เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

STY-ตอนที่ 51 ลงนามสัญญา นาย-ทาส!

STY-ตอนที่ 51 ลงนามสัญญา นาย-ทาส!

STY-ตอนที่ 51 ลงนามสัญญา นาย-ทาส!


ขณะที่ เย่เฉิน พูด เขาก็นำเจดีย์ขนาดเล็กอันวิจิตรออกมา

นี่คือ สมบัติวิเศษที่เย่เฉิน เคยลงชื่อเข้าใช้และได้รับมันมา ‘เจดีย์นรกเก้าภัยพิบัติ’!

เจดีย์นรกเก้าภัยพิบัติ ถูกจำลองมาจากโครงสร้างของนรก มันคล้ายกับ ขุมนรก 18 ขุม ที่มีทั้งหมด 9 ชั้น

เย่เฉิน ที่นำ เจดีย์นรกเก้าภัยพิบัติ ออกมา เขาได้มองไปที่ ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง และกล่าวออกมา “นี่คือ เจดีย์นรกเก้าภัยพิบัติ มันคือสถานที่ที่เรียกว่านรก โดยจะต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์ยากทั้งหมด 9 ประเภท แม้ว่าเจ้าจะทำลายผนึกของยอดเขาอวี๋เซียวได้ แต่นี่คือสมบัติระดับศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นมาดูกันว่าเจ้าจะสามารถทำลายมันได้หรือไม่”

“แต่ก่อนที่จะเริ่ม ข้าจะให้โอกาสเจ้า หากเจ้าลงนามสัญญาณ นาย-ทาส กับข้า และ สัญญาว่าจะเชื่อฟังข้าตลอดไป ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า มิฉะนั้น ข้าจะจับเจ้ายัดลงไปในเจดีย์นรกเก้าภัยพิบัติและทำให้เจ้าต้องเผชิญหน้ากับความทนทุกข์มรมานจากขุมนรกในทุกวัน!”

เมื่อได้ยินคำพูดที่ไร้ความปราณีของ เย่เฉิน ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง ก็มองไปที่ เย่เฉิน ด้วยรอยยิ้มที่ เย็นชาและกล่าวออกมา “ฮ่าฮ่าฮ่า…สมบัติระดับศักดิ์สิทธิ์?เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่องั้นหรือไม่หรือว่าเจ้าคิดว่าสมบัติระดับศักดิ์สิทธิ์เป็นเห็บหมัดที่หาได้ง่ายขนาดนั้น?”

เย่เฉิน ได้สั่นศีรษะและไม่ได้พูดอะไร

เขาได้จับ ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง ยัดลงไปใน เจดีย์นรกเก้าภัยพิบัติ

หลังจากทำทุกอย่างเสร็จ เขาก็กลับไปที่ยอดเขาหยกอมตะ

ภายในเจดีย์นรกเก้าภัยพิบัติ

ความทุกข์ยากแรกก็คือความทุกข์จากเปลวไฟ

หลังจากเข้าสู่พื้นที่ชั้นแรก

ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง ก็ถูกขังอยู่ในความทุกข์ทรมานด้วยเปลวไฟโดยมันกำลังถูกเผาอย่างต่อเนื่อง

ชั้นที่สองคือความทุกข์ยากของสายฟ้าฟาด หลังจากที่เข้าสู่ชั้นที่สอง มันก็ต้องโดนฟ้าผ่าในทุกวัน

ยิ่งไปกว่านั้น หน้าที่ของเจดีย์นรกเก้าภัยพิบัติคือการทรมานไม่ใช่การฆ่า

ดังนั้นมันจึงได้ปรับความเข้มข้นของความทุกข์ยากตามผู้ใช้ที่เข้ามาภายในเจดีย์ แน่นอนว่า สำหรับคนที่ทรงพลัง ความเข้มข้นก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น สำหรับคนที่อ่อนแอ ความทุกข์ยากก็จะอ่อนลงเช่นเดียวกัน

ดังนั้น เจดีย์นรกเก้าภัยพิบัติ จึงไม่ได้ฆ่าคนที่อยู่ข้างใน อย่างไรก็ตาม ใครก็ตามที่เข้าไปจะรู้สึกเจ็บปวดราวกับตกขุมนรก

เย่เฉิน ตั้งใจว่าจะปล่อยให้ ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง เผชิญหน้ากับความทุกข์ยากสัก 2 วัน โดยที่เขาไม่สนใจ

ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง มีบุคลิกที่เย่อหยิ่ง ดังนั้น หากคิดจะปราบปรามนาง ก็คงจะต้องใช้ไม้แข็งเล็กน้อย

ในเวลานี้ ศิษย์พี่หญิงหกลู่อวี๋ถิง ได้มาที่ถ้ำของ เย่เฉิน

ศิษย์พี่หญิงหกของเขาได้ตื่นขึ้นและหายดีแล้ว

หลังจากที่นางตื่นขึ้น นางก็จำบางอย่างได้ ดังนั้นนางจึงรู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก

นางอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างนางกับศิษย์น้องเล็กที่กำแพงหินในวันนั้น?

นอกจากนี้ ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง ยังทรงพลังเป็นอย่างมาก ทั้งนางและศิษย์น้องเล็กของนางต่างก็อยู่ในอาณาจักรก่อตั้งจิตวิญญาณ ดังนั้น พวกนางจะหนีไปได้อย่างไร?

ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่นางไม่ได้สติ นางสัมผัสได้ว่ากลิ่นอายพลังของ ศิษย์น้องเล็กค่อนข้างทรงพลังเป็นอย่างมาก

นี่เป็นไปได้หรือไม่ว่า ศิษย์น้องเล็ก ของนางเป็นปรมาจารย์ยุทธ์ที่อยู่ยงคงกระพันของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์?

หัวใจของนางเต็มไปด้วยความสงสัย ดังนั้น นางจึงได้มองหา ศิษย์น้องเล็กของนางเพื่อคลายข้อสงสัยนี้

“เฉินน้อย เจ้าอยู่ที่นี่หรือเปล่า?”ลู่อวี๋ถิง ได้เคาะประตู

เอี๊ยด—

ทันใดนั้น เสียงประตูห้องของ เย่เฉิน ก็เปิดออก เย่เฉิน เห็น ศิษย์พี่หญิงหกของเขากำลังยืนรอเขาที่ด้านหน้าประตู

“ศิษย์พี่ ท่านเข้ามาก่อน!”

ทันทีที่ ลู่อวี๋ถิง เดินเข้ามา นางก็หันหน้าไปทาง เย่เฉิน และ กล่าวถามโดยตรง “เฉินน้อย ข้าขอถามเจ้าหน่อย เจ้าคือปรมาจารย์ยุทธ์ที่รักสันโดษของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ของพวกเราใช่หรือไม่?”

ทันทีที่นางพูดจบ เย่เฉิน ก็ค่อนข้างตกใจ

“ศิษย์พี่หญิงหก เหตุใดท่านถึงคิดเช่นนั้น?”เย่เฉิน ได้กล่าวถาม

ลู่อวี๋ถิง ได้ตอบกลับอย่างเฉยเมย “ในวันนั้น แม้ว่าข้าจะไม่ได้สติ แต่ข้าก็สัมผัสได้ถึงรัศมีที่ทรงพลังที่อยู่เคียงข้างข้า และ ข้าก็รู้ว่าในตอนนั้น มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่อยู่เคียงข้างข้า”

“นอกจากนี้ ข้าได้ยินมาว่าท่านปรมาจารย์ได้จับปีศาจจิ้งจอกเก้าหางได้สำเร็จ และ ตอนที่ ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางถูกจับ เจ้าก็ไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วย!”

“ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ ตัวเจ้ามีกลิ่นอายของปีศาจจิ้งจอกตัวนั้นอยู่! ดังนั้นข้าเลยเดาว่าเจ้าน่าจะเป็นปรมาจารย์ยุทธ์ที่อยู่ยงคงกระพันของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ของพวกเรา!”

