เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 ขอเป็นเศรษฐีสักครั้ง

บทที่ 47 ขอเป็นเศรษฐีสักครั้ง

บทที่ 47 ขอเป็นเศรษฐีสักครั้ง


บทที่ 47 ขอเป็นเศรษฐีสักครั้ง

เป็นเขาแล้วจะทำไม!

ฉันไม่กลัวแกหรอกเว้ย!

ถังเฟยคิดอย่างแน่วแน่ในใจ ยังไงธุรกิจขั้วต่อสายไฟนี้เขาจะทำแน่ และใครก็มาขวางไม่ได้ ไม่เพียงแต่จะทำ แต่จะทำให้ดี ทำให้ใหญ่ และทำให้แกร่งด้วย

เผลอแป๊บเดียวก็เดินพ้นประตูโรงงานหงซิงแล้ว ถังเฟยยกข้อมือดูเวลา คิดในใจว่ายังเช้าอยู่ แวะไปไปรษณีย์หน่อยดีไหม ซื้อโทรศัพท์มือถือสักเครื่องก็น่าจะดี

ธุรกิจของเขาต้องเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะพิจารณาจากความจำเป็นในการทำงาน หรือเรื่องหน้าตาทางสังคม ถังเฟยควรจะมีโทรศัพท์มือถือสักเครื่อง

เมื่อสิบกว่าวันก่อน เป้าหมายของถังเฟยอาจจะยังเป็นแค่เพจเจอร์ภาษาจีนสักเครื่อง แต่ตอนนี้เป้าหมายสูงขึ้นแล้ว เล็งไปที่ของหรูหราไฮโซกว่านั้น อย่างโทรศัพท์มือถือ

ช่วงกลางถึงปลายยุค 90 โทรศัพท์มือถือยังไม่ใช่ของที่ใครๆ ก็มีกัน แค่มีเพจเจอร์ก็ถือว่ามีหน้ามีตามากแล้ว ขนาดเฉินกุ้ยหงที่เป็นถึงหัวหน้าแผนกผู้มีอำนาจในศูนย์จัดซื้อ ก็ยังมีแค่เพจเจอร์พกติดตัว

เพจเจอร์เป็นของฮิตในช่วงกลางถึงปลายยุค 90 ฮิตอยู่ไม่กี่ปี พอเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ก็ค่อยๆ ตกยุคไป โทรศัพท์มือถือเริ่มแพร่หลาย เริ่มจากจอดำขาว อีกไม่กี่ปีก็มีจอสี ส่วนทัชสกรีนนั้นต้องรอไปอีกนานกว่าจะมา

ในเวลานี้ แม้แต่โทรศัพท์จอดำขาวยังไม่เริ่มวางขาย เพจเจอร์คือกระแสหลัก ใครมีโทรศัพท์มือถือนี่คือผู้ประสบความสำเร็จตัวจริงเสียงจริง

ใช่ ซื้อโทรศัพท์มือถือสักเครื่อง

กู้เงินจากธนาคารผ่านแล้ว ถังเฟยมีเงินทุนอยู่ในมือพอสมควร จะฟุ่มเฟือยสักนิด ซื้อโทรศัพท์มือถือมาประดับบารมีสักเครื่อง ก็ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องการเงิน

คิดแล้วก็ทำเลย เวลาเหลือเยอะแยะ ถังเฟยขึ้นรถเมล์ มุ่งหน้าไปยังที่ทำการไปรษณีย์ในตัวเมือง

ยุคนั้นไปรษณีย์กับโทรคมนาคมยังไม่แยกจากกัน จะซื้อโทรศัพท์มือถือต้องไปที่ทำการไปรษณีย์ จะขอติดตั้งโทรศัพท์บ้านก็ต้องไปที่นั่นเหมือนกัน

ถังเฟยขึ้นรถเมล์จากป้ายหน้าโรงงานหงซิง นั่งโขยกเขยกอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ก็มาถึงตึกที่ทำการไปรษณีย์ใจกลางเมือง

เดินเข้าไปในตึกนี้ ถังเฟยจำได้ว่าในเวลานี้ ตึก 8 ชั้นแห่งนี้ถือเป็นแลนด์มาร์คแห่งหนึ่งของเมืองชิงเจียง อีกไม่กี่ปีมันก็จะค่อยๆ เสื่อมความนิยมลง และในปี 2015 ก็จะถูกทุบทิ้ง

บนพื้นที่เดิมนั้น จะมีแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองชิงเจียงผุดขึ้นมาแทนที่ เป็นอาคารสูงระฟ้ากว่า 50 ชั้น ที่รวมอาคารสำนักงานเกรดเอและโรงแรมห้าดาวไว้ด้วยกัน

ได้เห็นตึกไปรษณีย์ในความทรงจำอีกครั้ง ถังเฟยรู้สึกโหวงเหวงเหมือนฝันไป พอเข้าไปในตึก ไม่นานเขาก็เจอเคาน์เตอร์ขายโทรศัพท์มือถือ

ในตู้กระจกมีโทรศัพท์มือถือวางอยู่บ้าง ล้วนแต่เป็นรุ่นบึกบึน ใหญ่และหนาเตอะ หรือที่เรียกกันติดปากว่า "กระดูกหมู"

แบบให้เลือกน้อยจริงๆ

ถังเฟยที่เคยชินกับสมาร์ทโฟนสารพัดรุ่น พอมาเห็นเจ้า "กระดูกหมู" ในความทรงจำพวกนี้ ก็อดผิดหวังเล็กน้อยไม่ได้ ยืนเลือกหน้าเคาน์เตอร์อยู่นาน สุดท้ายก็เล็งไว้รุ่นหนึ่ง

โมโตโรล่า 3200 นี่คือโทรศัพท์มือถือรุ่นแรกที่โมโตโรล่านำเข้ามาทำตลาดในจีน ปี 1987 โมโตโรล่าตั้งสำนักงานในปักกิ่ง ประกาศบุกตลาดจีนแผ่นดินใหญ่อย่างเป็นทางการ รุ่นแรกที่เปิดตัวก็คือเจ้าโมโตโรล่า 3200 ที่ภายหลังเรียกกันว่า "กระดูกหมู" ราคาขายเครื่องละ 20,000 กว่าหยวน ค่าบริการเปิดเบอร์อีกเป็นพัน ในสมัยนั้นถือเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะเลยทีเดียว

ถ้ามีตัวเลือกที่ดีกว่า ถังเฟยยอมจ่ายแพงกว่าแน่นอน เพื่อให้ได้โทรศัพท์ที่ดีกว่า ไหนๆ ก็จะเป็นมือถือเครื่องแรกในชีวิตทั้งที ไม่อยากได้รุ่นโบราณคร่ำครึเกินไป อยากได้รุ่นที่ดูทันสมัยหน่อย

แต่มันไม่มีนี่สิ เจ้าโมโตโรล่า 3200 นี่น่าจะดีสุดในร้านแล้ว แต่ถังเฟยยังไม่ตัดใจ ส่งยิ้มถามพนักงานว่า

“พี่ครับ มีรุ่นที่ดีกว่านี้อีกไหมครับ”

พนักงานไปรษณีย์ที่ขายมือถือแปลกใจเล็กน้อย ก็ไม่แปลกหรอก หนุ่มขนาดนี้มาซื้อโทรศัพท์มือถือก็แปลกพออยู่แล้ว นี่ยังจะถามหารุ่นที่แพงกว่าของแพงระยับพวกนี้อีก

พนักงานถามย้ำด้วยความแปลกใจ “คุณอยากได้รุ่นที่แพงกว่านี้เหรอครับ”

ถังเฟยแก้คำพูด “รุ่นที่ดีกว่าครับ ดีกว่ารุ่นนี้”

พนักงานบอก “เราเพิ่งมีของใหม่เข้ามา 2 เครื่อง ยังไม่ได้เอามาวางโชว์ เดี๋ยวผมไปหยิบมาให้ดูครับ”

มีของใหม่ แต่ยังไม่เอามาวางโชว์ ถังเฟยล่ะเชื่อเขาเลยจริงๆ

ก็ไม่แปลก ยุคนี้ไปรษณีย์ผูกขาดเจ้าเดียว ไม่มีคู่แข่ง จะซื้อหรือไม่ซื้อก็เรื่องของคุณ เขาไม่เดือดร้อน อีกอย่าง พวกเขาคงคิดว่ากำลังซื้อของคนเมืองชิงเจียงมีจำกัด ต่อให้เอาของใหม่มาวางโชว์ ก็คงไม่มีใครถามถึงไปเป็นวันๆ

แทบไม่มีใครซื้อไหวนั่นแหละ เมืองชิงเจียงไม่ใช่เมืองใหญ่ชายฝั่งทะเล เป็นแค่เมืองระดับกลางในพื้นที่ตอนใน จะเรียกว่าเป็นเมืองระดับ 3 ยังกระดากปากเลย

โทรศัพท์รุ่นใหม่ถูกนำออกมาให้ดู

พอเห็นโทรศัพท์เครื่องนี้ ตาถังเฟยลุกวาว จำได้ทันที ร้องอุทานในใจว่า พระเจ้าช่วยกล้วยทอด นี่มันโมโตโรล่า 8900 ประณีตและกะทัดรัดกว่าเจ้า 3200 เมื่อกี้เยอะเลย

นี่สิถึงจะเรียกว่าโทรศัพท์มือถือ

เห็นปุ๊บ ถังเฟยก็ตั้งใจจะซื้อทันที ต่อให้แพงหน่อยก็ยอม

เจ้ากระดูกหมู 3200 แม้จะดูภูมิฐาน แต่ใหญ่เทอะทะ หนักอึ้ง พกพาลำบาก แถมปุ่มกดไม่มีอะไรปิด ใส่ไว้ในกระเป๋าอาจเผลอไปโดนปุ่มโทรออกเองบ่อยๆ

แต่โมโตโรล่า 8900 ไม่มีปัญหาเหล่านั้น มันคือโทรศัพท์ฝาพับรุ่นใหม่ที่โมโตโรล่าเพิ่งเปิดตัวเมื่อปีก่อน ป้องกันการโทรออกโดยไม่ตั้งใจได้ดีเยี่ยม และพกพาสะดวกมาก

นี่แหละคือราชาแห่งมือถือ ดูจากราคา 38,000 หยวนก็รู้แล้ว

แพงชิบหาย แต่ฉันชอบ!

ถังเฟยพูดอย่างป๋า “ผมเอาเครื่องนี้ครับ”

พนักงานอึ้งไปอีกรอบ นี่มันโทรศัพท์เครื่องละสามสี่หมื่นนะ ไม่ใช่สามสี่ร้อย พ่อหนุ่มคนนี้ช่างใจป้ำเหลือเกิน ตัดสินใจซื้อเร็วจริงๆ

หลังจากอึ้งไปครู่หนึ่ง ท่าทีของพนักงานก็เปลี่ยนจากเย็นชาเป็นกระตือรือร้นขึ้นทันตาเห็น เพราะโทรศัพท์แพงขนาดนี้ บางทีครึ่งค่อนปีอาจจะขายไม่ได้สักเครื่อง

รูดบัตรไม่ได้ จ่ายเงินยุ่งยากนิดหน่อย แต่สุดท้ายก็เรียบร้อย ช่วงเที่ยงวัน ถังเฟยก็เดินออกจากตึกไปรษณีย์อย่างมีความสุขพร้อมโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่

สายแรกที่โทรออกคือโทรหาหลี่เสวี่ยเยี่ยน พอปลายสายรับ ถังเฟยก็พูดเสียงดัง “เสวี่ยเยี่ยน ผมซื้อโทรศัพท์ใหม่แล้วนะ จะบอกเบอร์...”

นอกจากจะเซอร์ไพรส์แล้ว หลี่เสวี่ยเยี่ยนยังบ่นนิดหน่อยว่าค่าโทรแพงขนาดนี้ โทรมาแค่เพื่อบอกเบอร์ จริงๆ รอเจอกันครั้งหน้าค่อยบอกก็ได้

ถังเฟยหัวเราะร่าอย่างมีความสุข

สายที่สองโทรหาเฉินกุ้ยหง บอกเบอร์โทรศัพท์ให้ทราบ ต่อไปจะได้ติดต่อกันสะดวกขึ้น เฉินกุ้ยหงได้รับโทรศัพท์แบบนี้ก็ดีใจ แสดงความยินดีที่ถังเฟยซื้อโทรศัพท์ใหม่ บอกว่าเจอกันครั้งหน้าเอามาโชว์หน่อย อยากเห็นเป็นบุญตา

ตอนถังเฟยกลับถึงโรงงาน คนงานกินข้าวเที่ยงเสร็จและกำลังพักผ่อน เตรียมจะเริ่มงานในอีกครึ่งชั่วโมง

ตั้งแต่ถังเฟยเข้ามารับช่วงโรงงาน มื้อเที่ยงเลี้ยงข้าวฟรี คนงานกินข้าวในโรงงานได้เลย เติมไม่อั้น

กับข้าวอร่อยๆ พวกนี้ พี่จางที่อยู่แถวนี้เป็นคนมาส่ง พี่จางทำข้าวกล่องส่งตามโรงงานเล็กๆ แถวนี้ หารายได้เสริม

ถังเฟยเห็นว่ากับข้าวของพี่จางราคาถูกและให้เยอะ สะอาดถูกหลักอนามัย เลยให้พี่จางมาส่งข้าวทุกวัน คนงานมีข้าวมื้อเที่ยงกินฟรี เหมือนได้รับสวัสดิการสุดหรู ช่วงนี้เลยขยันขันแข็งกันเป็นพิเศษ

“เถ้าแก่ กลับมาแล้วเหรอครับ”

หวังไห่หลงส่วนใหญ่จะประจำอยู่ที่โรงงาน นานๆ ทีถึงจะออกไปโรงงานหงซิงบ้าง หลักๆ ก็เพื่อติดต่อประสานงานระหว่างโรงงานจิ่วโจวกับโรงงานหงซิง

“อื้ม กลับมาแล้ว” ถังเฟยอารมณ์ดี น้ำเสียงเจือความสุข

หลิวเจียงก็เห็นถังเฟย และก็เห็นโทรศัพท์มือถือในมือถังเฟยด้วย ตาเขาเบิกกว้าง นึกว่าตาฝาดไป

(จบบทนี้)

จบบทที่ บทที่ 47 ขอเป็นเศรษฐีสักครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว