เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.400 - เริ่มใช้งานค่ายกลเทเลพอร์ต

Ep.400 - เริ่มใช้งานค่ายกลเทเลพอร์ต

Ep.400 - เริ่มใช้งานค่ายกลเทเลพอร์ต


3/3

Ep.400 - เริ่มใช้งานค่ายกลเทเลพอร์ต

[บันทึกของผู้เชี่ยวชาญการกลั่นโพชั่นแห่งขุมนรก] ไอเท็มเลเวล 15 , สีฟ้าคุณภาพสูง , ช่วยเพิ่มแต้มวิญญาณและค่าความชำนาญแก่เทคนิคกลั่นโพชั่นอย่างละ 50,000 แต้ม , เงื่อนไขการเรียนรู้ : เทคนิคกลั่นโพชั่นขั้นสูง

นี่คือไอเท็มที่ฮังอวี่คว้ามาจากได้ศพทรราชย์ขุมนรก

มันเป็นบันทึกสายการผลิตที่มีมูลค่าสูง

สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความสามารถและอัพเลเวลของสกิลได้อย่างรวดเร็ว เป็นทางลัดที่ดีมากแก่สกิลสายผลิต

บันทึกกลั่นโพชั่นสีฟ้าใสเลเวล 15 นี้ มูลค่าของมันไม่ด้อยไปกว่าหินสกิลสีฟ้าเลย

อย่างไรก็ตาม เจ้าสิ่งนี้ เงื่อนไขในการเรียนรู้ค่อนข้างสูง อันที่จริงแล้วจำเป็นต้องมีสกิลกลั่นโพชั่นขั้นสูง ซึ่งลูกน้องของฮังอวี่ที่สามารถใช้บันทึกเล่มนี้ได้ เกรงว่ามีเพียงเสี่ยวไป๋

ฮังเสี่ยวไป๋มีความสามารถด้านการผลิตทุกประเภท เธอเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะนักผลิตผู้มากประสบการณ์  และในบรรดาความสามารถการผลิตทั้งหมด สายงานที่มีความสำเร็จสูงสุดคือการกลั่นโพชั่น

เทคนิคกลั่นโพชั่นของเธออยู่ในเลเวล 5 แล้ว และมันใกล้ถึงเลเวล 6 สามารถเรียกได้ว่าอยู่ในระดับขั้นสูง

หากอัพเลเวลอีกซักขั้นสองขั้น ก็จะสามารถก้าวขึ้นสู่ระดับผู้เชี่ยวชาญ

บันทึกเล่มนี้น่าจะมากพอให้อัพเลเวลเทคนิคกลั่นยาของฮังเสี่ยวไป๋ให้ถึงระดับผู้เชี่ยวชาญได้ จากนั้นเขาก็จะใช้เธอเรียนรู้สูตรโพชั่นลับสีฟ้า ‘โพชั่นลับแห่งขุมนรก’ ที่ได้จากหีบสมบัติ

ดังนั้นบันทึกเล่มนี้จึงมีค่ามาก และมาในเวลาที่เหมาะสมพอดี

แน่นอน

การอัพเลเวล จำเป็นต้องใช้หินสกิลกลั่นโพชั่นระดับผู้เชี่ยวชาญเช่นกัน

...

ทุกคนกลับมาอย่างปลอดภัย

ฮังอวี่พบเสี่ยวไป๋แล้วเอ่ยถามว่า “ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง?”

เสี่ยวไป๋กล่าวว่า “มีกองทหารหนึ่งหรือสองกองโจมตีเรา แต่ดูเหมือนจะแค่เป็นการทดสอบเฉยๆ พลังรบไม่ได้สูงนัก ถูกขับไล่ออกไปแล้ว”

ฮังอวี่พยักหน้าอย่างพอใจ “ทำได้ดีมาก”

เสี่ยวไป๋อัพเลเวล 12 แล้ว และใช้เวลาอีกไม่นาน เธอก็จะอัพเลเวล 13

เพราะเมื่อก่อนตอนอยู่ในโลกวิญญาณ เสี่ยวไป๋มีพลังรบในเลเวล 13

หลังจากที่เสี่ยวไป๋อัพเลเวล 13 การอัพเลเวลขั้นต่อไปของเธอก็จะยากขึ้น หากแข่งกันด้านความไวในการอัพเลเวล เผ่าภูติมายาไม่สามารถเทียบกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้อย่างแน่นอน

แต่ก็ไม่เป็นไร

ดพราะฮังเสี่ยวไป๋ไม่ใช่กำลังหลักของเขา

ตอนนี้เธอค่อยๆผันตัวไปอยู่ในตำแหน่งผู้ช่วยในการต่อสู้และฝ่ายการผลิตเป็นหลัก

ภูติมายามีโบนัสความสามารถที่ดีมากในแง่ของสกิลสายผลิต พวกเธอสามารถเติบโตในสายงานนี้ได้เป็นอย่างดี

ฮังอวี่จึงพร้อมที่จะลงทุนในด้านนี้กับเธอให้มากขึ้น โดยเฉพาะด้านการผลิตค่ายกลและด้านการกลั่นโพชั่น

“พี่ชายอัพเลเวล 13 แล้ว!?” เสี่ยวไป๋รู้สึกเหลือเชื่อ ก่อนฮังอวี่จะจากไป เขายังอยู่แค่เลเวล 11 แท้ๆ

“ในเวลาแค่สามวัน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพี่ชายจะอัพเลเวล 2 ขั้นติดต่อกัน นี่มันจะเร็วเกินไปแล้ว!”

น่าเหลือเชื่อมาก!

ในโลกวิญญาณ หากใครคนหนึ่งในเลเวล 11 ต้องการอัพเลเวล จำเป็นต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งปีจึงจะทำสำเร็จ

อีกทั้งระหว่างทางต้องอาศัยโชคมากมาย มีมอนสเตอร์ระดับเจ้าถิ่นหรือแต้มวิญญาณสีเขียวมากพอให้ดูดซับ

และจากเลเวล 12 มุ่งสู่เลเวล 13 หากเป็นไปอย่างราบรื่นอาจใช้เวลาถึง 1 ปี!

เนื่องจากจำเป็นต้องล่ามอนสเตอร์ระดับเจ้าถิ่นที่มีเลเวลเดียวกันเป็นร้อยๆตัวหรือมากกว่านั้น

ต่อให้ทรัพยากรด้านมอนสเตอร์เพียงพอ แต่การอัพเลเวลได้ภายในสามวันเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อมาก ฮ๊าาาา!

และที่กล่าวมาคือในกรณีล่าคนเดียวนะ ถ้าต้องล่าเป็นทีม แบ่งปันแต้มวิญญาณเท่าๆกัน ระยะเวลาก็จะยิ่งนานกว่าเดิม

การลงมือคนเดียว

แน่นอนว่าผลประโยชน์ย่อมมีมากกว่า

แต่ความเสี่ยงก็มากกว่าเช่นกัน!

ไม่ว่าจะความเสี่ยงด้านมอนสเตอร์ หรือภัยคุกคามจากการแก่งแย่ง หากพลาดตายขึ้นมา เป็นไปได้ว่าที่เฝ้าทำเกือบทั้งปีกลายเป็นไร้ประโยชน์!

ฮังอวี่นั้นโชคดีแค่ไหนคงพอจินตนาการได้

ออกผจญภัยครั้งเดียว

แต่กลับมาอัพเลเวลถึง 2 ขั้น!

ฮังอวี่ตบไหล่เสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “มันก็แค่เลเวล 13 มีอะไรน่าแปลกใจ? พี่ชายของเธอเป็นถึงเผ่าพันธุ์จุติ เติบโตได้ไวขนาดนี้เป็นเรื่องธรรมดา”

การอัพเลเวล 12 ในการผจญภัยนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ แต่การไปถึงเลเวล 13 นี่ต้องใช้โชคไม่น้อย

มนุษย์เติบโตเร็วกว่าชาวโลกวิญญาณ ข้อกำหนดของพวกเขา อาจน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของค่าเฉลี่ยของชาวโลกวิญญาณ และเนื่องจากมอนสเตอร์ระดับเจ้าถิ่นในคุกมีมากมาย เรียกได้ว่ามากมายจนกองพะเนิน ดังนั้นเลยสั่งสมแก่นแท้สีเขียวได้มาก

แต่โชคที่ดีที่สุดของฮังอวี่ก็คือการได้ปลิดชีพทรราชย์ขุมนรก

มันช่วยให้เขาได้รับแต้มวิญญาณระดับทรราชย์มา! ไม่อย่างนั้นเขาจะอัพเลเวลได้ไวขนาดนี้ได้ยังไง?

ฮังอวี่ตรวจสอบค่าคุณสมบัติแล้ว

เขาพบว่าค่าพลังชีวิตเพิ่มขึ้นจากเดิม 25 หน่วยและค่าพลังจิตเพิ่มขึ้นจากเดิม 14 หน่วย

ฐานค่าคุณสมบัติตอนนี้คือ นักรบเลเวล 13 , ค่าพลังชีวิต 225 , ค่าพลังจิต 159 ... แต้มวิญญาณ  6450/30000 , แก่นแท้ 9.9%。

เมื่อบวกกับโบนัสจากอุปกรณ์สวมใส่ ค่าพลังชีวิตเขาอาจมากถึง 300+ และค่าพลังจิตเกือบถึง 200!

พลังระดับนี้ถึงไม่ดีเท่าชาวโลกวิญญาณ แต่ถ้าอยู่ในประชากรมนุษย์ เขาถือว่ายืนอยู่แถวหน้าแล้ว ตอนนี้มีมนุษย์ไม่มากนักที่จะทัดเทียมกับฮังอวี่ในด้านค่าคุณสมบัติ

ฮังเสี่ยวไป๋รายงานเรื่องสำคัญอีกอย่างหนึ่ง

ค่ายกลเทเลพอร์ตที่สร้างโดยเมืองทรายดำเปิดใช้งานแล้ว

ฮังอวี่เดินมายังจัตุรัส เห็นแค่เพียงเบื้องหน้าแผ่นศิลาเทเลพอร์ตของเมือง มีผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกัน พร้อมที่จะเทเลพอร์ต สีหน้าของทุกคนดูมีความสุข ราวกับว่ากำลังเฝ้ามองตำนานบทใหม่ ซึ่งมันสร้างประโยชน์ต่อพวกเขาเป็นอย่างมาก

“สวัสดีบอสฮัง!”

“บอสฮังกลับมาแล้ว!”

ทุกคนไม่ได้เจอฮังอวี่ติดต่อกันหลายวัน

ฮังอวี่ได้กลายเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของเมืองหุบเขาเดียวดาย หรือเป็นกระทั่งผู้นำเผ่ามนุษย์ในอาณาจักรมังกรโลกาไปแล้ว อีกทั้งสงครามระหว่างสี่เมืองของเผ่ามนุษย์กับเมืองธารทะเลทรายจะปะทุขึ้นเมื่อใดก็ได้  ดังนั้นเมื่อไม่เจอหน้าเขา ทุกคนจึงรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างขาดหายไป

อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่ฮังอวี่ปรากฏตัว ทุกคนจะรู้สึกสบายใจ

ฮังอวี่เอ่ยถาม “เป็นยังไงบ้าง เทเลพอร์ตทำงานได้ดีไหม?”

“มันใช้งานได้ดี!” ชาวเมืองคนหนึ่งเห็นฮังอวี่พูดกับตัวเอง เขารู้สึกปลาบปลื้มมาก ตั้งใจว่าหลังจากกลับไปจะคุยโม้เรื่องนี้

“มันช่วยอำนวยความสะดวกในการล่ามอนสเตอร์ได้มาก”

“ใช่” อีกคนรีบแสดงความคิดเห็น “มีคนเยอะเกินไปในพื้นที่รอบๆเมืองหุบเขาเดียวดายของพวกเรา พอแย่งกันเลยหามอนสเตอร์ดีๆยาก แต่ตอนนี้พอมีค่ายกลเทเลพอร์ต พวกเราก็มีสถานที่ในการออกล่าให้เลือกมากขึ้น”

อีกคนพูดว่า “แต่ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ ค่าธรรมเนียมออกจะแพงไปหน่อย”

ฮังอวี่พยักหน้าเล็กน้อย

เรื่องนี้เขารู้มาจากเสี่ยวไป๋แล้ว ค่ายกลเทเลพอร์ตในปัจจุบัน ตอนนี้ติดตั้งได้แค่ที่เดียวเท่านั้น มันตั้งอยู่ในถ้ำที่ห่างออกไปประมาณ 200 ไมล์

หากใช้ถ้ำนี้เป็นจุดแวะพัก มันจะสามารถเชื่อมต่อเมืองมนุษย์ทั้งสี่เมืองได้

และค่ายกลเทเลพอร์ตแห่งที่สองกำลังเริ่มสร้างแล้วเช่นกัน หลังจากนี้จะมีค่ายกลเทเลพอร์ตในการรับส่งพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ

ค่ายกลเทเลพอร์ตพวกนี้ไม่ใช่แค่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางระหว่างสี่เมืองเท่านั้น แต่ยังช่วยกระจายพื้นที่ล่า ทุ่งทรัพยากร สวนพืชวิญญาณใกล้กับเมืองทั้งสี่ให้สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ยังช่วยหมุนเวียนสินค้า สิ่งของ และทรัพยากรของทั้งสี่เมืองได้อีกด้วย

มันช่วยสร้างมูลค่าได้

แน่นอน

สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ มังกรครามได้เสริมความแข็งแกร่งในการคุ้มครองเมืองมนุษย์ทั้งสี่ หากเมืองใดตกอยู่ในอันตราย พวกเขาจะได้รับการสนับสนุนอย่างทันท่วงที มีมูลค่าเชิงกลยุทธ์มหาศาล

ฮังอวี่ทดลองเทเลพอร์ต

ย้ายที่จากเมืองหุบเขาเดียวดายไปยังจุดแวะพักในถ้ำ จากนั้นเทเลพอร์ตเปลี่ยนที่หมายไปยังเมืองเตาหลอมศิลา มีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 15 หินคริสตัลขาว ถือว่าค่อนข้างแพง

และในจำนวนที่จ่ายไป ทางเมืองทรายดำจะได้รับหินคริสตัลขาวอย่างน้อย 5 ก้อน

ฮังอวี่พึ่งมาถึงก็เข้าพบกับเหล่าจ้าวทันที อีกฝ่ายคือขุนนางแห่งเมืองเตาหลอมศิลา หลังกลับจากคุกโบราณ เขาก็รีบมาที่เมืองของตัวเอง ทำงานแข่งกับเวลาเพื่อเตรียมรับมือสงคราม

“เฮ้ ค่ายกลเทเลพอร์ตนี่มันของดีจริงๆ” เหล่าจ้าวอดทอดถอนหายใจไม่ได้ “น่าเสียดาย ที่ประเทศจีนไม่มีใครมีพิมพ์เขียวนี้เลย ไม่อย่างนั้นต่อให้แพงแค่ไหนพวกเราก็จะซื้อมัน”

ฮังอวี่ส่ายหัวและพูดว่า “ค่ายกลเทเลพอร์ตขนาดเล็กเป็นพิมพ์เขียวสีฟ้า แค่พิมพ์เขียวสีฟ้าก็เป็นอะไรที่หายากมากแล้ว และในบรรดาพวกมัน พิมพ์เขียวค่ายกลเทเลพอร์ตหาได้ยากที่สุด แล้วจะดรอปได้ง่ายๆได้ยังไง?”

จ้าวหมิงบ่น “เมืองทรายดำโชคดีจริงๆ อาศัยแค่ค่ายกลเทเลพอร์ตก็ทำเงินได้มากมาย”

“พวกเขาต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสร้างค่ายกล ถ้าเป็นพวกเราก็คงไม่ให้คนอื่นใช้ฟรีๆเหมือนกัน แต่วางใจเถอะ ผมจะพยายามช่วยให้สมาชิกมังกรครามได้รับส่วนลดมากขึ้น”

“นั่นก็จริง ถ้าพวกเรามีค่ายกลเทเลพอร์ต คงทำเงินได้ไม่น้อย” จ้าวหมิงกล่าว “ฉันรวบรวมสมุนทหารของคนแคระเรียบร้อยแล้ว ทำการก่อตั้งฐานการผลิตคนแคระ ในอนาคตเมื่อได้ทรัพยากรจากสี่เมืองและในโลกจริง พวกเขาสามารถช่วยผลิตอุปกรณ์สีขาวเป็นจำนวนมากได้”

ฮังอวี่ใจสั่น เอ่ยถามทันทีว่า“ในหนึ่งวันผลิตได้เท่าไหร่?”

จ้าวหมิงตอบว่า “ถ้าวัสดุเพียงพอ และมีการแปรรูปแล้ว เมืองเตาหลอมศิลาสามารถผลิตอุปกรณ์สีขาวเลเวล 10 ได้อย่างน้อยหลายร้อยชิ้นหรืออาจถึงพันชิ้นต่อวัน!”

ฮังอวี่พอใจมาก

เมืองเตาหลอมศิลามีทหารฝ่ายผลิตของคนแคระเป็นจำนวนมาก

นี่เป็นข้อดีอย่างยิ่ง ขุมกำลังของเมืองใหญ่ หรือกระทั่งสกายเน็ตสาขาเจียงเฉิง อุปกรณ์ที่พวกเขาผลิตได้รายวัน ไม่มีทางเกิน 1000 ชิ้นแน่ๆ

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าอุปกรณ์ที่ผลิตนั้นผสมปนเปกันไปตั้งแต่ดีถึงไม่ดี

ขณะที่เมืองเตาหลอมศิลาสามารถผลิตอุปกรณ์สีขาวได้ทั้งหมด!

นอกจากนี้ ฮังอวี่ยังเป็นเจ้าของฐานมนุษย์ปลา เขาสามารถรับวัตถุดิบจากพวกมันได้ จากนั้นนำไปแปรรูป แล้วลดราคาพิเศษ ขายให้แก่มังกรครามในโลกวิญญาณ แล้วส่งต่อให้เมืองเตาหลอมศิลาใช้ผลิตเป็นอุปกรณ์ จากนั้นขายต่อราคาพิเศษให้แก่กลุ่มมังกรฟ้าในปริมาณมาก

กลุ่มมังกรฟ้ามีร้านขายอุปกรณ์ มีช่องทางการขายมากมาย หากสามารถเปลี่ยนพวกมันเป็นเงินได้ ...

เรียกว่าครบวงจร

ฐานมนุษย์ปลา , กลุ่มมังกรฟ้า , องค์กรมังกรคราม ทั้งสามต่างสามารถทำกำไรได้จากกระบวนการนี้

นอกจากฮังอวี่แล้ว ซูหยุนปิง จ้าวหมิง ฉูเทียนหัว พันธมิตรเหล่านี้ยังสามารถทำเงินได้เป็นจำนวนมากเช่นกัน

“มีหลายวิธีในการทำเงิน แต่หลักประกันก็คือดินแดนในโลกวิญญาณต้องไม่สูญเสีย” ฮังอวี่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และถามทันทีว่า “แล้วเรื่องทูตที่ส่งออกไปเพื่อติดต่อกับขุนนางเล็กเมืองอื่นล่ะ? ได้ความว่ายังไงบ้าง?”

จบบทที่ Ep.400 - เริ่มใช้งานค่ายกลเทเลพอร์ต

คัดลอกลิงก์แล้ว