เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.440 - งานประชุม

Ep.440 - งานประชุม

Ep.440 - งานประชุม


2/2

Ep.440 - งานประชุม

ฮังอวี่พยายามสำรวจขุมพลังทั้งหลายในแคว้นเดียวดาย

ปีศาจศิลาผู้พิชิตคือขุนนางใหญ่แดนตะวันตกของแคว้นเดียวดาย

ในบรรดาขุนนางใหญ่ทั้งหมดในที่นี้ ตัวเขาโดดเด่นเป็นที่สุด รูปร่างหน้าตาเหมือนมนุษย์หินในหนัง Fantastic Four อย่างไรก็ตาม ขนาดตัวของเขาใหญ่กว่ามนุษย์มาก ทั้งยังมีผิวสีดำทึบ สูงกว่าสี่เมตร อาวุธคือกระบองเขี้ยวหมาป่าด้ามยาว

เผ่าศิลาคือสิ่งมีชีวิตประเภทกึ่งธาตุดิน กึ่งธาตุหมายความว่ายังถูกโจมตีทางกายภาพได้ เพียงแต่ว่าคุณสมบัติทางกายภาพจะสูงมาก และค่าคุณสมบัติร่างกายก็สูงมากเช่นกัน ดังนั้นจึงมีพลังป้องกันและเลือดหนา

อันเดธผู้ครองเงาคือขุนนางใหญ่แห่งแดนตะวันออก เขาผู้นี้สวมหน้ากากและลอยอยู่กลางอากาศ กระทั่งอุปกรณ์บนตัวก็ยังถูกเปลี่ยนสถานะเป็นร่างวิญญาณ มีอาชีพเป็นผู้ใช้วิญญาณ

แม้เผ่าวิญญาณจำแลงจะปราศจากร่างกาย ทำให้ความสามารถในการโจมตีไม่เข้มแข็งนัก แต่มีความสามารถในการป้องกันทางกายภาพสูง มีค่าคุณสมบัติทางจิตและพลังวิญญาณที่สูงมาก แต่ละตนจึงได้รับอาชีพผู้ใช้วิญญาณตั้งแต่ถือกำเนิด

และสุดท้ายคือขุนนางใหญ่แห่งแดนใต้

ปรมาจารย์สลักมนตรา ดิลลอน

เผ่ามังกรบินคือสาขาหนึ่งของเผ่าพันธุ์มังกร แต่เมื่อเทียบกับมังกรปฐพีแล้ว พลังรบทางกายภาพนั้นอ่อนแอกว่า จึงเหมาะกับอาชีพสายเวทยมนตร์คาถา ดังนั้นเขาจึงเป็นผู้ใช้วิญญาณ

ชาวมังกรในอาณาจักรมังกรโลกาคือกองกำลังอันดับหนึ่ง แทบทุกแคว้นมีชาวมังกรอาศัยอยู่ไม่มากก็น้อย ดิลลอนคือขุนนางใหญ่ที่เก่าแก่ที่สุดตนหนึ่งในแคว้นเดียวดาย คาดว่าน่าจะมีความสัมพันธ์บางอย่างกับราชามังกรคลั่ง

เขาถูกสั่งให้มาอยู่ในแคว้นเดียวดาย เพื่อติดตามสถานการณ์ในภูมิภาคนี้

ขุนนางใหญ่ทั้งสามล้วนแข็งแกร่ง

พลังรบโดยรวมของพวกเขาในตอนนี้ แก่กล้ายิ่งกว่าเผ่ามนุษย์

หลังจากรู้ว่าฮังอวี่คือเจ้าของคนใหม่ของเมืองธารทะเลทราย ขุนนางใหญ่ทุกตนต่างเผยท่าทีเหยียดหยาม ขณะเดียวกันจ้องมองด้วยดวงตาไร้ปรานี

เห็นได้ชัด

ว่าเมืองธารทะเลทรายเพิ่งเปลี่ยนเจ้าของ เวลานี้จึงตกต่ำเป็นประวัติการณ์

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ณ ขณะนี้หากโจมตีเมืองธารทะเลทราย ก็มีโอกาสเข้ายึดได้สูง

ขุนนางใหญ่ทั้งสามแผ่แรงกดดันใส่ฮังอวี่

อย่างไรก็ตาม ฮังอวี่ทำใจแข็ง ไม่ยินยอมแสดงความอ่อนแอออกมา เขาต้องให้ทุกคนรู้ว่าเมืองธารทะเลทรายมิใช่เพียงเสือกระดาษ!

