เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 หลี่เฮยเข้าร่วมนิกายเทวะเซียน

บทที่ 20 หลี่เฮยเข้าร่วมนิกายเทวะเซียน

บทที่ 20 หลี่เฮยเข้าร่วมนิกายเทวะเซียน


บทที่ 20 หลี่เฮยเข้าร่วมนิกายเทวะเซียน

"มดปลวก บังอาจมาคิดวางแผนกับเปิ่นโหว!"

มองดูศพผู้อาวุโสนิกายหลิงอวิ๋นที่ศีรษะหลุดจากบ่า ฉางหลินโหวแสยะยิ้มพึมพำ หากแค่ต้องการยืมมือเขาสังหารคนที่ฆ่าประมุขนิกายหลิงอวิ๋น ด้วยความที่ต้องการแก้แค้นให้ลูก เขาอาจจะไม่ถือสา

แต่ผู้อาวุโสคนนี้ กลับเพ้อฝันจะยืมบารมีเขาฟื้นฟูนิกายหลิงอวิ๋น ช่างเพ้อเจ้อสิ้นดี

เห็นจุดจบของผู้อาวุโสท่านนั้น ผู้อาวุโสและศิษย์นิกายหลิงอวิ๋นที่เหลือต่างตัวสั่นงันงก แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง กลัวจะทำให้ฉางหลินโหวขุ่นเคือง!

ก่อนหน้านี้ การที่เยียวเยว่สังหารประมุขนิกายหลิงอวิ๋นและคนอื่นๆ สร้างความหวาดผวาให้พวกเขามากก็จริง แต่ก็เทียบไม่ได้กับความกลัวที่ฉางหลินโหวมีให้ในตอนนี้

เพราะฉางหลินโหวมีบารมีล้นฟ้า เป็นผู้มีอำนาจระดับสูงของจักรวรรดิเย่ารื่อ ชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วหล้า

"เจ้า ทำตามที่มันพูดเมื่อกี้ ล่อคนผู้นั้นออกมา!" ฉางหลินโหวชี้ไปที่ผู้อาวุโสนิกายหลิงอวิ๋นคนหนึ่งอย่างส่งเดช สั่งเสียงเรียบ

"ขะ.... ขอรับ ท่านโหว ข้าน้อยจะพยายามอย่างสุดความสามารถ ล่อคนผู้นั้นออกมาให้ได้!"

ผู้อาวุโสที่ถูกฉางหลินโหวชี้ตัวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลิงโลดใจ คิดไม่ถึงว่าโชคก้อนโตจะหล่นทับ รีบทำความเคารพฉางหลินโหวอย่างนอบน้อม กล่าวเสียงสั่นเครือ

เมื่อเห็นดังนั้น ฉางหลินโหวก็ไม่พูดอะไรอีก นำกองทัพฉางหลินเข้ายึดตำหนักประมุขนิกายหลิงอวิ๋นทันที

เห็นการกระทำของฉางหลินโหว ผู้อาวุโสที่เหลือไม่มีใครโกรธเคือง กลับรู้สึกยินดีปรีดา นี่คือฉางหลินโหวเชียวนะ การที่เขาเสด็จมาเยือนนิกายหลิงอวิ๋นก็นับเป็นเกียรติแล้ว ยิ่งมาพำนักชั่วคราว ยิ่งเป็นมงคลสูงสุด

"ทุกท่าน ได้ยินคำสั่งท่านโหวแล้วใช่ไหม?" ผู้อาวุโสที่ได้รับมอบหมายจากฉางหลินโหว กวาดสายตามองเหล่าศิษย์และผู้อาวุโสด้วยความเย่อหยิ่ง กล่าวเสียงเข้ม

"ต้องทำอย่างไร ขอเชิญผู้อาวุโสหลินสั่งการมาได้เลย คำสั่งท่านโหว พวกเราย่อมปฏิบัติตาม!" แม้จะหมั่นไส้ท่าทางวางก้ามของผู้อาวุโสหลิน แต่ผู้อาวุโสคนอื่นๆ ก็จำต้องนอบน้อม

ส่วนศิษย์ที่ลังเลอยากจะจากไปก่อนหน้านี้ ต่างก็เปลี่ยนใจอยู่ต่อ มีฉางหลินโหวหนุนหลัง นิกายหลิงอวิ๋นคงล่มสลายยาก มีแต่จะยิ่งรุ่งเรืองขึ้น

เช่นนี้แล้ว พวกเขาจะตัดใจจากไปได้อย่างไร?

"ดี! ประกาศออกไปว่านิกายหลิงอวิ๋นฟื้นฟูขึ้นใหม่แล้ว ให้ศิษย์ทุกคนกระจายข่าวเรื่องนี้ไปทั่วเทือกเขาซิงเย่า ล่อคนผู้นั้นออกมา!" ผู้อาวุโสหลินแสยะยิ้ม กล่าวเสียงดัง

มีฉางหลินโหวหนุนหลัง ความหวาดกลัวที่หวังเฟิงและพรรคพวกทิ้งไว้ก็มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยจิตสังหารอันท่วมท้นที่มีต่อพวกหวังเฟิง

ในสายตาพวกเขา มีฉางหลินโหวอยู่ ต่อให้พวกหวังเฟิงเก่งกาจแค่ไหน ก็มีแต่ทางตาย ต่อหน้าผู้มีอำนาจระดับสูงของจักรวรรดิ ยอดฝีมือคนเดียวก็เป็นเพียงมดปลวก!

"ขอรับ!"

ได้ยินคำสั่งผู้อาวุโสหลิน ศิษย์นิกายหลิงอวิ๋นทุกคนต่างขานรับอย่างพร้อมเพรียง

เวลานี้ ทั้งศิษย์และผู้อาวุโสนิกายหลิงอวิ๋นต่างตื่นเต้นยินดี ราวกับมองเห็นอนาคตอันรุ่งโรจน์ของนิกายหลิงอวิ๋นอยู่รำไร

..........

ในขณะเดียวกัน หวังเฟิงก็พาเยียวเยว่และคนอื่นๆ กลับมาถึงหน้ากระท่อมมุงจาก ทันทีที่ร่อนลงพื้น หวังเฟิงก็หันไปหาหลี่เฮย ยิ้มบางๆ แล้วถามว่า "คิดดูแล้วเป็นอย่างไร? ยินดีเข้าร่วมนิกายเทวะเซียนของข้าหรือไม่?"

"นิกายเทวะเซียน?" ได้ยินชื่อนี้ หลี่เฮยดวงตาเป็นประกายวูบ สงสัยยิ่งนัก แม้แต่ชาติก่อน เขาก็ไม่เคยได้ยินชื่อนิกายนี้มาก่อน

แต่ในใจลึกๆ หลี่เฮยกลับรู้สึกดูแคลน แม้แต่เขาที่เป็นถึงจักรพรรดิเทวะผู้ยิ่งใหญ่ในชาติก่อน นิกายที่เขาสร้างยังไม่กล้าใช้คำว่า 'เทวะเซียน' แต่นิกายเล็กๆ ในถิ่นทุรกันดารแห่งนี้ กลับกล้าใช้ชื่อนี้ ช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ!

ทันใดนั้น ความรู้สึกที่หลี่เฮยมีต่อหวังเฟิงและนิกายเทวะเซียนก็ติดลบทันที

"ถูกต้อง เข้านิกายเทวะเซียนของข้า ประมุขผู้นี้จะทำให้เจ้ากลับสู่จุดสูงสุด หรือแม้แต่ก้าวข้ามอดีต!" หวังเฟิงพยักหน้า กล่าวด้วยความมั่นใจเปี่ยมล้น!

"เหอะ! นกกระจอกจะไปรู้อะไรถึงปณิธานพญาหงส์!" หลี่เฮยแค่นเสียงเยาะเย้ย สีหน้าเต็มไปด้วยความดูถูก

"ไอ้หนู ข้าขอเตือนให้เจ้าพูดจากับท่านประมุขดีๆ หน่อย มิเช่นนั้น ข้าจะทำให้เจ้ารู้ซึ้งว่าการอยู่มิสู้ตายเป็นอย่างไร!" เห็นท่าทีของหลี่เฮย จอมมารเสวียนซ่าที่ยืนข้างหวังเฟิงก็ถลึงตา ตวาดเสียงเข้ม

ทว่าสิ่งที่ทำให้จอมมารเสวียนซ่าตกใจก็คือ พอสิ้นเสียงของเขา สายตาของหลี่เฮยที่มองมา ทำให้เขาราวกับถูกตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวจับจ้อง วิญญาณสั่นสะท้าน ท่าทีดุร้ายเมื่อครู่หดหายไปทันที ก้มหน้าเงียบกริบ

"ต่อให้ชาติก่อนเจ้าเป็นถึงขอบเขตจักรพรรดิเทวะขั้นสูงสุด แต่ตอนนี้เจ้าก็เป็นแค่ขอบเขตผสานลักษณ์เท่านั้น! หากประมุขผู้นี้คิดจะฆ่าเจ้าจริงๆ เว้นแต่เจ้าจะไม่สนผลลัพธ์ใดๆ มิเช่นนั้น เจ้าไม่มีทางหนีรอด! ส่วนเรื่องสมบัติล้ำค่าในตัวเจ้า ประมุขผู้นี้ก็รู้เช่นกัน หากประมุขผู้นี้มีเจตนาร้ายต่อเจ้าจริงๆ ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่ปล่อยข่าวเรื่องสมบัติของเจ้าออกไป เจ้าก็ไม่มีที่ซุกหัวนอนแล้ว!"

ได้ยินคำพูดเยาะเย้ยของหลี่เฮย หวังเฟิงไม่โกรธ กลับมองหลี่เฮยด้วยรอยยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม

คำพูดของหวังเฟิงไม่เพียงสร้างความตกตะลึงให้หลี่เฮย จอมมารเสวียนซ่าและเยียวเยว่ก็ตัวสั่นเทาเช่นกัน เยียวเยว่ระวังตัวขึ้นมาทันที ร่างระหงแผ่ไอเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็งจากขุมนรกปกป้องข้างกายหวังเฟิงแน่นหนา!

"ผู้กลับชาติมาเกิดระดับขอบเขตจักรพรรดิเทวะขั้นสูงสุด??"

จอมมารเสวียนซ่าตาถลน อุทานด้วยความตกใจ เขาคิดไม่ถึงว่าหลี่เฮยที่ดูธรรมดาๆ จะมีสถานะน่ากลัวปานนี้ มิน่าเล่าเมื่อครู่แค่สายตาเดียว ก็ทำให้เขาขวัญผวา!

ขอบเขตจักรพรรดิเทวะขั้นสูงสุดเชียวนะ ต่อให้เป็นเขาในยามรุ่งโรจน์ เผชิญหน้ากับตัวตนระดับนี้ ก็เป็นเพียงมดปลวก ไม่มีทางต่อกรได้เลย!

แม้ตอนนี้หลี่เฮยจะไม่มีพลังระดับนั้นแล้ว แต่จอมมารเสวียนซ่ายังคงหวาดระแวง ใครจะรู้ว่าก่อนกลับชาติมาเกิด หลี่เฮยทิ้งไพ่ตายอะไรไว้บ้าง ไพ่ตายที่ขอบเขตจักรพรรดิเทวะทิ้งไว้ เกรงว่าแม้แต่ขอบเขตจักรพรรดิเทวะตัวจริงยังไม่อยากตอแย

"เจ้าเป็นใครกันแน่?"

หลี่เฮยจ้องมองหวังเฟิงเขม็ง ร่างผอมแห้งแผ่กลิ่นอายสยดสยองที่ยากจะบรรยายออกมา ทั่วทั้งหุบเขาปั่นป่วนในพริบตา กลิ่นอายกดดันนั้นทำให้จอมมารเสวียนซ่าและเยียวเยว่ ยอดฝีมือทั้งสองถึงกับตึงเครียด

"ประมุขผู้นี้ คือประมุขนิกายเทวะเซียน! บางที นิกายเทวะเซียนของข้าในตอนนี้อาจจะไร้ชื่อเสียง แต่ในวันข้างหน้า นิกายเทวะเซียนของข้า จักต้องสะเทือนเก้าชั้นฟ้า!"

หวังเฟิงเผยสีหน้าหยิ่งทะนง กล่าวด้วยความห้าวหาญ ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายที่ทำให้ผู้คนหวั่นไหว

สิ้นเสียง หวังเฟิงจ้องมองหลี่เฮย กล่าวเสียงเข้ม "ประมุขผู้นี้มีจุดประสงค์เดียวต่อเจ้า นั่นคือให้เจ้าเข้าร่วมนิกายเทวะเซียนของข้า! ส่วนสมบัติล้ำค่าในตัวเจ้า ประมุขผู้นี้ไม่เห็นอยู่ในสายตา!"

บางที สมบัติในตัวหลี่เฮยอาจทำให้คนอื่นยอมแลกชีวิตแย่งชิง แต่สำหรับหวังเฟิง มันไม่ได้สลักสำคัญอะไรเลย ระบบในมือเขาต่างหาก คือสมบัติล้ำค่าที่สุดในโลกหล้า!

"ถ้าไม่เข้า แล้วจะทำไม?" หลี่เฮยหรี่ตาลง ถามเสียงต่ำ

ตอนนี้เขาเริ่มเดาทางหวังเฟิงไม่ถูก หากจะบอกว่าหวังเฟิงเป็นแค่ตัวตลก แต่กลับรู้ความเป็นมาของเขาอย่างละเอียด แม้แต่เรื่องสมบัติในตัวก็ยังรู้ นี่ไม่ใช่เรื่องที่ตัวตลกจะรู้ได้!

นับตั้งแต่กลับชาติมาเกิด หลี่เฮยมั่นใจว่าตนเองปิดบังได้ดีเยี่ยม แม้แต่คนสนิทในชาติก่อน ยังคิดว่าเขาตายไปแล้ว ไม่ใช่กลับชาติมาเกิด

แต่หวังเฟิง สำหรับหลี่เฮยแล้วคือคนแปลกหน้าอย่างแท้จริง กลับรู้เรื่องของเขาหมดไส้หมดพุง ทำให้หลี่เฮยต่อให้อยากโกรธ ก็โกรธไม่ออก

อย่างที่หวังเฟิงว่า เว้นแต่เขาจะไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ใช้ไพ่ตายจากชาติก่อน มิเช่นนั้นก็ไม่แน่ว่าจะจัดการพวกหวังเฟิงได้ แค่ยอดฝีมือขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์คนนั้น ก็ตึงมือเขาแล้ว และหากต้องใช้ไพ่ตาย หรือจัดการหวังเฟิงไม่ได้ ผลที่ตามมา ก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะรับไหว

"ประมุขผู้นี้ก็จะไม่แตะต้องเจ้า แต่เรื่องข้อมูลของเจ้า ประมุขผู้นี้คงรับปากไม่ได้ว่าจะช่วยปิดบังต่อไป!" หวังเฟิงยกยิ้มมุมปาก เอ่ยขึ้น

แม้น้ำเสียงจะไม่มีแววข่มขู่ แต่คำพูดนี้ สำหรับหลี่เฮยแล้ว คือคำขู่ที่ร้ายแรงที่สุด

หลี่เฮยหน้าเครียด จ้องมองหวังเฟิงเขม็ง ร่างกายแผ่กลิ่นอายที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม ในวินาทีนั้น หวังเฟิงรู้สึกเหมือนถูกสายตาอันน่าสะพรึงกลัวจ้องมอง ราวกับมัจจุราชกำลังกวักมือเรียก

ถึงกระนั้น ในสายตาหลี่เฮย หวังเฟิงยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีความผิดปกติใดๆ

"ข้าจะเข้าร่วมนิกายเทวะเซียนของเจ้าแค่สิบปี สิบปีให้หลัง ข้าจะจากไป และเจ้าห้ามแพร่งพราย! หากไม่ตกลง ก็ตายกันไปข้าง!" หลี่เฮยมองหวังเฟิงอย่างลึกซึ้ง ยื่นคำขาด

ท่าทีสงบนิ่งของหวังเฟิงทำให้หลี่เฮยไม่กล้าวู่วาม เมื่อครู่เขาใช้แรงกดดันระดับจักรพรรดิเทวะออกมาเล็กน้อย แม้จะแค่เศษเสี้ยว ก็ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะรับไหว แต่หวังเฟิงกลับทำเหมือนลมพัดผ่าน นี่พิสูจน์อะไรได้หลายอย่าง!

อีกอย่าง นิกายหลิงอวิ๋นล่มสลาย เขาก็ต้องการที่สงบๆ เพื่อฟื้นฟูตัวเอง เวลาสิบปี เพียงพอให้เขาฟื้นฟูแล้ว ถึงตอนนั้น ค่อยมาคิดบัญชีความอัปยศที่ถูกข่มขู่ในวันนี้

"ตกลง ประมุขผู้นี้รับปากเจ้า!" ได้ยินคำตอบหลี่เฮย หวังเฟิงพยักหน้า รับคำ

เขาไม่รู้ความคิดของหลี่เฮย ต่อให้รู้ เขาก็คงแค่ยิ้มเยาะ เวลาสิบปี เขาไม่รู้ว่าจะพัฒนานิกายเทวะเซียนไปถึงขั้นไหนแล้ว บางทีถึงตอนนั้น ยอดฝีมือระดับจักรพรรดิเทวะ อาจจะไม่มีคุณสมบัติพอจะเข้านิกายเทวะเซียนของเขาด้วยซ้ำ

"ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่รับอัจฉริยะผู้เลิศล้ำเข้าสู่นิกายได้สำเร็จ! ได้รับรางวัล: สามหมื่นแต้มนิกาย, โอกาสสุ่มอัญเชิญหนึ่งครั้ง!"

สิ้นเสียงหวังเฟิง เสียงแจ้งเตือนในหัวก็ทำให้หวังเฟิงตัวสั่นสะท้าน ใบหน้าเผยรอยยิ้มพึงพอใจ ไม่เสียแรงที่ยอมเสี่ยงปะทะคารมกับผู้กลับชาติมาเกิดระดับจักรพรรดิเทวะ รางวัลนี้ นับว่าคุ้มค่าที่สุดเท่าที่เคยได้มา!

ดูท่า หลังจากนี้การรับศิษย์นิกายเทวะเซียน เขาคงต้องเน้นรับระดับอัจฉริยะผู้เลิศล้ำเป็นหลัก ถึงจะพัฒนานิกายเทวะเซียนได้ดียิ่งขึ้น และได้รับรางวัลที่มากยิ่งขึ้น!

จบบทที่ บทที่ 20 หลี่เฮยเข้าร่วมนิกายเทวะเซียน

คัดลอกลิงก์แล้ว