เมื่อได้ยินการคาดเดาของ ลู่อวี๋ถิง เย่เฉิน ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับ

หลายคนที่รู้เรื่องนี้ก็มี ศิษย์พี่หญิงรอง ศิษย์พี่หญิงสาม ศิษย์พี่หญิงห้า และ ตอนนี้ก็มีศิษย์พี่หญิงหก

เย่เฉิน รู้ดีว่าการปกปิดไม่ใช่เรื่องดี แต่เขาก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะปิดบัง นอกจากนี้เขาได้เคลื่อนไหวมากมายในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มันก็คงจะแปลกถ้าเขาไม่ถูกค้นพบ โชคดีที่มีเพียงศิษย์พี่หญิงของเขาเท่านั้นที่รู้ตัวตนของเขา

ยิ่งไปกว่านั้น เย่เฉิน ยังเชื่อในตัว ศิษย์พี่หญิงของเขา

“ถูกต้อง เป็นข้าเอง!”

ในเวลานี้ แม้ว่า ลู่อวี๋ถิง ที่กล่าวคาดเดา ก็ยังเผยท่าทีที่ตกใจออกมา

แม้ว่านางจะเตรียมความพร้อมมาแล้ว แต่นางก็ไม่สามารถหลบซ่อนความตกใจเอาไว้ได้

เพราะเรื่องนี้มันค่อนข้างใหญ่เกินไป

เมื่อ 5 ปีก่อน เย่เฉิน เพิ่งจะเริ่มฝึกฝนตอนที่เขามีอายุเพียงแค่ 13 ปี

จากนั้นภายใน 5 ปี เย่เฉิน ก็ได้กลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ และ มีพลังอยู่ในอาณาจักรเทวะ

นี่…มันค่อนข้างไร้สาระ แต่มันกลับเป็นเรื่องจริง!

ศิษย์น้องเล็กของนางมีพรสวรรค์ที่ท้าทายสวรรค์เกินไป

“นี่…จริงงั้นเหรอ?”ลู่อวี๋ถิง ได้กล่าวถามเพื่อยืนยันอีกครั้ง

ในเวลานี้ เย่เฉิน ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “ศิษย์พี่ ไม่ใช่ว่าท่านก็มั่นใจในเรื่องนี้ก่อนที่จะมาถามข้าหรอกเหรอ?”

“ศิษย์น้องเล็ก…เจ้า…ทำไมพรสวรรค์ของเจ้าถึงท้าทายสวรรค์แบบนี้?”ลู่อวี๋ถิง ได้มองไปที่ เย่เฉิน ด้วยท่าทางที่ตกตะลึง

“เช่นนั้นคนที่ช่วยข้าในตอนนั้นก็คือเจ้า!”ลู่อวี๋ถิง ได้กล่าวพูดขณะที่ใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย

เย่เฉิน ได้พยักหน้า

“มี…ยังมีอีกคำถาม”

“วันนั้น…ตอนที่เราถูกมนตร์สะกดของปีศาจจิ้งจอกตัวนั้น ข้า…ข้าได้ทำอะไรที่ไม่เหมาะสมลงไปหรือไม่?”ลู่อวี๋ถิง มองไปที่ เย่เฉิน ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ และ รู้สึกเขินอายมาก

“ท่านหมายถึงเรื่องระหว่างเรา…?”

ไม่มีทาง?

หรือว่านางลืมเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้?

ดังนั้น เย่เฉิน จึงรีบตอบกลับ “ไม่เลย ศิษย์พี่ท่านไม่ต้องกังวลหรอก ท่านและข้าต่างก็เป็นผู้บริสุทธิ์!”

เย่เฉิน ไม่รู้ว่า ศิษย์พี่หญิงหกของเขาหมายความว่ายังไงที่ว่าอะไรไม่เหมาะสม ทว่า เขาที่เป็นห่วงความไร้เดียงสาของ ศิษย์พี่หญิงหก จึงได้ตอบกลับไป

แน่นอนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนั้น ถ้านางไม่ลืม ก็ถือเป็นเรื่องดี แต่ถ้านางลืม เย่เฉิน ก็ไม่คิดที่จะกล่าวพูดอะไรออกไป

“เข้าใจแล้ว เช่นนั้น ศิษย์น้องเล็ก ไว้เจอกันใหม่!”

ศิษย์พี่หญิงหกได้หันหลังและจากไป ใบหน้าเล็ก ๆ ของนางได้กลายเป็นแดงก่ำ และ หัวใจของนางก็เต้นแรงไม่หยุด

อันที่จริง นางมีความทรงจำบางอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น แต่เพราะนางอายเกินไป เลยไม่อยากจะพูดถึงมัน

แล้ววันเวลาก็ผ่านไปหลายวัน

ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางได้รับการฝึกฝนในเจดีย์นรกเก้าภัยพิบัติเป็นเวลา 5-6 วันติดต่อกัน

ในเวลานี้ เย่เฉิน ได้ปล่อย ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางออกมา

ในเวลานี้ ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง ที่ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหน้าของ เย่เฉิน ได้ร้องครวญครางออกมาในทันที “นายท่าน ได้โปรด…อย่าขังข้าไว้ในเจดีย์นั่นอีก ข้ายอมทำทุกอย่างตามที่ท่านบอกแล้ว!”

เมื่อเห็น ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง ร้องครวญครางออกมา เย่เฉิน ก็ยิ้มด้วยความพึงพอใจ

ดูเหมือนว่า เจดีย์นรกเก้าภัยพิบัติ จะทรงพลังมากจริง ๆ มันสามารถปราบปรามได้แม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญในอาณาจักรทันฑ์สวรรค์

“เอาล่ะ มาลงนามสัญญา นาย-ทาส กับข้าซะ!”เย่เฉินได้กล่าวพูดอย่างเฉยเมย

“เจ้าค่ะ นายท่าน!”

เย่เฉิน และ ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง ได้ลงนามสัญญา นาย-ทาส กัน หลังจากที่ลงนามสัญญาเสร็จ ทาสจะไม่สามารถทำร้ายเจ้านายของตัวเองได้และหากไม่เชื่อฟังคำสั่งของผู้เป็นนาย ร่างกายและจิตวิญญาณก็จะถูกทำลาย กระทั่ง วิญญาณ ก็จะไม่สามารถกลับชาติมาเกิดได้อีก

แม้ว่า วิธีการของ เย่เฉิน จะค่อนข้างน่ารังเกียจ แต่เขาก็ไม่สามารถปล่อย ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง ไว้ตามลำพังได้

ถ้าเขาปล่อยนางไป นางจะโจมตีแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ของเขาอีกครั้ง และ การขังนางไว้ในเจดีย์นรกเก้าภัยพิบัติก็เป็นการเสียเปล่าเกินไป ดังนั้น หากได้ทาสรับใช้ที่มีพลังในอาณาจักรทันฑ์สวรรค์มาก็ถือเป็นเรื่องที่ดี

หลังจากลงนามสัญญา เย่เฉิน ก็มองไปที่ ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางและกล่าวถาม “เจ้าชื่ออะไร?”

“ไป๋ลั่วหลี่!”ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางได้ตอบกลับ

“ช่างเถอะ จากนี้ข้าจะเรียกเจ้าว่าเสี่ยวไป๋!”เย่เฉิน ได้กล่าวออกมา “นอกจากนี้ร่างจิ้งจอกเก้าหางของเจ้าก็ค่อนข้างสะดุดตาเกินไป เจ้ามีพลังอยู่ในอาณาจักรทันฑ์สวรรค์ อย่าบอกนะว่าเจ้าแปลงร่างไม่ได้!”

ไป๋ลั่วหลี ได้กลายร่างเป็นหญิงสาวในชุดยาวสีขาวทันทีและปรากฏตัวต่อหน้าของ เย่เฉิน นางดูมีอายุประมาณ 20 ปี และ มีความงามที่ล่มประเทศ อีกทั้งรูปร่างหน้าตาและอารมณ์ของนางยังไม่ได้ด้อยไปกว่าเหล่าศิษย์พี่ของเขาเลย

เย่เฉิน ได้มองไปที่ เสี่ยวไป๋ อย่างเฉยเมย และ พูดต่อ “เอาล่ะ ข้าจะไม่กำจัดเสรีภาพของเจ้า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้ามีอิสระที่จะไปที่ไหนก็ได้ที่อยากจะไป แต่เมื่อข้าต้องการเจ้า เจ้าจะต้องรีบกลับมาในทันที!”

“ท่านว่าอะไรนะ?”

ไป๋ลั่วหลี่ รู้สึกตกใจ นางไม่ได้คาดหวังเลยว่า เย่เฉิน ที่ดูเหมือนกับปีศาจ จะเป็นคนที่ใจกว้างขนาดนี้…

จบบทที่ STY-ตอนที่ 51 ลงนามสัญญา นาย-ทาส!

คัดลอกลิงก์แล้ว