- หน้าแรก
- สู้เขานะคุณหมออู่ ยอดคุณหมออัจฉริยะกับภารกิจปั้นหมอเทวดา
- บทที่ 80 วันจันทร์
บทที่ 80 วันจันทร์
บทที่ 80 วันจันทร์
บทที่ 80 วันจันทร์
อู่เสี่ยวฟู่พบว่าการไล่ตอบข้อความก็ทำให้ง่วงได้เหมือนกัน บางทีอาจเป็นเพราะคนเหล่านั้นไม่ได้ตอบกลับมาเลยสักคน
กริ๊ง!
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น อู่เสี่ยวฟู่ถึงกับสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ
นาฬิกาปลุกตอนเจ็ดโมงดังขึ้น อู่เสี่ยวฟู่ขยี้ตา ขี้ตาเกาะจนเหนียวเหนอะหนะ พอดูเวลาก็พบว่ายังนอนไม่ถึงชั่วโมงเลย เฮ้อ... เป็นช่วงเวลาที่ง่วงที่สุดเลยก็ว่าได้
เขาเช็ดหน้าเช็ดตาแล้วเดินออกมาข้างนอก ก็เจอกับลู่เสี่ยวเยว่พอดี
“อ้าว ตื่นแล้วเหรอ พอดีเลย มากินข้าวสิ”
แผนกฉุกเฉินในวันจันทร์เรียกได้ว่าวุ่นวายที่สุด เพราะผู้คนส่วนใหญ่ทำงานเหนื่อยล้ามาตลอดห้าวัน พอถึงสุดสัปดาห์ก็ต้องปลดปล่อยกันเต็มที่ เมื่อปลดปล่อยอย่างสุดเหวี่ยง ร่างกายก็มักจะเกิดปัญหากันบ้าง แต่ก็เสียดายเวลาช่วงสุดสัปดาห์ที่จะต้องมาโรงพยาบาล พอถึงวันจันทร์จึงมักจะลาป่วยแล้วถือโอกาสมาหาหมอไปพร้อมกัน แต่เนื่องจากมีเวลาจำกัด พวกเขาจึงเลือกมาที่แผนกฉุกเฉิน
หากสังเกตดีๆ ก็จะพบว่าที่แผนกผู้ป่วยนอกมีคนต่อคิวยาวเหยียดแล้ว
ในที่ประชุมตอนเช้า
“มา ทุกคนดูนี่”
บนจอโปรเจกเตอร์ มีภาพถ่ายใบหนึ่งปรากฏขึ้นตามการจัดการของหลินเส้าหยวน
“แผ่นหลังที่น่าประทับใจ!”
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะอ่านชื่อหัวข้อออกมา ใช่แล้ว หัวข้อของภาพถ่ายใบนี้ก็คือแผ่นหลังที่น่าประทับใจ เมื่อมองดูท่าทางของบุคคลในภาพที่กำลังมุ่งหน้าเข้าไปในกองไฟ ทุกคนต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยโดยไม่รู้ตัว
“แผ่นหลังนี่ดูคุ้นๆ นะ”
อู่เสี่ยวฟู่มองดูรูปภาพ เขานั่งอยู่ไกล แม้จอโปรเจกเตอร์จะไม่เล็ก แต่เขาก็ยังมองเห็นได้ไม่ค่อยชัดนัก ทว่าแผ่นหลังนี้... ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกคุ้นตา
“จะไม่คุ้นได้ยังไง ก็นายไงล่ะ”
ชวีอิ่งเขย่าแขนของอู่เสี่ยวฟู่แล้วพูดขึ้น บนหน้าจอนั้นก็คือแผ่นหลังของอู่เสี่ยวฟู่ ตอนที่เขาวิ่งเข้าไปในร้านบาร์บีคิวตามเสียงเรียกของหัวหน้าเมื่อวานนี้นั่นเอง
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนถ่าย ถึงขนาดที่หลินเส้าหยวนยังรู้เรื่องเลย
“นี่เป็นข่าวที่ตงไห่ทีวีเพิ่งลงเมื่อเช้านี้ เกี่ยวกับเหตุการณ์ระเบิดที่ร้านบาร์บีคิวเมื่อคืน พวกคุณคงทราบกันแล้วใช่ไหม เมื่อวานมีผู้บาดเจ็บถูกส่งมาที่แผนกฉุกเฉินของเรารวมทั้งหมดสิบสามคน ซึ่งถือเป็นอุบัติเหตุร้ายแรง ทางโรงพยาบาลจึงมีคำสั่งลงมา ให้เราจัดประชุมเพื่อถอดบทเรียนและอภิปรายเกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้ พอดีตอนที่ผมเข้ามาในโรงพยาบาลได้ลองเปิดดูข่าว แล้วก็เจอเข้ากับบทความนี้ เห็นว่าน่าสนใจดี เลยถือโอกาสนี้เรียนรู้ไปพร้อมกันเลย”
กลิ่นอายที่คุ้นเคยโชยมาอีกแล้ว... ทุกคนต่างก็เห็นจนชินตา เพราะทุกครั้งที่เกิดเรื่องทำนองนี้ ก็ต้องมีการประชุมถอดบทเรียนกันอยู่ร่ำไป
นี่เป็นเพียงการประชุมภายในแผนก เกรงว่าอีกไม่กี่วันทางโรงพยาบาลก็คงจะมีการประชุมใหญ่อีกรอบ นี่กลายเป็นธรรมเนียมไปแล้ว แต่ครั้งนี้ดูน่าสนใจดีแฮะ... รูปถ่ายใบนี้นี่ ทำไมดูคุ้นๆ จัง
“หัวหน้าครับ แผ่นหลังนี่ดูคุ้นๆ นะครับ”
“คุ้นก็ถูกแล้ว นายลองมองดูดีๆ อีกทีสิ”
หลินเส้าหยวนพูดกับต้วนหาว ในตอนนี้ต้วนหาวก็เริ่มมองออกแล้ว “นี่มันอู่เสี่ยวฟู่ไม่ใช่หรือ”
ในตอนนี้เองทุกคนก็นึกขึ้นได้ ดูเหมือนว่าเมื่อวานอู่เสี่ยวฟู่จะวิ่งเข้าไปในกองไฟอย่างบ้าบิ่น นี่คงจะเป็นจังหวะที่ถูกถ่ายรูปเอาไว้สินะ
ทุกคนหันไปมองอู่เสี่ยวฟู่ด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า
แต่อู่เสี่ยวฟู่กลับรีบยกมือขึ้นปิดหน้าทันที การเป็นจุดสนใจแบบนี้ไม่ใช่เรื่องดีเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อู่เสี่ยวฟู่รู้สึกว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหว ใครมันช่างหวังดีประสงค์ร้ายเอารูปเขาไปลงข่าวกันนะ นี่มันหาเรื่องเดือดร้อนมาให้เขาชัดๆ เขาเพิ่งจะไปออกรายการมา นี่ก็มาลงข่าวอีก เขาเพิ่งจะมาอยู่ตงไห่ได้แค่อาทิตย์เดียว อัตราการออกสื่อของเขาสูงเกินไปแล้ว
เขาเป็นแค่นักศึกษาแพทย์ฝึกหัดตัวเล็กๆ คนหนึ่ง การทำตัวโดดเด่นแบบนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องดีอะไรเลย
ไม่ต้องพูดถึงคนอื่น แค่ในแผนกฉุกเฉินนี้เอง เกรงว่าคงจะมีคนมองอู่เสี่ยวฟู่ไม่พอใจแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนอื่นๆ เลย
อย่าให้เขารู้แล้วกันว่าเป็นใคร ถ้าเขารู้ว่าเป็นใครล่ะก็ จะสาปให้กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้วไม่มีซองเครื่องปรุงเลยคอยดู
จากนั้นการประชุมก็ดำเนินต่อไปโดยมีเรื่องของเขาเป็นประเด็นหลัก หลินเส้าหยวนคอยเอ่ยถึงเขาเป็นระยะๆ ทำให้อู่เสี่ยวฟู่อยากให้มีคนไข้ฉุกเฉินเข้ามาตอนนี้เลย เขาจะได้มีข้ออ้างปลีกตัวออกไปเสียที ที่แย่ไปกว่านั้นคือ ยัยชวีอิ่งที่ดีใจยิ่งกว่าตัวเองได้รับคำชมเสียอีก เอาแต่กระทุ้งเขาไม่หยุด
สิ่งที่อู่เสี่ยวฟู่ไม่รู้ก็คือ ครั้งนี้เขาโดดเด่นขึ้นมาจริงๆ
ในอีกด้านหนึ่ง ที่สถานีโทรทัศน์ตงไห่ทีวี ในตอนนี้เหล่าแขกรับเชิญก็ได้มารวมตัวกัน เพื่อเริ่มการบันทึกเทปรายการ ‘เส้นทางสู่ฝันวันเป็นหมอ’ ตอนแรก และประโยคแรกที่เจียงรั่วหนานเปิดประเด็นก็คือเรื่องแผ่นหลังที่น่าประทับใจของอู่เสี่ยวฟู่นั่นเอง นี่เป็นข่าวหน้าหนึ่งของตงไห่ทีวีในวันนี้ แถมเกอเหยายังเป็นศิษย์น้องของเธอเองอีกด้วย งานนี้ต้องสนับสนุนกันเต็มที่อยู่แล้ว
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือทิศทางของกระแสข่าว
เหตุการณ์ระเบิดที่ร้านบาร์บีคิวเมื่อวานนี้ส่งผลกระทบไม่น้อย ไม่เพียงแต่โรงพยาบาลที่ต้องจัดประชุมถอดบทเรียน แต่หน่วยงานอื่นๆ ก็หนีไม่พ้นชะตากรรมเดียวกัน โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต แม้แต่คนที่อาการหนักที่สุดก็ได้รับการช่วยชีวิตไว้ได้ และเหตุการณ์ระเบิดที่ร้านบาร์บีคิว หลังจากกระแสข่าวเริ่มก่อตัวขึ้นในช่วงข้ามคืน ก็ได้แพร่สะพัดไปทั่ว บนโลกออนไลน์ยิ่งมีคนพูดถึงกันไปต่างๆ นานา
แต่ผู้ใหญ่เบื้องบนกลับไม่ต้องการให้สาธารณชนให้ความสนใจกับเรื่องนี้มากเกินไป ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น ก็ต้องมีคนถูกลงโทษ หากจัดการได้อย่างเหมาะสม ก็อาจจะพอแก้ไขสถานการณ์ได้บ้าง กรณีของอู่เสี่ยวฟู่จึงเป็นตัวอย่างที่ดีมาก อาศัยกระแสความร้อนแรงของรายการ ‘เส้นทางสู่ฝันวันเป็นหมอ’ ยิ่งสามารถทำให้แผ่นหลังที่น่าประทับใจนี้ เบี่ยงเบนจุดสนใจที่อยู่เบื้องหลังร้านบาร์บีคิวไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เจียงรั่วหนานอดชื่นชมในความโชคดีของเกอเหยาไม่ได้ ช่างมาได้ถูกจังหวะอะไรเช่นนี้ ครั้งนี้การบรรจุเป็นพนักงานประจำคงไม่หนีไปไหนแล้ว อนาคตของเธอคงจะสดใสไร้ขีดจำกัด
ดวงดีจริงๆ ถ้าไม่ใช่จังหวะนี้ล่ะก็ ใครจะไปสนใจเรื่องแผ่นหลังอะไรนั่น ต่อให้เป็นแผ่นหลังของนายกเทศมนตรีก็ไม่เห็นจะมีใครอยากดูสักเท่าไหร่
คลิปวิดีโอทีละคลิปถูกนำมาฉายต่อหน้าแขกรับเชิญทุกคน ทำให้พวกเขาต่างก็อ้าปากค้างไปตามๆ กัน ดูเหมือนว่าจะมีม้ามืดตัวหนึ่ง กำลังจะควบตะบึงไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งแล้วจริงๆ
บวกกับกระแสความร้อนแรงในครั้งนี้ หรือว่าเขาจะได้อยู่ต่อจริงๆ กันแน่
“เสี่ยวฟู่ ตอนเช้าไปพักผ่อน ตอนบ่ายออกตรวจผู้ป่วยนอก”
อันที่จริง การประเมินผลเมื่อวันอาทิตย์ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นี่เป็นการฉีดยาป้องกันไว้ล่วงหน้า สัปดาห์นี้การฝึกงานหลักของพวกเขาน่าจะอยู่ที่แผนกผู้ป่วยนอก
“พี่ฟู่ นายนี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ”
อะไรวะ!
หลังจากกลับมา อู่เสี่ยวฟู่นอนหลับไปตลอดทั้งเช้า จากนั้นก็ถูกอวี๋เสี่ยวเจ๋อและเจี่ยอวี่ที่กลับมาตอนเที่ยงปลุกให้ตื่นขึ้นมา ท่ามกลางความมึนงง ก็โดนอวี๋เสี่ยวเจ๋อและเจี่ยอวี่พูดประโยคนี้ใส่ ก็ยิ่งงงเป็นไก่ตาแตกเข้าไปใหญ่
เขาขยี้ตา
“พวกนายสองคน รีบอธิบายมาให้มันสมเหตุสมผลหน่อย ไม่อย่างนั้นฉันจะคิดว่าตัวเองยังฝันอยู่”
พูดพลางก็ชูกำปั้นใส่ทั้งสองคน
ทั้งสองคนไม่กล้าชักช้า การซ้อมคนในฝันมันไม่ผิดกฎหมายนี่นา “พี่ฟู่ ผลคะแนนการประเมินรอบแรกออกมาแล้ว”
ผลคะแนนออกมาแล้ว!
อู่เสี่ยวฟู่ตื่นเต็มตาทันที ถึงแม้เขาจะพอใจกับการแสดงออกของตัวเองมาก แต่พอได้ยินว่าจะมีการประกาศผลคะแนน ก็ยังรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง ท้ายที่สุดแล้วมันก็เกี่ยวข้องกับว่าเขาจะได้อยู่ต่อหรือไม่ ซึ่งก็คืออนาคตของเขาทั้งหมด เขาอดที่จะประหม่าไม่ได้จริงๆ
“เป็นยังไงบ้าง”
“ส่งเข้าอีเมลของพวกเราแล้ว นายลองดูสิ”
อีเมล!
อู่เสี่ยวฟู่รีบปีนลงจากเตียงแล้วเปิดโทรศัพท์ที่กำลังชาร์จอยู่ ในกล่องจดหมายอีเมล มีอีเมลฉบับหนึ่งเด้งขึ้นมาจริงๆ
เล่นตลกเหมือนกันแฮะ ดันประกาศย้อนหลังจากล่างขึ้นบน อันดับที่แปด หวังจวิ้นเซิง
อืม!
เป็นคนแรกที่เข้ารับการประเมิน แต่กลับได้ที่โหล่จริงๆ สินะ เมื่อคิดถึงผลงานการประเมินของหวังจวิ้นเซิงทั้งในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ในวันเสาร์ หวังจวิ้นเซิงก็ค่อนข้างประหม่าอยู่แล้ว กว่าจะทำสไลด์นำเสนอเสร็จก็ในวินาทีสุดท้าย ผลปรากฏว่าเนื้อหาที่เตรียมมาเยอะเกินไป ไม่สามารถพูดจบภายในเวลาที่กำหนดได้ เนื้อหาขาดหายไปส่วนใหญ่ ส่งผลกระทบต่อคะแนนโดยตรง
พอมาถึงวันอาทิตย์ ก็โชคร้ายจับสลากได้ลำดับที่หนึ่งอีก กลายเป็นหนูทดลองของพวกเขาทั้งแปดคนไปโดยปริยาย คะแนนแบบนี้ หวังจวิ้นเซิงเองก็คงจะเตรียมใจไว้แล้วสินะ
เขารีบเลื่อนผ่านชื่อที่คุ้นเคยเหล่านั้นไปอย่างรวดเร็ว เพื่อมองหาชื่อของตัวเอง
เจ็ด หก ห้า…