เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.500 - พลังรบไม่เพียงพอ

Ep.500 - พลังรบไม่เพียงพอ

Ep.500 - พลังรบไม่เพียงพอ


4/5

Ep.500 - พลังรบไม่เพียงพอ

บุกทะลวงเข้าไปตรงๆ

นาเซอร์ล็อคเป้าแม่ทัพมังกรสปิตซ์

ในฐานะแม่ทัพมังกรที่เก่าแก่ที่สุดของเฮสการ์ พลังรบส่วนบุคคลของสปิตซ์จึงทรงพลังที่สุดเช่นกัน

และแน่นอนว่ามันสังเกตเห็นตั้งแต่แรกว่านาเซอร์คือผู้แข็งแกร่งที่สุด

ขุมพลังชั้นหนึ่งทั้งสองแห่งอาณาจักรมังกรโลกาปทะกันอย่างรวดเร็ว

“เจ้าน่ะหรือนาเซอร์คนทรยศ?”

“จงรับโทษในความโง่เขลาและเย่อหยิ่งของตัวเองซะ!”

นาเซอร์ตอบอีกฝ่ายด้วยคมขวาน ปลดปล่อยการโจมตีอันดุเดือดออกมา

ภายใต้อำนาจโจมตีอันน่าสะพรึง อากาศรอบด้านบิดเบี้ยวผิดรูป เริ่มเกิดรอยแตกร้าวขึ้น

ขวานสลายอากาศ!

อาวุธสีม่วงอ่อนเลเวล 16!

เจ้าสิ่งนี้นับเป็นของหายากมาก มันคืออาวุธที่มาพร้อมการโจมตีเชิงมิติ และคุณสมบัติอะไรที่เกี่ยวข้องกับมิติโดยธรรมชาติแล้วยากจะป้องกัน!

นาเซอร์ได้รับขวานเล่มนี้มาโดยบังเอิญเมื่อสิบปีก่อน สามารถเรียกได้ว่ามันคือสิ่งประดิษฐ์เทพสงครามในระยะประชิด!

อาวุธของสปิตซ์คือหอกรัศมีสีม่วง ตัวหอกดำด้าน โอบล้อมไปด้วยแสงสีม่วง พรั่งพรูไปด้วยพลังทำลายล้าง

เห็นได้ชัดว่ามันคืออุปกรณ์สีม่วงที่แสนหายาก

มีเฉพาะอุปกรณ์สีม่วงขึ้นไปเท่านั้น ที่สามารถต้านทานการโจมตีเชิงมิติของขวานสลายอากาศได้

สำหรับอาวุธสีฟ้า เนื่องจากคุณภาพและพลังไม่เพียงพอ ทันทีที่สัมผัสขวานสลายมิติ มันจะถูกทำลายโดยพลังมิติ กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไม่อาจใช้งานได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ต้องรอจนกว่าจะคืนรูปใหม่อีกครั้ง

สปิตซ์สกัดกั้นการโจมตีจากขวานของนาเซอร์ ทว่ารอยแยกมิติที่กระจัดกระจายยังคงกระเด็นใส่มัน ทะลุชุดเกราะป้องกัน เข้าถึงตัวอย่างง่ายดาย

แม่ทัพมังกรสังหารได้ความเสียหายอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกัน

มนตร์สายฟ้าพิฆาตถูกปลดปล่อยออกมาจากหอก

โจมตีนาเซอร์ ทำดาเมจสวนกลับ

เมื่อทั้งสองปะทะ ต่างฝ่ายต่างแลกหมัดกันไม่หยุด

ทั้งคู่สืบทอดมรดกขั้น 4 มากกว่าสองรายการ เป็นตัวตนอันทรงพลังที่ครอบครองสกิลนับหลายสิบกระบวนท่า

พลังทำลายล้างของทั้งสอง ทหารธรรมดาไม่อาจเข้าใกล้

รอบด้านของทั้งนาเซอร์และสปิตซ์ บนอากาศฝั่งหนึ่งเต็มไปด้วยรอยแยกมิติกระจัดกระจาย อีกฝั่งลั่นเปรี๊ยะๆไม่หยุด เต็มไปด้วยมนตร์สายฟ้าพิฆาต

แล้วแบบนี้ทหารธรรมจะต้านทานได้อย่างไร?

