญาณ ดังนั้นเขาไม่เชื่อว่า ลูกสุนัขที่อยู่ในช่วงต้นของอาณาจักรก่อตั้งจิตวิญญาณจะสามารถเอาชนะเขาได้

ก่อนที่ เย่เฉิน จะได้ทันพูดอะไร ซู่ชิวหยา ก็ก้าวไปข้างหน้า

ชุดสีแดงของนางได้ปลิวไสวไปตามสายลม และ ผมสีดำของนางก็สยายออก

ในปัจจุบัน ดวงตาที่แน่วแน่ของ ซู่ชิวหยา ได้มองไปที่ เย่เฉิน และ กล่าวออกมา “ข้าเชื่อเขา อีกอย่างข้าก็รับปากในคำพูดของเขา อย่างไรก็ตาม ข้าเกรงว่าท่านจะไม่สามารถเอาชนะเขาได้!”

เมื่อได้ยินคำพูดของ ซู่ชิวหยา ซ่งอวี๋เซียง ก็กลายเป็นโกรธจัด

เขาเป็นศิษย์หลักของตระกูลซ่งแห่งเมืองหยุนไท่ และ เป็นผู้เชี่ยวชาญขั้นปลายของอาณาจักรก่อตั้งจิตวิญญาณ

กลับกัน อีกฝ่ายไม่เพียงแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญในขั้นต้นของอาณาจักรก่อตั้งจิตวิญญาณที่ทำตัวหยิ่งผยองต่อหน้าเขาเท่านั้น แม้แต่ ซู่ชิวหยา ก็ยังเชื่อมั่นในตัวของอีกฝ่าย แทนที่จะเป็นเขา!

ใบหน้าของ ซ่งอวี๋เซียง ได้มืดลง

เขาไม่ได้พูดอะไรอีก ซึ่งใบหน้าของเขามืดมากจนแทบจะมีน้ำหยดลงมาจากมัน

ดังนั้น เขาจึงได้พุ่งเข้าหา เย่เฉิน ในทันที

เนื่องจาก เด็กคนนี้รนหาที่ตาย ก็อย่าโทษที่เขาทำตัวไม่สุภาพ

ดังนั้น เขาจึงใช้ประโยชน์จากการที่ เย่เฉิน ไม่สนใจที่จะโจมตีเขา โดยเขาได้เปิดฉากโจมตีอีกฝ่ายก่อน

พลังปราณที่แท้จริงได้รวบรวมมาอยู่ในมือของเขาและเขาก็ชกออกไปที่ด้านหน้าของ เย่เฉิน

เย่เฉิน ที่มีพลังอยู่ในอาณาจักรเทวะ ความแข็งแกร่งของเขาค่อนข้างท้าทายสวรรค์

ดังนั้นหลังจากที่สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาหลอมรวมกับสวรรค์และปฐพีแล้ว ทุกสิ่งภายในรัศมีไม่กี่ร้อยลี้ล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา

อย่างไรก็ตาม เย่เฉิน ไม่ได้ใช้ความแข็งแกร่งของอาณาจักรเทวะโดยตรง

ถ้าเขาใช้ความแข็งแกร่งของอาณาจักรเทวะโดยตรง นั่นจะไม่เป็นการบอกคนอื่นว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรเทวะของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์หรอกเหรอ? หากทำเช่นนั้นเกรงว่าสถานะตัวตนของเขาคงจะถูกเปิดเผย

แม้ว่า ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองที่นำมาโดย ซ่งอวี๋เซียง จะไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อเขา แต่ เขาก็ยังมองการณ์ไกลและไม่กล้าที่จะประมาทผู้เชี่ยวชาญในอาณาจักรเทวะด้วยกันเอง

ดังนั้น เย่เฉิน จึงได้เอียงศีรษะเล็กน้อยเพื่อหลบการโจมตีของ ซ่งอวี๋เซียง

หลังจากนั้นเขาก็หันหลังกลับและชกการโจมตีออกไป

ฟุ่บ!

เขาไม่ได้ใช้อะไรมาก มันเป็นแค่เศษเสี้ยวพลังของขั้นต้นอาณาจักรก่อตั้งจิตวิญญาณเพียงเท่านั้น

หมัดของ เย่เฉิน ได้ปทะเข้ากับหมัดของ ซ่งอวี๋เซียง

พลังแห่งช้างศักดิ์สิทธิ์!

1 กำปั้นทลายภูเขาแยกน้ำทะเล และ 1 กำปั้นทำลายสวรรค์และปฐพี!

ในขณะนี้ ใบหน้าของ ซ่งอวี๋เซียง ได้เปลี่ยนไปอย่างมาก หยาดเหงื่อที่เด่นชัดได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา โดยเขาได้มองไปที่ เย่เฉิน ด้วยความตกใจ และ ไม่กล้าที่จะเชื่อในสายตาของตัวเอง

ทุกคนได้มองดูพวกเขาแลกหมัดซึ่งกันและกัน แต่พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมการแสดงออกของ ซ่งอวี๋เซียง ถึงดูน่าเกลียดมากขนาดนี้

แต่ในเวลาต่อมา ทุกคนก็เข้าใจ

ปั้ง—-

เสียงที่แผ่วเบาได้ดังขึ้น

แขนเสื้อของ ซ่งอวี๋เซียง ได้ระเบิดออกจนเผยให้เห็นท่อนแขนที่ว่างเปล่า

และครู่ต่อมา

มือของ ซ่งอวี๋เซียว ก็เปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีม่วง และ ในที่สุด ก็เปลี่ยนเป็นสีแดง โดยมันมีโลหิตจำนวนมากไหลออกมา

อ๊าก—

ทุกคนได้ยินเสียงกรีดร้องที่ดังสนั่น

1 ในมือของ ซ่งอวี๋เซียง ได้ระเบิดภายใต้สายตาของทุกคน!

“นายน้อย!”

ในขณะนี้ ผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรมหายานทั้ง 2 คน รีบพุ่งเข้าไปหา ซ่งอวี๋เซียง พวกเขาไม่ได้คาดหวังเลยว่า ผู้เชี่ยวชาญในขั้นต้นของอาณาจักรก่อตั้งจิตวิญญาณ ที่ถูกเรียกว่า เย่กู่เฉิง จะแข็งแกร่งมากขนาดนี้

ทุกคนดูตกใจเป็นอย่างมาก

แม้แต่ เซียนหยกอมตะ และ ศิษย์พี่หญิงทั้ง 7 ของเขาที่รับรู้ตัวตนของ เย่เฉิน ก็ยังประหลาดใจ

เนื่องจากพวกเขาทั้งคู่อยู่ในขอบเขตอาณาจักรก่อตั้งจิตวิญญาณ และ พวกเขาก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า เย่เฉิน ได้ใช้พลังในขอบเขตอาณาจักรก่อตั้งจิตวิญญาณเพียงเท่านั้น แต่แล้วเหตุใด กำปั้นที่มีพลังของอาณาจักรก่อตั้งจิตวิญญาณถึงสามารถทำให้แขนของผู้เชี่ยวชาญขั้นปลายของอาณาจักรก่อตั้งจิตวิญญาณระเบิดได้เช่นนี้

สิ่งนี้ช่างเป็นพลังที่แข็งแกร่งเกินไป!

พวกนางใช้เวลาทุกวันกับศิษย์น้องของพวกนาง

อย่างไรก็ตาม พวกนางก็พบว่าสิ่งที่พวกนางรู้เกี่ยวกับการพัฒนาของศิษย์น้องของนางก็คือ ร่างกายของเขาที่เติบโตเพียงเท่านั้น

พวกนางไม่สามารถที่จะจินตนาการเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของศิษย์น้องของนางได้เลย!

ในขณะนี้ ซ่งอวี๋เซียง ได้จับแขนที่หักของเขา เขาได้ตกอยู่ในความเจ็บปวดและคุกเข่าลงกับพื้นพร้อมกับกรีดร้องออกมา

“เจ้า…เจ้ากล้าดียังไง?”

ในขณะนี้ เย่เฉิน ก็มองดู ซ่งอวี๋เซียง และกล่าวพูดอย่างเย็นชา “เจ้าคงยังจำสัญญาของเราได้ใช่มั้ย รีบใสหัวไปซะ!”

ซ่งอวี๋เซียง ได้กลายเป็นโกรธจัด และกล่าวสั่งทันที “พวกเจ้ายืนทำบื้ออยู่อะไร?รีบเข้าไปฆ่ามันให้ข้าเร็วเข้า!”

อย่างไรก็ตาม ผู้เฒ่าทั้ง 2 ก็ไม่ได้ขยับเขยื้อน พวกเขาเข้าใจว่า ผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรเทวะกำลังจับตามองดูพวกเขาอยู่ นอกจากนี้ เย่กู่เฉิง ที่อยู่ด้านหน้า ก็ยังเป็นศิษย์คนสุดท้ายของท่านปรมาจารย์ ถ้าพวกเขากล้าแตะต้องอีกฝ่าย พวกเขาจะต้องตายในทันที

ในเวลานี้ ผู้เฒ่าในอาณาจักรมหายานทั้ง 2 ได้คำนับเซียนหยกอมตะกล่าวออกมา “เซียนหยกอมตะ การประลองในครั้งนี้พวกเราเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ดังนั้น พวกเราจะพา นายน้อยซ่งอวี๋เซียง ออกจากห้องโถงนี้ในทันที”

“ช้าก่อน…”เย่เฉิน ได้ร้องเรียกพวกเขา

“สหายน้อย ยังมีอะไรอีกหรือไม่?”ผู้เฒ่าในอาณาจักรมหายานได้หันศีรษะมาและกล่าวถาม

“ไม่ใช่ว่าข้ากล่าวไปก่อนหน้านี้หรอกเหรอ ถ้าเกิดพวกเจ้าพ่ายแพ้ เจ้าจะต้อง ‘กลิ้งตัว’ ออกไปจากแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์!”เย่เฉิน ได้กล่าวออกมาอย่างเย็นชาทันที

“เจ้า!”ทั้งสองได้กลายเป็นโกรธจัด

“หรือว่าลืมไปแล้วว่าท่านอาจารย์ของข้าก็อยู่ที่นี่ด้วย?”เย่เฉิน ได้กล่าวเตือนอย่างเย็นชา

ในเวลานี้ ทั้งสองได้มองหน้ากัน

ปรมาจารย์ยุทธ์ผู้อยู่ยงคงกระพันในอาณาจักรเทวะ ไม่ใช่คนที่พวกเขาจะสามารถรุกรานได้

ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องกลิ้งไปมาบนพื้นและกลิ้งตัวออกไป

ในขณะนี้ มีคนมากมายบนยอดเขาหยกอมตะ เหล่าศิษย์จำนวนมากได้มองดูผู้เชี่ยวชาญในอาณาจักรเทวะทั้งสองค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์พร้อมกับชายหนุ่มที่แขนหัก

ณ ตอนนี้

แดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์

ขุมพลังมากมายได้พุ่งเป้าไปที่แดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์

แดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ ได้ทำลาย สองนิกายที่ทรงพลังอย่าง แดนศักดิ์สิทธิ์ธุลีสีชาด และ นิกายอินทรีหิมะ พวกเขายังได้ยินมาว่าสัตว์อสูรที่ทรงพลังที่ถูกผนึกไว้ในแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ก็ได้ถูกปราบปรามโดยปรมาจารย์ยุทธ์ผู้อยู่ยงคงกระพันคนนั้นด้วย ดังนั้น…หลายนิกาย จึงได้รู้ว่า แดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ ได้ถือกำเนิดผู้เชี่ยวชาญในอาณาจักรเทวะขึ้น ดังนั้นแล้ว ผู้คนจำนวนมากจึงได้เดินทางมาที่นี่เพื่อประจบประแจงแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์…

จบบทที่ STY-ตอนที่ 57 ใสหัวออกไป!

คัดลอกลิงก์แล้ว