เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.371 - ยึดสามเมืองติด

Ep.371 - ยึดสามเมืองติด

Ep.371 - ยึดสามเมืองติด


1/3

Ep.371 - ยึดสามเมืองติด

สงครามใกล้สิ้นสุด

เมืองหุบเขาเดียวดายกวาดล้างกองทัพพันธมิตรของทั้งสามเมืองไปเกือบหมด

คนแคระเทาและมนุษย์หมูปาระดับสูง 30 - 40 ตนในตอนแรก เวลานี้เหลือรอดสิบกว่าตน

แต่พวกมันเลิกต่อต้านแล้ว ยอมจำนนรับการผนึกแต่โดยดี

แม้ว่านี่จะเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของเมืองหุบเขาเดียวดาย แต่ผลลัพธ์มันเกินกว่าที่คาดไว้

ก็ใครจะไปคิดกัน ว่าพวกเขาจะสามารถจับเป็นได้มากขนาดนี้ ซึ่งเชลยที่จับได้มีกระทั่งขุนนางของเมืองเตาหลอมศิลาและเมืองขุนเขาเหล็ก

ฮังอวี่หยุดมือในวินาทีสุดท้าย เขาทุบตีเจ้าฟันแดงและกระบองทองจนเกือบตาย ทำให้พวกมันไม่สามารถต่อต้าน แต่สุดท้าก็ไม่ได้ฆ่ามัน เลือกใช้วิธีผนึกเข้าปราบปราม

เจ้ากระบองทองกับฟันแดงแม้ไม่ใช่ขุนนางใหญ่ แต่ยังไงซะพวกมันเป็นถึงขุนนางน้อย ตอนนี้ต้องยอมจำนน ตกเป็นเชลยของอีกฝ่าย ช่างน่าอับอาย!

แต่เห็นได้ชัดว่าพวกมันไม่มีทางเลือก ขืนไม่ยอม สิ่งที่รอพวกมันอยู่คือหายนะอย่างสมบูรณ์

เจ้าฟันแดงและกระบองทองไม่อยากเสียดินแดนของตนเองไป แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อยากตายแล้วสูญสลายไปเช่นกัน

เมื่อเห็นว่าสถานการณ์พลิกกลับไม่ได้ บวกกับบทเรียนจากเนลูเมื่อครู่ เลยมีแต่ต้องเลือกแบบนี้

พลังรบของเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้ทำลายความเย่อหยิ่งและความเชื่อมั่นในตัวเองของพวกมันไปอย่างสิ้นเชิง

ทำให้พวกมันคิดว่าแม้จะเริ่มต้นสงครามใหม่อีกครั้ง แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเดิม

ตราบใดที่ยังเป็นสิ่งมีชีวิต ทุกตนย่อมมีสัญชาตญาณการเอาตัวรอด

เมื่อจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้พังทลายลง เลยเลือกที่จะยอมแพ้!

โลกวิญญาณคือโลกที่ผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอ

เมื่อพลังรบของคุณไม่ได้แก่กล้าเหมือนคนอื่นๆ

เพื่อความอยู่รอด

มีแต่ต้องประนีประนอมเท่านั้น ต่อให้ต้องสูญเสียดินแดนไป  แต่ตราบใดที่ไม่ตาย ก็ถือว่ายังโชคดีในความโชคร้าย

“เอาล่ะ”

“จับพวกมันทั้งหมดไปขัง”

“ยกเว้นสองคนนี้ ที่เหลือส่งเข้าคุกใต้ดินให้หมด!”

ฮังอวี่สั่งให้เหล่าฉูนำเชลยนอกเหนือจากขุนนางทั้งสองไปขัง จากนั้นหันมาพูดกับเหล่าจ้าวว่า “นับจำนวนสินสงครามที่ริบได้ พวกเราจะตีเมืองทรายดำ เมืองเตาหลอมศิลา และเมืองขุนเขาเหล็กในขณะที่กำลังฮึกเหิม!”

“รับทราบ!”

ทั้งคู่รู้สึกเบิกบานใจมาก

วันนี้นับเป็นชัยชนะอันรุ่งโรจน์อย่างแท้จริง!

กองกำลังหลักของทั้งสามเมืองถูกกำจัด เมืองของพวกมันอยู่ในสภาพแทบว่างเปล่า ถ้าถูกโจมตีในเวลานี้ การเข้ายึดทั้งสามเมืองในคราเดียวย่อมเป็นไปได้อย่างแน่นอน

สินสงครามที่ได้มาถูกนับจำนวนอย่างรวดเร็ว

ผลกำไรจากการเก็บเกี่ยวครั้งนี้ใหญ่กว่าการทำสงครามกับเมืองทรายดำครั้งก่อน

การเก็บเกี่ยววัสดุและอุปกรณ์มีขนาดเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า การเก็บเกี่ยวไอเท็มคุณภาพสูง มากกว่าเดิมหลายเท่า

มีหินสกิลขั้น 3 ที่ดรอปในครั้งนี้มากกว่า 10 ก้อน และในบรรดาพวกมันมีหินสกิลที่เป็นสีฟ้าถึงสามก้อน นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์สีเขียวใสมากกว่า 20 ชิ้น และอุปกรณ์สีฟ้า 5 ชิ้น

นอกจากนี้เชลยอีกนับสิบตนที่ถูกจับ

เอาไว้รอจนพวกมันถูกส่งเข้าคุกแล้วสั่งให้มอบของทุกอย่างที่มี พวกเขาอาจได้อุปกรณ์สีฟ้าเพิ่มอีกอย่างน้อย 2 3 ชิ้นและอุปกรณ์สีเขียวอีกเป็นสิบชิ้น

ผลกำไรเช่นนี้ เรียกได้ว่าปลื้มปริ่มสุดๆ มันน่าตื่นเต้นมาก

ฮังอวี่ไม่รีบร้อนแบ่งสินสงคราม เนื่องจากเวลามีจำกัด จะเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ไม่ได้ เขาประกาศว่า “ตอนนี้พวกเราจะนับสินสงครามที่ได้ก่อน และหลังจากยึดสามเมืองแล้วตรวจค้นทรัพยากรข้างใน พวกเราจะมาแบ่งเท่าๆกันอีกที”

เขาหยุดและพูดต่อว่า “ลุค คริส ไดอาน่า ผมจะมอบทหารครึ่งหนึ่งในที่นี้ให้คุณ รีบพาพวกเขาไปยึดเมืองทรายดำ ตราบใดที่ทำได้ เมืองทรายดำจะเป็นของพวกคุณนับแต่นี้ไป”

พอได้ฟัง สมาชิกของสำนักกระบี่วิญญาณรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง

พวกเขารับปาก สัญญาว่าจะทำหน้าที่ให้ลุล่วง

ไม่รอช้า รับคนไปครึ่งหนึ่งแล้วมุ่งหน้าสู่เมืองทรายดำทันที

กองทหารรักษาการณ์ของเมืองทรายดำไม่น่าจะมีเยอะ เมื่อเทียบกับกองทหารครึ่งหนึ่งของเมืองหุบเขาเดียวดาย มองยังไงก็ไม่มีทางต้านไหว

เจียงหนานเร่งถาม “แล้วพวกเราล่ะ? พวกเราต้องไปสู้กับเมืองไหน?”

“เมืองเตาหลอมศิลากับเมืองขุนเขาเหล็กน่าจะเหลือกองหลังอยู่เยอะพอควร แต่ขุนนางของพวกมันอยู่ในมือเรา ตราบใดที่สองตนนี้ให้ความร่วมมืออย่างจริงใจ พวกเราก็สามารถเข้ายึดเมืองได้โดยไม่จำเป็นต้องเสียทหารแม้แต่นายเดียว”

ฮังอวี่ยิ้มบางและเอ่ยว่า “เหล่าจ้าว เหล่าฉู พวกคุณสองคนพาเจ้าฟันแดงกับทหารอีกพันนายไปยึดเมืองขุนเขาเหล็ก ส่วนเมืองเตาหลอมศิลาปล่อยให้ผมจัดการเอง”

“รับทราบ!”

ทั้งสองน้อมรับคำสั่ง

ฮังอวี่พาเจียงหนานและสมาชิกมังกรครามอีกราวๆ 200 คน พร้อมสมุนทหารอีก 500 นายแยกไปอีกทาง

เอาจริงๆด้วยจำนวนคนเพียงเท่านี้ไม่น่าจะพอใช้เข้าตีเมืองได้

แต่ฮังอวี่มีเจ้ากระบองทอง ขุนนางแห่งเมืองเตาหลอมศิลาอยู่ในมือ

แม้เมืองเตาหลอมศิลาจะยังมีทหารเหลืออยู่มากกว่า 1500 นายและคนแคระเทาระดับสูงอีกหลายตนประจำการอยู่ ทว่าขุนนางน่ะมีอำนาจในการควบคุมดินแดนค่อนข้างสูง ตราบใดที่เจ้ากระบองทองออกคำสั่ง ทหารในดินแดนจะเลิกต่อต้าน

ต่อให้คนแคระเทาตนอื่นๆไม่เชื่อฟัง แต่เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์นี้ พวกมันก็ไร้กำลังจะต่อต้าน

ยิ่งไปกว่านั้น แม้กล่าวว่าสมุนทหารในเมืองเตาหลอมศิลาจะมีจำนวนมาก แต่ในบรรดาพวกมัน มีทหารฝ่ายผลิตเป็นจำนวนมากเช่นกัน

จากสมุนทหารคนแคระเทา 1500 นายที่เหลือ มีทหารฝ่ายผลิตอย่างน้อย  900-1,000 นาย

นี่ก็เพราะคนแคระเทาคือหนึ่งในสายพันธุ์สาขาของคนแคระ

คนแคระโดยทั่วไปมักมีพรสวรรค์โดยกำเนิดในด้านการหลอมอาวุธ เล่นแร่แปรธาตุ หรือกระท่งศาสตร์เหนี่ยวนำมนตรา

ทหารฝ่ายผลิตของพวกมันจึงถือเป็นหนึ่งในสมุนทหารระดับล่างที่ดีที่สุด

นั่นเป็นเหตุผลที่ว่ารอบๆเมืองเตาหลอมศิลาจึงเต็มไปด้วยกับดัก และอุปกรณ์ป้องกันที่มากที่สุดในดินแดนใกล้เคียง การบุกยึดเป็นเรื่องยุ่งยากมาก

แม้พวกมันจะหยุดยั้งกองทัพเต็มจำนวนของเมืองหุบเขาเดียวดายไม่ได้ แต่ศึกนี้คงไม่พ้นเกิดการสูญเสียอย่างหนัก

โชคดีก็คือเจ้ากระบองทองยอมจำนนแล้ว และกำลังถูกจับเป็นตัวประกัน

นี่ช่วยให้ฮังอวี่ประหยัดเวลาและขจัดปัญหาที่ไม่จำเป็นได้มากมาย

หลังจากฮังอวี่พากองทัพรวมๆ 700 - 800 นายเข้าสู่เมืองเตาหลอมศิลาได้สำเร็จ

สิ่งแรกที่เขาทำ

คือการคุมตัวคนแคระเทาระดับสูงหลายตนไว้ในเมืองเตาหลอมศิลาก่อน จากนั้นขังพวกมันไว้ในคุกใต้ดินพร้อมกับขุนนางกระบองทอง แยกทหารสายต่อสู้ของเมืองไปรวมตัวกันในจุดเดียว เพื่อหลีกเลี่ยงเรื่องไม่คาดฝันในนาทีสุดท้าย

เจียงหนานกุมโล่และขวานเล็ก กล่าวด้วยสีหน้าระแวดระวัง “ยังมีคนแคระอยู่ที่นี่อีกมาก เราปล่อยพวกมันไว้แบบนี้ มันจะไม่เป็นปัญหาเอาหรอ? ยังไงซะนี่ไม่ใช่กองทัพของพวกเรา ดูไว้ใจไม่ได้!”

คนอื่นๆ ก็สงสัยเช่นเดียวกัน

ทำไมไม่ฆ่าพวกมันทิ้งให้จบๆไปซะ?

จะมากจะน้อยก็ยังสามารถดรอปวัสดุบางอย่างได้

ฮังอวี่กล่าวว่า “ตราบใดที่เราครอบครองเมืองเตาหลอมศิลา ทหารพวกนี้ไม่ใช่ว่าจะกลายเป็นของพวกเราหรือ?”

เจียงหนานตกใจ “แต่เห็นๆกันอยู่ว่านี่ไม่ใช่ทหารของเรา พวกเราสามารถใช้มันได้ด้วยหรอ?”

ฮังอวี่กล่าว “ใช้ได้สิ แต่นั่นต้องให้กระบองทองยอมสละตำแหน่งขุนนางโดยสมัครใจ เพราะทหารรักษาการณ์ในดินแดนจะถวายความจงรักภักดีต่อขุนนางเท่านั้น ถึงแม้กระบองทองกับคนแคระเทาระดับสูงตนอื่นๆจะยังคงมีอำนาจสั่งการทหารคนแคระ แต่ลำดับการสั่งการจะต่ำกว่าขุนนางผู้ครองเมือง”

ดินแดนในโลกวิญญาณสามารถดูดซับเผ่าพันธุ์อื่นมาเป็นข้ารับใช้ได้

อย่างไรก็ตาม

สัดส่วนทหารที่ข้ารับใช้สามารถครอบครอง ในทางทฤษฎีต้องไม่เกิน 10%!

ยกเว้นพวกมันยอมจำนนในขณะที่มีจำนวนทหารเกิน เพราะมีอยู่แล้วก่อนเข้ายึดครอง

นี่คือเหตุผลที่ฮังอวี่ไม่ฆ่าขุนนางทั้งสองอย่างเจ้ากระบองทองและฟันแดง

ทางหนึ่งเพื่ออำนวยความสะดวกในการยึดเมืองและลดการสูญเสีย

อีกทางหนึ่งเพื่อผนวกกองกำลังที่เหลือเข้าโดยตรง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งทหารฝ่ายผลิตของคนแคระเทา

หากต้องสร้างทหารเหล่านี้ขึ้นเอง เกรงว่าคงใช้เงินเป็นจำนวนมาก

ขณะที่การฆ่าพวกมันจะได้รับวัสดุในการสร้างเพียงเล็กน้อย อาจนำไปสร้างได้น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนทหารในที่ได้ ดังนั้นจึงเป็นการดีที่สุดที่จะเก็บไว้

ฮังอวี่บุกยึดสามเมืองติดต่อกันโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า

เมืองธารทะเลทรายเมื่อทราบข่าวย่อมอยู่ไม่สุขแน่นอน

“ฮ่ง! เจ้านาย พวกเรารวยแล้ว! ข้างในโกดังเมืองนี้มีของเต็มไปหมดเลย!”

ฮัสกี้วิ่งกระโดดเข้ามาหาเขาอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง แลบลิ้นห้อย กล่าวด้วยใบหน้ามีความสุข ราวกับได้พบขุมทรัพย์ และเบื้องหลังฮัสกี้ตัวนี้ คือฮังเสี่ยวไป๋ที่กระพือปีกตามมาติดๆ

เธอรายงานกับฮังอวี่ว่า “พี่ชาย พวกเรายึดทรัพยากรของเมืองเตาหลอมศิลาแล้ว มีทรัพยากรหลักที่ใช้สร้างทหารอยู่ราวๆ 40000 ชิ้น ทรัพยากรรองอีก 8000 ชิ้น อุปกรณ์ที่ได้จากการล่าอีก 2000 ชิ้น หินสกิลประมาณ 300 ก้อน ฯลฯ”

เมืองเตาหลอมศิลาไม่ใช่เมืองแร้นแค้นอย่างเมืองหุบเขาเดียวดาย

เมืองนี้ปักหลักอย่างมั่นคงมานานหลายปี

ฮังอวี่หัวเราะ “ดีมาก บันทึกมันลงไป แล้วรอฟังข่าวจากอีกสองเมือง”

จ้าวหมิง ฉูเทียนหัวส่งข่าวตามมาในไม่ช้า บอกว่าพวกเขายึดเมืองขุนเขาเหล็กได้สำเร็จแล้ว และสามารถคุมตัวทหารมนุษย์หมูป่าได้มากกว่า 1000 นาย กระบวนการเป็นไปอย่างราบรื่น แทบไม่เกิดการต่อสู้

ข่าวจากเมืองทรายดำมาช้านิดหน่อย

แม้สำนักกระบี่วิญญาณแห่งนิวยอร์กจะนำทหารไปเป็นจำนวนมาก แต่ก่อนจะเข้าเมืองทรายดำ พวกมันต้องเผชิญกับการต่อต้านเฮือกสุดท้ายของก็อบลินหมี

เพียงแต่ว่าเมืองทรายดำได้พ่ายแพ้ไปแล้วถึงสองครั้ง ส่งผลให้ทหารในเมืองอ่อนแอมาก สุดท้ายไม่อาจหยุดยั้งกองทัพเมืองหุบเขาเดียวดายได้

หลังจากยื้อกันไปซักพัก รองขุนนางก็อบลินหมีก็ประกาศยอมแพ้

สามเมืองในโลกวิญญาณ

ถูกเมืองหุบเขาเดียวดายยึดเสร็จภายในหนึ่งวัน!

ตามที่ตกลงกัน

เมืองทรายดำมอบให้แก่สำนักกระบี่วิญญาณ

ส่วนเมืองเตาหลอมศิลากับเมืองขุนเขาเหล็กถูกผนวกเข้ากับองค์กรมังกรคราม

อย่างไรก็ตาม คนๆหนึ่งสามารถเป็นขุนนางของดินแดนได้แห่งเดียวเท่านั้น เมืองขุนเขาเหล็กและเมืองเตาหลอมศิลาจึงต้องส่งมอบให้แก่คนที่เชื่อถือได้

ส่วนเรื่องที่ว่าใครจะได้ตำแหน่งขุนนางไป คงไม่ต้องเดา

ฮังอวี่ประกาศทันที

จ้าวหมิงได้เป็นขุนนางเมืองเตาหลอมศิลาคนใหม่!

ฉูเทียนหัวได้เป็นขุนนางเมืองขุนเขาเหล็กคนใหม่!

ด้วยประการฉะนี้

เท่ากับว่าองค์กรมังกรครามในอาณาจักรมังกรโลกา สามารถควบคุมได้สามเมือง แล้วอีกอย่างดินแดนทั้งสามแห่งนี้เชื่อมต่อกัน เท่ากับว่าขุมกำลังและพลังรบของพวกเขาพุ่งทะยานไปอีกขั้น!

จบบทที่ Ep.371 - ยึดสามเมืองติด

คัดลอกลิงก์แล้ว