นาเซอร์รู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาหรี่ตาลง กวาดมองไปรอบๆขุนนางใหญ่ทั้งสี่ สุดท้ายหยุดลงที่เผ่ามนุษย์

นาเซอร์สามารถนั่งตำแหน่งผู้ครองแคว้นได้ นั่นหมายความว่าเขาไม่ใช่คนบ้าบิ่น หลายวันมานี้เขาส่งสายลับไปเก็บข้อมูลเยอะมาก ไม่เพียงแต่จะเข้าใจกระบวนการมาเยือนของเผ่ามนุษย์เท่านั้น แต่ยังเห็นถึงการเคลื่อนไหวของขุนนางใหญ่เผ่ามนุษย์ในช่วงที่ผ่านมาอีกด้วย

และเขาต้องยอมรับเลย ว่าไม่อาจดูแคลนเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้

เผ่าพันธุ์ใหม่นี้เติบโตเร็วเกินไป!

ไม่มีใครรู้ว่านาเซอร์กำลังคิดอะไรอยู่ ตามปกติแล้วทุกคนมักทราบกันดีว่าเผ่าออร์คมีชื่อเสียงด้านอารมณ์ฉุนเฉียวและวู่วาม แต่ผู้ครองแคว้นรายนี้กลับดูสุขุมและน่าเกรงขาม แตกต่างจากหมู่ออร์ค

และด้วยสาเหตุนี้เอง ที่ทำให้เขาอันตรายยิ่งกว่า!

นาเซอร์พูดขึ้น “จากการสังเกตด่านหน้าของเมืองขุนเขาไฟ อีกประมาณสองสามวัน ราชาปีศาจทรายสีชาดจะฟื้นคืนชีพอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นพวกเราต้องเตรียมตัวให้พร้อมกำจัดมัน ไม่ปล่อยให้หายนะลุกลามไปทั่วแคว้นเดียวดาย”

ราชาปีศาจทรายสีชาดไม่เหมือนตัวอื่นๆที่ฮังอวี่เคยพบเจอ มันทรงพลังและน่ากลัวที่สุดในบรรดามอนสเตอร์ทั้งหมดที่มีมา

อย่างไรก็ตาม

มอนสเตอร์ระดับนี้ หลังจากฟื้นคืนชีพ จะมีช่วงสั้นๆที่อยู่ในสภาวะอ่อนเพลีย

และภายใต้สภาวะอ่อนเพลียนี้ พละกำลังจะยังไม่ฟื้นคืนสู่จุดสูงสุด หากฆ่ามันได้จะประหยัดพลังงานได้มาก

แต่หากราชาปีศาจทรายสีชาดฟื้นเต็มที่ มันจะจุดไฟบนภูเขาทุกลูกในทะเลทรายสีชาด และขยายขอบเขตทะเลทรายสีชาดออกไป เปลี่ยนทุกหนแห่งในแคว้นเดียวดายให้มีแต่ภูเขาไฟ พายุทรายแผดเผา และก๊าซพิษปกคลุม

ซึ่งนั่นจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อขุนนางทั้งหมดในแคว้นเดียวดาย

นี่แหละคือภัยพิบัตแห่งทรายสีชาด!

มอนสเตอร์ขอแค่ระดับราชันย์ขึ้นไป ไม่ว่าจะตัวไหน พลังของมันก็มากพอที่จะคุกคามทั้งภูมิภาค

ฉะนั้นเมื่อมีมอนสเตอร์ดังกล่าวฟื้นคืนชีพในอาณาเขตของตัวเอง จะต้องให้ความสนใจ และกำจัดมันโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลุกลาม

“นี่คือแผนที่ช่องเขาสีชาด”

นาเซอร์กางแผนที่โบราณ

ฮังอวี่มองไปตามแผนที่ แผนที่นี้แสดงในรูปแบบสามมิติ สามารถมองเห็นเทือกเขาสีแดงเข้มทั้งหมดได้อย่างชัดเจน

รายละเอียดทั้งหมดปรากฏให้เห็นอย่างรวดเร็ว

เทือกเขาเหล่านี้ประกอบไปด้วยภูเขาไฟจำนวนมาก สภาพแวดล้อมรุนแรงอย่างสุดโต่ง

และเมื่อราชาปีศาจทรายสีชาดฟื้นขึ้นมา มันจะชุบชีวิตมอนสเตอร์ทรายสีชาดจำนวนมากตามทางที่เดินผ่าน ยิ่งทำให้อันตรายมากขึ้นไปอีก

นาเซอร์กล่าวว่า “มีบันทึกในตำราโบราณ ราชาปีศาจทรายสีชาดหลับใหลอยู่ในเขาวงกตลาวาใต้เทือกเขาสีชาด พวกเราต้องแยกกันหาทางเข้าเขาวงกตลาวา”

ต่อไป

ก็เป็นการแบ่งเขตรับผิดชอบ

ใจของฮังอวี่วูบไหว : ถึงเวลาทำกำไรแล้ว!

ทุกตนในห้องนี้ไม่รู้ทางเข้าเขาวงกตลาวา ขณะที่ฮังอวี่ทราบว่ามันอยู่ที่ไหน เพราะยังไงซะราชาปีศาจทรายสีชาดก็เป็นมอนสเตอร์ที่อยู่มานาน ดังนั้นเลยมีข้อมูลอยู่ในความทรงจำจากสกิลพรสวรรค์ของฮังอวี่

ดีมาก!

ฉันจะเข้าไปก่อน!

แบบนี้ยังไงก็มีโอกาสฟันกำไรชัวร์ๆ!

นาเซอร์แบ่งเขตกันทำงาน

ขุนนางใหญ่ทั้งสามต่างรู้ดีว่าปฏิบัติการนี้คือโอกาสทอง มอนสเตอร์ทรายสีชาดมีระดับทรราชย์มากมายที่สามารถดรอปไอเท็มและหินสกิลล้ำค่า การฟื้นคืนชีพของมัน นำมาซึ่งสมบัติมากมายแน่นอน

ยิ่งใครได้พื้นที่มาก ก็ยิ่งมีโอกาสพบสมบัติหรือกระทั่งมอนสเตอร์ระดับทรราชย์มากเท่านั้น!

แต่แน่นอน ว่าส่วนแบ่งของผู้ครองแคว้นห้ามแตะต้อง!

ทั้งสามต่างจับตามองเมืองธารทะเลทราย หลังการโต้เถียงกันนิดๆหน่อยๆ นาเซอร์ตกลงแบ่งพื้นที่เดิมในความรับผิดชอบของเมืองธารทะเลทรายครึ่งหนึ่งแจกจ่ายให้แก่ขุนนางใหญ่อีกสามตน

ฮังอวี่ย่อมไม่พอใจอยู่แล้ว แต่ผู้ครองแคว้นให้เหตุผลว่า พลังรบของกองกำลังของเมืองธารทะเลทรายอ่อนแอเกินไป ไม่แกร่งพอที่จะสำรวจพื้นที่ขนาดใหญ่ได้

แทนที่จะทำแบบนั้น จะเป็นการดีกว่าหากมอบหมายให้ขุนนางใหญ่ทั้งสาม

ผู้อ่อนแอก็มักถูกรังแกเช่นนี้แล!

แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาล้มโต๊ะเพื่อตอบโต้ เพราะการล่วงเกินผู้ครองแคว้นและขุนนางใหญ่ทั้งสามในคราเดียว คงมีแต่คนโง่ที่ทำ ได้แต่ก้มหน้ายอมรับมัน

ฮังอวี่กล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นฉันขอเลือกก่อน!”

นาเซอร์กล่าว “ได้สิ”

ฮังอวี่เลือกหลายพื้นที่

หนึ่งในนั้นรวมไปถึงสถานที่ที่เป็นที่ตั้งของทางเข้าวงกตลาวา

เมื่อเทียบกับที่อื่น ตำแหน่งที่ง่ายที่สุด

ขุนนางใหญ่ตนอื่นๆไม่สนใจมากนัก ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะ ราชาปีศาจทรายสีชาดจะฟื้นคืนชีพในทุกๆ 60 ปี ข้อมูลที่ส่งต่อกันมาเลยขาดช่วง พื้นที่บริเวณเทือกเขาสีชาดจึงเป็นสถานที่ไม่คุ้นเคยสำหรับพวกเขา

การประชุมสิ้นสุดลง

ฮังอวี่กลับมายังที่พักของเผ่ามนุษย์

เจียงหนานเอ่ยถามทันทีด้วยความเป็นห่วง “เป็นยังไงบ้าง ผู้ครองแคว้นกับพรรคพวกของเขา ไม่สร้างปัญหาให้กับเผ่ามนุษย์เราใช่ไหม”

ฮังอวี่กล่าว “ไม่ต้องกังวล ตอนนี้สมาธิของพวกเขามุ่งอยู่กับการกำจัดราชาปีศาจทรายสีชาด ช่วงนี้ไม่น่าจะแทงข้างหลังพวกเรา”

เขาเรียกจ้าวหมิง ฉูเทียนหัว และคนอื่นๆมา อธิบายสถานการณ์สั้นๆ และขอให้ทุกคนเตรียมพร้อมมุ่งหน้าสู่เทือกเขาสีชาด

การประชุมขุนนางในครั้งนี้ มันช่วยให้ฮังอวี่รู้สึกถึงความต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้นอีกครั้ง!

เมืองธารทะเลทรายและดินแดนอื่นๆในแคว้นเดียวดายไม่ช้าก็ต้องแตกหักกัน การต่อสู้ในเทือกเขาสีชาดเป็นโอกาสอันหาได้ยากและมีค่ามาก ถ้าใช้ประโยชน์จากมัน อาจกอบโกยและทำกำไรได้มากมาย!

จบบทที่ Ep.440 - งานประชุม

คัดลอกลิงก์แล้ว