เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.386 - เซียนกระบี่ล่าแสง

Ep.386 - เซียนกระบี่ล่าแสง

Ep.386 - เซียนกระบี่ล่าแสง


3/3

Ep.386 - เซียนกระบี่ล่าแสง

มีหินสกิลสีฟ้าทั้งหมด 3 ก้อน

ข้อมูลตามลำดับของพวกมันก็ได้แก่

' เนตรเที่ยงแท้ ' หินสกิลหลักของนักทำลายภาพลวง มรดกขั้น 3

' ปราณสงครามพุ่งจู่โจม' หินสกิลหลักของวีรบุรุษนองเลือด มรดกขั้น 3

' ค่ายกลล่าแสงและเงา' หินสกิลของเซียนกระบี่ล่าแสง มรดกขั้น 4

ในบรรดาพวกมัน' เนตรเที่ยงแท้' คือสกิลสายตรวจสอบที่เฉียบคมมาก มันช่วยให้ล็อคเป้าหมาย ที่ผู้ใช้ต้องการได้ในพริบตา นอกจากนี้ยังสามารถทำลายการพรางตัว ภาพลวงตา หรือกับดักที่มีเลเวลต่ำกว่า 4 ไม่ก็เลเวล 4 บางส่วนได้

แต่น่าเสียดาย

ที่มรดกนี้ไม่ค่อยเป็นที่นิยม

คาดว่าคงมีคนไม่มากนักที่ต้องการมัน

ส่วนอีก 2 สกิลก็ใช้ได้ทีเดียว

และในกลุ่มของพวกเขามีคนที่เหมาะแก่การใช้งานมันพอดี

ฮังอวี่โยนหนึ่งในหินสกิลสีฟ้าให้ฉูเทียนหัว  " เหล่าฉู ปราณสงครามพุ่งจู่โจมนี้ คุณน่าจะต้องการใช้มัน รับไปเถอะ"

ฉูเทียนหัวตอนนี้สืบทอดได้แค่มรดกขั้น 2 เท่านั้น

อย่างแรกคือพลรบกระบี่ และอย่างหลังคือนักรบห้าวหาญ

อืม

ทั้งสองมรดกนี้ ทรงพลังในเชิงรุกมาก

และสกิลหลักของมรดกขั้น 3 ในส่วนของพลรบกระบี่คือปรมาจารย์กระบี่วินาศ

ส่วนในครั้งนี้ หินสกิลหลักของมรดกขั้น 3 วีรบุรุษนองเลือด ก็เป็นสกิลขั้นต่อไปของนักรบห้าวหาญพอดี

ฉูเทียนหัวเดิมก็มีพลังโจมตีที่สูงมากอยู่แล้ว คราวนี้เมื่อได้ครอบครองพวกมัน เขาก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นไปอีก

ปราณสงครามพุ่งจู่โจมนี้

นักรบเซนทอร์ตัวเมื่อครู่ก็ใช้งานมันเช่นกัน

และในพริบตาเดียวสามารถสังหารล่างแยกสุนัขได้ถึง 2 ตัว!

พลังนี้

แรงระเบิดฝีเท้านี้

ช่างเป็นอะไรที่ร้ายกาจ!

คุ้มค่าที่จะ ครอบครอง!

" อย่างไรก็ตาม พูดถึงเรื่องนี้ ดูเหมือนผมจะโชคดีกว่า คุณ" ฮังอวี่หัวเราะเบาๆ ถือหินสกิลสีฟ้าก้อนสุดท้ายในมือ " นี่คือมรดกขั้น 4 ของ' เซียนกระบี่ล่าแสง' มันคือมรดกขั้นต่อไปของนักรบเงาลมกรด!"

ทุกคนต่างตกใจ

" ว้าว! นี่หมายความว่าลูกพี่กำลังจะก้าวสู่ขั้น 4 ใช่ไหม? นี่มันน่าทึ่งจริงๆ " จางเสี่ยวเฉียงรีบกล่าว " โปรดรับการคารวะจากน้องเล็กคนนี้ด้วย!"

ในทางกลับกัน เจียงหนานรู้สึกสับสน " ถึงเซนทอร์ตัวนี้จะมีพลังมาก แต่ในตอนที่สู้กัน ไม่เห็นว่ามันจะใช้งานสกิลขั้น 4 เลย"

คนอื่นพอได้ฟังก็รู้สึกสับสนเช่นกัน

เมื่อฉังอวี่โจมตีใส่ชาเฮยอย่างบ้าคลั่ง เห็นได้ชัดว่าชาเฮยไม่สามารถไล่ตามความเร็วของฮังอวี่ได้ทัน แม้จะมีสิ่งเร้าภายนอกคอยรบกวน และมันเริ่มอ่อนแอลง แต่ถ้าอีกฝ่ายมีมรดกอย่างนักรบเงาลมกรดเช่นกัน อันที่จริงก็ไม่ควรเชื่องช้า ไล่ตามไม่ทันเช่นนี้

ขอแค่ศัตรูเปิดใช้งานเนตรแห่งเงา

มีหรือมันจะไล่ตามฮังอวี่ไม่ทัน

ฮังอวี่พูดว่า " ที่หินสกิลนี้ดรอปจากตัวมัน ไม่ได้หมายความว่ามันได้เรียนรู้สกิลนี้ไปแล้ว มันอาจถือหินสกิลนี้เพราะเหตุจำเป็นบางอย่าง เจ้าหมอนี่ถึงจะแข็งแกร่งมาก แต่ฉันไม่คิดว่ามันน่าเรียนรู้สกิลขั้น 4 แล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่ถูกกำจัดได้ง่ายๆแบบนี้"

เซียนกระบี่ล่าแสงเป็นสกิลขั้น 4 ที่ทรงพลัง

ฮังอวี่รู้ดีว่าหากต้องการสืบทอดมรดกขั้น 4 นั้นจำเป็นต้องเรียนรู้สกิลเสริม 3 สกิลและสกิลหลักอีก 1 สกิล

หรือก็คือต้องเรียนรู้ทั้งหมด 4 สกิล

ขณะที่จำนวน หินสกิลของเซียนกระบี่ล่าแสงมีทั้งหมด 7 ก้อน นอกจากสกิลหลักที่ต้องเลือกแล้ว ที่เหลืออีก 6 สกิล จำเป็นต้องเลือกอีก 3 สกิล

และสกิลเหล่านี้ใช่ว่าจะเรียนรู้ได้ทันที เพราะบางสกิลเชื่อมโยงกับมรดกก่อนหน้านี้ที่สืบทอดไป

และแน่นอนว่าสกิลพวกนี้ก็เกี่ยวข้องกับสกิลในลำดับที่สูงกว่าซึ่งจะต้องเรียนรู้ในภายหลังเช่นกัน

แต่ตามที่ฮังอวี่รู้มา ค่ายกลแสงและเงาเป็นสกิลที่ควรค่าแก่การเรียนรู้และเหมาะสมกับเขา

เงื่อนไขในการเรียนรู้สกิลนี้ก็คือ

ข้อแรกต้องมี 10,000 แต้มวิญญาณ!

ข้อสองจะต้องสืบทอดมรดกของนักรบเงาลมกดมาก่อน และ เรียนรู้ปราณกระบี่ลมกรดมาแล้ว

ซึ่งฮังอวี่ตรงตามเงื่อนไขทั้ง 2 ข้อพอดี

ขีดจำกัดสูงสุดแต้มวิญญาณในตัวเขาคือ 10,000 แต้ม นับว่าพอมีโชคอยู่บ้าง ที่มันมากพอในการเรียนรู้สกิลขั้น 4 นี้

ปัจจุบันเขาสะสมแต้มวิญญาณได้มากกว่าหมื่นแต้ม และแก่นแท้สีเขียวอีก 78 เปอร์เซ็นต์

อืม ในเมื่อมีแต่วิญญาณพออยู่แล้ว งั้นจะมัวรอช้าอะไรอีก?

ฮังอวี่ไม่ลังเล จ่ายหมื่นแต้มวิญญาณออกไป เรียนรู้หินสกิลนี้ทันที ได้รับสกิลขั้น 4 สกิลแรกของเขา

เจ้าตัวลองตรวจข้อมูลดู

[ค่ายกลแสงและเงา] เลเวลปัจจุบัน 1 (0/10000) ,  ค่าความชำนาญในปัจจุบัน (2000/2000) , จ่ายค่าพลังจิต 30 หน่วยเพื่อเปิดใช้งานค่ายกลกระบี่ , ในทุกๆ 3 วินาทีจะมีปราณกระบี่ลมกรดปรากฏขึ้นรอบตัวคุณ , เมื่อสะสมปราณกระบี่ได้ครบ 30 เล่มแล้ว คุณจะสามารถเปิดใช้งานค่ายกลโจมตีได้

นี่แค่คำอธิบายเท่านั้น ไม่ได้ระบุว่าความสามารถของสกิลนี้รุนแรงแค่ไหน

ฮังอวี่เปิดใช้งานโดยไม่พูดอะไรสักคำ

อันดับแรกเขาจ่ายไป 30 พลังจิต หลังจากเริ่มสะสมพลังงานไม่กี่วินาที ค่ายกลกระบี่ก็เริ่มทำงาน

ฉูเทียนหัว จ้าวหมิง และคนอื่นๆต่างก็เห็นมัน

ฮังอวี่ค่อยๆปล่อยพลังปราณกระบี่ออกมาทีละเล็กทีละน้อย

และหลังจากที่ปราณกระบี่เล็กๆออกจากร่างเขา พวกมันก็ไปรวมตัวกันเบื้องหลัง กลายเป็นกระบี่โปร่งใสที่มีขนาดเล็กประมาณ 2 ฟุต เมื่อปราณกระบี่เล่มแรกก่อตัวอย่างสมบูรณ์  มันก็เริ่มเวียนว่ายอย่างช้าๆ

จากนั้นปราณกระบี่ที่ 2 ก็เริ่มปรากฏขึ้น

ตามด้วยปราณกระบี่ที่ 3

ในทุกๆ 3 วินาทีพวกมันจะก่อตัวขึ้นและค่อยๆไปรวมกัน

ค่าพลังจิตถูกสูบหายไปอย่างรวดเร็วระหว่างกระบวนการนี้

เทคนิคค่ายกลกระบี่ขั้น 4 นี้ ซ้อนทับกับสกิลปราณกระบี่ลมกรดในขั้น 3

หรือก็คือระหว่างกระบวนการสร้างค่ายกล สกิลปราณกระบี่ลมกรดจะถูกใช้งานอย่างต่อเนื่อง สิ้นเปลืองพลังงานมหาศาล

ฮังอวี่รู้สึกราวกับว่าร่างกายของเขาว่างเปล่า ค่าพลังจิตหลั่งไหลอย่างบ้าคลั่ง ไม่นานก็ไม่เพียงพอ จำเป็นต้องรีบดื่มโพชั่นเพื่อเติมเต็ม

ก่อนที่กระบี่ทั้ง 30 เล่มจะถูกสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์

ฮังอวี่ไม่สามารถใช้งานพวกมันเพื่อโจมตีได้ แต่ไม่ได้หมายความว่ากระบี่เล็กๆที่ลอยไปลอยมาอย่างช้าๆ เหล่านี้จะเป็นแค่เครื่องประดับ มันสามารถกลายเป็นพลังงานกระบี่ที่คอยปกป้องร่างกายได้

เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนโจมตีฮังอวี่หรือกระทั่งเข้าใกล้

อีกฝ่ายจะได้รับบาดเจ็บจากปราณกระบี่เหล่านี้

และฮังอวี่สามารถใช้ปราณกระบี่ที่ปกป้องร่างกายนี้ต้านทานเวทมนต์ หรือดาเมจที่เกิดจากสกิลอื่นๆที่กระทบร่างกายได้เช่นกัน

และเมื่อปราณกระบี่ ก่อตัวจนครบ 30 เล่ม หากเขาเปิดใช้งานมัน ก็จะสามารถโจมตีด้วยค่ายกลกระบี่

ปราณกระบี่ทั้ง 30 เล่ม จะพุ่งโจมตีในพริบตา ลองคิดเอาเถอะว่ามันจะสร้างความเสียหายได้มากขนาดไหน แค่จินตนาการตามก็สยองแล้ว!

ไม่ต้องสงสัยเลย

ค่ายกลกระบี่นี้เป็นสกิลที่ผสมผสานทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ!

ในตอนแรกค่ายกลกระบี่จะอยู่ในรูปแบบเชิงรับ

แต่หลังจากมันก่อตัวครบทั้ง 30 เล่มแล้ว จะถูกสับเปลี่ยนเป็นเชิงรุก

แม้ความเร็วในการสร้างจะช้า อีกทั้งยังมีระยะเวลาในการสะสมนานเกินไป ไหนจะสิ้นเปลืองค่าพลังจิตไปมากมายและมีข้อเสียหลายประการ แต่มันก็ยังมีข้อดีที่ดีมากๆเช่นกัน

เพราะเจ้าสิ่งนี้ ไม่ต่างอะไรจากพลังพิเศษ มันคือสกิลที่เต็มไปด้วยความน่าสนใจ!

" นอกจากนี้ยังมีหินสกิลเขียว เหล่าจ้าว เจียงหนาน ทุกคนเอาไปแบ่งกัน"

" ถึงครั้งนี้จะมีแค่บางคนที่ใช้หินสกิลได้ แต่ฉันมีลางสังหรณ์ว่าทริปนี้ พวกเราจะเก็บเกี่ยวผลกำไรได้อีกมาก"

ฮังอวี่พูดอย่างพอใจ " ก็ดูนี่สิ ขนาดพวกเรายังไม่ทันเข้าไปในซากปรักหักพัง ยังไม่ได้สู้กับ คาลิมัวเลย แต่ก็กอบโกยได้มากมายขนาดนี้แล้ว ชัดเจนว่านี่เป็นสัญญาณที่ดี"

ทุกคนพยักหน้า พวกเขาแบ่งปันสินสงครามที่ริบมาได้

เจียงหนาน จางเสี่ยวเฉียง ฉินมู่ต่างยิ้มกว้าง

ฮังอวี่ ไม่มีธนูที่ทรงพลังพอดี

เพราะงั้นเขาเลยเลือกหยิบธนูสีฟ้าที่ดรอปจากชัคไป

[ธนูปีศาจไร่วิญญาณ] อุปกรณ์เลเวล 12 , สีฟ้าคุณภาพต่ำ , การโจมตีทางกายภาพ + 62 , ความว่องไว + 10 , พละกำลัง +8 , จิตรับรู้ + 8 , ร่างกาย + 5 , ความเร็วในการยิงลูกศร + 25% , สกิลเสริม : ยิงไล่วิญญาณ

' ยิงไล่วิญญาณ' นี่คือสกิลพิเศษ ต้องจ่ายพลังจิตอย่างน้อย 20 หน่วย เพื่อให้ลูกศรไล่ตามศัตรูอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และการโจมตีนี้จะคงอยู่เป็นเวลา 1 นาที จนกว่ามันจะถูกตัวเป้าหมายหรือถูกขัดขวาง

อาวุธธนูชิ้นนี้เป็นของดี

สกิลเสริมที่มาพร้อมกับมันก็ดีเช่นกัน

แม้นักธนูจะมีสกิลขั้น 2 อย่างศรติดตามอยู่แล้ว แต่เอฟเฟกต์ในการไล่ตามของมันมีจำกัด อีกทั้งยังมีโอกาสสูงที่ศัตรูจะสามารถหลบเลี่ยงได้

ขณะที่ยิงไล่วิญญาณนั้นทรงพลังมาก

เพราะความสามารถในการไล่ตามของมันไม่จำกัด ดังนั้นต่อให้ศัตรูจะกระโดดไปมา หลบมุม หรือกระทั่งหนีพ้นจากระยะโจมตีไป 10 หรือ 20 เท่าก็ตาม ลูกศรนี้ก็ยังคงไล่ล่าอย่างไม่ลดละ และมีแรงยิง เท่ากับตอนที่ปล่อยออกมาอยู่เสมอ

ฮังอวี่อยู่ไม่ไกลจากการอัพเลเวล 12

อีกไม่นานเกินรอเขาจะสามารถใช้ธนูเล่มนี้ได้

ขณะเดียวกัน เวลานี้รอบตัวฮังอวี่เต็มไปด้วยปราณกระบี่ พวกมันเหมือนฝูงปลาที่แหวกว่ายอยู่ในน้ำ แค่มองก็ทำให้หนังศีรษะคนในทีมรู้สึกด้านชา หากถูกพวกมันโจมตี ไม่ต้องพูดถึง 30 เล่มแค่ 5-6 เล่ม พวกเขาอาจจะตายแล้วก็ได้

ช่างเป็นสกิลที่น่าพรั่นพรึง!

ค่ายกลกระบี่สามารถเปิดใช้งานได้แล้ว

ฮังอวี่รู้สึกว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะรวบรวมให้สมบูรณ์ อีกทั้งเมื่ออยู่ในสถานะนี้ ยังต้องสูญเสียค่าพลังจิตอีกเล็กน้อยในทุกๆวินาทีเพื่อรักษาพวกมันไว้ ยังไงก็ตาม บังเอิญว่าเขามีความสามารถในการฟื้นค่าพลังจิต 1 หน่วยต่อวินาทีพอดี ดังนั้นจึงหักล้างกัน

เรียกได้ว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

สามารถเดินหน้าได้ทั้งแบบนี้โดยไม่ต้องกังวล!

" ไปเถอะ เดี๋ยวจะช้าเกินไป รีบเข้าไปข้างในกัน!" ฮังอวี่เดินเข้าไปในคุกโบราณก่อนเป็นคนแรก

หมาหวังเอ๋อเว้นระยะห่างฮังอวี่ถึง 3 ฟุต เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองเผลอได้รับบาดเจ็บโดยบังเอิญจากปราณกระบี่ที่อยู่รอบตัวเจ้านาย มันดมกลิ่นไปรอบๆแล้วพูดว่า " ขุนนางใหญ่เพิ่งผ่านทางนี้ไปไม่นาน พวกเราควรไล่ตามเขาแล้วแอบลอบโจมตีจากด้านหลังไหม?"

" เจ้าหมานายสมองบวมไปแล้วหรือไง?"  ฮังอวี่ส่ายหัว " อย่าคิดว่าฉันมีสกิลขั้น 4 แล้ว จะสู้กับคาลิมัวได้สิ ขืนทำแบบนั้นมันไม่ต่างอะไรจากการเอาไข่ตีหิน พวกเราจะไม่สู้ตรงๆ ทำได้แค่ใช้อุบายเท่านั้น"

จบบทที่ Ep.386 - เซียนกระบี่ล่าแสง

คัดลอกลิงก์แล้ว