เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

STY-ตอนที่ 3 ความเร็วในการฝึกฝนที่ทำให้ศิษย์พี่หญิงตกตะลึง

STY-ตอนที่ 3 ความเร็วในการฝึกฝนที่ทำให้ศิษย์พี่หญิงตกตะลึง

STY-ตอนที่ 3 ความเร็วในการฝึกฝนที่ทำให้ศิษย์พี่หญิงตกตะลึง


“ข้าก็พอจะรู้นะว่า ศิษย์น้องเล็ก เป็นคนพิเศษ แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะเป็น มังกรในหมู่มวลมังกรแบบนี้!”เหมี่ยวหาน ได้กล่าวออกมาในขณะที่นางจ้องมองไปที่ เย่เฉิน ด้วยดวงตาที่งดงามของนาง

“คราวนี้ ศิษย์น้องเล็ก ก็จะสามารถฝึกฝนได้สักที”ศิษย์พี่หญิงสี่ ได้กล่าวพูดขึ้น

ร่างกายของ เย่เฉิน ได้ลอยไปมาในอากาศ โดยเขาสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังวิญญาณที่ทรงพลังที่ไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง

ในอดีต เขามีร่างกายที่อ่อนแอ และ ไม่สามารถบ่มเพาะพลังได้เพราะไม่มีรากวิญญาณ ดังนั้น ร่างกายของเขาจึงไม่สามารถเทียบกับผู้บ่มเพาะพลังคนอื่นได้

แต่ตอนนี้ เขาพบว่าร่างกายของเขาเต็มไปด้วยพลังจำนวนมาก

รากวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นี้ ไม่เพียงแต่ผลัดเปลี่ยนกระดูกของเขา แต่ยังเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายของเขาอีกด้วย

หลังจากนั้นไม่นาน เย่เฉิน ก็ตกลงมาบนพื้น

แสงหลากสีทั้งหมดได้หายไปจากร่างของเย่เฉิน และ กลิ่นอายพลังโดยรอบก็หายไปเช่นเดียวกัน

สิ่งนี้ทำให้ ศิษย์พี่หญิงหลายคนรวมถึงเซียนหยกอมตะ ได้มองไปที่ เย่เฉิน ด้วยความประหลาดใจ

“เฉินเอ๋อร์ เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง?”เซียนหยกอมตะ ได้ดึงเย่เฉิน มา และกล่าวถาม

เย่เฉิน ได้ยืดตัวอยู่ครู่นึง และ สัมผัสได้ถึงรากวิญญาณที่ชัดเจนของเขา อีกทั้งร่างกายในปัจจุบันของเขาก็รู้สึกสบายตัวเป็นอย่างยิ่ง

“ข้ารู้สึกดีมาก แบบ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!”เย่เฉิน ได้ตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา

ทันใดนั้น เซียนหยกอมตะ ก็กอดเย่เฉิน พร้อมกับหลั่งน้ำตาออกมาในทันที“นี่มันเยี่ยมไปเลย สุดยอดมากจริง ๆ!”

ศิษย์พี่หญิง 2-3 คนก็มองไปที่ เย่เฉิน ด้วยน้ำตาแห่งความปิติยินดี

ในขณะนี้ เซียนหยกอมตะ ได้มองไปที่ ศิษย์พี่หญิงของ เย่เฉิน และ กล่าวออกมาอย่างเยือกเย็น“ต่อจากนี้จะมีเพียงพวกเราเท่านั้นที่รู้ว่า เฉินเอ๋อร์ มีรากวิญญาณศักดิ์สิทธิ์และสามารถเริ่มฝึกฝนได้ ดังนั้นจงได้อย่าแพร่งพรายและบอกใครเกี่ยวกับเรื่องนี้”

ศิษย์พี่หญิงของเย่เฉิน ได้พยักหน้าในทันที

ในเวลานี้ เซียนหยกอมตะ ได้หันไปหา เย่เฉิน และ กล่าวออกมา “เฉินเอ๋อร์ จำเอาไว้ เจ้าจะต้องเก็บเรื่องที่ครอบครองรากวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เอาไว้เป็นความลับไม่ให้ใครรู้ นอกจากนี้ ก่อนที่เจ้าจะอายุ 16 เจ้าจะต้องฝึกฝนในสถานที่ลับเพียงเท่านั้น อย่าได้ให้ใครรู้เรื่องนี้เป็นอันขาด เข้าใจมั้ย!”

เย่เฉิน ไม่ใช่เด็กอายุ 8 ปี อย่างที่เขาเคยเป็นอีกต่อไป ดังนั้น เขาย่อมรู้โดยธรรมชาติว่า แม่ของเขาย่อมต้องมีเหตุผลบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้สำหรับการกระทำเหล่านี้

รากวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ เป็นรากวิญญาณที่แข็งแกร่งที่สุด ดังนั้นการปรากฏตัวของรากวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ก็หมายถึงการปรากฏตัวของบุตรแห่งสวรรค์

หากเขาทำตัวโดดเด่นมากเกินไป เกรงว่ามันจะเป็นการสร้างปัญหาให้ตัวเองและแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม นี่ถือว่ายังดี เพราะตอนนี้ เขามีระบบลงชื่อเข้าใช้ และ เขาสามารถลงชื่อเข้าใช้และฝึกฝนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์แห่งนี้เป็นเวลา 2-3 ปี ได้

“เข้าใจแล้ว ท่านแม่!”เย่เฉิน รีบตอบกลับ

“เอาล่ะ เฉินเอ๋อร์ ตามแม่มา!”

เซียนหยกอมตะ ได้พา เย่เฉิน เข้าไปในห้องลับ

“เฉินเอ๋อร์ นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เจ้าจะต้องฝึกฝนอยู่ที่นี่ และ แม่ จะสอนวิธีการบ่มเพาะพลังจิตของยอดเขาหยกอมตะให้กับเจ้า”ขณะที่ เซียนหยกอมตะ กล่าวพูดเสร็จ นางก็เริ่มสอน เย่เฉิน เกี่ยวกับวิธีการฝึกฝนทางจิต

เย่เฉิน ได้พยักหน้า และ ตามแม่ของเขาเข้าไปในห้องลับเพื่อฝึกฝน โดย นางได้แนะนำเกี่ยวกับวิธีการชักนำพลังปราณเข้าสู่ร่างกาย ซึ่ง เขาก็ทำตามวิธีการฝึกฝนที่แม่ของเขาสอนให้ ทันใดนั้น พลังปราณ ก็เริ่มหมุนเวียนอย่างต่อเนื่องภายในร่างกายของเขา และ ในที่สุด ก็เริ่มควบแน่นในร่างกายของ เย่เฉิน

ทวีป เทียนซวน แห่งนี้ เป็นทวีปที่มีเผ่าพันธุ์นับหมื่นอาศัยอยู่ร่วมกัน และ ในทวีปแห่งนี้ มีบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวอย่าง เทพ และ ปีศาจ ด้วย

โดย ฐานการบ่มเพาะพลังทั้งหมด แบ่งออกเป็น 9 อาณาจักรพลัง

อาณาจักรปรับแต่งพลังปราณ,อาณาจักรสร้างรากฐาน,อาณาจักรสร้างแกนกลาง,อาณาจักรกำเนิดวิญญาณ,อาณาจักรก่อตั้งจิตวิญญาณ,อาณาจักรแห่งการตระหนักรู้,อาณาจักรมหายาน,อาณาจักรเทวะ และ อาณาจักรทันฑ์สวรรค์

โดยแต่ละอาณาจักรพลังแบ่งออกเป็น 3 ช่วงระดับ

หลังจากผ่านพ้นอาณาจักรทันฑ์สวรรค์ไปแล้ว บุคคลผู้นั้นก็จะสามารถกลายเป็นอมตะได้

ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ เป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ของนิกายอมตะขนาดกลางในทวีปแห่งนี้ ประมุขนิกายของพวกเขามีฐานพลังอาณาจักรมหายาน โดย พลังในอาณาจักรมหายานนี้ สามารถคว่ำเมฆ พลิกสมุทร หรือ ขี่หมอก ได้ ซึ่งมันได้แสดงลักษณะของผู้อมตะออกมา

สำหรับ คนที่มีอำนาจมากกว่าในสองอาณาจักรหลังจากนี้ถือเป็นการดำรงอยู่ในตำนาน ดังนั้น จึงไม่มีใครพบเห็นพวกเขามากมายในโลกนี้

แม้แต่ เซียนหยกอมตะ ก็ยังอยู่ในอาณาจักรแห่งการตระหนักรู้ และ นางอยู่ห่างจากอาณาจักรมหายานเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น ดังนั้น นางจึงกลายเป็น 1 ใน ปรมาจารย์ ที่ปกครองยอดเขาหยกอมตะ

“เฉินเอ๋อร์ วิธีการดึงพลังปราณเข้าสู่ร่างกายเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน โดยทั่วไปแล้ว มันไม่ง่ายเลยที่จะเรียนรู้ในครั้งแรก ดังนั้น เจ้าจงฝึกฝนและพยายามเรียนรู้มันอย่างช้า ๆ!”ขณะที่ เซียนหยกอมตะ พูดจบ นางก็ฝึกฝนต่อหน้า เย่เฉิน

ในขณะนี้ เย่เฉิน ได้เลียนแบบ แม่ของเขา และ เริ่มชักนำพลังปราณเข้าสู่ร่างกาย

ทันใดนั้น เย่เฉิน ก็รู้สึกถึงพลังปราณทางจิตวิญญาณจำนวนไม่รู้จบที่ค่อย ๆ ไหลเข้าสู่ร่างกายของเขา

เย่เฉิน ไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาทำถูกต้องหรือไม่ ดังนั้นเขาจึงได้กล่าวถาม “ท่านแม่ ข้าทำถูกต้องหรือไม่?”

ในขณะนี้ แม่ของ เย่เฉิน ได้มองไปที่ เขาด้วยความตกใจจนถึงขีดสุด

“ไม่…ถูกต้อง!”เซียนหยกอมตะ ได้ตอบกลับด้วยเสียงที่สั่นเครือ

ขณะที่ เย่เฉิน กำลังดูดซับพลังปราณเข้าสู่ร่างกาย เซียนหยกอมตะ ก็ไม่กล้ารบกวนเขา และ นางก็มองไปที่เขาด้วยความตกใจ

นางจำได้ว่าแม้แต่นางก็ยังต้องใช้เวลา 3 วัน กว่าจะดูดซับพลังปราณเข้าสู่ร่างกายได้สำเร็จ

ศิษย์ที่มีพรสวรรค์ที่สุดของนางก็ยังใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วยามเช่นเดียวกัน แต่ บุตรชายของนาง กลับสามารถเรียนรู้มันได้ตั้งแต่ครั้งแรก นี่เป็นเพราะคุณลักษณะของรากวิญญาณศักดิ์สิทธิ์งั้นหรือไม่?

เย่เฉิน ได้หลับตาลง และ พลังงานทางจิตวิญญาณก็ค่อย ๆ เข้าสู่ร่างกายของเขาในขณะที่เขาทำการฝึกฝน

เซียนหยกอมตะ ได้เผยรอยยิ้มที่น่าพึงพอใจออกมาในขณะที่นางมองไปที่บุตรชายของนาง มันยังไม่สายเกินไปที่บุตรชายของนางจะเริ่มฝึกฝนเมื่อตอน 8 ปี แม้ว่าจะช้าไปหน่อยสำหรับเด็กบางคนที่มีรากวิญญาณตั้งแต่อายุยังน้อย แต่เขาจะสามารถแซงหน้าคนเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็ว ด้วยพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดานี้

หลังจากฝึกฝนมา 1-2 ชั่วยาม ในที่สุด เย่เฉิน ก็ลืมตาขึ้น

เซียนหยกอมตะ มองไปที่ เย่เฉิน ด้วยความพึงพอใจ นางได้คอยอยู่ข้างเย่เฉิน และ คอยปกป้องเขา

“มาเถอะ เฉินเอ๋อร์ มาให้แม่ดูความคืบหน้าในการฝึกฝนของเจ้าหน่อย!”เซียนหยกอมตะ กล่าวพูดด้วยรอยยิ้ม

“ขอรับ!”เย่เฉิน ได้ลุกขึ้นและเดินไปตรงหน้าแม่ของเขา

เซียนหยกอมตะ ได้กุมมือของ เย่เฉิน จากนั้นดวงตาของ นางก็เบิกกว้างในทันที พร้อมกับ มองไปที่ เย่เฉินด้วยความตกใจ

ปากของนางได้ผยอออกมาเล็กน้อยในขณะที่นางจับมือเย่เฉิน นางรู้สึกตกตะลึงจนพูดไม่ออก

“ท่านแม่ มีอะไรงั้นหรือไม่?”เย่เฉิน มองไปที่ แม่ของเขาและกล่าวถาม

“เฉินเอ๋อร์…เจ้า…เจ้าอยู่ขั้นสุดท้ายของอาณาจักรปรับแต่งพลังปราณแล้ว”เซียนหยกอมตะ กล่าวพูดด้วยความตกใจสุดขีด

ในช่วงสุดท้ายของอาณาจักรปรับแต่งพลังปราณ แม้แต่ ศิษย์พี่หญิงเจ็ดของเย่เฉินที่มีพรสวรรค์มากที่สุด ก็ยังต้องใช้เวลา 1 เดือน

แต่สำหรับ เย่เฉิน เขาใช้เวลาไปเพียง…5 ชั่วยามเท่านั้น!

เซียนหยกอมตะ ได้เดินออกไปพร้อมกับ เย่เฉิน

ในขณะนี้ ศิษย์พี่หญิงทั้ง 5 ของ เย่เฉิน กำลังรอ เย่เฉิน อยู่ข้างนอก

“เฉินน้อย การฝึกฝนของเจ้าราบรื่นดีหรือไม่?”เหมี่ยวหาน ได้มองไปที่ เย่เฉิน และ กล่าวถาม

เย่เฉิน ได้แสดงสีหน้าที่ดูธรรมดาออกมาและตอบกลับด้วยรอยยิ้ม“ราบรื่นดี!”

เมื่อเห็นว่า เย่เฉิน ดูไม่มีความสุขเป็นพิเศษ เหมี่ยวหาน คิดว่า เย่เฉิน ไม่สามารถดึงพลังปราณเข้าสู่ร่างกายได้ เพราะท้ายที่สุด แม้แต่นางก็ยังต้องใช้เวลากว่าจะดึงพลังปราณเข้าสู่ร่างกายได้สำเร็จ

โดยดวงตาที่สง่างามของ เหมี่ยวหาน ได้ขยับ และ นางก็เผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ออกมา “อย่าพึ่งท้อแท้ไปล่ะ เฉินน้อย เจ้าพึ่งจะเริ่มฝึกฝน ในอนาคตเจ้ายังต้องพบกับความยากลำบากจำนวนมาก!”

ศิษย์พี่หญิงสี่ ศิษย์พี่หญิงห้า และ ศิษย์พี่หญิงหกก็ยิ้มเช่นเดียวกัน โดยพวกนางได้ปลอบโยนเขา“ใช่แล้ว การฝึกฝนไม่ใช่เรื่องง่าย เจ้าจะต้องทำมันไปทีละขั้นตอน”

สำหรับ ศิษย์พี่หญิงเจ็ดของเขาได้เงยหน้าขึ้นและมองไปที่ เย่เฉิน“การบ่มเพาะพลังไม่ใช่เรื่องง่าย แม้แต่ข้าศิษย์พี่หญิงเจ็ดคนนี้ ก็ยังต้องใช้เวลาครึ่งชั่วยามกว่าจะดึงพลังปราณเข้าสู่ร่างกายได้”

ศิษย์พี่หญิงเจ็ด ที่เป็น ศิษย์พี่หญิงคนเล็กของ เย่เฉิน มีนามว่า จ้าวซือเหยา ตอนนี้นางมีอายุเพียงแค่ 10 ปี ซึ่งแก่กว่า เย่เฉินเพียง 2 ปีเท่านั้น นางเป็นที่รู้จักกันในนามของลูกศิษย์ที่มีพรสวรรค์มากที่สุดของเซียนหยกอมตะ โดยนางได้เริ่มฝึกฝนภายในนิกายอมตะตั้งแต่อายุ 6 ปี และ ภายในระยะเวลา 1 เดือน นางก็สามารถเข้าสู่ขั้นสุดท้ายของอาณาจักรปรับแต่งพลังปราณ และ สร้างรากฐานได้สำเร็จภายใน 3 เดือน ดังนั้น นางจึงถือว่าเป็นศิษย์คนแรกที่สามารถเข้าสู่อาณาจักรสร้างรากฐานได้เร็วที่สุดในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์แห่งนี้

และในระยะเวลา 4 ปีต่อมา จ้าวซือเหยา ก็ประสบความสำเร็จในการเข้าสู่อาณาจักรสร้างแกนกลาง และ ถือเป็น อัจฉริยะอันดับหนึ่ง ของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์

ตอนนี้นางอายุเพียงแค่ 10 ปี แต่ก็ถือเป้นขุมพลังในอาณาจักรสร้างแกนกลางแล้ว

จ้าวซือเหยา มองไปที่ เย่เฉิน ด้วยความภาคภูมิใจ

ทว่าในเวลานี้ เซียนหยกอมตะ ก็ปิดปากและเผยรอยยิ้มออกมา ก่อนที่จะกล่าวพูดขึ้น “เฉินเอ๋อร์ ไหนลองปลดปล่อยฐานการฝึกฝนในปัจจุบันให้เหล่าศิษย์พี่หญิงของเจ้าได้เห็นหน่อย!”

“ขอรับ!”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เย่เฉิน ก็ปลดปล่อย ฐานการบ่มเพาะพลังของเขาออกมา

ซึ่งในขณะนี้ พลังปราณได้ถูกปล่อยออกมาจากร่างกายของ เย่เฉิน อย่างดุเดือด

เหล่าศิษย์พี่หญิงทั้งหมด มองไปที่ เย่เฉิน ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง พวกนางอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความงุนงง“ปราณ…ระดับปลายของอาณาจักรปรับแต่งพลังปราณ!”

จบบทที่ STY-ตอนที่ 3 ความเร็วในการฝึกฝนที่ทำให้ศิษย์พี่หญิงตกตะลึง

คัดลอกลิงก์แล้ว