เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.435 - กระบวนท่าใหญ่ที่สุดที่เคยมีมา

Ep.435 - กระบวนท่าใหญ่ที่สุดที่เคยมีมา

Ep.435 - กระบวนท่าใหญ่ที่สุดที่เคยมีมา


2/2

Ep.435 - กระบวนท่าใหญ่ที่สุดที่เคยมีมา

หลังจบศึกเมืองธารทะเลทราย

ฮังอวี่ได้เรียนรู้สกิลขั้น 4 เพิ่มอีกสองสกิล

หนึ่งในนั้นคือหนึ่งกระบี่ล่าแสง เพราะยังไม่ได้เผยสู่สายตาสาธารณะชน ดังนั้นคนอื่นๆเลยยังไม่ทราบความสามารถของสกิลนี้ และไม่อาจเตรียมตัวป้องกันได้

สกิลขั้น 2 อย่างโจมตีลมกรด และขั้น 3 อย่างสังหารลมกรดก็มีผลในการพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเช่นกัน แต่พวกมันด้อยกว่าสกิลขั้น 4 หนึ่งกระบี่ล่าแสงมาก

ด้วยพลังรบในปัจจุบันของฮังอวี่ ระยะแสดงผลของหนึ่งกระบี่ล่าแสงสามารถไปได้ไกลกว่า 300 - 400 เมตร!

และในระยะนี้ มันครอบคลุมรัศมีการโจมตีที่ไกลที่สุดของพวกจอมเวทย์ ดังนั้นหากมีจอมเวทย์คนไหนพยายามโจมตีฮังอวี่ จุดจบของพวกเขาไม่ต่างจากการแส่หาความตาย

หนึ่งกระบี่ล่าแสงก็ตามชื่อ มันรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ! ว่องไวเสียจนไม่อาจหลบพ้น!

เกรงว่าแม้แต่สิ่งมีชีวิตระดับราชาอย่างมังกรคลั่งเฮสการ์ ก็ยังเป็นไปไม่ได้ที่จะหลบเลี่ยงสกิลหนี่งกระบี่ล่าแสง ฉะนั้นไม่ต้องกล่าวถึงมนุษย์

ความไวของหนึ่งกระบี่ล่าแสงไม่ได้สะท้อนออกมาให้เห็นแค่เฉพาะความเร็วเท่านั้น

แต่มันยังมาพร้อมคุณสมบัติบังคับเปิดใช้งาน สามารถขัดจังหวะสกิลที่กำลังร่ายอยู่ได้

นอกจากนี้ยังช่วยให้กระบี่แสงสามารถใช้งานได้หลากหลายสถานการณ์ ทำให้ท่านี้กลายเป็นสุดยอดเทคนิคในการลอบสังหาร!

แน่นอน

กระบี่แสงเองก็มีจุดอ่อนเช่นกัน

หากไม่นับในด้านความเร็วและระยะโจมตีแล้ว สกิลนี้สร้างดาเมจน้อยกว่าสกิลขั้น 4 สกิลอื่นๆมาก

อย่างไรก็ตาม

จุดแข็งก็คือหนึ่งกระบี่ล่าแสงสามารถนำสกิลอื่นๆมาใช้ร่วมกันได้

สิ่งนี้จะช่วยชดเชยจุดอ่อนด้านทำดาเมจน้อยได้เป็นอย่างมาก

เหตุผลที่กระบี่แสงในครั้งนี้ทำดาเมจได้สูง เกิดขึ้นจากเอฟเฟกต์ของกลบฝังปีศาจคลั่ง

นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไม การโจมตีนี้จึงไม่สมควรเรียกว่าหนึ่งกระบี่ล่าแสงซะทีเดียว แต่ควรเรียกว่า ‘กลบฝังล่าแสง!’

พลังที่เกิดจากการทับซ้อนกันของสกิลขั้น 4 ถึงสองสกิล เจอแบบนี้เข้าไปแล้วฉินมู่จะมีโอกาสรอดชีวิตได้อย่างไร? และต้องบอกว่าโชคดีมากที่ไม่มีใครอยู่ใกล้ๆกับฉินมู่ มิฉะนั้นภายใต้การโจมตีนี้คนอื่นๆอาจได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงขั้นถูกฆ่าตาย!

