เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.365 - เปิดธุรกิจเดินเรือ

Ep.365 - เปิดธุรกิจเดินเรือ

Ep.365 - เปิดธุรกิจเดินเรือ


1/3

Ep.365 - เปิดธุรกิจเดินเรือ

เมื่อชาลูกลับมา

ความจริงที่ว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์ไม่ได้เกิดการบาดเจ็บล้มตายแม้แต่คนเดียวทำให้ชาวเผ่าทะเลผู้นี้ตกใจมาก

แม้มันจะรู้ว่านักผจญภัยเหล่านี้มีศักยภาพสูง แต่อัตราการพัฒนาระดับนี้น่าทึ่งเกินไป ในตอนที่มันสู้กับฮังอวี่ครั้งก่อน ฮังอวี่ยังเป็นแค่ไก่อ่อนต้องสู้กับตัวเองแทบตาย แต่ตอนนี้ ... พลังรบของเขาแก่กล้าเสียยิ่งกว่าตอนที่ชาลู่ข้ามมิติมา!

ฉูเทียนหัวเดินมาหาฮังอวี่ “นี่คือข้อดีของโลกจริง อุปกรณ์ใดก็ตามที่ศัตรูสวมใส่ เวลาตายพวกเราสามารถนำมันออกมาได้ ลองดูนี่สิ พวกเราริบสินสงครามมาได้เป็นสิบๆชิ้นในครั้งนี้”

ผู้เบิกทางทั้งสามถูกเปลื้องผ้า

สองพี่น้องตระกูลเหลียงเดินมาพร้อมกับกองอุปกรณ์

เหลียงชิวกล่าวขึ้นว่า “เป็นของดีทุกชิ้น ทั้งหมดมีคุณภาพสีเขียว และในนี้มีอุปกรณ์สีเขียวเลเวล 11 12 อยู่หลายชิ้น!”

ฮังอวี่กวาดสายตามอง

ไม่มีชุดสีฟ้าแม้แต่ตัวเดียว

เขาอดส่ายหัวไม่ได้ “มีทั้งข้อดีและข้อเสีย การถอดอุปกรณ์จากศพได้มันดีก็จริง แต่ขณะเดียวกันก็ไม่มีโอกาสดรอปไอเท็มในมิติเก็บของ รวมไปถึงสกิลมรดก คุณก็เห็นใช่ไหมว่าเจ้าพวกนี้มีทั้งสกิลขั้น 3 กับ 4 ช่างน่าเสียดาย!”

สกิลขั้น 3 ขึ้นไปที่ยังไม่สามารถทืบทอดมรดกได้สมบูรณ์จะมีโอกาสดรอปสูง

นั่นหมายความว่าหากฮังอวี่ฆ่าปาซาร์ได้ในโลกวิญญาณ อย่างน้อยศัตรูก็น่าจะดรอปหินสกิลขั้น 4 สักก้อนถูกไหม?

ฮังอวี่เหลียวมองพวกเหลียงตงและกล่าวว่า “พวกคุณช่วยเราได้เยอะในครั้งนี้ เพราะงั้นเลือกหยิบไปได้คนละชิ้น ถือว่าเป็นการขอบคุณของผม” ​

“จริงๆหรอ?”

“เยี่ยมไปเลย!”

เจ้าหน้าที่สำนักข่าวกรองโลกวิญญาณทั้งสี่ต่างดีอกดีใจ

อุปกรณ์สีเขียวเลเวล 10 หรือสูงกว่านั้นไม่ค่อยมีค่าเท่าไหร่สำหรับฮังอวี่

แต่สำหรับคนอื่นๆ มันคือสิ่งล้ำค่าอย่างแน่นอน แม้แต่นักผจญภัยในระดับหัวหน้าทีมของสกายเน็ต จำนวนอุปกรณ์สีเขียวบนตัวพวกเขา สูงสุดมีใส่กันแค่ 2 3 ชิ้นเท่านั้น

ฮังอวี่มอบอุปกรณ์สีเขียวที่เหลืออีกสิบชุดให้ซูหยุนปิง

แม้จะไม่มีไอเท็มสีฟ้า แต่อุปกรณ์เหล่านี้มีคุณภาพไม่เลว

บอสฮังไม่ใช้งานมัน แต่คนของเขาต้องใช้ หรืออย่างแย่ที่สุด อย่างน้อยนำออกขายแล้วแลกเปลี่ยนเป็นหินคริสตัลเขียวซัก 100 - 200 ก้อนก็ยังได้

ซูหยุนปิงเดินไปหาชาลู่ “ปัญหาของนายพวกเราแก้ไขให้แล้ว คราวนี้ถึงเวลานายแสดงผลกำไรที่ได้ให้พวกเราดูบ้างแล้ว”

ชาลู่ตอบทันที “โปรดมากับข้า!”

ฐานทัพในเมืองหยุนสุ่ยได้รวบรวมเอาส่วนที่เหลือของปาซาร์เข้ามา

จำนวนทหารฝ่ายผลิตจึงเพิ่มมากขึ้นกว่า 1000 นาย และทหารต่อสู้เพิ่มมากกว่า 500 นาย

นี่เป็นเพียงจุดเร่มต้น ยังมีทหารที่กระจัดกระจายอีกมากมาย รวมไปถึงทหารของผู้เบิกทางตนอื่นๆที่พ่ายแพ้ หากสามารถฮุบเอาทั้งหมดได้โดยเร็วแล้วรวมเข้ากับเมืองหยุนสุ่ย ชาลู่อาจมีกำลังพลทะลุ 6000 นายได้อย่างรวดเร็วและกลายเป็นฐานผ้เบิกทางขนาดใหญ่

และประโยชน์ที่จะได้จากเรื่องนี้ชัดเจน

ตราบใดที่ฐานหยุนสุ่ยใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ตำแหน่งในฐานะผู้เบิกทางของชาลู่ก็จะมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน

ตราบใดที่ชาลู่ขึ้นเป็นกองทัพมนุษย์ปลาที่ใหญ่และทรงพลังที่สุดในกองพลวายุคลั่ง ในอนาคตทรัพยากรทสนับสนุนที่ส่งผ่านจากรอยแยกมิติส่วนใหญ่ก็จะถูกมอบให้แก่มัน

และสุดท้าย

กองพลวายุคลั่งต้องจ่ายราคามหาศาล

เพราะเป้าหมายของพวกมันไม่เพียงไม่สามารถบรรลุ แต่การกระทำของเมืองมันยังเป็นการหล่อเลี้ยงเจียงเฉิง เพิ่มประสิทธิภาพแก่กลุ่มของฮังอวี่ ถึงเวลากว่าพวกมันจะตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ ก็สายเกินไปแล้ว

ผลกำไรของชาลู่ไม่ใช่แค่ด้านสมุนทหารเท่านั้น

แต่ครั้งนี้ผลกำไรด้านวัสดุก็น่าพอใจเช่นกัน

สกายเน็ตยึดวัสดุและเสบียงมากกว่า 80,000 ชุดจากรังของปาซาร์

ตามข้อตกลง หลังจากสกายเน็ตบุกทำลายฐานผู้เบิกทางโดยใช้ข้อมูลของชาลู่ พวกเขาต้องส่งมอบครึ่งหนึ่งมายังฐานเมืองหยุนสุ่ย เพื่อช่วยให้ฐานๆนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับกลุ่มมังกรฟ้าและองค์กรมังกรคราม หรือก็คือดีต่อฮังอวี่อย่างแน่นอน

“พวกเรายังได้เรือเดินทะเลของปาซาร์มาด้วย!”

“ทั้งหมด 15 ลำ เชิญดู”

ชาลู่พาคนอื่นๆมายังท่าเรือริมแม่น้ำ ท่ามกลางหมอกหนา ทุกคนสามารถแยกแยะได้อย่างชัดเจนว่ามีเรือใบขนาดใหญ่นับสิบลำ เมื่อมองแวบแรกดูเก่าแก่ รูปร่างค่อนข้างแปลก ปรากฏบนผิวน้ำ

แต่ละลำสามารถบรรทุกได้ประมาณ 1000 คน!

นอกจากนี้ ทุกลำยังสามารถติดตั้งอุปกรณ์เหนี่ยวนำมนตราและค่ายกลรูปแบบต่างๆได้

นี่คือเรือขนส่งที่กองพลวายุคลั่งใช้ในมหาสมุทรบนโลกวิญญาณ

มันไม่ใช่เพียงพาหนะ แต่ยังเป็นป้อมปราการเคลื่อนที่ของเผ่าทะเลด้วย ด้วยความสามารถของมนุษย์ในปัจจุบันบันยังไม่สามารถสร้างมันขึ้นได้ แต่ในฐานะเรือที่แล่นในมหาสมุทรโลกวิญญาณ การใช้งานมันในน่านน้ำของโลกมนุษย์จะช่วยให้คนหรือของข้างในปลอดภัยขึ้นเยอะ

ซูหยุนปิงกล่าว “พวกเรามีเรือแบบนี้อยู่แล้วสองลำ เมื่อเพิ่มของใหม่เข้ามาก็จะรวมเป็น 17 ลำ เรียกได้ว่าสามารถสร้างหน่วยขนส่งที่ไม่อ่อนแอ”

“เรือพวกนี้พอจะให้ทางรัฐบาลเมืองเจียงเฉิงเช่าได้ไหม?” ดวงตาของฉูเทียนหัวสว่างไสว “รัฐบาลเจียงเฉิงกำลังปวดหัวเรื่องโยกย้ายคนมาเจียงเฉิง ตอนนี้ทั้งทางบกและทางอากาศอันตรายเกินไป แต่ถ้ามีเรือที่แข็งแกร่งไว้แล่นบนน้ำหรือดำน้ำได้ นี่น่าจะช่วยให้ปลอดภัยมากขึ้น เหมาะสำหรับการขนส่งประชาชนมากที่สุด”

ฮังอวี่พยักหน้าและกล่าวว่า “ไม่ต้องกังวล เมืองหยุนสุ่ยไม่น่าได้ใช้เรือมากขนาดนั้นในตอนนี้ เพราะงั้นเรื่องมอบบางส่วนให้รัฐบาลเช่าไม่ใช่ปัญหา ตรงกันข้าม แบบนี้สิถึงจะเป็นการใช้ทรัพยากรได้อย่างเต็มที่” ​

ถ้ามีเรือพวกนี้

เรื่องการขนส่งก็สามารถมั่นใจได้มากขึ้น

ต่อไปเมืองทางใต้ส่วนใหญ่อาจเชื่อมต่อกันทางน้ำ

ในยุคที่แต่ละเมืองปกครองตนเองเช่นนี้ หากสามารถทำการค้าข้ามเมืองได้ย่อมฟันกำไรมหาศาล อย่างในเจียงเฉิงแร่เหล็กเย็นมีราคาต่ำ แต่ในเมืองหงเฉิงมันมีราคาแพงมาก ขณะที่แร่มิธริลในเจียงเฉิงแพง แต่หงเฉิงราคาต่ำเพราะหาซื้อได้ง่าย

ฮังอวี่สามารถจัดส่งแร่เหล็กเย็นหลายพันก้อนทางเรือไปยังหงเฉิงและที่อื่นๆเพื่อฟันกำไร

และขากลับ พวกเขาจะกว้านซื้อแร่มิธริลหลายพันก้อนขนมายังเจียงเฉิง

ถือได้ว่าเป็นการฟันกำไรทั้งสองรอบ

ก่อนหน้านี้ฮังอวี่มีเรือและกำลังพลค่อนข้างน้อยจึงไม่สามารถทำได้

แต่ตอนนี้อาณาเขตของชาลู่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว เรือในมือก็มีมากขึ้น ในอนาคตตราบใดที่สามารถควบคุมน่านน้ำได้อย่างมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นการค้าข้ามเมือง หรือดัดแปลงมันเป็นการขนส่งผู้โดยสารก็สามารถทำได้

หลังจากแก้ไขปัญหาในเมืองหยุนสุ่ยแล้ว

ฮังอวี่กลับมายังชุมชนมังกรฟ้า

เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการขยายดินแดนทางฝั่งโลกวิญญาณ

เขาได้รับข่าวลือมาว่าเมืองทรายดำ , เมืองเตาหลอมศิลา , และเมืองขุนเขาเหล็กน่าจะบุกโจมตีในเร็วๆนี้ แม้พลังรบของเมืองหุบเขาเดียวดายในปัจจุบันจะไม่ต้องกังวลเรื่องการป้องกันเมือง แต่ฮังอวี่ไม่ต้องการแค่ป้องกัน --เขาจะถือโอกาสนี้ยึดเมืองทั้งสามในคราวเดียว แผ่ขยายอำนาจของมนุษย์ในโลกวิญญาณ

และตราบใดที่ทำสำเร็จ

ขุนนางใหญ่คาลิมัวแห่งเมืองธารทะเลทรายต้องหันมามองอย่างแน่นอน

อันตรายที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การต่อสู้เมืองกับธารทะเลทราย ดินแดนเล็กๆสี่แห่งจะสามารถทนต่อแรงกดดันจากเมืองธารทะเลทรายได้หรือไม่? แน่นอน ย่อมถูกอีกฝ่ายบดขยี้อย่างไม่ต้องสงสัย

แต่ฮังอวี่มีความมั่นใจที่จะสู้

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะสิ่งที่พวกเขามีไม่ใช่แค่ดินแดนเล็กๆสี่แห่งในโลกวิญญาณ

แต่ยังมีผู้สนับสนุนเบื้องหลังอย่างมนุษย์ในโลกจริง!

กุญแจสู่ชัยชนะ

ไม่ได้อยู่ในด้านที่ว่าทหารฝั่งโลกวิญญาณเข้มแข็งขนาดไหน

แต่มันอยู่ในด้านที่ว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์จะสามารถรวมพลังกันได้มากเพียงไร

และจะใช้ทรัพยากรในโลกจริงให้เกิดประโยชน์ได้ถึงขนาดไหน!

จบบทที่ Ep.365 - เปิดธุรกิจเดินเรือ

คัดลอกลิงก์แล้ว