- หน้าแรก
- สู้เขานะคุณหมออู่ ยอดคุณหมออัจฉริยะกับภารกิจปั้นหมอเทวดา
- บทที่ 30 ตรวจวอร์ดครั้งใหญ่
บทที่ 30 ตรวจวอร์ดครั้งใหญ่
บทที่ 30 ตรวจวอร์ดครั้งใหญ่
บทที่ 30 ตรวจวอร์ดครั้งใหญ่
อู่เสี่ยวฟู่และชวีอิ่งที่กำลังตั้งใจฟังการส่งเวรของพยาบาลและแพทย์ เดิมทีคิดว่าเมื่อส่งเวรเสร็จสิ้น ทุกคนก็จะแยกย้ายกันไปทำงาน ใครจะคิดว่าหลินเส้าหยวนจะทำแบบนี้ขึ้นมา
มุมเล็กๆ นั้น ในชั่วพริบตาก็ถูกสายตานับสิบคู่จับจ้อง
แม้แต่อู่เสี่ยวฟู่ ในตอนนี้ก็ยังอดรู้สึกหนังหัวชาไม่ได้ ส่วนชวีอิ่งยิ่งหนักกว่า เธอถึงกับยืนตัวแข็งทื่อพลางมองไปที่อู่เสี่ยวฟู่ สายตาของเธอส่งความหมายมาอย่างชัดเจนว่า ‘นายก่อนหรือฉันก่อน’ แต่ความนัยที่แท้จริงคือ ‘ให้นายเริ่มก่อน’
อู่เสี่ยวฟู่แค่รู้สึกไม่คุ้นเคยเล็กน้อยในช่วงแรกเท่านั้น แต่ไม่นานเขาก็สงบลงได้ เพราะอย่างไรเสียเขาก็เคยผ่านเหตุการณ์ใหญ่ๆ มามากมายในความฝัน เรื่องแค่นี้ถือว่าเล็กน้อยมากสำหรับเขา
“สวัสดีครับอาจารย์ทุกท่าน ผมชื่ออู่เสี่ยวฟู่ เป็นนักศึกษาฝึกงานที่เพิ่งมาเมื่อวานครับ สูง 187 หนักหนึ่งร้อยแปดกิโล ยังไม่มีแฟน ขอฝากเนื้อฝากตัวกับอาจารย์ทุกท่านด้วยครับ”
พรืด!
เมื่อได้ฟังการแนะนำตัวของอู่เสี่ยวฟู่ พยาบาลบางคนก็เผลอหัวเราะพรืดออกมา แม้แต่พวกหลิวเหวินอินและจูหยุนก็ยังกลั้นไว้ไม่อยู่
สีหน้าของหลินเส้าหยวน ต้วนหาว และฉางป้านเมิ่งยิ่งดูพิลึกพิลั่น
พยาบาลคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างหลินเส้าหยวนและมีขีดสองเส้นบนหมวกก็เอ่ยปากขึ้นมาพลางยิ้ม “แนะนำตัวแบบนี้ คนที่ไม่รู้ก็นึกว่ามาดูตัวนะเนี่ย เธอมาเข้าแผนกเรานี่ พวกเราต้องช่วยจัดการเรื่องส่วนตัวให้ด้วยหรือเปล่า?”
“ได้เหรอครับ?”
อู่เสี่ยวฟู่ทำหน้าซื่อ ซึ่งไม่ใช่การเสแสร้งแต่อย่างใด เพราะเขาเป็นคนหน้าซื่อโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ใครก็ตามที่เจอเขาครั้งแรกต่างก็ประทับใจในความซื่อของเขา บนหน้าผากแทบจะมีคำว่า ‘น่าเชื่อถือ’ ประทับอยู่ตัวโตๆ
คำพูดนี้พอหลุดออกมา แม้แต่หัวหน้าพยาบาลเองก็ถึงกับไปต่อไม่ถูกเลยทีเดียว
หลินเส้าหยวนอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ “เสี่ยวฟู่ นี่คือหัวหน้าพยาบาลแผนกฉุกเฉินของเรา หลินอวิ๋นเสีย จะว่าไปแล้วนะ เรื่องหาแฟนเนี่ย ก็ต้องให้พี่หลินของเธอช่วยจริงๆ นั่นแหละ”
ทุกคนต่างพากันมองไปที่หลินเส้าหยวน การที่เขายังล้อเล่นได้ในสถานการณ์เช่นนี้แสดงว่าเขาค่อนข้างเอ็นดูอู่เสี่ยวฟู่ไม่น้อย พอเขาแสดงท่าทีแบบนี้ออกมา บรรยากาศก็ดูเป็นมิตรขึ้นมาบ้าง
“สวัสดีค่ะอาจารย์ทุกท่าน หนูชื่อชวีอิ่ง เป็นนักศึกษาฝึกงานที่มาเมื่อวานนี้เหมือนกันค่ะ ต่อไปนี้ขอฝากเนื้อฝากตัวกับอาจารย์ทุกท่านด้วยนะคะ”
อู่เสี่ยวฟู่หันไปมองชวีอิ่งทันที พลางนึกในใจว่าเธอช่างไม่เล่นตามน้ำเอาเสียเลย ส่วนชวีอิ่งไม่แม้แต่จะมองอู่เสี่ยวฟู่ ถ้าเธอแนะนำตัวตามแบบอู่เสี่ยวฟู่ล่ะก็ ต่อไปคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว
เบื้องหลัง
เบื้องหลังของวันนี้ มีเพียงเจ้าหน้าที่ของทีมงานรายการบางส่วนเท่านั้น แขกรับเชิญประจำได้ออกไปหมดแล้ว งานในส่วนของรายการ Medical Road Offer ภาคการสัมภาษณ์ได้สิ้นสุดลงแล้ว เมื่อวานนี้การตัดต่อวิดีโอในส่วนของโรงพยาบาลและในส่วนของกลุ่มแขกรับเชิญก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เนื่องจากภาคการสัมภาษณ์มีเวลาเพียงวันเดียว ดังนั้นกลุ่มแขกรับเชิญจึงต้องติดตามบันทึกเทปอยู่ตลอดเวลา
แต่ในสี่ระยะหลัง แต่ละช่วงใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ แขกรับเชิญเหล่านั้นไม่สามารถมาติดตามการถ่ายทำได้ทุกสัปดาห์ ดังนั้นจึงต้องรอให้ครบหนึ่งสัปดาห์ หลังจากที่ทีมงานรายการคัดเลือกวิดีโอที่ต้องการได้แล้ว แขกรับเชิญจึงจะมาที่กองถ่ายเพื่อบันทึกเทปรีแอ็กชันจากวิดีโอเหล่านั้น และสุดท้ายจึงจะออกมาเป็นผลงานฉบับสมบูรณ์
และเวลาออกอากาศของภาคการสัมภาษณ์ก็ได้กำหนดการเรียบร้อยแล้ว นั่นก็คือวันเสาร์นี้ เวลาสองทุ่ม
ในขณะที่อู่เสี่ยวฟู่กำลังแนะนำตัวเอง ทีมงานรายการสัมผัสได้ถึงแววปังในทันที จึงรีบซูมกล้องเข้าไปเก็บภาพเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ถึงแม้จะเป็นเวลาเพียงสองวันเท่านั้น แต่ทีมงานรายการก็ได้กำหนดเป้าหมายหลักไว้แล้ว พวกเขารู้ว่าการเพิ่มสัดส่วนเนื้อหาให้กับอู่เสี่ยวฟู่ จะทำให้ผู้ชมสนใจมากขึ้นอย่างแน่นอน
วันนี้หลิวเหวินอินเข้าเวรตรวจผู้ป่วยนอกตอนกลางวัน อู่เสี่ยวฟู่และชวีอิ่งก็จะติดตามหลิวเหวินอินไปตรวจผู้ป่วยนอกด้วย
แน่นอนว่า ก่อนหน้านั้น ยังมีงานตรวจวอร์ดอีกหนึ่งรอบ
ภายในห้องสังเกตอาการ หลินเส้าหยวนและรองหัวหน้าประจำอีกสองคนจะนำทีมแพทย์แผนกฉุกเฉินที่ไม่ติดเวร ทำการตรวจวอร์ดครั้งใหญ่หนึ่งรอบ ทุกวันอังคารจะเป็นเช่นนี้
บันทึกความก้าวหน้าของโรคของผู้ป่วยในห้องสังเกตอาการ โดยทั่วไปจะไม่เกินสองวัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยหนักฉุกเฉิน หลังจากช่วยชีวิตแล้วก็จะถูกย้ายไปยังแผนกที่เกี่ยวข้อง หรือไม่ก็เป็นเพราะแผนกอื่นไม่มีเตียงว่าง จึงต้องเตรียมตัวก่อนผ่าตัดที่แผนกฉุกเฉิน และหลังผ่าตัดก็จะถูกย้ายไปยังแผนกที่เกี่ยวข้องเช่นกัน
ถึงแม้จะเป็นการผ่าตัดที่แผนกฉุกเฉินต้องทำเอง หลังผ่าตัดก็จะพักอยู่ที่แผนกฉุกเฉินเพียงชั่วคราวจนกว่าจะให้น้ำเกลือเสร็จ อย่างมากที่สุดหนึ่งวัน ก็จะถูกย้ายไปยังแผนกกายภาพบำบัด หรือโรงพยาบาลในเครือที่กำหนดไว้ เพื่อทำการฟื้นฟูหลังผ่าตัด
ดังนั้น เตียงผู้ป่วยของแผนกฉุกเฉินจึงมีการหมุนเวียนอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยหลายคนจึงมักจะได้เจอกันแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
เหมือนกับคนไข้ที่รับไว้เมื่อวานนี้ ในตอนนี้อู่เสี่ยวฟู่แทบไม่เห็นหน้าคนไข้เหล่านั้นแล้ว
คนที่เข้าเวรเมื่อคืนคือแพทย์จากทีมอายุรกรรม ในตอนนี้เขากำลังอธิบายสถานการณ์ทีละเตียง อู่เสี่ยวฟู่และ
ชวีอิ่งในฐานะนักศึกษาฝึกงาน เดินตามหลังแพทย์ทุกคน คอยจดบันทึกสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองลงในสมุดเล่มเล็ก ในระหว่างการตรวจวอร์ดครั้งใหญ่ เป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ที่ดีที่สุดสำหรับพวกนักศึกษาฝึกงาน แพทย์เพิ่มพูนทักษะ และแพทย์ประจำบ้าน
เพราะสิ่งที่เหล่าหัวหน้าแผนกสามารถชี้แนะได้ในตอนนี้ หรือสิ่งที่ช่วยตรวจสอบหาข้อบกพร่อง มักจะเป็นสิ่งที่แพทย์ทั่วไปละเลยหรือนึกไม่ถึง แต่ก็มักจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผู้ป่วยพ้นขีดอันตรายและอาการดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ประสบการณ์และความสามารถของเหล่าหัวหน้าแผนก ในช่วงเวลานี้แทบจะถูกแสดงออกมาอย่างเต็มที่
และแพทย์ที่อยู่ด้านหลังเหล่านี้ จะสามารถเติบโตเป็นหัวหน้าแพทย์อย่างพวกเขาได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะสามารถซึมซับและนำไปปรับใช้เป็นของตัวเองได้หรือไม่
“อาการใจสั่นโดยทั่วไปแบ่งออกเป็นกี่ประเภท?”
ผู้ป่วยที่กำลังดูอยู่ตอนนี้ เป็นผู้ป่วยหญิงที่มีอาการใจสั่นกะทันหันที่รับไว้เมื่อคืน ดูอายุประมาณสามสิบกว่าปี เมื่อคืนมีอาการใจสั่นกะทันหัน สามีจึงพามาส่งโรงพยาบาล หลังจากที่แผนกอายุรศาสตร์โรคหัวใจมาตรวจประเมินแล้ว ก็ระบุว่ายังไม่มีข้อบ่งชี้ในการนอนโรงพยาบาลในขณะนี้ น่าจะเป็นอาการใจสั่นจากภาวะทางสรีรวิทยา ให้สังเกตอาการที่แผนกฉุกเฉินก่อนหนึ่งคืน ตอนเช้าเมื่อตรวจซ้ำ หากไม่มีอะไรผิดปกติ ก็สามารถกลับบ้านได้
ต้วนหาวถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำเอาอู่เสี่ยวฟู่และชวีอิ่งถึงกับงง พวกเขานึกในใจว่า ในเมื่อหัวหน้าแผนกถามแล้ว ก็น่าจะมีคนตอบสิ ทำไมทุกคนถึงเงียบกันหมด แต่แล้วทั้งสองก็สังเกตเห็นว่าทุกคนกำลังหันมามองพวกเขา อู่เสี่ยวฟู่กระพริบตาปริบๆ...ถ้าเขาไม่ได้ตาฝาดไปล่ะก็ ตอนนี้ต้วนหาวกำลังมองมาที่เขาตรงๆ เลยนี่นา
อ้อ ที่แท้ก็เป็นเขาเองที่ไม่ทันสังเกต เขารีบก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อตอบคำถาม
“ประเภทของอาการใจสั่น โดยทั่วไปแบ่งออกเป็นห้าประเภทครับ ได้แก่ ใจสั่นจากภาวะทางสรีรวิทยา ใจสั่นจากโรคหัวใจ ใจสั่นจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ใจสั่นจากระบบประสาท และสุดท้ายคือใจสั่นทุติยภูมิที่เกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น ผลข้างเคียงของยา หรือภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกินครับ”
ต้วนหาวได้ฟังก็พยักหน้า แล้วก็มองไปที่ชวีอิ่ง พลางยื่นคลื่นไฟฟ้าหัวใจในมือให้เธอ “ดูสิ มีปัญหาอะไรไหม?”
หา!
ชวีอิ่งรู้สึกน้อยใจอย่างมาก เธอรู้สึกว่าตัวเองถูกลำเอียงใส่ ทำไมคำถามที่ถามอู่เสี่ยวฟู่ถึงง่ายขนาดนั้น พอมาถึงตาเธอถึงได้ยากขนาดนี้กันนะ
เมื่อรับคลื่นไฟฟ้าหัวใจมา ชวีอิ่งก็ยิ่งปวดหัวหนักกว่าเดิม
อย่าเห็นว่าเธอเป็นนักศึกษาปริญญาเอกแล้ว แต่การศึกษาคลื่นไฟฟ้าหัวใจนั้น ไม่ได้สนใจว่าคุณจะมีวุฒิการศึกษาสูงแค่ไหน ขอแค่มาอยู่ตรงหน้าคุณ มันจะทำให้เหล่านักศึกษาแพทย์ทุกคนมึนงงได้อย่างเท่าเทียมกัน
เพราะคลื่นไฟฟ้าหัวใจในทางคลินิก ไม่สามารถที่จะเป็นมาตรฐานเหมือนในตำราเรียนได้ หากไม่ทุ่มเทศึกษาอย่างจริงจังเป็นเวลาหลายปี ก็จะไม่สามารถอ่านได้อย่างแม่นยำนัก
ชวีอิ่งไม่ได้เรียนเฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจ ในด้านนี้จึงยิ่งไม่ถนัดเข้าไปใหญ่ ในตอนนี้เมื่อมองดูคลื่นไฟฟ้าหัวใจในมือ เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะใจสั่นเสียเองแล้ว