หลังจากลงมือสังหารฉินมู่

ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดได้ถูกลบออกไปแล้ว

จากนี้ค่อยสามารถเล่นงานคนอื่นๆได้

“ค่ายกลล่าแสงและเงา!”

“โทสะปีศาจคลั่ง!”

ฮังอวี่ปลดปล่อยสกิลขั้น 4 อีกสองสกิลอย่างรวดเร็ว

ค่ายกลใช้เวลานานในการรวบรวมปราณกระบี่  นอกจากนี้ยังถูกรบกวนด้วยสิ่งเร้าภายนอกได้ง่ายๆ ทว่าเมื่อรวบรวมเสร็จแล้ว พลังทำลายของค่ายกลจะเป็นอะไรที่รุนแรงมาก ทั้งยังมีเอฟเฟกต์ในการควบคุม ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับโทสะปีศาจคลั่ง ในความคิดของเขา สกิลนี้คล้ายค่ายกลกระบี่ หลังจากฮังอวี่เปิดใช้งานโทสะปีศาจคลั่ง หมอกละอองสีเลือดไหลออกมาจากร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง พัวพันรอบกายโดยไม่กระจัดกระจายออกไป และยิ่งนานยิ่งสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ

ละอองเลือดที่ว่านี้คือ ‘ความเดือดดาล!’

หลังเปิดใช้งานพักหนึ่ง ค่าพลังชีวิตที่สูญเสียไปจะถูกเปลี่ยนเป็นความเดือดดาล และเมื่อความเดือดดาลยิ่งเข้มข้น มันก็จะเปลี่ยนเป็นพลังงานอันรุนแรงและระเบิดออกมา สร้างพลังทำลายล้างอันน่าอัศจรรย์!

ขณะเดียวกัน เมื่อฮังอวี่เปิดใช้งานสถานะปลุกเลือดปีศาจ เขาจะค่อยๆสูญเสียพลังชีวิตไปในทุกๆวินาที นี่เป็นผลให้ละอองเลือดยิ่งนานยิ่งกลั่นตัวออกมานอกร่างเขาอย่างต่อเนื่อง

หลังจากฉินมู่ถูกแทงตายในระยะไกล

คนอื่นๆ ยังอยู่ในอาการตกใจ แต่โดยไม่ทันตั้งตัว นิมิตหมายบางอย่างพลันปรากฏขึ้นบนสังเวียน

“เฮ้ ดูนั่นสิ”

“มันคืออะไรกัน!”

“คุณพระช่วย! ดูเหมือนมันจะเป็นอุกกาบาต!”

อุกกาบาตขนาดใหญ่ที่ลุกเป็นไฟไม่รู้ว่ามาจากไหน มันกำลังฉีกอากาศเหนือสังเวียน ส่งเสียงหวีดหวิวอันน่าเหลือเชื่อ ร่วงหล่นลงในตำแหน่งที่ฮังอวี่ยืนอยู่

คาถาขั้น 4 -- อัญเชิญอุกกาบาต!

ฮังอวี่รู้จักสกิลนี้ มันคือหนึ่งในสินสงครามที่เก็บเกี่ยวได้จากคุกโบราณ และเนื่องจากเหมาะกับสายธาตุไฟของจางเสี่ยวเฉียงพอดี ดังนั้นอีกฝ่ายจึงยอมแลกเปลี่ยนมันกับความดีความชอบในศึกถึงสองสามครั้ง

“ไม่ได้การ!”

ใบหน้าของฮังอวี่เปลี่ยนไปเล็กน้อย

เขาตระหนักดีถึงพลังของสกิลนี้

ความสามารถทางคาถาของเสี่ยวเฉียงไม่ได้อ่อนแอ อีกทั้งนี่ยังเป็นสกิลขั้น 4 ดังนั้นแม้แต่ฮังอวี่ก็ยังไม่กล้าประมาท

หากเขาโดนอุกกาบาตพุ่งชนอย่างจัง คงสูญเสียพลังชีวิตเกือบทั้งหมดไป

อย่าได้ดูถูกพลังทำลายของนักเวทย์ที่เรียนรู้คาถาขั้น 4 เชียว!

ฮังอวี่รีบเปิดใช้งาน ‘กายาเกราะ’ จากนั้นต่อด้วยจู่โจมมุมอับเพื่อพรางตัว พยายามหลบหนีจากการโจมตี

จางเสี่ยวเฉียงสัมผัสได้ว่าฮังอวี่กำลังเคลื่อนไหว แม้ว่าเขาจะไม่สามาถตามความเร็วของฮังอวี่ทัน แต่อย่างน้อยก็ยังสามารถควบคุมอุกกาบาตได้

หลังจากกะตำแหน่งคร่าวๆ อุกกาบาตก็ตกถึงพื้น

บรึ้ม!

ช่วงเวลาที่มันสัมผัสกับสังเวียนบังเกิดแสงบานสะพรั่งจนตาพร่า วินาทีต่อมา เปลวเพลิงขนาดใหญ่ปกคลุมพื้นที่เส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 100 เมตร และระยะของคลื่นกระแทกกินพื้นที่กว้างกว่าสองสามเท่า

สังเวียนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

เมฆรูปดอกเห็ดลอยขึ้นฟ้า

ทิ้งหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่ไว้เบื้องล่าง

สกิลขั้น 4 ร้ายกาจถึงเพียงนี้เชียว!?

ผู้ชมเห็นผลที่เกิดจากสกิลอุกกาบาต ทุกคนสัมผัสได้ถึงลมหายใจเย็นเยียบ

เจ้าสิ่งนี้เป็นแค่เวทมนตร์ก็จริง แต่ระยะการสังหารดังกล่าว มันมากเกินไป!

ลองจินตนาการว่าถ้าเป็นเวลาปกป้องเมือง

แล้วจางเสี่ยวเฉียงได้เรียนรู้สกิลนี้ เขาจะทำให้ศัตรูบาดเจ็บล้มตายมากแค่ไหนกัน?

การโจมตีครั้งเดียวอาจใช้เวลาในการร่ายหลายสิบวินาที แต่มันก็ทำให้ทหารเกินร้อยได้รับบาดเจ็บสาหัส!

แน่นอน สกิลขั้น 4 ที่เรียกว่าอัญเชิญอุกกาบาต สิ่งที่อัญเชิญมาคืออุกกาบาตมนตรา ไม่ใช่อุกกาบาตของจริง มิฉะนั้นเกรงว่าสังเวียนครึ่งหนึ่งของเมืองธารทะเลทรายคงถูกถล่มราบเป็นหน้ากลอง

“โดนแล้วใช่ไหม?”

จางเสี่ยวเฉียงจ้องมองกลุ่มควันสีเทาคลุ้งด้วยดวงตาเบิกกว้าง แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เพ่งมองดีๆ เบื้องหน้าเขากลับปรากฏหมอกโลหิต และสามารถมองเห็นปราณกระบี่ที่ยังคงล่องลอยอยู่ท่ามกลางมันได้อย่างชัดเจน

“พลังทำลายไม่เลว แต่น่าเสียดาย นายยังไม่แม่นพอ”

ฮังอวี่ออกมาจากสถานะจู่โจมมุมอับ เขาไม่สามารถหลบเลี่ยงการโจมตีระยะไกลนี้ได้อย่างสมบูรณ์ ได้รับดาเมจเล็กน้อยจากแรงกระแทกและเปลวไฟ

อย่างไรก็ตาม เขามีหัวใจของราชาธาตุไฟ

ดังนั้นดาเมจที่เกิดจากธาตุไฟ หากไม่มากพอ มันแทบไม่มีผลกับเขาอย่างสิ้นเชิง

และเนื่องจากการเปิดใช้งานสกิลกายาเกราะ ทำให้ไม่ถูกพัดปลิวหรือมึนงง สามารถโผล่มาเบื้องหน้าจางเสี่ยวเฉียงได้ทันที

สังหารลมกรด!

ฮังอวี่แยกเป็น 6 7 ร่างในพริบตา เข้าโจมตีจางเสี่ยวเฉียงที่พยายามหลบหนีจากทุกทิศทางอย่างปราศจากลำดับขั้นตอน สองการโจมตีแรกทำลายโล่มนตราของจางเสี่ยวเฉียง ก่อนที่ดาบอสูรแผดเผาจะสับลงบนร่างเขาห้าครั้งติดต่อกัน

อุกกาบาตสร้างความโกลาหลมากเกินไป

ทุกคนในสังเวียนได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะเจียงหนาน ทำให้มันสายเกินกว่าที่เธอจะร่ายสกิลรักษา กอบกู้สถานการณ์นี้

จากห้าคนถูกฆ่าตายไปสอง

ตอนนี้สถานการณ์กลายเป็นสามต่อหนึ่ง!

จ้าวหมิง ฉูเทียนหัว ต่างแสดงสีหน้าหดหู่ เอาจริงๆพวกเขาไม่ได้ประมาทเลย แต่เป็นเพราะพลังรบของฮังอวี่ห่างไกลเกินกว่าที่คาดไว้ อย่างไรก็ตาม เมื่อดำเนินมาถึงจุดนี้ ก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุด!

“ลงมือพร้อมกัน!”

ฉูเทียนหัวตระหนักว่าค่ายกลกระบี่ของฮังอวี่กำลังก่อตัว ขณะเดียวกันหมอกเลือดบนตัวเขายังดูอันตรายมาก นี่ควรเป็นอีกหนึ่งสกิลขั้น 4 ที่ฮังอวี่ได้เรียนรู้มาใหม่ จะมองมุมไหนก็อันตราย!

ร่างฮังอวี่ขยับไหวคอยหลบหลีกปราณกระบี่วินาศที่ฟาดฟันเข้ามา สถานที่ที่ร่างเขาเคลื่อนผ่าน วินาทีต่อมาล้วนปรากฏร่องลึกจากรอยฟันกระบี่บนพื้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลังอันร้ายกาจจากปราณกระบี่ของ ฉูเทียนหัว

ชายผู้นี้ครอบครองปราณกระบี่ที่แก่กล้าที่สุด ดังนั้นเมื่อเป็นการโจมตีด้วยปราณกระบี่ เหล่าฉูจึงถือเป็นมืออาชีพ

ระหว่างฮังอวี่คอยหลบหลีกการโจมตี เขาตรงเข้าหาเจียงหนานอย่างรวดเร็ว แสดงเจตนาชัดเจนว่าเป้าหมายต่อไปคือผู้รักษาตัวน้อย!

“อย่าหวังว่าจะทำสำเร็จ!”

“ค่ายกลโล่ไร้ขอบเขต!”

จ้าวหมิงก้าวมายืนขวางหน้าเจียงหนาน โล่ยักษ์กระทุ้งลงพื้นอย่างแรง พริบตานั้นปรากฏโล่ยักษ์นับสิบขึ้นรอบด้าน โดยมีจ้าวกหมิงเป็นจุดศูนย์กลาง

โล่เหล่านี้มีลักษณะโปร่งแสง ในที่สุดพวกมันก็รวมตัวและเชื่อมต่อกัน เหมือนกระดองเต่ายักษ์ เจียงหนานได้รับการคุ้มครองอยู่ข้างใน

เคร้ง เคร้ง เคร้ง!

ฮังอวี่เหวี่ยงดาบในมืออย่งารวดเร็ว แต่กระดองเต่านี้กลับไม่สั่นคลอนเลย

แม้จะเปิดใช้งานชุบโลหิตก็ยังเปล่าประโยชน์

จ้าวหมิงกล่าว “อย่าเปลืองแรงเลย สกิลนี้คือสกิลป้องกันขั้น 4 มันสามารถต้านทานพลังงานที่เกิดจากการโจมตีทางกายภาพได้ ต่อให้เป็นนาย อย่างน้อยพักหนึ่งก็ไม่มีทางทำอะไรเธอได้!”

“จะใช่อย่างนั้นจริงๆน่ะหรอ?”

ฮังอวี่เปิดใช้งานปราณโทสะคลั่ง ค่ายกลโล่แตกเป็นเสี่ยงๆ เผยเจียงหนานที่ได้รับการปกป้องอยู่ข้างใน

-87!

-93!

+180!

+50!

ฮังอวี่ขมวดคิ้ว

พลังป้องกันของเจียงหนานนั้นไม่ต่ำ และเธอยังเชี่ยวชาญศาสตร์การรักษาหลายแขนง เว้นเสียแต่จะเป็นดาเมจที่ระเบิดทีเดียวอย่างรุนแรง ไม่งั้นอย่าหวังว่าจะจัดการกับเธอได้ในระยะเวลาสั้นๆ

และในขณะเดียวกัน

โล่ที่ถูกแตกสลายจากปราณสงครามเริ่มซ่อมแซมตัวเองอย่างรวดเร็ว

สกิลป้องกันขั้น 4 ไม่ใช่เรื่องง่ายหากคิดทำลาย!

ฮังอวี่ไม่มีโอกาสได้โจมตีต่อ แรงกดดันอันน่าหวาดกลัวพลันโถมเข้ามา

เห็นแค่เพียงฉูเทียนหัวกระโจนขึ้น แม้ในมือเขาจะเป็นขวานรบ แต่เวลานี้มันเปลี่ยนรูปร่างเป็นกระบี่ยักษ์อย่างสิ้นเชิง

ปราณกระบี่นับสิบสายพรั่งพรูออกมาอย่างต่อเนื่องและรวมตัวกันที่ด้านบนของใบขวานอันแหลมคม

เทคนิคโจมตีขั้น 4 - หนึ่งกระบี่ผ่าสวรรค์!

วินาทีต่อมา

ปราณกระบี่ขนาดมหึมาราวกับสายรุ้ง ดั่งคลื่นในทะเลโถมเข้ากระทบร่างฮังอวี่ กวาดผ่านตัวเขา

“โดนแล้ว!”

ฉูเทียนหัวเผยสีหน้าดีใจ

เขาตระหนักดีถึงพลังสังหารของสกิลนี้!

หากโดนซึ่งๆหน้า ต่อให้เป็นฮังอวี่ก็ไม่สามารถทานทนได้!

แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือ ร่างของฮังอวี่ยังคงนิ่งงันไม่สั่นไหว เขาปล่อยให้พายุปราณกระบี่ที่ไม่ต่างจากมังกร ทะลุทะลวงผ่านร่างไปอย่างต่อเนื่อง ไถดินเป็นร่องลึกหลายสิบเมตร

ที่แปลกก็คือ ฮังอวี่กลับดูเหมือนไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย แม้แต่ตำแหน่งการยืนของเขาก็ไม่เปลี่ยนแปลง ฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงการบาดเจ็บ!

พริบตาที่หนึ่งกระบี่ผ่าสวรรค์ตกลงมา

ฮังอวี่เปิดใช้งานเทคนิคอากาศธาตุ

เอฟเฟกต์สกิลมิตินี้สามารถอยู่ได้นานถึงสี่วินาที มันมาเกินพอที่จะหลบเลี่ยงสกิลระเบิดอันน่าทรงพลังอย่างเหลือเชื่อของฉูเทียนหัว

จ้าวหมิง ฉูเทียนหัว สีหน้าไม่สู้ดีนัก

เมื่อเห็นภาพนี้ เจียงหนานกล่าวด้วยอารมณ์ “ทุกคนพยายามอย่างเต็มที่ ฉันก็จะไม่ยอมน้อยหน้าเหมือนกัน ดูเทคนิคใหม่ของฉันให้ดี -- เทคนิคเขตแดนรักษาศักดิ์สิทธิ์!”

โดยมีเจียงหนานเป็นจุดศูนย์กลาง ชั้นแสงสว่างสดใสกระจายออกมา

จ้าวหมิง ฉูเทียนหัวที่เป็นเพื่อนร่วมทีม เมื่อถูกห่อหุ้ม พวกเขาได้รับพลังชีวิตฟื้นฟูกลับมา 162 หน่วยทันที

นั่นหมายความว่า!

