เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.356 - ก็อบลินหมีบุกโจมตี

Ep.356 - ก็อบลินหมีบุกโจมตี

Ep.356 - ก็อบลินหมีบุกโจมตี


2/3

Ep.356 - ก็อบลินหมีบุกโจมตี

สกายเน็ตคือกองกำลังอันดับหนึ่งในเจียงเฉิง พลังรบของพวกเขาไม่ได้เกิดจากจำนวนของกองพลน้อยและจำนวนพลรบหลายพันคนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงทีมโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง

สมาชิกของสกายเน็ตสาขาเจียงเฉิงโดยรวมแล้วจริงๆมีมากถึง 10000 -20000 คน

องค์กรกึ่งทหารนี้อาศัยภูมิหลังของประเทศ ติดต่อประสานงานร่วมกับภูมิภาคอื่นๆ โยกย้ายวัตถุดิบที่ต้องการจากส่วนหนึ่งไปยังอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งแค่เฉพาะจุดนี้ก็เกินพอแล้วที่จะทำให้พวกเขาทรงพลังกว่าทีมอื่นๆ

อย่างน้อยในด้านการผลิตและการวิจัยเขตแดน

ตอนนี้ยังไม่มีกองกำลังไหนไล่ทันหรือสู้พวกเขาได้!

ผู้บัญชาการเล่ยยินดีมอบเทคโนโลยีอันเป็นความลับบางอย่างที่เจียงเฉิงไม่มีขายให้แก่ฐานมนุษย์ปลา นี่เป็นเรื่องยากที่ฮังอวี่จะตอบปฏิเสธ

ผู้บัญชาการเล่ยจงใจขายอุบายนี้ต่อ “เมื่อเร็วๆนี้ ทางสกายเน็ตพึ่งได้รับค่ายกลหายากรูปแบบใหม่มา ถ้านำมันไปใช้กับฐานมนุษย์ปลาเมืองหยุนสุ่ย น่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้สองเท่า!”

ฮังอวี่รีบถาม “เป็นค่ายกลคุณภาพอะไร?”

ผู้บัญชาการเล่ยตอบว่า “ค่ายกลเขตแดนสีฟ้าขุ่น”

เมื่อฮังอวี่ได้รับคำตอบ เขาก็ตอบสนองทันที “แต่สกายเน็ตสาขาเจียงเฉิงจะมีปรมาจารย์ค่ายกลที่สร้างมันได้หรือ?”

เมื่อเห็นว่าฮังอวี่ไม่ได้เอ่ยถามถึงข้อมูลของค่ายกล ผู้บัญชาการเล่ยก็เข้าใจได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคงพอจะคาดเดาความสามารถของค่ายกลได้แล้ว

ว่าแต่ทำไมเขาถึงมั่นใจนัก?

ผู้บัญชาการเล่ยกล่าวว่า “ได้สิ มันคือค่ายกลเขตแดนประเภทฟื้นฟู ขอบเขตของค่ายกลครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ ตราบใดที่มีสิ่งมีชีวิตเข้ามา พวกเขาจะได้รับการฟื้นฟูพลังจิต 1 หน่วยต่อวินาที สำหรับฐานการผลิตแล้ว ค่ายกลนี้มีค่ามากจนประเมินไม่ได้”

เขาพูดถูก

ทหารฝ่ายผลิตนั้นมีพลังจิตจำกัด

หากพลังจิตหมดระหว่างกระบวนการผลิต ตามปกติแล้วพวกเขาต้องพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูพลังจิตอย่างช้าๆ แต่ถ้ามีค่ายกลดังกล่าว ทหารฝ่ายผลิตจะสามารถทำงานได้มากขึ้นและนานขึ้น

การฟื้นฟูพลังจิตได้ในทุกๆ 1 วินาที

แทบกล่าวได้ว่ามีโอกาสน้อยมากๆที่จะใช้จนหมด

ถึงขนาดนี้แล้ว ประสิทธิภาพการผลิตจะไม่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าได้ยังไง?

แน่นอน

นี่คือค่ายกลคุณภาพสีฟ้า ดังนั้นการันตีคุณภาพเอฟเฟกต์ของมันได้!

ขนาดแค่ค่ายกลคุณภาพสีเขียวก็ดีมากแล้ว ฉะนั้นคุณภาพสีฟ้าคงไม่ต้องกล่าวถึง!

และด้วยความหายากของมัน บางทีอาจถึงขั้นหาซื้อไม่ได้จากพ่อค้าลึกลับ

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะพ่อค้าลึกลับที่ฮังอวี่สามารถอัญเชิญได้เป็นพ่อค้าในระดับต่ำเท่านั้น

แล้วอีกอย่าง วัสดุที่ใช้สร้างค่ายกลนั้นยากต่อการจัดหา คงมีแต่องค์กรอย่างสกายเน็ตเท่านั้นที่สามารถทำได้ในเวลาสั้นๆ

แต่ประเด็นก็คือ ค่ายกลประเภทนี้ไม่ใช่แบบที่สามารถคงอยู่ได้ถาวร แต่มันมีอายุการใช้งาน

เมื่อพลังงานหมดต้องซ่อมแซม

นี่อาจเป็นลูกเล่นทางเทคนิคของทางรัฐบาลเมืองเจียงเฉิง

แน่นอน ค่ายกลที่พวกเขาสร้างให้อาจสามารถช่วยมอบผลประโยชน์ได้เป็นอย่างดี

แต่ในขณะเดียวกัน ฐานมนุษย์ปลาก็จะไม่สามารถอยู่ได้หากปราศจากการสนับสนุนทางเทคนิคเหล่านี้ ในอนาคตมีแต่จำเป็นต้องร่วมมือกันยิ่งขึ้น

แต่ในส่วนของเรื่องนี้

ฮังอวี่ไม่กังวลใดๆ

เพราะเขาไม่ได้มีความทะเยอทะยานในการครอบครองเจียงเฉิง เขาแค่สนใจเรื่องรายได้ของตัวเองเท่านั้น

ในเมื่อสกายเน็ตยินดีจัดตั้งค่ายกลให้ ทำไมฮังอวี่ต้องปฏิเสธด้วย? ความร่วมมือนี้จึงได้รับความเห็นชอบอย่างรวดเร็ว

“ถ้าในจีนมีคนที่มีความสามารถอย่างนายเพิ่มมาอีกซักสองหรือสามคน สถานการณ์ทั่วประเทศคงไม่ลำบากขนาดนี้” รองเทศมนตรีหวงพอใจเช่นกัน “เป็นพรของเจียงเฉิงเราจริงๆที่มีนายอยู่!”

ฮังอวี่รีบพูด “ท่านรองเทศมนตรียกยอกันเกินไปแล้ว ผมรับไว้ไม่ไหวหรอก”

“นายไม่จำเป็นต้องถ่อมตัว ตั้งแต่การช่วยปกป้องเจียงเฉิงไปจนถึงการยึดครองเจียงซินโจว ขจัดภัยคุกคามของสมาคมฤาษีลี้ลับ พวกเราได้เห็นมันและจดจำเอาไว้ในใจแล้ว”

เทศมนตรีหวงดูกระตือรือร้นมากขณะเชคแฮนด์กับฮังอวี่

“ความร่วมมือที่นายมีต่อเจียงเฉินนั้นไม่สามารถลบล้างได้ และพวกเราจะไม่ปฏิบัติต่อผู้มีเกียรติเช่นนายอย่างผิดๆ ฉันหวังว่าความร่วมมือนี้จะล่วงลุไปด้วยดี และสร้างผลประโยชน์แบบวิน - วิน แก่ทั้งสองฝ่าย”

ฮังอวี่กล่าวทันที “ผมจะทำให้ดีที่สุด”

ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงตามเงื่อนไข

สหายเถ้าแก่ใหญ่สองในสามจากไป

เมื่อได้อยู่ตามลำพัง ฉูเทียนหัวก็เอ่ยกับฮังอวี่ว่า “นายไม่ต้องกังวลเรื่องการคุกคามจากกองกำลังของผู้เบิกทางตัวอื่นๆ สกายเน็ตและแผนกอื่นๆอีกหลายแห่งกำลังจัดตั้งกองกำลัง พวกเขาพร้อมที่จะใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ไม่ทันตั้งตัวของพวกมัน กวาดล้างขุมกำลังเหล่านี้”

ดีมาก!

ฮังอวี่พอใจมาก!

นี่แหละคือประสิทธิภาพที่ฉันต้องการ!

ของแบบนี้ไม่จำเป็นต้องทำด้วยตัวเอง!

ฮังอวี่แค่ต้องรอฟังข่าวดีที่จะมาถึง

แม้ผู้เบิกทางเผ่าวายุคลั่งจะค่อนข้างทรงพลัง แต่พวกมันมีเวลาพัฒนาแค่หนึ่งเดือนกว่าเท่านั้น กล่าวได้ว่ายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น เพราะงั้นไม่มีทางที่จะหยุดยั้งการโจมตีจากทางสกายเน็ตได้

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่า

สกายเน็ตมีข้อมูลทั้งหมดของพวกมันอยู่ในมือ

ผู้เบิกทางแห่งท้องทะเลเหล่านั้นไม่มีทางหนีพ้น

อย่าได้ประมาทความสามารถของสกายเน็ตเชียว

เมื่อพวกเขาบุกโจมตีอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้สมญาตาข่ายฟ้าดินนี้ สุดท้ายผลลัพธ์คือการสังหารหมู่!

ที่ฮังอวี่ต้องทำก็แค่วางแผนล่วงหน้ากับชาลู่

แล้วรอคอยจนกว่าผู้เบิกทางเผ่าวายุคลั่งจะถูกทำลาย

จากนั้นชาลู่จะตอบสนองทันที ก่อนที่ฐานที่ถูกบุกจะโดนคนอื่นยึด มันจะเข้าไปผนวกดินแดนเพื่อขยายทีม ฮุบเอาทรัพยากรจำนวนมากมาเป็นของตัวเอง

ฮังอวี่บอกผลลัพธ์การหารือแก่ซูหยุนปิง

อาจารย์ซูกล่าวอย่างมีความสุข “รัฐบาลเจียงเฉิงยอมตกลงแล้ว? งั้นหมายความว่าเมืองหยุนสุ่ยจะกลายเป็นอาณาเขตของเราโดยสมบูรณ์นับแต่นี้ไป? ในที่สุดฉันก็สามารถวางหินก้อนใหญ่ที่ทับอยู่ในใจลงได้ซักที”

ฮังอวี่เอ่ยถาม “ทำไมล่ะ? หรืออาจารย์กังวลเรื่องผลลัพธ์ในวันนี้?”

ซูหยุนปิงยิ้มและตอบ “พูดตามตรง ฉันไม่คาดหวังว่ามันจะราบรื่นขนาดนี้ เพราะสิ่งที่ฉันจดจำได้เกี่ยวกับพวกเขา คนของรัฐบาลไม่ใช่คนที่จะยอมรับข้อตกลงอะไรง่ายๆ”

ฮังอวี่ยิ้ม “นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาคุยกับใครด้วย”

ซูหยุนปิงมองบน “คนหลงตัวเอง!”

แต่ในความเป็นจริงมันคือเรื่องจริง

เพราะหากเป็นคนอื่น

ตัวอย่างเช่น ซูหยุนปิง เกรงว่าข้อตกลงในวันนี้คงไม่จบลงง่ายๆ

ไม่ใช่แค่เพราะพลังรบและชื่อเสียงของอาจารย์ซูไม่มากพอ

แต่เธอคือคนที่มีภูมิหลังลึกซึ้งกับสมาคมโลกวิญญาณสาขาเจียงเฉิง ซึ่งแม้สมาคมนี้จะมีอำนาจน้อยกว่าสกายเน็ตมาก แต่พวกเขามีบทบาทที่สามารถส่งผลทางความคิดต่อสาธารณชนทั่วโลก ซึ่งในแง่ความนิยมมีมากกว่าสกายเน็ต

สิ่งที่ต้องกลัวคือผู้คน

หากเป็นซูหยุนปิง เจ้าหน้าที่ของเจียงเฉิงไม่น่าจะยอมให้เธอปกครองกองทัพขนาดใหญ่ของพวกมนุษย์ปลาง่ายๆ หรือต่อให้ตกลงกันได้ ผลลัพธ์คงแย่กว่านี้

ขณะที่ตัวตนของฮังอวี่นั้นพิเศษมาก

ปัจจุบันเขาไม่เพียงเป็นที่ปรึกษาพิเศษของสกายเน็ต แต่ยังเป็นเลขานุการกิตติมศักดิ์ของสำนักข่าวกรองโลกวิญญาณ

ไหนจะประวัติของเขาที่อุทิศต่อเจียงเฉิง และชื่อเสียงในระดับแนวหน้าของโลก บวกกับความสัมพันธ์กับฉูเทียนหัว และมิตรภาพที่มีต่อสกายเน็ต แค่นี้ก็ช่วยให้มีโอกาสบรรลุข้อตกลงได้ครึ่งทางแล้ว

เมื่อทุกอย่างมาถึงขั้นนี้

ฐานการผลิตเมืองหยุนสุ่ยก็ถือว่าได้ถูกปูไปในเส้นทางที่ถูกต้องอย่างเป็นทางการ

การมีอยู่ของมันเสมือนดั่งกลไกที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนากลุ่มมังกรฟ้าในเจียงเฉิงและองค์กรมังกรครามในโลกวิญญาณให้เร็วขึ้น

ตกเย็นของวันเดียวกัน

ฮังอวี่ได้รับข้อความจากเมืองหุบเขาเดียวดาย

ใกล้กับอาณาเขตของเมืองหุบเขาเดียวดาย กองทหารจำนวนมากปรากฏกายขึ้น

มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว!

เพื่อนบ้านจากดินแดนถัดไปกำลังมาเยี่ยมเยียน!

ฮังอวี่รีบคำนวณเวลาเพื่อเข้าสู่โลกวิญญาณ เมื่อมาถึงเมืองหุบเขาเดียวดาย เขาก็พบกับหัวหน้าทีมคนอื่นๆ

จ้าวหมิงลุกขึ้นกล่าว “ฉันจะแนะนำสถานการณ์โดยย่อ”

“สี่ชั่วโมงที่แล้ว หน่วยลาดตระเวนรอบนอกของเราพบว่ามีกองกำลังขนาดใหญ่จากทิศทางเมืองทรายดำกำลังเดินทางมายังเมืองหุบเขาเดียวดาย”

“ขนาดกองทัพใหญ่มาก จำนวนน่าจะสูงถึง 1500 ตัว จุดประสงค์ของพวกมันชัดเจน ว่าต้องการบุกเมืองหุบเขาเดียวดาย”

ทุกคนพอได้ยินเรื่องนี้

มีหลายคนเริ่มไม่สามารถสงบใจได้

เมืองทรายดำคือดินแดนของก็อบลินหมี ซึ่งหลายวันก่อนพวกมันพึ่งส่งหน่วยสอดแนมมา แต่ถูกจับได้ สุดท้ายไม่ยอมอยู่เฉยอีกต่อไป

พูดตามตรง

ทุกคนในห้องเริ่มนั่งไม่ติด

ประชากรเมืองหุบเขาเดียวดายยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่มอนสเตอร์ระดับสูงเริ่มมีไม่พอต่อความต้องการ แต่ละทีมต้องแบ่งกันตีมอนสเตอร์ระดับเจ้าถิ่น ทำให้ยากที่จะแบ่งหินสกิล วัสดุ และอุปกรณ์คุณภาพสูงอย่างทั่วถึง

เรื่องนี้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาของทุกคนอย่างจริงจัง

ความต้องการในการขยายดินแดนของมนุษยชาตินับวันยิ่งสูงขึ้น!

จบบทที่ Ep.356 - ก็อบลินหมีบุกโจมตี

คัดลอกลิงก์แล้ว