- หน้าแรก
- สู้เขานะคุณหมออู่ ยอดคุณหมออัจฉริยะกับภารกิจปั้นหมอเทวดา
- บทที่ 47 วันศุกร์
บทที่ 47 วันศุกร์
บทที่ 47 วันศุกร์
บทที่ 47 วันศุกร์
อู่เสี่ยวฟู่รู้สึกว่าแขนของตัวเองถูกจับไว้ทั้งซ้ายและขวา ทันใดนั้นใบหน้าก็พลันบูดเบี้ยว จบสิ้นกัน ชื่อเสียงที่สั่งสมมาทั้งชีวิตพังพินาศหมดสิ้น ต่อไปอวี๋เสี่ยวเจ๋อคงจะได้คุยโวโอ้อวดว่าอู่เสี่ยวฟู่เคยมายืนเฝ้าหน้าห้องให้เขาแน่ๆ
“ผมไม่เห็นอะไรจริงๆ นะ ไม่จำเป็นต้องฆ่าปิดปากหรอก”
หลัวเฟยแทบจะร้องไห้ “พี่คะ พี่ชาย! หันกลับมามองฉันหน่อยได้ไหมคะ พี่เข้าใจผิดไปแล้วจริงๆนะ ฉันไม่รู้ว่าพี่อยู่ด้วย”
ในตอนนี้เมื่อหลัวเฟยเห็นท่าทางของอู่เสี่ยวฟู่ ก็รู้ได้ทันทีว่าถูกเขาเข้าใจผิดไปแล้ว แล้วแบบนี้เธอจะกล้าปล่อยให้อู่เสี่ยวฟู่ไปได้อย่างไร ถ้าวันนี้เขาไปแล้ว เธอก็คงต้องไปกระโดดน้ำตายที่ทะเลตงไห่แล้วล่ะ
“ผมดูได้ไหม”
“พี่คะ อย่าล้อเล่นสิคะ”
เฮ้อ คำขอที่สมเหตุสมผลขนาดนี้ อู่เสี่ยวฟู่ก็ทำได้เพียงฝืนใจหันกลับไปมอง แล้วเขาก็ได้พบว่า อวี๋เสี่ยวเจ๋อกับหลัวเฟยกำลังยืนอยู่ข้างหลังเขาในสภาพที่เรียบร้อยดีทุกอย่าง
“เอ๊ะ! หลัวเฟย เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
หลัวเฟยยิ่งจนปัญญา “พี่คะ อวี๋เสี่ยวเจ๋อบอกว่ากล้องส่องทางไกลของเขาล้ำสมัยมาก ก็เลยชวนฉันมาดู พี่คิดมากไปจริงๆ นะคะ”
อู่เสี่ยวฟู่เหลือบมองเข้าไปในห้องของอวี๋เสี่ยวเจ๋อ ก็เห็นกล้องส่องทางไกลวางอยู่ในห้องจริงๆ อืม ใหญ่จริงๆ!
“กล้องส่องทางไกลนี่ไม่เลวเลยนะ ว่าแต่ พวกนายกินข้าวกันรึยัง นี่ก็ห้าโมงกว่าแล้ว ไปกินข้าวกันเถอะ ฉันเลี้ยงเอง”
อวี๋เสี่ยวเจ๋อรีบแสดงท่าทีอย่างกระตือรือร้น “กินสิ ไปกินกันตอนนี้เลย ผมก็หิวพอดี พี่ฟู่เลี้ยงทั้งที ผมขอเป็นคนจ่ายเงินเอง”
วันศุกร์
นี่เป็นวันที่ห้าของการฝึกงานของอู่เสี่ยวฟู่แล้ว แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ความก้าวหน้าของทั้งแปดคนกลับรวดเร็วมาก ปัจจุบันโดยพื้นฐานแล้วทั้งแปดคนสามารถทำงานด้านการเขียนเวชระเบียน รับผู้ป่วย และจัดการเรื่องจำหน่ายผู้ป่วยได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว ในอีกสองวันข้างหน้า โรงพยาบาลจะทำการประเมินผลระยะแรกแก่พวกเขา หากผ่านการประเมินก็จะเข้าสู่ระยะต่อไป แต่ถ้าไม่ผ่านก็จะต้องกลับไปฝึกซ้ำ
ถึงแม้ว่าตอนนี้ทั้งแปดคนจะยังคงทำตัวเป็นปกติ แต่ในใจของแต่ละคนกลับกำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด และต่างก็เตรียมพร้อมรับมือกับการประเมินในอีกสองวันข้างหน้าอย่างเต็มที่
วันนี้หลิวเหวินอินได้วันหยุดแต่ยังต้องสแตนด์บายรอเรียกตัว จะเข้ามาก็ต่อเมื่อมีโทรศัพท์เรียก
แต่อู่เสี่ยวฟู่ไม่ได้รับการปฏิบัติเช่นนั้น ไม่ว่าจะมีโทรศัพท์เรียกหรือไม่ เขาก็ต้องมา หลังจากประชุมเช้าเสร็จ อู่เสี่ยวฟู่ก็กลายเป็นกำลังเสริมที่พร้อมให้เรียกใช้ทั่วทั้งแผนก
วันนี้หัวหน้าจางเข้าเวรเช้าที่แผนกผู้ป่วยนอก
ทีมศัลยกรรมฉุกเฉินประกอบด้วย แพทย์เชี่ยวชาญหนึ่งคนคือ ต้วนหาว ซึ่งดำรงตำแหน่งรักษาการรองหัวหน้าแผนกฉุกเฉินและหัวหน้าทีมศัลยกรรม
ถัดมาคือรองแพทย์เชี่ยวชาญหนึ่งคน จางเสวียเหวิน แพทย์เจ้าของไข้สามคน ได้แก่ หลี่หมิง จูหยุน และหลิวเหวินอิน แพทย์ประจำบ้านสามคน ได้แก่ หวังหู่ อู่ชิงถิง และต้วนเฟย และสุดท้ายก็คืออู่เสี่ยวฟู่
นอกจากนี้ยังมีพยาบาลอีกสิบสองคน นี่คือบุคลากรทั้งหมดของทีมศัลยกรรม
ภายในห้องตรวจ อู่ชิงถิงกำลังเริ่มตรวจผู้ป่วยภายใต้การแนะนำของหัวหน้าจาง นี่คือเส้นทางการเติบโตของแพทย์ประจำบ้าน ในอนาคตอู่ชิงถิงก็จะต้องตรวจผู้ป่วยด้วยตัวเองในที่สุด
ในแผนกฉุกเฉิน นอกจากคนที่มีตำแหน่งบริหารแล้ว แทบจะไม่ได้เห็นแพทย์ที่อายุเกินห้าสิบปีเลย อย่าว่าแต่ห้าสิบเลย แค่พอแตะสี่สิบ แพทย์ฉุกเฉินเหล่านี้ก็เริ่มหาลู่ทางของตัวเองแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการย้ายไปแผนกอื่นเมื่อมีตำแหน่งว่าง หรือไม่ก็ลาออกจากโรงพยาบาลปัจจุบัน ไปทำงานโรงพยาบาลเอกชน หรือแม้กระทั่งเปิดคลินิกเอง
แพทย์แผนกฉุกเฉินจำนวนมากมักจะเปิดคลินิกเล็กๆ หรือแม้กระทั่งโรงพยาบาลของตัวเองนอกเวลางาน โดยเน้นไปที่ศัลยกรรมตกแต่งความงาม ซึ่งทำกำไรมหาศาล
แพทย์ที่มาจากแผนกศัลยกรรมฉุกเฉิน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ฝีมือการทำหัตถการนั้นยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน แผนกฉุกเฉินมันบั่นทอนร่างกายมากเกินไป อายุยี่สิบกว่ายังทนไหว สามสิบกว่าก็ยังทนได้ สี่สิบกว่าก็ยังพอฝืนไปได้ แต่พอถึงห้าสิบกว่า ก็ไม่ไหวจริงๆ แล้ว มันอาจจะถึงตายได้ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นแพทย์หรือพยาบาล จึงแทบจะไม่ได้เห็นคนอายุเกินห้าสิบปียังคงทำงานหนักในแผนกฉุกเฉิน
จางเสวียเหวินอายุสามสิบเก้าแล้ว จริงๆ แล้วเขาสอบได้ตำแหน่งแพทย์เชี่ยวชาญแล้ว เพียงแต่โรงพยาบาลยังไม่ได้บรรจุตำแหน่งให้เท่านั้น
แม้จะสามารถทำงานในฐานะแพทย์เชี่ยวชาญได้ แต่ก็ยังคงได้รับเงินเดือนในตำแหน่งรองแพทย์เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นเรื่องปกติในโรงพยาบาล ไม่ใช่ว่าไม่บรรจุตำแหน่งให้ เพียงแต่ต้องรอเวลาไปก่อน โควตาที่เปิดในแต่ละปีมีจำกัด จึงต้องรอคิวกันไป
“อาจารย์ครับ รุ่นพี่ครับ ผมไปช่วยที่ห้องทำแผลนะครับ ถ้ามีคนไข้ พวกคุณก็ส่งพวกเขามาหาผมได้เลย”
เมื่อได้ยินคำพูดของอู่เสี่ยวฟู่ ทั้งจางเสวียเหวินและอู่ชิงถิงต่างก็ดีใจ ดูท่าว่าวันนี้จะเป็นวันที่ค่อนข้างสบายเสียแล้ว หลังจากทำความรู้จักกันมาสี่วัน ไม่ว่าจะเป็นจางเสวียเหวินหรืออู่ชิงถิงต่างก็มั่นใจในความสามารถของอู่เสี่ยวฟู่เป็นอย่างมาก
“พอดีเลย คนไข้ที่หกล้มบาดเจ็บคนนี้ นายช่วยจัดการให้หน่อยแล้วกัน”
จางเสวียเหวินชี้ผู้ป่วยคนหนึ่งให้อู่เสี่ยวฟู่ ช่างบังเอิญจริงๆ ที่วันนี้คนที่เข้าเวรห้องทำแผลคือลู่เสี่ยวเยว่พอดี
ก็คือพี่ลู่คนที่ถูกอู่เสี่ยวฟู่เกณฑ์มาช่วยงานในห้องทำแผลวันแรกนั่นเอง
“พี่ลู่ครับ เรานี่ช่างมีวาสนาต่อกันพันลี้มาพบพานจริงๆ นะครับ”
“อย่ามาปากหวานหน่อยเลย วันไหนบ้างที่ไม่ได้เจอกันตั้งสองครั้ง”
อู่เสี่ยวฟู่หัวเราะขึ้นมา ผู้ป่วยที่หกล้มเป็นเด็กนักเรียนชาย ยังคงสวมชุดนักเรียนอยู่ น่าจะอยู่ชั้นมัธยมต้นแล้ว
บาดแผลอยู่ที่น่อง ดูเหมือนจะถูกอะไรบางอย่างบาด เป็นแผลยาวประมาณห้าเซนติเมตรจากบนลงล่าง โชคดีที่เป็นแค่ผิวหนังชั้นนอก ถึงแม้จะเห็นเนื้อแดงๆ บ้าง แต่ก็ยังไม่เห็นกระดูก ยังไม่ถึงขั้นต้องเข้าห้องผ่าตัด
คนที่มากับเขาน่าจะเป็นครูผู้หญิงของเขา ดูแล้วอายุยังไม่ถึงสามสิบ ท่าทางเรียบร้อย แต่บนใบหน้ากลับมีความกังวลอยู่บ้าง บางทีอาจจะไม่ใช่แค่ครูธรรมดา อาจจะเป็นญาติกันด้วย!
“ปีนกำแพงมาเหรอ”
“หา”
“ดูจากแผลแล้ว น่าจะเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ใช่ไหม ช่วงดึกๆ แล้วทำไมเพิ่งมาตอนนี้ล่ะ”
“หา!”
“ดูจากลักษณะของแผล ผมเดาว่าน่าจะโดนหินบาด ใต้กำแพงมีหินก้อนใหญ่อยู่ก้อนหนึ่ง เดิมทีนายตั้งใจจะเหยียบมันเพื่อลงมา แต่ดันเหยียบผิดจุด หินเลยพลิก แล้วก็บาดไปตามน่องเลย”
“คุณรู้ได้ยังไง!”
เด็กนักเรียนชายที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาด้วยความกระวนกระวายใจมาตลอด ตอนนี้อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมามองอู่เสี่ยวฟู่อย่างตกตะลึง เรื่องทั้งหมดนี้เขาไม่ได้บอกหมอเลย แม้แต่ครูของตัวเองก็ยังปิดบังไว้ พวกเขาคิดว่าเขาแค่หกล้มบาดเจ็บโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ตอนนี้อู่เสี่ยวฟู่กลับเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดออกมาได้หมดเปลือก
“อะไรนะ เธอได้รับบาดเจ็บเพราะปีนกำแพงเหรอ แล้วทำไมถึงบอกครูว่าเธอหกล้มบาดเจ็บโดยไม่ได้ตั้งใจล่ะ”
ครูสาวซักไซ้เด็กนักเรียนชายทันที เด็กชายถึงได้รู้ว่าตัวเองพูดหลุดปากไปแล้ว จึงรีบแก้ตัว “ก็หกล้มบาดเจ็บจริงๆ นี่ครับ ก็ตกลงมาจากบนกำแพงไงครับ”
หืม!
ครูสาวจ้องเขาตาเขม็ง “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ตอนนี้เธอมีมาดของความเป็นครูขึ้นมาแล้ว
ลู่เสี่ยวเยว่เองก็มองอู่เสี่ยวฟู่อย่างประหลาดใจ นี่มันอะไรกัน ยอดนักสืบเข้าสิงหรือไง
เด็กนักเรียนชายอ้ำๆ อึ้งๆ ไม่กล้าพูด อู่เสี่ยวฟู่เตรียมยาชาเรียบร้อยแล้ว “มา ทนหน่อยนะ แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว ไปเล่นเกมอะไรมาล่ะ”
“หา! แข่งรถ”
เด็กนักเรียนชายสิ้นหวังอย่างที่สุด เขารู้สึกว่าอู่เสี่ยวฟู่ฉีดยาพูดความจริงให้เขา ทำไมแค่แป๊บเดียว ทุกอย่างถึงได้หลุดออกจากปากไปหมดแล้วล่ะ
ในที่สุดครูสาวก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด
“ทำตัวดีมากเลยนะ! แอบหนีออกจากโรงเรียนไปเล่นเกมกลางดึกอีกแล้วเหรอ จบกันแน่คราวนี้ ฉันจะบอกให้นะว่านายเสร็จแน่ พอแม่รู้ว่านายเกิดอุบัติเหตุ ก็มาต่อว่าฉันชุดใหญ่เลย ยังบอกอีกว่าฉันเป็นครูเสียเปล่า แม้แต่น้องชายตัวเองยังดูแลไม่ได้ ฉันจะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องแม่ให้ได้เลย คอยดูก้นลายได้เลย”