พวกเขาสามารถฟื้นฟูพลังชีวิตได้มากถึง 162 หน่วยต่อวินาที!

นอกจากนี้ ค่าคุณสมบัติทั้งหมดยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย!

ซึ่งเดิมสกิลขั้น 4 ของนักบวชก็ทรงพลังมากอยู่แล้ว เมื่อได้รับบัฟจากสกิลพรสวรรค์ของเจียงหนาน เอฟเฟกต์ของมันก็เพิ่มเข้าไปอีก 60%!

ฉูและจ้าวภายในช่วง 10 วินาทีนี้ เรียกได้ว่าพวกเขาแทบจะเป็นอมตะ!

ฉูเทียนหัว จ้าวหมิงตระหนักดีว่าจะชนะหรือพ่ายแพ้ขึ้นอยู่กับการเดิมพันในช่วงเวลานี้

เขาเลิกสู้กับฮังอวี่แบบถ่วงเวลา งัดพลังจิตเกือบทั้งหมดออกมา

ตอนนี้เป็นเวลาเหมาที่สุดที่จะจัดการกับฮังอวี่!

ต้องเร่งยุติการต่อสู้ก่อนเอฟเฟกต์จากสกิลของเจียงหนานจะหมดลง!

คิ้วของฮังอวี่ยิ่งขมวดเข้าหากัน สถานการณ์ในปัจจุบันค่อนข้างยุ่งยาก

เจียงหนานได้รับการปกป้องโดยค่ายกลโล่ของจ้าวหมิง เกรงว่าคงไม่สามารถฆ่าเธอได้ในช่วงสั้นๆ

ส่วนอีกสองคนก็ไม่ง่ายหากคิดบดขยี้เช่นกัน

ภายใต้สกิลขั้น 4 ของเจียงหนาน เว้นแต่จะระเบิดโจมตีเหมือนตอนฉินมู่ ฆ่าพวกเขาในวินาทีเดียว ไม่งั้นอย่าหวังว่าจะทำดาเมจให้ไวกว่าความเร็วจากการรักษาได้

แต่ปัญหาก็คือ

ทั้งคู่สวมชุดเซ็ทโบราณสงครามศักดิ์สิทธิ์!

มันเป็นเรื่องยากมาหากคิดสังหาร ฉูเทียนหัวในวินาทีเดียว

และยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงจ้าวหมิงที่ได้รับฉายาว่าโล่แห่งมังกรคราม!

การต่อสู้ระหว่างสมาชิกระดับสูงของมังกรคราม ได้เปิดให้ชมการถ่ายทอดสด เวลานี้ผู้ชมต่างตื่นเต้นจนเลือดเดือด! ทุกคนแตกตื่นตกใจกับพลังรบของคนในสังเวียน

ไม่คาดคิดเลยว่าพวกเขาจะทรงพลังถึงขนาดนี้!

นอกจากการตายของฉินมู่ที่ผู้ชมไม่ทันสังเกตเห็นถึงความสามารถของเขาแล้ว คนอื่นๆในทีม ไม่ว่าจะเป็นจางเสี่ยวเฉียง เจียงหนาน ฉูเทียนหัว หรือจ้าวหมิง แต่ละคนแข็งแกร่งสุดๆ

สามารถปลดปล่อยกระบวนท่าใหญ่แทบจะตลอดเวลา

แน่นอน!

ผู้ที่แกร่งยิ่งกว่าใครคือฮังอวี่ที่สามารถสู้แบบ 1 VS 5 ได้!

แต่ภายใต้สถานการณ์นี้ ฮังอวี่จะยังมีโอกาสชนะหรือไม่?

หากเป็นนักรบคนอื่นๆ แล้วใช้สไตล์การต่อสู้แบบเขา เกรงว่าค่าพลังจิตคงหมดไปนานแล้ว

แม้บอสฮังจะไม่ธรรมดา แต่ตอนนี้คิดว่าค่าพลังจิตเขากำลังจะหมดลง!

จบบทที่ Ep.435 - กระบวนท่าใหญ่ที่สุดที่เคยมีมา

คัดลอกลิงก์แล้ว