- หน้าแรก
- สู้เขานะคุณหมออู่ ยอดคุณหมออัจฉริยะกับภารกิจปั้นหมอเทวดา
- บทที่ 510 บ้านเรามีเรื่องน่ายินดี
บทที่ 510 บ้านเรามีเรื่องน่ายินดี
บทที่ 510 บ้านเรามีเรื่องน่ายินดี
บทที่ 510 บ้านเรามีเรื่องน่ายินดี
“พี่ใหญ่ บทความนี้…”
เผิงเซี่ยในฐานะผู้ช่วย รู้สึกได้ลึกซึ้งที่สุด บางทีคนอื่นอาจจะคิดว่านี่เป็นเพียงการทำให้การผ่าตัดตับอ่อนและลำไส้เล็กส่วนต้นง่ายขึ้น แต่เผิงเซี่ยเข้าใจดีว่า นี่คือการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของการผ่าตัดตับอ่อนและลำไส้เล็กส่วนต้น
ถ้าบทความนี้ตีพิมพ์ออกไป คาดว่าในอนาคตทั่วโลกก็จะหันมาใช้วิธีนี้ ถึงตอนนั้น อู่เสี่ยวฟู่ก็จะกลายเป็นผู้บุกเบิกการผ่าตัดอีกประเภทหนึ่ง
“นายจัดการเถอะ”
อู่เสี่ยวฟู่โบกมือ เผิงเซี่ยก็ไม่ปฏิเสธ บทความนี้ เขาย่อมต้องเขียนออกมาให้ดีที่สุด การผ่าตัดที่เข้าร่วมด้วยกัน ทั้งยังได้รับคำอธิบายอย่างละเอียดจากอู่เสี่ยวฟู่ เผิงเซี่ยย่อมสามารถเขียนออกมาได้ใกล้เคียงความจริงที่สุด ถึงตอนนั้นค่อยให้อู่เสี่ยวฟู่ช่วยแก้ไขก็พอ
ส่วนเรื่องชื่อผู้เขียน บทความระดับนี้ เผิงเซี่ยไม่เคยคิดจะใส่ชื่อตัวเองเป็นผู้เขียนคนแรกอยู่แล้ว เขารู้สึกว่าตนยังไม่คู่ควร
หลังจากการผ่าตัดตับอ่อน ลำไส้เล็กส่วนต้น และกระเพาะอาหารเสร็จสิ้น สุดท้ายก็คือเนื้องอกไฟโบรมาบนหน้าท้อง แน่นอนว่า นี่เป็นส่วนที่ง่ายที่สุดของการผ่าตัด ในเมื่อเป็นเนื้องอกไฟโบรมา การหล่อเลี้ยงเลือดของมันก็ไม่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือดใหญ่ ดังนั้นตอนที่ตัดออกจึงไม่ต้องกังวลมากนัก แค่ตัดออกจากฐานแล้วจัดการบาดแผลให้เรียบร้อยก็พอ
การผ่าตัดแบบนี้ แม้ไม่ต้องให้อู่เสี่ยวฟู่ลงมือเอง ให้เผิงเซี่ยจัดการก็ยังได้
แน่นอนว่า ถ้าอู่เสี่ยวฟู่เป็นคนทำ บาดแผลนี้ก็จะได้รับการจัดการอย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น การผ่าตัดทั้งหมดใช้เวลาไปชั่วโมงกว่าๆ หลังจากผู้ป่วยค่อยๆ ฟื้นจากยาสลบ เธอมองดูท้องที่ถูกพันผ้าไว้อย่างแน่นหนา ความรู้สึกก็ซับซ้อนอย่างบอกไม่ถูก นี่ตัดออกไปแล้วเหรอ เธอรู้สึกว่าตัวเองเบาลงไปมากเลยทีเดียว
เบายิ่งกว่าตอนที่ผ่าคลอดลูกเสียอีก
อู่เสี่ยวฟู่มองดูรอยยิ้มของผู้ป่วย ในใจก็รู้สึกยินดีไปด้วย แต่เรื่องที่น่ายินดีกว่ายังรออยู่ข้างหลัง
หลังจากกลับถึงบ้าน ชวีอิ่งก็มอบเซอร์ไพรส์ชิ้นใหญ่ให้เขา
ที่ตรวจครรภ์สองขีดซึ่งวางอยู่ตรงหน้า ทำเอาอู่เสี่ยวฟู่ถึงกับมึนงงไปเลย จริงๆ แล้วอายุของเขากับชวีอิ่งก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้ว คนหนึ่งสามสิบสอง อีกคนสามสิบสาม ทั้งคู่ต่างก็เลยวัยที่เหมาะสมที่สุดในการมีบุตรมาแล้ว เพียงแต่ทั้งสองคนเป็นพวกบ้างาน ก่อนหน้านี้อู่เสี่ยวฟู่ทุ่มเทให้กับงาน ส่วนชวีอิ่งก็ไปเรียนต่อต่างประเทศ เรื่องนี้แม้จะแต่งงานแล้วก็ยังคงถูกเลื่อนออกไป
แต่หนึ่งปีมานี้ พวกเขาทั้งสองคนต่างก็เริ่มลงตัวแล้ว จึงเริ่มมีความคิดเรื่องนี้ขึ้นมา
แต่การมีลูกจะง่ายขนาดนั้นได้อย่างไร การเตรียมตัวตั้งครรภ์ถือเป็นความรับผิดชอบต่อลูกอย่างน้อยที่สุด ดังนั้นช่วงนี้ของทั้งสองคน ต่อให้งานจะยุ่งแค่ไหน ก็ต้องรับประกันการพักผ่อนให้เพียงพอ เรื่องอาหารการกินก็ยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ส่วนที่เหลือ ก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามโชคชะตา
ตอนนี้ความพยายามที่ทุ่มเทไป ในที่สุดก็ได้รับผลตอบแทน ดูเหมือนว่าจะออกดอกออกผลแล้วจริงๆ
“ผมกำลังจะเป็นพ่อคนแล้วเหรอ”
ชวีอิ่งมองดูอู่เสี่ยวฟู่ที่ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เธอจะไปรู้ได้อย่างไรว่าอู่เสี่ยวฟู่อยากจะมีลูกมาโดยตลอด นานขนาดนี้แล้ว เธอก็แอบกังวลอยู่เหมือนกัน ตอนนี้ในที่สุดก็ได้สมปรารถนา จะไม่ดีใจได้อย่างไร
“เอาล่ะน่า ทำไมคุณทำตัวเหมือนเด็กไปได้ ไม่ใช่แค่จะเป็นพ่อคนนะ ในอนาคตคุณอาจจะต้องเป็นพ่อของเด็กอีกหลายคนด้วย”
ชวีอิ่งพูดพลางยิ้ม ปกติอู่เสี่ยวฟู่จะทำท่าทีนิ่งสงบ ต่อให้เป็นการผ่าตัดที่ฉุกเฉินและร้ายแรงแค่ไหนบนเตียงผ่าตัด สำหรับอู่เสี่ยวฟู่แล้ว ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเป็นเรื่องใหญ่เลย สามารถแก้ไขได้อย่างง่ายดาย แต่พอมาถึงเรื่องมีลูก กลับไม่นิ่งสงบเอาเสียเลย ชวีอิ่งอยากจะอัดคลิปท่าทางของอู่เสี่ยวฟู่ในตอนนี้เก็บไว้จริงๆ
“คนเดียวก็พอแล้ว จะเอาเยอะแยะไปทำไม ไม่ใช่ว่าจะทำให้คุณต้องลำบากมากขึ้นเหรอ คนเดียวก็พอแล้ว ฮ่าๆ ผมกำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว ไม่ได้การล่ะ ผมต้องไปบอกข่าวดีนี้ ฮ่าๆ ผมกำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว”
ชวีอิ่งมองดูท่าทีของอู่เสี่ยวฟู่ รีบห้ามไว้ “เดี๋ยวก่อน เราไปโรงพยาบาลตรวจให้แน่ใจก่อนค่อยประกาศดีกว่า ไม่อย่างนั้น ถ้าเกิดเข้าใจผิดขึ้นมา ฉันก็ไม่มีหน้าไปเจอใครแล้ว”
“ใช่ๆ ไปโรงพยาบาลตรวจก่อน”
ในฐานะหมอ ความรู้พื้นฐานข้อนี้ย่อมต้องมีอยู่แล้ว ที่ตรวจครรภ์แสดงผลสองขีดก็ไม่ได้หมายความว่าจะท้องเสมอไป ยังมีความเป็นไปได้อีกหลายอย่าง เช่น ปัสสาวะมีปัญหา หรือภาวะบางอย่างของการตั้งครรภ์นอกมดลูก ครรภ์ไข่ปลาอุก หรือการตั้งครรภ์ทางชีวเคมี เป็นต้น ล้วนมีความเป็นไปได้ทั้งสิ้น
ดังนั้น หลังจากตรวจแล้วพบสองขีด ก็อย่าเพิ่งดีใจจนเกินไป ควรจะไปโรงพยาบาลตรวจยืนยันก่อน หากตั้งครรภ์จริงๆ นั่นถึงจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับทุกคน แต่หากมีปัญหา ก็จะสามารถทำการรักษาได้อย่างรวดเร็ว
อู่เสี่ยวฟู่ไม่สนใจความเหนื่อยล้าอีกต่อไป รีบพาชวีอิ่งไปโรงพยาบาล
โชคดีมาก ผลตรวจยืนยันว่าชวีอิ่งไม่มีปัญหาอะไร ลูกก็แข็งแรงดี อายุครรภ์สองเดือนแล้ว ชวีอิ่งสังเกตจากประจำเดือนที่ไม่มาและอาการแพ้ท้อง เลยลองตรวจดู ตอนนี้ก็นับว่าสบายใจได้แล้ว
คราวนี้อู่เสี่ยวฟู่ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอีก รีบประกาศข่าวดีให้คนในครอบครัวและคนใกล้ชิดได้รู้ทั่วกัน
ซ่ารื่อหล่าง อู่ปิน อู่จิงเลวี่ย และคนอื่นๆ หลังจากได้ยินข่าวนี้ ก็ไม่ต้องพูดเลยว่าดีใจแค่ไหน ซ่ารื่อหล่างกับ
อู่ปินถึงกับจะนั่งเครื่องบินมาทันที เพราะอย่างไรเสียนี่ก็เป็นเรื่องใหญ่ของครอบครัวพวกเขา ต้องมาดูแลเรื่องอาหารการกินและชีวิตความเป็นอยู่ของชวีอิ่งในช่วงนี้ให้ดีที่สุด และแม่ของชวีอิ่งก็จะมาด้วย
ตามคำพูดของพวกเขา ทั้งสองคนเป็นคนที่พอทำงานแล้วก็จะลืมทุกอย่าง จะดูแลตัวเองกับลูกได้อย่างไร พวกเขาต้องมาคอยดูแลให้ได้
อู่เสี่ยวฟู่ก็ไม่ปฏิเสธ เพราะพวกเขาก็ไม่ได้เจอพ่อแม่มานานแล้วเช่นกัน
แม้งานจะยุ่ง แต่หลังจากที่ชวีอิ่งตั้งครรภ์ อู่เสี่ยวฟู่ก็เริ่มแบ่งเวลามาให้กับชีวิตครอบครัวมากขึ้นอย่างตั้งใจ คนท้องต้องการการดูแล ไม่ใช่แค่เรื่องชีวิตความเป็นอยู่ แต่ยังรวมถึงเรื่องสภาพจิตใจอีกด้วย ในระหว่างตั้งครรภ์ จิตใจของคนท้องจะอ่อนไหวได้ง่ายมาก บางครั้งก็ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้
โชคดีที่อู่เสี่ยวฟู่มีความเชี่ยวชาญในด้านจิตวิทยาอยู่พอสมควร เรื่องนี้จึงไม่เป็นปัญหาเลย
บทความหลังการผ่าตัดครั้งล่าสุดก็ได้รับการตีพิมพ์อย่างรวดเร็ว การปรากฏตัวของวิธีการผ่าตัดเชื่อมตับอ่อนกับลำไส้แบบใหม่ ก็ทำให้หลายคนตกใจ เพราะอย่างไรเสีย นี่ไม่ใช่การผ่าตัดธรรมดา ทุกวันนี้ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนดีขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาเกี่ยวกับตับอ่อน ลำไส้ และทางเดินอาหารอื่นๆ ก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การผ่าตัดตับอ่อนและลำไส้เล็กส่วนต้นในโรงพยาบาลจึงเป็นเรื่องที่พบเห็นได้บ่อยมาก
และวิธีการผ่าตัดที่อู่เสี่ยวฟู่คิดค้นขึ้นมานี้ มีประโยชน์อย่างมหาศาลต่อการพัฒนาการผ่าตัดลำไส้เล็กส่วนต้น
ดังนั้นจึงได้รับการส่งเสริมอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงแต่โรงพยาบาลในเครือแห่งที่หนึ่งจะเริ่มนำมาใช้ทั้งหมด โรงพยาบาลอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศก็เริ่มทดลองเพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพตามกัน
สิ่งที่ทำให้ผู้คนประหลาดใจคือ หลังจากที่อู่เสี่ยวฟู่ทุ่มเทกำลังให้กับการวิจัยยีนแล้ว ยังมีเวลาว่างมาปฏิรูปการผ่าตัดอีก แสดงว่าการวิจัยยีนดำเนินไปอย่างราบรื่นมาก มิฉะนั้น จะมีเวลาว่างขนาดนี้ได้อย่างไร ดังนั้นคนที่อยากรู้เกี่ยวกับการวิจัยยีนของประเทศจีน ในตอนนี้ก็ยิ่งอยากรู้มากขึ้นไปอีก
คำเชิญต่างๆ ปรากฏขึ้นต่อหน้าอู่เสี่ยวฟู่ น่าเสียดายที่ตอนนี้ชีวิตของอู่เสี่ยวฟู่กลายเป็นกิจวัตรวนเวียนอยู่แค่สามที่ คือ โรงพยาบาล ห้องวิจัย และบ้าน
เขาแทบจะไม่ออกไปที่อื่นเลย ดังนั้น คนเหล่านั้นก็ได้แต่ผิดหวังกลับไป
ที่มหาวิทยาลัย แม้ว่างานประจำจะยุ่ง แต่การสอนอู่เสี่ยวฟู่ก็ไม่ได้ละเลย เพราะอย่างไรเสียก็เป็นสิ่งที่ตกลงไว้ก่อนหน้านี้แล้ว จะทำให้นักศึกษาผิดหวังไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นรองผู้อำนวยการคณะแพทยศาสตร์คลินิกที่หนึ่งอีกด้วย ทำให้มีนักศึกษามาฟังบรรยายมากกว่าเดิมเสียอีก ในโถงทางเดินเต็มไปด้วยผู้คน ดูเหมือนว่าต่อให้ต้องยืนฟังการถ่ายทอดสดที่โถงทางเดิน ก็ยังดีกว่านั่งฟังอยู่ที่หอพัก
แต่คาบเรียนวันนี้ อู่เสี่ยวฟู่ไม่ได้จัดในห้องเรียน แต่จัดในห้องปฏิบัติการทักษะปฏิบัติ
การสอนหนังสือจะสอนแค่ในห้องเรียนอย่างเดียวไม่ได้ สอนไปมากแค่ไหน ต่อให้วิธีจะดีเพียงใด ก็ต้องมีวันเบื่อ ดังนั้นจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนบ้าง อย่างเช่นตอนนี้
ห้องปฏิบัติการทักษะปฏิบัตินี้ถูกแยกออกมาต่างหาก และเตรียมไว้สำหรับอู่เสี่ยวฟู่โดยเฉพาะ
ไม่ใช่ว่าอู่เสี่ยวฟู่มีอภิสิทธิ์เหนือใคร แต่เป็นสิ่งที่อู่เสี่ยวฟู่นำเสนอมาต่างหากที่มีอิทธิพล
ตั้งแต่การแข่งขันใหญ่ด้านการผ่าตัดระดับโลก อู่เสี่ยวฟู่ก็มีความคิดที่จะทำห้องผ่าตัดจำลอง อุปกรณ์ห้องผ่าตัดจำลองครบชุดอะไรพวกนี้ อู่เสี่ยวฟู่เคยใช้มาแล้ว จึงพอจะรู้พื้นฐานอยู่บ้าง ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากนั้นเขายังไปศึกษามาเป็นพิเศษอีกด้วย
หลายปีมานี้ บินหนานฟาร์มาซูติคอลได้จดสิทธิบัตรต่างๆ นานาออกมามากมาย ไม่เคยขาดแคลนเงินทุนเลยจริงๆ ในสถานการณ์ที่ไม่ขาดเงินและกล้าที่จะทุ่ม แถมยังมีพื้นฐานทางเทคโนโลยีอีกด้วย ก็ไม่มีอะไรที่จะทำไม่ได้ อย่างเช่นห้องผ่าตัดจำลองนี้
ของดีๆ ก็ต้องให้คนกันเองก่อน ตอนนี้อู่เสี่ยวฟู่เป็นรองผู้อำนวยการคณะแพทยศาสตร์คลินิกที่หนึ่งของมหาวิทยาลัยการแพทย์ตงไห่แล้ว ของใหม่ที่ออกมา ย่อมต้องให้คนในบ้านได้ใช้ก่อน ดังนั้นเขาจึงได้ไปพูดคุยกับอธิการบดีหยาง แล้วนำห้องผ่าตัดจำลองมาไว้ที่มหาวิทยาลัย แม้จะบอกว่าเป็นห้องปฏิบัติการทักษะปฏิบัติ แต่จริงๆ แล้วทั้งอาคารนี้คือห้องผ่าตัดจำลอง
เดิมทีทางมหาวิทยาลัยเตรียมจะทำอาคารนี้เป็นห้องปฏิบัติการอื่นสำหรับศาสตราจารย์ท่านต่างๆ
แต่เมื่อได้ยินข้อเสนอของอู่เสี่ยวฟู่ ก็ไม่ต้องคิดอะไรอีกแล้ว ต้องทำทันทีสิ! การแข่งขันใหญ่ด้านการผ่าตัดระดับโลกครั้งใหม่กำลังจะมาถึงแล้ว ถึงตอนนั้น อาจจะมาจัดที่มหาวิทยาลัยของพวกเขาก็ได้ ตอนนั้น เกรงว่ามหาวิทยาลัยการแพทย์ตงไห่จะไม่ใช่แค่มีหน้ามีตาแล้ว แต่นี่มันคือการก้าวไปแย่งชิงตำแหน่งโรงเรียนแพทย์ชั้นนำของโลกเลยทีเดียว
เมื่อเข้าไปในห้องผ่าตัดจำลองยังคงได้กลิ่นอุปกรณ์บางอย่างหรือกลิ่นของสารเคมีบางชนิดที่ยังไม่ทันได้ระเหยออกไปหมด
แม้ว่าฟอร์มาลดีไฮด์จะไม่มีสีไม่มีกลิ่น แต่นักศึกษาก็รู้ดีว่า พวกเขาได้กลายเป็นเครื่องดูดซับฟอร์มาลดีไฮด์เคลื่อนที่รุ่นแรกของห้องผ่าตัดจำลองอย่างมีเกียรติอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้พวกเขาเต็มใจ ก่อนจะมาพวกเขาก็คิดแล้วว่าอู่เสี่ยวฟู่จะเตรียมเซอร์ไพรส์อะไรให้ เพราะอู่เสี่ยวฟู่ทำตัวลึกลับมาก คาบเรียนที่แล้วก็ประกาศไว้ แต่ไม่ยอมบอกว่าคาบเรียนหน้าจะมีเซอร์ไพรส์อะไร ทำให้พวกเขาตั้งตารอ ตอนนี้เมื่อมองดูห้องผ่าตัดตรงหน้า ใจที่เต้นระทึก ก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นไปอีก
เรียนหมอ ใครๆ ก็อยากจะลองจับมีดผ่าตัดด้วยตัวเอง ตอนนี้พวกเขามีโอกาสแล้วจริงๆ เหรอ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องผ่าตัดจำลอง พวกเขาไม่ต้องกังวลมากนัก เพราะแม้แต่ผู้ป่วยก็เป็นหุ่นจำลอง แต่ความรู้สึกในการผ่าตัดนั้นสมจริงแน่นอน พวกเขาเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยการแพทย์ตงไห่ มีความรู้กว้างขวางและรู้ถึงความยอดเยี่ยมของห้องผ่าตัดจำลองเป็นอย่างดี ในช่วงเวลาของการแข่งขันใหญ่ด้านการผ่าตัดระดับโลกนี้ หัวข้อนี้ก็ยิ่งร้อนแรงขึ้นไปอีก
แต่พวกเขาก็ไม่คาดคิดว่าตัวเองจะมีโอกาสแบบนี้
เพราะพวกเขาได้ยินมาว่า แม้แต่ห้องผ่าตัดจำลองของโรงพยาบาลในเครือแห่งที่หนึ่งก็ยังมีโอกาสใช้งานจำกัด แล้วจะถึงตาพวกเขาไปเปิดหูเปิดตาได้อย่างไร
“การผ่าตัดยากไหม ผมว่าไม่ยาก ตราบใดที่คุณเข้าใจหลักการพื้นฐานแล้ว คุณก็จะทำได้ ส่วนความสามารถในการลงมือปฏิบัติ ใครๆ ก็สะสมมาทีละน้อย
นี่คือห้องผ่าตัดจำลองที่ผมเป็นผู้ดูแลการวิจัยและพัฒนาขึ้นมาเอง ติดตั้งเครื่องมือครบชุดที่สุด ไม่ว่าจะเป็นหุ่นจำลองผู้ป่วยผ่าตัด หุ่นยนต์ผ่าตัด ระบบตัดสินผลการผ่าตัด และอื่นๆ อีกมากมาย คาบเรียนนี้ เราจะเรียนกันที่นี่
แน่นอนว่า อุปกรณ์เหล่านี้ยังไม่ได้ผ่านการทดสอบเลย เพราะพวกคุณก็ได้กลิ่นแล้ว กลิ่นของใหม่ยังไม่จางเลย ดังนั้น พวกคุณคือผู้ทดสอบอุปกรณ์ชุดนี้ ตื่นเต้นไหม”
“ฮ่าๆ ตื่นเต้นครับ”
ต้องตื่นเต้นสิ จะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร แม้ว่าพวกเขาจะเป็นคนกลุ่มแรกที่สูดฟอร์มาลดีไฮด์เข้าไป แต่ห้องผ่าตัดจำลองใหม่เอี่ยมนี้ พวกเขาก็ได้ประเดิมใช้เป็นกลุ่มแรกเหมือนกัน
“อธิการบดีใจกว้างมาก ยกอาคารนี้ให้เราทั้งหลัง มีห้องผ่าตัดจำลองทั้งหมดแปดสิบห้อง เพียงพอสำหรับพวกเราแน่นอน ต่อไป ผมจะให้พวกคุณทุกคนมีโอกาสได้ลงมือผ่าตัดเอง เราจะไม่เริ่มจากสิ่งที่ยาก มาเริ่มจากการตัดถุงน้ำดีกันก่อน อย่าบอกนะว่าพวกคุณทำไม่เป็น
ผ่าแล้วเย็บเป็นใช่ไหม ตำแหน่งของถุงน้ำดีก็เคยดูจากในตำรากันมาแล้วใช่ไหม ก็แค่เปิดช่องท้อง เอาถุงน้ำดีออกมา แล้วปิดช่องท้อง ยากไหม
แน่นอนว่าไม่ยาก เอาล่ะ ตอนนี้เริ่มได้ กลุ่ม A, B, C มาเริ่มลงมือได้เลย”
ในที่สุดนักศึกษาก็รู้แล้วว่าทำไมอู่เสี่ยวฟู่ถึงแบ่งพวกเขาออกเป็นสามกลุ่ม ที่แท้ก็เพื่อการนี้นี่เอง กลุ่ม A แปดสิบคนลงมือผ่าตัด ส่วนกลุ่ม B และ C เป็นผู้ช่วย จากนั้นเมื่อกลุ่ม A ทำเสร็จ พวกเขาก็จะได้ลงมือต่อ แต่พวกเขาก็พบว่าการแบ่งกลุ่มของอู่เสี่ยวฟู่ก็มีเหตุผล
กลุ่ม A ดูเหมือนจะเป็นนักศึกษาที่ผลการเรียนดีและมีความสามารถในการลงมือปฏิบัติที่ดีกว่า พวกเขาได้ลงมือก่อน โอกาสสำเร็จก็ย่อมมากกว่า และคนอื่นๆ แม้จะอ่อนกว่าเล็กน้อย แต่หลังจากที่ได้ดูเป็นตัวอย่างสักครั้งสองครั้ง ก็น่าจะสามารถชดเชยข้อบกพร่องนี้ได้
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ป่วยจำลอง แม้พวกเขาจะประหม่า แต่ก็ตื่นเต้นมากกว่า
อธิการบดีหยางยืนอยู่ข้างๆ อู่เสี่ยวฟู่ ในขณะนี้ก็หน้าแดงก่ำ “รองผู้อำนวยการอู่ ช่างเป็นการลงทุนที่ยิ่งใหญ่จริงๆ ห้องผ่าตัดจำลองแปดสิบห้อง ท่านพูดคำเดียวก็จัดหามาได้แล้ว ผมต้องขอขอบคุณท่านแทนคณาจารย์และนักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัยเลยครับ ในอนาคตเกรงว่านักศึกษาปริญญาตรีที่จบจากที่นี่ จะกลายเป็นบัณฑิตที่เป็นที่ต้องการตัวอย่างมาก”
อธิการบดีหยางย่อมรู้ดีว่าห้องผ่าตัดจำลองแปดสิบห้องมีมูลค่าสูงเพียงใด มีเพียงคนอย่างอู่เสี่ยวฟู่ที่เต็มใจจะเปลี่ยนเงินให้เป็นอนาคตของประเทศชาติเท่านั้น ถึงจะสามารถลงทุนได้มหาศาลขนาดนี้ ส่วนประโยชน์นั้น อธิการบดีหยางไม่ต้องคิดก็สามารถไล่เรียงได้ นักศึกษาปริญญาตรีของที่ไหนจะสามารถลงมือผ่าตัดได้บ้าง นักศึกษาปีห้าที่ไปฝึกงานก็ได้แค่จับตะขอเกี่ยวแผล
แต่เมื่อมีห้องผ่าตัดจำลองแปดสิบห้องอยู่ที่นี่ ในอนาคตนักศึกษาของพวกเขา เกรงว่าจะไม่ต้องรอถึงปริญญาโท หรือจบปริญญาโทแล้วเข้าทำงานถึงจะทำการผ่าตัดได้ แค่ระดับปริญญาตรีก็สามารถเชี่ยวชาญการผ่าตัดระดับหนึ่งและสองได้แล้ว อย่างเช่นการผ่าตัดถุงน้ำดีหรือไส้ติ่ง ซึ่งจริงๆ แล้วก็เป็นงานที่ต้องอาศัยความชำนาญ
ในห้องผ่าตัดจำลองฝึกฝนไปหลายสิบครั้ง ต่อให้เป็นนักศึกษาที่ไม่มีพรสวรรค์ก็จะทำได้
พูดอีกอย่างก็คือ ในอนาคตนักศึกษาปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยการแพทย์ตงไห่ที่จบออกไป ทุกคนก็จะสามารถเป็นกำลังสำคัญในโรงพยาบาลระดับต่างๆ ได้
นี่มันเป็นวิสัยทัศน์ที่น่าทึ่งอะไรอย่างนี้!
ไม่ต้องพูดถึงการเป็นโรงเรียนแพทย์ชั้นนำของประเทศแล้ว แม้แต่ตำแหน่งอันดับหนึ่งของโลกเขาก็กล้าที่จะช่วงชิงมา อธิการบดีหยางนึกขึ้นมาได้ทันทีว่า การที่เขาทาบทามอู่เสี่ยวฟู่มาเป็นรองผู้อำนวยการคณะแพทยศาสตร์คลินิกที่หนึ่ง คือผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในตำแหน่งอธิการบดีของเขาแล้ว
อืม หรือว่าจะให้อู่เสี่ยวฟู่เป็นผู้อำนวยการดีนะ
แค่เป็นรองผู้อำนวยการก็สามารถนำสิ่งดีๆ มาให้ได้มากมายขนาดนี้ สร้างคุณประโยชน์ได้มหาศาลขนาดนี้ แล้วถ้าเป็นผู้อำนวยการล่ะ
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้อู่เสี่ยวฟู่ก็คือป้ายทองคำของวงการแพทย์จีน ไม่ต้องพูดถึงตำแหน่งผู้อำนวยการเลย ต่อให้เสนอชื่อให้อู่เสี่ยวฟู่เป็นรองอธิการบดี เกรงว่าเบื้องบนก็คงจะไม่มีข้อโต้แย้งอะไรมากนัก