เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.415 - ก่อนสงครามใหญ่

Ep.415 - ก่อนสงครามใหญ่

Ep.415 - ก่อนสงครามใหญ่


2/3

Ep.415 - ก่อนสงครามใหญ่

คาลิมัวรวบรวมสมุนทหาร 5,000 นายและออกเดินทาง

ทหาร 5,000 นาย

ฟังดูเหมือนไม่ค่อยมากใช่ไหม? แต่ในความเป็นจริง นี่ถือว่าเยอะแล้ว

มันมากเกินพอ!

เพราะขีดจำกัดที่ขุนนางเล็กสามารถสร้างสมุนทหารได้ ในทางทฤษฏีแล้วจำกัดแค่ 4,000 นาย

แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

ประเด็นสำคัญก็คือ

กองทหารขุนนางใหญ่และกองทหารขุนนางเล็กต่างกันอย่างสิ้นเชิง

สมุนทหารในดินแดนขนาดเล็กโดยทั่วไปจะมีระดับชั้นยอดขั้นบรอนซ์เลเวล 10 แม้แต่ขุนนางเล็กที่อยู่มานาน และทรงพลังกว่าตนอื่นๆ มากสุดก็สามารถฝึกฝนสมุนทหารได้แค่ในเลเวล 11 12 เท่านั้น ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมากมาย

ขณะที่กองกำลังของเมืองธารทะเลทรายนั้นไม่เหมือนกัน

ทหารที่นำโดยคาลิมัว ทั้งหมดอยู่ในเลเวล 13 14 และส่วนใหญ่แล้วพวกมันอยู่ในระดับชนชั้นยอดขั้นซิลเวอร์ และมีสมุนทหารจำนวนหนึ่ง ที่มีพลังรบในเลเวล 15 ชั้นยอดขั้นโกลด์

ซึ่งทหารกลุ่มนี้ถูกสร้างโดยคาลิมัวและนำทัพด้วยตัวเอง

ในการต่อสู้จริง ทหาร 5,000 นายจากเมืองธารทะเลทราย จึงมากพอที่จะเอาชนะสมุนทหารของขุนนางเล็กนับหมื่นได้!

แม้เผ่าพันธุ์มนุษย์จะแก่กล้า แต่พลังรบจะซักแค่ไหนกันเชียว? ถึงจะยึดสี่เมืองได้ในช่วงเวลาสิบวัน แต่ช่วงเวลาสั้นๆเช่นนี้ ไม่น่าจะมีทางสะสมทรัพยากรได้

หากปราศจากทรัพยากร ก็ไม่มีทางเพิ่มพูนพลังรบของพวกเขา ยิ่งเรื่องการสร้างสมุนทหารคงไม่ต้องกล่าวถึง

ดังนั้นสมุนทหารของทั้งสี่เมือง ย่อมไม่มีทางยืนหยัดต่อสู้กับทหารชั้นยอด 5000 นายของเมืองธารทะเลทรายได้

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่า

คาลิมัวรู้สึกเหมือนตัวเองไม่จำเป็นต้องลงมือด้วยซ้ำ

หลังจากที่เขาออกจากคุกโบราณ มุ่งหน้าสู่เมืองธารทะเลทราย อย่างแรกที่ทำคือส่งทูตไปหาขุนนางเล็ก

และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ตอนนี้กองทหารของขุนนางเล็ก น่าจะรวมตัวกันที่เมืองรังอินทรีย์แล้ว

นี่คือกองทัพที่มีจำนวนมากกว่า 20,000 นาย!

อาศัยเพียงกองทัพพันธมิตร ก็เพียงพอที่จะบดขยี้ทั้งสี่เมือง!

ปล่อยให้พวกมันกระโจนเข้าสู่สนามรบและห้ำหั่นกันเอง!

ถึงเวลาแล้วที่จะกำราบพวกขุนนางเล็กเหล่านี้อีกครั้ง!

ส่วนตัวมันที่นำทัพ 5000 นายเข้าร่วมศึกในภายหลัง แทนที่จะเข้าสู้ ควรเรียกว่ามาเป็นผู้เฝ้าดูมากกว่า แบบนี้ก็จะไม่เสียทหารแม้แต่นายเดียว

ขณะที่คาลิมัวกำลังคิดเช่นนั้น

โดยไม่ทันคาดคิด เซนทอร์ตนหนึ่งวิ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง

“ท่านขุนนาง มีข่าวจากเมืองรังอินทรีย์ ....”

คาลิมัวพูดทันทีว่า “กองทัพพันธมิตรมากันพร้อมหน้าแล้วใช่หรือไม่? เช่นนั้นเจ้าจงแจ้งขุนนางเมืองรังอินทรีย์ ว่ากองทัพของเมืองธารทะเลทราย จะไปถึงในคืนนี้ และจะเริ่มโจมตีในวันพรุ่ง!”

“เปล่า ไม่ใช่! นี่เป็นข่าวฉุกเฉิน!” สีหน้าของเซนทอร์ที่มารายงานย่ำแย่ยิ่งกว่าเวลามันร้องไห้เสียอีก “เมืองรังอินทรีย์ถูกเผ่ามนุษย์โจมตีเมื่อคืนนี้ เมืองถูกทำลาย สมุนทหารเมืองรังอินทรีย์ 4000 นาย ขุนนางเล็กทั้ง 18 ตน และผู้ส่งสารจากเมืองธารทะเลทราย 5 ตน ทั้งหมดพ่ายแพ้!”

คาลิมัวนิ่งเป็นหินไปสามวินาที ก่อนที่สีหน้าท่าทีของมันจะเริ่มกลายเป็นน่าเกลียด ผมเพ้าลุกชันราวกับสิงโตคลั่ง คำรามด้วยความโกรธ “เจ้าว่าอะไร! นั่นเป็นไปไม่ได้! เผ่าพันธุ์มนุษย์จะรู้ได้ยังไงว่าพวกเรากำลังจะไปเมืองรังอินทรีย์? เผ่าพันธุ์มนุษย์จะมีอำนาจโค่นเมืองรังอินทรีย์ได้อย่างไร?”

นี่มันไร้สาระสิ้นดี!

ไม่มีทางเป็นไปได้!

เซนทอร์ผู้มารายงานตัวสั่น “ท่านขุนนาง ข้าเกรงว่าเรื่องนี้ ... จะเป็นเรื่องจริง!”

เซนทอร์ระดับสูงกว่าหลายสิบตนที่ติดตาม คาลิมัวในการเดินทางครั้งนี้ ทุกตนดูตกใจมาก เผ่าพันธุ์มนุษย์สามารถโจมตีเมืองรังอินทรีย์ได้ในเวลาสั้นๆ แล้วอีกอย่างพวกเขายังสามารถทำลายเมืองรังอินทรีย์ได้สำเร็จ

ความคล่องแคล่วและพลังโจมตีที่ทรงพลังเช่นนี้มันอะไรกัน?

ยอดฝีมือตนหนึ่งจากเมืองธารทะเลทรายพรวดออกมา เอ่ยเสียงขรึม “ท่านขุนนาง ถ้านี่เป็นเรื่องจริง หมายความว่าพวกเราประเมินกำลังของเผ่าพันธุ์มนุษย์ต่ำไป สงครามครั้งนี้ต้องพิจารณาให้รอบคอบ!”

ลูกน้องของคาลิมัวอีกตนหนึ่งก็ก้าวออกมาและเริ่มเกลี้ยกล่อม “ขุนนางเล็กทั้งหมด 18 ตนถูกฆ่าตาย แผนการส่งสมุนทหารจากดินแดนเล็กรอบๆย่อมต้องล่าช้าออกไปแน่นอน ข้าคิดว่าพวกเราควรล้มเลิกแผนการโจมตีที่สุ่มเสี่ยงนี้ไว้ก่อนชั่วคราว”

“ใช่ ถอนทัพกลับเมืองธารทะเลทรายก่อน รอให้กองทัพในดินแดนเล็กกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง จากนั้นพวกเราค่อยรวบกำลังเข้ากำราบเผ่ามนุษย์พร้อมกัน”

“เรื่องนี้ไม่อาจเสี่ยงได้!”

คำแนะนำของฝูงชนรอบตัว ยิ่งทำให้สีหน้าของคาลิมัวมืดมนมากขึ้นเรื่อยๆ

“ไม่!”

มันเงียบไปนานกว่าสิบวินาทีเต็ม แต่ไม่ยอมรับความเห็นจากทุกตน “ข้ามีลางสังหรณ์ เผ่าพันธุ์มนุษย์ไม่ธรรมดา หากล่าช้าไปอีกสิบวัน พวกเขาอาจแก่กล้าขึ้น!”

เมื่อคำนี้เปล่งออกมา

เซนทอร์ตนอื่นๆมองหน้ากัน

เผ่าพันธุ์ต่างถิ่นที่พวกมันไม่เคยพบเจอมาก่อนนี้ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก!

พวกเขาดูไม่เหมือนกองทัพที่ได้รับการสนับสนุนจากขุนนางใหญ่ตนอื่น เรียกได้ว่าแทบไม่มีภูมิหลังใดๆ แต่กลับสร้างเรื่องราวใหญ่โตได้ในเวลาอันสั้น

สิบวันแทบไม่มีความหมายใดๆสำหรับขุนนางเล็กตนอื่นๆ แต่พอเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่แสนลึกลับนี้ บางทีอาจเสริมพลังรบแก่พวกเขา ฐานค่าคุณสมบัติทะยานไปอีกขั้น

ถึงเวลานั้นหากคิดฆ่าพวกเขา เกรงว่าอาจต้องจ่ายด้วยราคาที่แพงกว่าในตอนนี้

“ไม่ต้องรอพวกขุนนางเล็กแล้ว กลับไปที่เมืองธารทะเลทราย รวบรวมสมุนทหารชั้นยอดมาเพิ่มอีก 5000 นาย!” คาลิมัวกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้าไม่เชื่อหรอก ว่าทหารหมื่นนายของเมืองธารทะเลทราย จะล้างบางเผ่าพันธุ์ของผู้มาใหม่ไม่ได้!”

เมื่อขุนนางใหญ่ได้ตัดสินใจแล้ว ตนอื่นๆก็ไม่โน้มน้าวอีกต่อไป

เรื่องนี้ต้องทำทันที และเร่งมือให้เร็วที่สุด!

หากจ้าวสงครามคาลิมัวนำทหารหมื่นนายของเมืองธารทะเลทรายออกสู้ ไม่ต้องกล่าวถึงดินแดนเล็กที่แสนธรรมดาสี่แห่ง

ต่อให้เป็นขุนนางเล็กนับสิบก็ยังกวาดล้างได้!

แม้อาจเกิดการสูญเสียไปบ้างระหว่างสู้รบ แต่ด้วยความแข็งแกร่งของเมืองธารทะเลทรายที่สั่งสมมาตลอดหลายปี พลังรบของพวกขุนนางเล็กยังไม่มากพอที่จะล่วงเกินขุนนางใหญ่

สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ก็คือจำกัดความสูญเสียที่อาจลุกลาม ต้องทำลายพวกมนุษย์สารเลวนี่ให้ไวที่สุด!

...

ณ เจียงเฉิง

ชุมชนมังกรฟ้า

ฮังอวี่กลับมาแล้ว

เขากลับมาพร้อมชัยชนะอันยิ่งใหญ่จากเมืองรังอินทรีย์ และมันได้กลายเป็นแรงบันดาลใจอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม ฮังอวี่กลับทำตัวสงบและเก็บตัวมากขึ้น

การต่อสู้ครั้งนี้สามารถป้องกันกองทัพขุนนางเล็กนับหมื่นจากการปิดล้อมสี่เมืองมนุษย์ แต่ถ้าเดาไม่ผิด คาลิมัวยังไม่น่าล้มเลิกการโจมตี

ถ้ามันเร่งมือ อย่างมากกองทัพของมันอาจใช้เวลา 2 3 วัน!

กองทัพมนุษย์ห้าร้อยคนบุกจู่โจมเมืองรังอินทรีย์อย่างกะทันหัน ทำลายสมุนทหารนับสามสี่พันนาย สังหารเผ่าพันธุ์ระดับสูงที่มีสติปัญญาไปหลายสิบเผ่า

ในสายตาคนส่วนใหญ่

โดยเฉพาะในสายตาชาวเน็ตที่ไม่รู้สถานการณ์ของแคว้นเดียวดาย นี่เป็นผลงานที่โดดเด่นน่าประทับใจอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม ฮังอวี่กลับเยือกเย็นไม่ได้ดูตื่นเต้นดีใจใดๆ

เพราะเขารู้ว่าสงครามเล็กๆนี้ไม่นับเป็นสิ่งใด

สี่เมืองมนุษย์ยังคงห่างชั้นกับเมืองธารทะเลทราย!

หากคาลิมัวเกิดบ้าขึ้นมา ยกทหารชั้นยอดเกือบ 20,000 นายมาตีเมืองหุบเขาเดียวดาย ฮังอวี่คงไม่มีโกอาสชนะเลย

แน่นอน

เขาไม่คิดว่า คาลิมัวจะกล้าทำเช่นนั้น

ถ้านำสมุนทหารทั้งหมดออกสู่สนามรบ งั้นเมืองธารทะเลทรายจะไม่ว่างเปล่าหรือ?

หากจู่ๆมีหมาป่าหิวกระหายเข้าโจมตี เมืองธารทะเลทรายอาจถึงวาระได้

คาลิมัวไม่กล้าเสี่ยงขนาดนี้

แล้วอีกอย่าง ไม่ต้องกล่าวถึงทหารชั้นยอด 20,000 นาย ต่อให้แค่ครึ่งเดียว ด้วยความแข็งแกร่งของสี่เมืองมนุษย์ ก็ยังยากเกินต้านทาน

ทุกอย่างได้ลิขิตไว้แล้วว่ามันคือสงครามที่ดุเดือดมาก ดังนั้นต้องใช้เวลาไม่กี่วันที่เหลือเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด

ฮังอวี่สั่งให้ทุกคนซื้อโพชั่น ม้วนคัมภีร์ อุปกรณ์ ฯลฯ ที่เหมาะกับตัวเองมาโดยเร็วที่สุด โชคดีที่ทางประเทศให้การสนับสนุนมังกรครามเป็นอย่างดี

และสกายเน็ตจากหลายท้องถิ่นดูแลสมาชิกมังกรครามเป็นอย่างดี

พวกเขาจึงได้รับม้วนคัมภีร์ โพชั่นมนตรา โพชั่นลับ อุปกรณ์ หรือแม้แต่หินสกิล ทั้งหมดขายให้มังกรครามพร้อมส่วนลด นั้นเป็นเหตุผลที่ว่า พลังรบของทุกคนพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว

ซูหยุนปิงเองก็วิ่งเต้นให้ฮังอวี่เช่นกัน

เธอเข้าพบฮังอวี่แล้วพูดว่า “ฉันขอให้ทีเกอร์ช่วยทดสอบ [ปืนใหญ่องค์รักษ์สกายเน็ต] กับ [ปืนพ่นไฟขั้นสุดยอดเสี่ยวไป๋] ให้แล้ว”

ทั้งสองสิ่งนี้เป็นอุปกรณ์เหนี่ยวนำมนตราหลักของมังกรครามในปัจจุบัน ปืนใหญ่เหนี่ยวนำมนตราของทั้งสี่เมืองรวมกันได้เกือบร้อย ทั้งหมดนำเข้าจากสกายเน็ตในราคาสูง แต่อย่าประมาทอุปกรณ์เหนี่ยวนำมนตราพวกนี้ พวกมันสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันเมืองได้มาก

ฮังอวี่ได้ขอให้ฉูเทียนหัว จ้าวหมิง และสมาชิกในภูมิภาคอื่นๆหาซื้อมันจากสกายเน็ตในท้องถิ่น เพื่อที่จะได้เพิ่มอีกหลายสิบหรือหลายร้อยกระบอก!

นี่จำเป็นต่อการเพิ่มพลังป้องกันของทั้งสี่เมืองอย่างมาก!

ฮังอวี่เอ่ยถาม “แล้วทีเกอร์วิเคราะห์ว่ายังไง?”

ซูหยุนปิงตอบว่า “ทีเกอร์คิดว่าอาวุธเหนี่ยวนำมนตราทั้งสองชิ้นนี้ค่อนข้างหยาบ ถ้านายมอบวัสดุและเวลาให้เขามากพอ เขาสามารถสร้างปืนใหญ่เหนี่ยวนำมนตราคุณภาพสีฟ้าและโดดเด่นยิ่งกว่าได้!”

“พลังของอุปกรณ์เหนี่ยวนำมนตราคุณภาพสีฟ้าน่าแตกตื่นมาก แต่ขณะเดียวกันมันใช้วัสดุในการผลิตสูง มากกว่าการหลอมอุปกรณ์สีฟ้าหลายเท่าด้วยซ้ำ”

“พวกเราไม่มีเวลามากพอ!”

ซูหยุนปิงขมวดคิ้ว “งั้นฉันควรทำยังไง?”

ฮังอวี่คิดพักหนึ่งแล้วตอบว่า “เวลาสำหรับผลิตอาวุธใหม่ไม่พอแน่นอน แต่การอัพเกรดอาวุธเหนี่ยวนำมนตราที่มีอยู่แล้ว ด้วยฝีมือระดับผู้เชี่ยวชาญของทีเกอร์น่าจะทำได้”

ปืนใหญ่องคักษ์สกายเน็ตกับปืนพ่นไฟขั้นสุดยอดเสี่ยวไป๋ที่ติดตั้งในสี่เมือง ทั้งหมดมีคุณภาพสีเขียวเลเวล 10

ระดับพลังงานยังค่อนข้างจำกัด ฮังอวี่จึงตัดสินใจอัพเกรดพวกมันรอบหนึ่ง ให้อาวุธพวกนั้นอัพเลเวลขึ้นเป็น 14 15 ถ้าทำแบบนี้ก็จะช่วยเพิ่มพลังให้แก่พวกมัน 50-100%!

แบบนี้จะไม่ต้องใช้ความพยายามเท่ากับการสร้างอุปกรณ์ใหม่

ถ้าให้ทีเกอร์ทำงานล่วงเวลา ซักสองหรือสามวันการ อัพเกรดพวกมันได้ครึ่งหนึ่ง นั่นก็ดีมากแล้ว

นอกจากนี้

หุ่นรบเหนี่ยวนำมนตราที่ยึดได้ ยังสามารถนำเข้าโลกวิญญาณได้เช่นกัน

ฮังอวี่ตอนนี้พยายามทำทุกอย่างที่ทำได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังรบแก่สี่เมืองมนุษย์ ป้องกันศัตรูตัวฉกาจที่กำลังมาเยือน!

จบบทที่ Ep.415 - ก่อนสงครามใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว