เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.388 - พื้นที่ลับ

Ep.388 - พื้นที่ลับ

Ep.388 - พื้นที่ลับ


2/3

Ep.388 - พื้นที่ลับ

ทีมของฮังอวี่ไม่ได้สำรวจห้องขังขนาดใหญ่ แต่พวกเขามุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก และวนอ้อมเขาวงกตไปทางทิศตะวันตกแทน

มองหาพื้นที่ที่ไม่โดดเด่น และในสถานที่แห่งนั้นมีมอนสเตอร์รูปร่างคล้ายกับโครงกระดูกมนุษย์กำลังเดินเตร่อยู่

มันคือผู้คุม เลเวล 13 เป็นมอนสเตอร์ขั้นยอดขั้นโกลด์

และอีกตัวหนึ่งคือหัวหน้าผู้คุม เลเวล 14 เป็นมอนสเตอร์ชั้นยอดขั้นโกลด์เช่นกัน

ฮังอวี่  "ถ้าเป็น ไปได้พยายามเลี่ยงผู้คุม เลเวล 13 แล้วฆ่าแต่หัวหน้าผู้คุม เลเวล 14 เท่านั้น"

คนอื่นๆแม้ยังสับสน แต่ไม่ได้เอ่ยถามเพิ่มเติม ที่สั่งให้ทำแบบนี้แสดงว่าฮังอวี่มีเหตุผลอยู่ในใจ

2 ชั่วโมงผ่านไป

พวกเขาเจอหัวหน้าผู้คุมและทำการสังหารมันไปนับสิบตน เจ้าตัวนี้ดรอปชุดเซ็ทสีขาวเลเวล 13

แต่ค่าคุณสมบัติไม่ดี โดยรวมแล้วถือว่าค่อนไปทางปานกลาง

เมื่อเทียบกับผู้คุมพวกนี้แล้ว มอนสเตอร์ในห้องขังขนาดใหญ่ดูน่าสนใจกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ห้ามลืมนะว่าซากปรักหักพังอย่างคุกโบราณ แห่งนี้มีเวลาเปิดที่จำกัด

แต่ให้ฆ่าเฉพาะผู้คุม? แบบนี้มันเสียเวลาเปล่า!

มีมอนสเตอร์ชั้นยอดอยู่มากมายทุกที่!

แต่ทำไมต้องเฉพาะเจาะจงที่นี่ด้วย?

หัวหน้าผู้คุมอีก 2 ตัวถูกกำจัดลง

เมื่อเจียงหนานสัมผัสศพ อยู่ๆเธอก็เจออะไรบางอย่าง " พี่มหาเทพ ดูนี่สิ หัวหน้าผู้คุมตัวนี้ดรอปอะไรแปลกๆด้วย"

[กระดิ่งของผู้คุม] ไอเทมเฉพาะ , สีขาวคุณภาพต่ำ

มองแวบแรกก็ดูเหมือนเป็นแค่กระดิ่งธรรมดา

อีกทั้งข้อมูลในรายการแนะนำก็ไม่ได้บอกอะไร

" ในที่สุดก็ดรอปสักที!" ฮังอวี่เผยรอยยิ้มกว้าง " ไอเท็มชิ้นนี้จะดรอปเฉพาะจากหัวหน้าผู้คุมเท่านั้น แถมโอกาสก็ยังมีน้อยมาก มันคืออุปกรณ์ที่ใช้ในการเปิดกลไกรับของคุกโบราณ"

สำหรับเจียงหนานน้อย เธอคือคนที่ฮังอวี่ชื่นชมมากที่สุด ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะเธอคือนางฟ้านักเปิดกล่องสมบัติของเขา!

เดิมที ฮังอวี่คิดว่าอาจจะต้องวนรอบชั้น 1 เพื่อล่าผู้คุมอีกสัก 20-30 ตัว จึงจะมีโอกาสดรอปไอเทมชิ้นนี้ได้ แต่ไม่นึกเลย ว่ายังไม่ถึงที่คาดไว้ มันก็ดรอปตั้งแต่เนิ่นๆ

เขาตบไหล่เจียงหนาน " ทำได้ดีมาก"

เจียงหนานเกาหัวอย่างเขินอาย เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ไอเทมที่ดรอปมันก็ดรอปจากมอนสเตอร์ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอกัน?

10 นาทีต่อมา

ฮังอวี่หยุดฝีเท้าลงอย่างกะทันหัน

เบื้องหน้าเขาคือห้องที่ดูจะแตกต่างจากห้องขังอื่นๆ เพราะมันถูกปิดล้อมจากทุกด้าน เหมือนเป็นป้อมปราการขนาดใหญ่ แต่หาทางเข้าไม่เจอ

" น่าจะเป็นที่นี่ ..." ฮังอวี่เปิดใช้งานกระดิ่ง

กระดิ่งโบราณที่ดูแปลกตาลอยขึ้นไปในอากาศ และเริ่มสั่นเองโดยอัตโนมัติ ทว่ามันไม่ปรากฎเสียงใดๆ ตรงกันข้าม กลับปล่อยคลื่นแสงที่ไม่สามารถแยกแยะด้วยตาเปล่าออกไปแทน

จางเสี่ยวเฉียงอุทาน " เปิดแล้ว! มีทางลับซ่อนอยู่จริงๆด้วย!"

กระดิ่งหายไป แต่ทางลับปรากฏขึ้นต่อหน้าพวกเขา

จ้าวหมิง ฉูเทียนหัวเหลียวมองหน้ากัน และคิดว่าขุนนางใหญ่คาลิมัวน่าจะไม่รู้เรื่องทางลับแห่งนี้

ฮังอวี่สั่งการ " เจ้าหมา ไปสำรวจเส้นทางซะ"

ร่างแยกของหวังเอ๋อ วิ่งเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว ไม่กี่นาทีต่อมามันก็รายงาน " เจ้านาย ข้างในมี มอนสเตอร์ ไม่มากนัก แต่หนึ่งในนั้นพลังรบค่อนข้างแข็งแกร่ง ดูเหมือนว่าจะเป็นตัวตนระดับเจ้าถิ่น"

" อย่างนั้นหรอ?" ถึงแม้ฮังอวี่จะพอทราบข้อมูลคร่าวๆอยู่แล้ว แต่เมื่อได้รับคำยืนยันจากปากหวังเหอตี้ เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก " ไปกันเถอะ"

สถานการณ์ข้างในก็คล้ายกับที่หวังเอ๋อรายงาน สภาพของสถานที่แห่งนี้เหมือนว่าจะเป็นห้องรับรองของพวกผู้คุม

มีผู้คุมราวๆ 20 ตนเดินไปมาอยู่รอบๆ แต่ในบรรดาพวกมัน มีอยู่ 1 ตนที่โดดเด่นอย่างชัดเจน มันดูเหมือนโครงกระดูกที่มีสีดำราวกับหมึก ขนาดตัวสูงราวๆ 3 เมตร สวมชุดเกราะ และถืออาวุธคู่

นี่คือหัวหน้าพัศดี เลเวล 14 เป็นมอนสเตอร์ระดับเจ้าถิ่นขั้นซิลเวอร์ พลังรบถือว่าไม่เลว มันคือ BOSSลับของห้องนี้

" เหล่าจ้าว เหล่าฉู ฝากพวกคุณจัดการผู้คุมตัวอื่นๆที่อยู่รอบรอบ เดี๋ยวผมจะไปฆ่าลูกพี่ของพวกมันเอง"

" ลงมือได้!"

อีก 5 คน หนึ่งหมาและหนึ่งมดยักษ์ พุ่งออกไปพร้อมกัน

พวกผู้คุมที่อยู่รอบๆ ถูกดึงดูดความสนใจทันที

ในเบ้าตาสีดำสนิทของหัวหน้าพัศดี ลูกไฟสีแดงเข้ม 2 ดวงลุกโชน

แต่ขณะที่มันกำลังจะโจมตีเหล่าผู้บุกรุกกลุ่มนี้ จู่ๆก็มีร่างหนึ่งปรากฏขึ้น ต่อหน้าต่อตามันอย่างกะทันหัน

เนื่องจากเป็นมอนสเตอร์อันเดธ ระบบกระบวนการคิดของหัวหน้าพัศดีจึงไม่เหมือนสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาทั่วไป มักลงมือตามสัญชาตญาณ

มันยกอาวุธที่เหมือนกับกรรไกรยักษ์ขึ้น เตรียมจะปลดปล่อยสกิลโจมตีที่รุนแรงที่สุด อย่างไรก็ตาม ฮังอวี่เตรียมโจมตีมาก่อนแล้ว ความเร็วในการโจมตีของเขาจึงไวกว่าหนึ่งก้าว!

" ค่ายกลแสงและเงา!"

เขาเปิดใช้งานกระบี่ 30 เล่มที่อยู่รอบกาย กระบี่เปลี่ยนสถานะของพวกมัน จากเดิมที่เวียนว่าอย่างสบายๆ พริบตาเดียวกลายเป็นลำแสง 30 สาย ระเบิดออกจากรอบตัวของฮังอวี่ ตรงเข้าล้อมร่างของหัวหน้าพัศดี

จากนั้น กระบี่เริ่มแยกตัว กลายเป็นกระบี่โปร่งแสงที่เล็กกว่าเดิม จากในตอนแรกมีแค่ 30 เล่ม เวลานี้กลายเป็นปราณกระบี่กว่า 60 - 70 เล่มในพริบตา จากนั้นพวกมันเริ่มหมุนวนด้วยความเร็วสูง ก่อตัวเป็นพายุปราณกระบี่

หัวหน้าพัศดีถูกพายุปราณกระบี่กวาดขึ้นไปในอากาศ

-52!

-55

-51!

...

ภายใต้ปราณกระบี่นับไม่ถ้วน

หัวหน้าพัศดีโดนดาเมจนับหลายสิบครั้ง

พลังชีวิตเกือบ 1500 หน่วย ของมันแทบเหือดแห้ง!

2 วินาทีต่อมา ปราณกระบี่แหลกสลาย หัวหน้าพัศดีล้มลงกับพื้น ตามตัวของมันเต็มไปด้วยรูพรุน ราวกับของเล่นที่ถูกผู้คนนับพันทิ่มแทง

" ช่างเป็นพลังที่น่ากลัวอะไรอย่างนี้!"

คนอื่นๆที่สู้อยู่รอบๆต่างแตกตื่นตกใจ

ค่ายกลกระบี่ของฮังอวี่ ตั้งแต่ได้รับมันมา เขาเก็บมันไว้ตลอดไม่เคยปลดปล่อยเลย ดังนั้นนี่เป็นครั้งแรกที่ทุกคนได้เห็นเขาใช้สกิลนี้ และคาดไม่ถึงเลยว่าอำนาจของมันจะรุนแรงถึงขั้นนี้!

คู่ต่อสู้คือมอนสเตอร์ระดับเจ้าถิ่นเชียวนะ!

แถมไม่ใช่เจ้าถิ่นใน เลเวล 11 หรือ 12 แต่เป็นเจ้าถิ่นใน เลเวล 14!

ฮังอวี่สามารถสร้างดาเมจที่สูบเอาพลังชีวิตของศัตรูไปได้มากกว่าหลักพันหน่วยด้วยสกิลเดียว อำนาจทำลายล้างของมันน่าสะพรึง ยิ่งกว่าคลื่นมังกรปฐพีถึง 2 หรือ 3 เท่า เกรงว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์ น่าจะไม่มีคนใดสามารถเอาชีวิตรอดจากสกิลนี้ได้

มันรุนแรงมาก!

สมแล้วที่เป็นสกิลขั้น 4!

ต้องรู้นะว่าสกิลนี้ยังเป็นแค่เลเวล 1 เท่านั้น!

นอกจากนี้ ค่ายกลแสงและเงามีความยืดหยุ่นในการใช้งานมาก มันสามารถมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายเดียว หรือขยายการโจมตีไปยังหลายเป้าหมายก็ได้

แต่แบบแรกจะสามารถสร้างดาเมจได้สูงกว่า ขณะที่แบบหลังสามารถโจมตีได้กว้างกว่า

นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถควบคุมความเร็วของค่ายกลกระบี่ได้ เลือกว่าจะสร้างดาเมจในเวลาสั้นๆ หรือใช้พวกมันโจมตีทีละนิดแต่สามารถกินระยะเวลานาน

เจ้าถิ่นเลเวล 14 สมควรมีพลังชีวิตที่หนามากๆ

อย่างไรก็ตาม ภายใต้พายุปราณกระบี่ กระดูกทั้งร่างของหัวหน้าพัศดีหักเป็นชิ้นๆ เกือบตกอยู่ในสถานะพิการ

ถึงมันจะเหลือพลังชีวิตอยู่อีกนิดหน่อย แต่ก็ไม่อาจเป็นภัยคุกคามต่อฮังอวี่ได้อีกต่อไป

ฮังอวี่พุ่งเข้าหาศัตรู เปิดใช้งานปลุกเลือดปีศาจ ชุบโลหิต คลุ้มคลั่งเข้าสังหาร เนตรแห่งเงา และสังหารลมกรด เรียกได้ว่าโจมตีอย่างเต็มรูปแบบ

หัวหน้าพัศดี มีหรือจะรอดชีวิตไปได้ ร่างโครงกระดูกของมันพังทลายกลายเป็นกองกระดูกหัก

เจ้าถิ่นขั้นซิลเวอร์ตอนนี้มีเลเวลสูงกว่าฮังอวี่ถึง 3 เลเวล!

แต่มันกลับไร้กำลังที่จะตอบโต้เขา!

ขณะเดียวกันพวกผู้คุมถูกกวาดล้างไปหมดแล้ว

เจ้าหมาหวังเอ๋อเห่า "ฮ่ง เจ้านาย เปิ่นหวังอัพเลเวลแล้ว!"

หลังจบศึก

เจ้าหมาสามารถอัพเลเวล 11

ค่าคุณสมบัติทั้งหมดของมันได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก

เวลานี้เจ้าหมาสามารถแยกร่างได้ 6 ตัวแล้ว และสกิลอื่นๆก็ได้รับการเสริมแกร่ง ช่วยให้มีพลังมากขึ้น

ส่วนสินสงคราม

หัวหน้าพัศดีดรอปอุปกรณ์สีเขียวใสสองชิ้น

พิมพ์เขียวสีฟ้าเลเวล 12 หนึ่งชิ้น

อีกหนึ่งเป็นหินสกิลของผู้ใช้วิญญาณ

ฮังอวี่กวาดดู

และพบว่าอุปกรณ์สีเขียวใส 2 ชิ้นนี้ไม่เลว มันอยู่ในเลเวล 12 ช่วยเพิ่มพละกำลัง เพราะงั้นมอบให้เหล่าฉู

ส่วนพิมพ์เขียวที่ได้มาเป็นพิมพ์เขียวของโล่ยักษ์สีฟ้า เลเวล 12

ทุกวันนี้เหล่าจ้าวยังคงใช้โล่ยักษ์สีเขียวในเลเวล 10 อยู่เลย เจ้าสิ่งนี้ส่งผลอย่างมากต่อพลังป้องกันของเขา ดังนั้นพิมพ์เขียวจึงมอบแก่เขา

ส่วนหินสกิลสีเขียว แน่นอนว่าต้องมอบมันให้กับฉินมู่ ผู้ใช้วิญญาณเพียงหนึ่งเดียวในทีม

ฮังอวี่กล่าวว่า " เจียงหนาน จางเสี่ยวเฉียง ถึงจะยังไม่มีของดรอปที่เหมาะสมกับทั้งสองคน แต่อย่าได้ท้อแท้ พวกเราเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น อีกเดี๋ยวจะมีของดีๆตามมาอีกเยอะ"

เจียงหนานกล่าวว่า " ไม่เป็นไรเลย"

จางเสี่ยวเฉียงหัวเราะและกล่าวว่า " ติดตามลูกพี่ยังไงก็ได้กินเนื้อ ผมไม่ได้รีบร้อนหรอก!"

เจ้าหมาเดินเข้ามาแล้วพูดว่า " ฮ่ง เจ้านาย พบทางเดินใหม่แล้ว"

ฮังอวี่พยักหน้า " ไปเถอะ ไปชั้นต่อไปกัน"

ทางเดินใหม่ที่ว่านี้คือเส้นทางลับ บางทีทีมของฮังอวี่อาจไปถึงชั้น 2 ก่อนทีมเมืองธารทะเลทราย

และเมื่อทีมของเมืองธารทะเลทรายมาถึงชั้น 2 พวกของฮังอวี่คงลงไปถึงชั้นล่างสุดแล้ว

จบบทที่ Ep.388 - พื้นที่ลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว