เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

STY-ตอนที่ 23 1 กระบี่ขวางกั้นทางเดินน้ำ

STY-ตอนที่ 23 1 กระบี่ขวางกั้นทางเดินน้ำ

STY-ตอนที่ 23 1 กระบี่ขวางกั้นทางเดินน้ำ


เย่เฉิน ได้ออกจาก ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาลงจากภูเขา โดย เย่เฉิน รู้มาว่า ความแข็งแกร่งของนิกายอินทรีหิมะ นั้นเทียบได้กับ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ ของพวกเขา

ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ของพวกเขามีผู้เชี่ยวชาญในอาณาจักรมหายานเพียงแค่ ประมุขนิกายอวี๋เซียว กล่าวอีกนัยนึงคือ ผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรมหายานของนิกายอินทรีหิมะก็คงมีไม่มากนัก

และผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งที่สุดที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ส่งไปเข้าร่วมแดนลับก็อยู่ในขั้นปลายของอาณาจักรก่อตั้งจิตวิญญาณเพียงเท่านั้น

แม้ว่านิกายอินทรีหิมะจะได้สกัดกั้นและสังหารผู้คนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ไปมาก แต่พวกเขาก็ไม่น่าจะส่งผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรมหายานออกไป

ดังนั้น มันอาจจะเป็น ผู้เชี่ยวชาญในอาณาจักรแห่งการตระหนักรู้ที่ว่างเปล่า และ ด้วยความแข็งแกร่งของ เย่เฉิน ที่อยู่ในอาณาจักรแห่งการตระหนักรู้ที่ว่างเปล่า นอกเหนือจากนี้ยังมี กายศักดิ์สิทธิ์ เทคนิคบ่มเพาะพลังระดับสวรรค์ และ ยันต์อาคมนับไม่ถ้วน และ อื่น ๆ …

เย่เฉิน มั่นใจว่าเขามีความสามารถที่อยู่ยงคงกระพันท่ามกลางผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรแห่งการตระหนักรู้ที่ว่างเปล่า!

เย่เฉิน เป็นคนที่ระมัดระวังตัวมาก นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขากล่าวโม้ออกมา เพราะเขาสามารถอยู่ยงคงกระพันท่ามกลางผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรแห่งการตระหนักรู้ที่ว่างเปล่าได้จริง และ หากเขาต้องต่อสู้อย่างเปิดเผย ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะต่อกรกับผู้เชี่ยวชาญในอาณาจักรมหายาน

อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าเขาจะชนะหรือพ่ายแพ้

แม้ว่าเขาจะไม่สามารถทำลายนิกายอินทรีหิมะทั้งหมดได้ แต่เขาก็มีความมั่นใจ 8-9 ส่วน ว่าจะสามารถฆ่ากลุ่มคนที่มาแย่งชิงสมบัติไปได้

โดย เย่เฉิน ไม่คิดจะปล่อยพวกเขาให้รอดกลับไป

เหมี่ยวหาน เป็นศิษย์พี่หญิงที่รักและอ่อนโยนต่อเขา หากใครกล้าที่จะมาแตะต้องศิษย์พี่หญิงสามของเขา เย่เฉิน จะไม่มีทางปล่อยให้พวกมันกลับไปอย่างง่ายดาย อย่างน้อยที่สุด เขาก็จะทำให้แน่ใจว่าพวกมันจะต้องทนทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดในแบบที่นางต้องเผชิญ

ซึ่ง เย่เฉิน ได้สอบถามเรื่องนี้มาอย่างชัดเจนแล้ว

เหมี่ยวหาน ได้ถูกซุ่มโจมตีเมื่อ 2 วันก่อน

หลังจากถูกซุ่มโจมตีพวกเขาก็รีบกลับมาที่ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ และ เย่เฉิน ก็ได้ใช้เวลาไป 2 วัน ในการช่วยเหลือ ศิษย์พี่หญิงสามของเขา กล่าวก็คือ มันเพิ่งจะผ่านไปเพียง 2 วันนับตั้งแต่การซุ่มโจมตี

จุดที่ ศิษย์พี่ของเขาและคนอื่น ๆ ถูกซุ่มโจมตีก็คือระหว่างทางไปยังภูเขาสามนิ้ว ภูเขาสามนิ้วอยู่ห่างจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ 3,000 ลี้

และห่างจากนิกายอินทรีหิมะ 18,000 ลี้

แม้ว่าผู้ซุ่มโจมตีจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในอาณาจักรแห่งการตระหนักรู้ที่ว่างเปล่า แต่เนื่องจากสมบัติที่พวกเขาขโมยไปจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ และ ยังมีกลุ่มของพวกเขา ในระยะเวลาเพียง 2 วัน พวกเขาน่าจะเดินทางไกลได้มากสุดเพียงแค่ 8,000 ลี้เท่านั้น

พวกเขายังเหลือระยะทางกว่าอีก 10,000 ลี้ ก่อนจะถึงนิกายอินทรีหิมะ

ซึ่ง เทคนิคการควบคุมกระบี่ ที่ เย่เฉิน ลงชื่อเข้าใช้และได้รับมันมา เขาสามารถเดินทางไกล 10,000 ลี้ ได้ใน 1 วัน ดังนั้น หากเย่เฉิน ไล่ตามพวกเขาตั้งแต่ตอนนี้ เขาน่าจะไล่ตามพวกเขาทันได้ใน 1 วัน

แม้ว่า เย่เฉิน จะไม่สามารถทำลายนิกายอินทรีหิมะได้ แต่เขาน่าจะสามารถล้างแค้นให้กับ ศิษย์พี่หญิงสามของเขาได้!

ดังนั้น เย่เฉิน จึงไม่ได้หยุดพักระวังหว่างทางเลย

“เสวี่ยหยิน!”

เย่เฉิน ได้เรียกชื่อ

ฟุ่บ—

ทันใดนั้น กระบี่บินสีขาวก็พุ่งออกมาและกลายเป็นกระบี่ขนาดใหญ่ลงจอดที่ใต้เท้าของ เย่เฉิน

นี่คือกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ที่ เย่เฉิน ลงชื่อและได้รับมันมา ซึ่งกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นี้ไม่มีชื่อ ดังนั้น เย่เฉิน จึงได้ตั้งให้มันว่า เสวี่ยหยิน

โดยเขาได้เหยียบกระบี่บินและบินไปทางนิกายอินทรีหิมะในทันที

แม่น้ำซานฉวน

มันเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ที่ตั้งระหว่างดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์และนิกายอินทรีหิมะ

ในเวลานี้ หญิงสาวในชุดคลุมยาวสีขาวได้ยืนอยู่บนผิวน้ำของแม่น้ำ โดย หญิงสาวคนนี้ได้แบกกระบี่ยาวสีฟ้าอ่อนไว้บนหลัง และ ปล่อยให้ผมของนางปลิวไสวไปตามสายลม

สีหน้าของนางในปัจจุบันค่อนข้างเย็นชาเป็นอย่างมาก

นางเสมือนเทพธิดาเยือกแข็ง

โดยสายตาของนางได้สงบและดูไม่สะทกสะท้านราวกับว่านางกำลังรอใครบางคนอยู่

ในอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำ มีกลุ่มคนกำลังก้าวเข้ามา

“ผู้อาวุโส แผนคราวนี้ของพวกเราค่อนข้างสมบูรณ์แบบ โดยพวกเราได้ปล่อยให้คนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์เข้าไปในแดนลับเพื่อค้นหาสมบัติก่อน จากนั้นพวกเราก็รออยู่ข้างนอกเพื่อฆ่าพวกมัน โดยแผนนี้ไม่ทำให้เราต้องเสียกำลังคนไปแม้แต่คนเดียว อีกทั้งเรายังได้ครอบครองสมบัติที่พวกมันได้มาอีกด้วย!”ศิษย์คนหนึ่งได้กล่าวพูดขณะที่แบกถุงขนาดใหญ่ และ ยืนอยู่บนกระบี่บิน…

“เจ้าพวกโง่เง่าจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์พวกมันคงไม่คิดว่าพวกตนเองจะตกเป็นเหยื่อของพวกเราสินะ!”ศิษย์อีกคนได้กล่าวออกมา

“มันค่อนข้างน่าเสียดาย ที่เทพธิดาของดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ หนีไปได้ ไม่อย่างนั้นพวกเราคงได้เล่นสนุกกับนางไปแล้ว ฮ่าฮ่า”ศิษย์อีกคนได้กล่าว

พวกเขาทั้งหมดได้ขี่ลมและขี่กระบี่ กระทั่งทำตัวเหมือนผู้อมตะ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พวกเขาพูดและสิ่งที่พวกเขาทำนั้นดูไม่เหมือนกับผู้อมตะเลย

ผู้อาวุโสที่นำกลุ่มได้เผยสีหน้าเย้ยหยัน “ใครจะไปคิดว่าพวกคนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์จะได้รับสมบัติมากมายจากแดนลับในครั้งนี้ คนธรรมดาล้วนไม่มีความผิด แต่ผิดก็ตรงที่ครอบครองสมบัตินี่แหล่ะ ถ้าเราไม่ลงมือแล้วใครล่ะจะลงมือ?”

“ฮ่าฮ่าฮ่า…ผู้อาวุโสพ้าง ท่านช่างยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง!”เหล่าศิษย์ต่างรีบยกยอทันที

ในขณะนี้ ได้มีศิษย์กล่าวถามอย่างขี้ขลาด “ผู้อาวุโส ไม่ใช่ว่าความแข็งแกร่งของดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์นั้นใกล้เคียงกับนิกายอินทรีหิมะของพวกเราหรอกเหรอ การที่พวกเราลงมือโจมตีคนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ในครั้งนี้ มันมีจะมีปัญหาตามมาหรือไม่?”

ในขณะนี้ อาวุโสพ้าง ได้หัวเราะออกมาอย่างเย็นชา “มีปัญหา?”

“ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์นั้นอยู่ไกลจากนิกายอินทรีหิมะของพวกเราหลาย 10,000 ลี้ หาก ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ต้องการบุกโจมตีพวกเรา พวกมันจำเป็นจะต้องระดมทรัพยาเป็นจำนวนมาก ดังนั้นไม่ว่าจะอย่างไรพวกมันก็ได้ไม่คุ้มเสีย!”

“นอกจากนี้ เจ้าบอกว่าความแข็งแกร่งของ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ นั้นใกล้เคียงกับพวกเรา ถ้าพวกมันเดินทางไกลมาเพื่อโจมตีเรา ในขณะที่ฝ่ายเราเตรียมพร้อมตั้งรับ เจ้าคิดว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ?”

“อีกอย่าง ประมุขนิกายของดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ไม่ใช่คนโง่ เขาคงไม่นำเหล่าศิษย์ของตนมาโจมตีพวกเราอย่างแน่นอน อย่างมากที่สุด เขาก็คงมาเยือนที่นิกายของเราเพื่อขอคำอธิบาย เมื่อถึงเวลานั้น เพียงแค่พวกเรากล่าวขอโทษไปเรื่องก็จบแล้ว!”

“ผู้อาวุโสช่างปราดเปรื่องยิ่งนัก!”

ในเวลานี้ ลูกศิษย์หลายคนได้กล่าวชมเขาในทันที

ผู้อาวุโสคนนี้ก็ได้หัวเราะดังลั่น

ในเวลานี้ พวกเขาได้บินมาถึงน่านน้ำแล้ว

“ผู้อาวุโส ดูนั่น!”

ทุกคนได้มองไปที่น่านน้ำ และ เห็น หญิงสาวที่เย็นชายืนอยู่บนผิวน้ำ โดยนางได้แบกกระบี่ยาวไว้ข้างหลังและจ้องมองมาที่พวกเขา

“ทลายผิวน้ำ!”

หญิงสาวที่เย็นชาได้แผดเสียงร้องออกมาโดยทันที!

ทันใดนั้น กระบี่ศักดิ์สิทธิ์บนหลังของนาง ก็ได้ปรากฏขึ้นในมือ และ นางก็ได้ฟันไปที่แม่น้ำเบา ๆ

ปั้ง—-

เสียงดังขนาดใหญ่ได้ปรากฏขึ้น

ทันใดนั้นผิวน้ำก็ระเบิดราวกับเสียงฟ้าร้อง

โดยน้ำได้สาดกระเซ็นไปทั่วทุกทิศทาง

น้ำในแม่น้ำขนาดใหญ่ได้ก่อตัวขึ้นจนกลายเป็นม่านน้ำในทันที

โดยม่านน้ำขนาดใหญ่นี้เสมือนคลื่นยักษ์ที่ซัดขึ้นไปบนท้องฟ้า และ มันได้พุ่งขึ้นไปสูงหลายร้อยฟุต พร้อมกับขวางกั้นคนของนิกายอินทรีหิมะ

คนจากนิกายอินทรีหิมะที่ตกตะลึงพวกเขาได้ล่าถอยกันอย่างรวดเร็ว!

ทางของพวกเขาได้ถูกปิดกั้นด้วยม่านน้ำขนาดใหญ่ที่ลอยขึ้นมาจากแม่น้ำในเวลานี้

“เจ้าเป็นใคร?เหตุใดถึงได้มาขวางทางพวกเรา?”ศิษย์คนนึงได้มองไปที่ หญิงสาวที่เย็นชาและกล่าวน้ำอย่างเคร่งขรึม

หญิงสาวที่มีท่าทีที่เย็นชาไม่ได้กล่าวพูดอะไร โดยดวงตาของนางได้ฉายแววเฉียบคมที่เย็นยะเยือกออกมาทันที

ฟุ่บ!

กระบี่ยาวสีฟ้าอ่อนได้ถูกฟันออกไป พลังปราณที่แท้จริงได้กลอกกลิ้งจนรวมตัวกันกลายเป็นเจตจำนงค์กระบี่ขนาดใหญ่

เจตจำนงค์กระบี่ขนาดใหญ่ได้ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า โดยขณะที่มันวาดผ่านออกไป ศิษย์ของนิกายอินทรีหิมะ ก็ได้ล้มลงกับพื้นและตกลงมาจากบนท้องฟ้าทันที

“เจ้ามาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์?”ผู้อาวุโสพ้าง ได้ใช้ดวงตาที่เฉียบแหลมของเขามองออกไป และ สามารถบ่งบอกตัวตนของ หญิงสาวที่เย็นชานี้ได้

หญิงสาวที่เย็นชาไม่ได้พูดอะไร เจตจำนงค์กระบี่ของนางได้ฟาดฟันออกไปข้างหน้า และ โจมตีใส่กลุ่มคนของนิกายอินทรีหิมะอีกครั้ง แต่ทว่า อาวุโสพ้าง ก็ได้ยกมือขึ้นเพื่อป้องกันการโจมตี

“ดูเหมือนว่าเจ้าจะมาที่นี่เพื่อแก้แค้น อย่างไรก็ตาม เจ้ามีฐานพลังอยู่ในขั้นปลายของอาณาจักรก่อตั้งจิตวิญญาณเท่านั้น เจ้ามีสิทธิ์อะไรที่จะมาแก้แค้นที่นี่?”อาวุโสพ้าง ได้กล่าวถามอย่างเคร่งขรึม

หญิงสาวที่เย็นชาได้มองกระบี่ในมือของนางและไม่ได้พูดอะไรสักคำ

“นางอยู่ในขั้นปลายของอาณาจักรก่อตั้งจิตวิญญาณเท่านั้น นางก็แค่แมลงเม่าที่บินเข้าสู่กองเพลิง ดังนั้นไปฆ่านางให้ข้าซะ!”อาวุโสพ้าง ได้ออกคำสั่ง ทันใดนั้น ผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรก่อตั้งจิตวิญญาณหลายคนจากนิกายอินทรีหิมะก็ได้บินลงมาจากบนท้องฟ้าและพุ่งเข้าหาหญิงสาวคนนั้น

เย่เฉิน ที่เดินทางมาถึงที่นี่ในครึ่งวัน ในเวลานี้ เขาได้เฝ้ามองจากระยะไกลและพบเห็นหญิงสาวที่มีท่าทางที่เย็นชากำลังปิดกั้นผู้คนจากนิกายอินทรีหิมะ

หลังจากสังเกตุรูปร่างหน้าตาของอีกฝ่ายแล้ว เป็นไปได้หรือไม่ว่าหญิงสาวคนนี้…ก็คือศิษย์พี่หญิงรองของเขา?

จบบทที่ STY-ตอนที่ 23 1 กระบี่ขวางกั้นทางเดินน้ำ

คัดลอกลิงก์แล้ว