หากเผลอก้าวเข้าใกล้ จะถูกฆ่าตายในวินาทีเดียว

บารุตเห็นภาพนี้ ตั้งท่าเตรียมเข้าช่วยเหลือ

ด้วยพลังรบของมัน สามารถแทรกแซงเข้าไปได้ และตราบใดที่ร่วมมือกับสปิตซ์ ผู้ครองแคว้นคนทรยศก็จะถูกสังหารอย่างรวดเร็ว!

การจลาจลในแคว้นเดียวดาย เจ้าหมอนี่นี่แหละที่เป็นหัวโจก!

หากสามารถกุดหัว ไม่เพียงบั่นทอนขวัญกำลังใจทหารในแคว้นเดียวดาย แต่ยังสามารถใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้สร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ เข้ารับรางวัลกับราชามังกรคลั่ง

อย่างไรก็ตาม

มันไม่ทันได้ลงมือ

พริบตานั้นแรงกดดันมหาศาลพลันโถมเข้ามา

บารุตรู้สึกได้ว่าใบมีดสายลมที่มันปลดปล่อยอย่างต่อเนื่อง เวลานี้ถูกปิดกั้นด้วยโล่ขนาดใหญ่

ใบมีดสายลมนับสิบนับร้อยที่สามารถบดขยี้อุปกรณ์สีเขียวได้อย่างง่ายดาย กระทั่งชุดสีฟ้าก็ยังทำดาเมจได้  ทว่าบนโล่กลับไม่ทิ้งร่องรอยใดๆเอาไว้เลย

โล่สีม่วงงั้นหรือ?

บารุตตระหนักได้ทันที ว่าโล่นั่นเป็นของหายากและราคาแพงมาก

ต่อให้มันเป็นถึงหนึ่งในสามแม่ทัพมังกรผู้ยิ่งใหญ่ ก็ยังถูกความโลภบังตา

พลังรบของนาเซอร์กับสปิตซ์ห่างกันไม่มากนัก ไม่อาจตัดสินแพ้ชนะได้ในเวลาสั้นๆ

งั้นกำจัดเจ้าพวกนี้ก่อก็แล้วกัน!

บารุตชักกระบี่ออกมา ใบกระบี่บางและยาว เหมือนดาบโซนยุโรป ใบกระบี่ทอรัศมีสีม่วง บ่งบอกถึงคุณภาพของมัน

เพียงสะบัดเบาๆ กระบี่ของมันทอแสงวาบ เข้าฟาดฟันราวพายุฝน

ต่อให้ฮังอวี่ใช้ควงอาวุธคู่ ก็ไม่แน่ว่าจะไล่ตามการโจมตีด้วยความเร็วสูงของบารุตทัน

เห็นได้ชัดว่านี่คือเอฟเฟกต์จากอาวุธ!

แม่ทัพมังกรทั้งสามคือลูกน้องคนสนิทของเฮสการ์ ดังนั้นพวกมันครอบครองอุปกรณ์สีม่วงอย่างน้อย 1 - 2 ชิ้น

อย่างไอเท็มของเซนอสคือไข่มุกปีศาจผนึกวิญญาณ

ส่วนแม่ทัพมังกรทั้งสองที่เหลือคืออาวุธสีม่วง!

อาวุธคืออุปกรณ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด!

อาวุธสีม่วงสามารถสร้างเอฟเฟกต์ในตัวเองได้สูงกว่าพวกชุดเกราะมาก

แม้จ้าวหมิงจะใช้โล่สีม่วงที่ฮังอวี่มอบให้ และมีเจียงหนานคอยรักษาอยู่เบื้องหลัง

อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องเผชิญกับการโถมโจมตีของบารุต ก็ยังรู้สึกเต็มกลืน

เพลิงสีชาด ฉูเทียนหัวก้าวเข้ามาในเวลานี้

พวกเขาร่วมมือกับจ้าวหมิง ปิดล้อมโจมตีบารุต

บารุตประหลาดใจมาก

จ้าว ฉู พลังรบของมนุษย์ทั้งสองทัดเทียมกับขุนนางใหญ่แล้ว เรื่องแบบนี้ไม่เคยปรากฏมาก่อนในมนุษย์จากภูมิภาคอื่น

พลังรบของมนุษย์ในแคว้นเดียวดายสูงมาก มิน่าเล่ากระทั่งราชามังกรยังระแวง

กระนั้น

อาศัยพลังรบเพียงเท่านี้ มันยังไม่พอ!

กล้าปรากฏตัวต่อหน้าราชามังกร เท่ากับมองหาความตาย!

คู่ต่อสู้อีกคนคือเพลิงสีชาด

บารุตไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับเขา แต่ชายผู้นี้สืบทอดมรดกของจ้าวสงคราม ฐานค่าคุณสมบัติและพลังรบโดยรวมก็สูงมาก สมควรแกร่งกว่าระดับขุนนางใหญ่เล็กน้อย นับเป็นยอดฝีมือชั้นหนึ่ง

ภายใต้สถานการณ์ถูกรุมสาม บารุตไม่สามารถจัดการพวกเขาได้ชั่วขณะหนึ่ง

สันเขามังกรเต็มไปด้วยยอดฝีมือดั่งเมฆบนท้องฟ้า ทว่าแคว้นเดียวดายก็มีนักสู้ฝีมือดีมากมายเช่นกัน

ไม่ว่าจะเป็นตัวตนอย่างดาบพิษแห่งเมืองฟ้าเดียวดาย หรือมนุษย์อย่างเจียงหนาน เสี่ยวเฉียง ฉินมู่ และพวกลุคจากสำนักกระบี่วิญญาณ

เป็นผลให้เมื่อเกิดการปะทะ

สงครามเป็นไปอย่างดุเดือด

ทั้งสองฝ่ายต่างต่อสู้เข่นฆ่าอย่างเอาเป็นเอาตาย

ทั้งสนามรบราวกับถูกยัดเข้าไปในเครื่องโม่หินขนาดใหญ่

สมุนทหารและพลรบทยอยล้มหายตายจาก ทั้งสองฝ่ายสูสีกันชั่วคราว

แนวโน้มแห่งชัยชนะยังไม่เอนเอียงไปทางใคร

สุานการณ์นี้เกินความคาดหมายของกองทัพสันเขามังกรมาก

นี่น่ะหรือพลังรบที่แท้จริงของกองทัพกบฏ!

ตลอดสองสามวันมานี้ทั่วทั้งเก้าแคว้น สปิตซ์กับบารุตทำสงครามกับมนุษย์หลายครั้ง แต่ทุกครั้งอีกฝั่งแทบจะเพลี่ยงพล้ำในทันที ไม่มีแม้โอกาสตอบโต้กลับ

แต่ครั้งนี้

กองทัพสันเขามังกรต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

นี่มากพอแล้วที่จะแสดงให้เห็นว่าแคว้นเดียวดายทรงพลังเพียงใด พวกมันประเมินแคว้นนี้ต่ำเกินไป ประเมินเผ่ามนุษย์ต่ำเกินไป!

ทว่าก็ไม่เป็นไร

เพราะจนถึงตอนนี้ เหตุผลที่ต่างฝ่ายยังสู้อย่างเท่าเทียมกัน เพราะเมืองพายุระห่ำได้เปรียบทางด้านปริมาณ

ขณะที่ยอดฝีมือจากสันเขามังกรเริ่มหลั่งไหลเข้าไปสังหารผู้คนในเมืองพายุระห่ำมากขึ้นเรื่อยๆ หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป กองทัพแคว้นเดียวดายมีหรือจะชนะกองทัพสันเขามังกรได้?

แม้อีกฝ่ายจะมีปริมาณมากกว่า

แต่คุณภาพต่างกันมาก!

แม่ทัพมังกรทั้งสองเมื่อคิดได้แบบนี้ พวกมันไม่รีบร้อนเอาชนะ ต่างตนต่างมุ่งสมาธิไปกับการรับมือศัตรูตรงหน้า

พวกมันคิดว่าคนที่ควรกังวลไม่ใช่กองทัพสันเขามังกร แต่เป็นกองทัพแคว้นเดียวดาย!

กองทัพสันเขามังกรยิ่งมายิ่งโถมโจมตีหนักขึ้อ

กองทัพแคว้นเดียวดายยิ่งมายิ่งสูญเสียพลังในการป้องกัน อ่อนแอลงเรื่อยๆ!

อย่างไรก็ตาม เมื่อสมดุลแห่งชัยชนะเริ่มเอนเอียง

ฉูเทียนหัวที่กำลังกวัดแกว่งกระบี่เข้าฟาดฟันบารุตอย่างเมามันก็สั่งว่า “ส่งกองทัพมนุษย์ทั้งหมดออกไป! ดื่มโพชั่นมนตรา! กางคัมภีร์สกิล! ปราบปรามพวกมัน!”

ได้รับคำสั่งนี้

กองทัพมนุษญ์ซึ่งเดิมปักหลักอยู่เบื้องหลังกองทัพแคว้นเดียวดายก็เริ่มเคลื่อนไหว

“ลุย!”

“เตะตูดไปพวกบ้านั่น!”

“แสดงให้พวกมันเห็นว่ามนุษย์เราทำได้มากกว่าที่พวกมันคิด!”

คนแล้วคนเล่ายกโพชั่นมนตราขึ้นดื่ม

อินทรีจ้าวสายลม , หมีทลายปฐพี , หมาป่าสงครามเยือกแข็ง ... ภายใต้เอฟเฟกต์ของโพชั่นมนตราต่างๆ ในสนามรบปรากฏมอนสเตอร์ระดับเจ้าถิ่นหลักร้อยหลักพันตัวขึ้นพร้อมกัน

เมื่อพลังรบไม่เพียงพอ ก็ใช้ลูกเล่นเข้าสู่ นี่แหละคือสุดยอดภูมิปัญญาของมนุษย์!

กองพลผู้มาเยือนฝั่งสันเขามังกรต่างตกตะลึง!

เผ่ามนุษย์ไปหาโพชั่นมนตรามากมายขนาดนี้มาได้อย่างไร?

หากกล่าว่วาผลิตขึ้นเอง นั่นเป็นไปไม่ได้!

เพราะแม้แต่ผลผลิตของเมืองมังกร ยังไม่มากพอที่จะสร้างโพชั่นมนตราให้แก่สมาชิกทุกคน!

แน่นอน!

จำนวนสมาชิกเมืองมังกรมีน้อยกว่ามนุษย์มาก

ดังนั้นแม้พวกมันจะมีความสามารถ แต่ก็มีแรงงานไม่เพียงพอ!

ข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์คือโลกที่คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง เป็นโลกที่มีผู้คนอยู่หลายล้านคน ดังนั้นไม่ต้องจำเป็นเรื่องการผลิต

ตราบใดที่มีหินคริสตัลอยู่ในมือ

การหาโพชั่นมนตราสักขวดมันจะเป็นเรื่องยากอะไร?

ไม่นาน

เดิมเผ่ามนุษย์ส่วนใหญ่พลังชีวิตมีน้อย แต่เมื่อพวกเขากลายร่างเป็นมอนสเตอร์ระดับเจ้าถิ่นนับร้อย พลังป้องกันก็สูงขึ้น เลือดเยอะขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสนามรบทันที

ภายใต้การพุ่งเข้าจู่โจมอย่างบ้าคลั่ง กลับเป็นพวกเขาที่สะกดกองทัพสันเขามังกร

หากกระแสสงครามยังเป็นเช่นนี้ต่อไป

บางทีกองทัพแคว้นเดียวดายอาจเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะ!

จบบทที่ Ep.500 - พลังรบไม่เพียงพอ

คัดลอกลิงก์แล้ว