เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.353 - เพิ่มพลังทวีคูณ

Ep.353 - เพิ่มพลังทวีคูณ

Ep.353 - เพิ่มพลังทวีคูณ


3/4

Ep.353 - เพิ่มพลังทวีคูณ

ฮังอวี่ยอมรับคำขอของฉูเทียนหัว ตกลงเป็นเลขานุการกิตติมศักดิ์ของสำนักข่าวกรองโลกวิญญาณสาขาเจียงเฉิง

แม้มีคำว่ากิตติมศักดิ์ แต่ยังมีอำนาจจริงๆ

ตัวอย่างเช่น

หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินทางทหาร แล้วบังเอิญฉูเทียนหัวไม่อยู่ในเจียงเฉิง สำนักข่าวกรองโลกวิญญาณสามารถเชิญฮังอวี่มาเป็นหัวหน้าสั่งการได้ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของสำนักข่าวจะไปต่อในช่วงเวลาวิกฤติ

แน่นอน เรื่องข้อมูลความเป็นส่วนตัวของฮังอวี่

มีเฉพาะเหล่าระดับสูงของสำนักข่าวและสกายเน็ตเท่านั้นที่จะรู้

และฮังอวี่ได้รับตำแหน่งนี้

ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์ต่อเขา

ห้ามลืมสิว่าสำนักข่าวกรองโลกวิญญาณสาขาเจียงเฉิงนั้นมีโครงสร้างมาจากหน่วยสืบราชการลับ พวกเขามีหน้าที่ในการตรวจสอบทั่วทั้งเจียงเฉิง คอยรวบรวมข้อมูลจากทุกฝ่าย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงของมอนสเตอร์และการรุกรานของชาวโลกวิญญาณ

หลังจากที่ฮังอวี่ได้เป็นเลขานุการกิตติมศักดิ์ เขาจะได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลระดับสูง ได้ล่วงรู้ความลับมากมายที่คนทั่วไปจับต้องไม่ได้

ฮังอวี่สามารถสอบถามฉูเทียนหัวได้ตลอดเวลาหรือกระทั่งขอตรวจสอบมันด้วยตัวเอง

นี่เท่ากับเป็นการเปิดประตูแห่งความสะดวกสบาย

กิจวัตรหลายอย่างในอนาคตจะสะดวกสบายกว่าเดิมมาก

หลังจากฮังอวี่นำผลึกอาคมเหล็กเย็นกลับมา ในที่สุดก็รวบรวมวัตถุดิบที่จำเป็นครบถ้วน

เสี่ยวไป๋ใช้วัสดุทันที และสุดท้ายก็ประสบความสำเร็จในการสร้างอุปกรณ์สีฟ้าเลเวล 11 ‘ขวานปีศาจแมงป่อง!’

[ขวานปีศาจแมงป่อง] อุปกรณ์เลเวล 11 , สีฟ้าคุณภาพกลาง , การโจมตีทางกายภาพ +40 ,​ พละกำลัง +9 , ว่องไว +6 , สกิลเสริม : สาดพิษ

‘สาดพิษ’ คือสกิลพิเศษ การเปิดใช้งานมันแต่ละครั้งผู้ถืออุปกรณ์ต้องจ่ายพลังจิต 5 หน่วย ซึ่งสามารถตีพิษกระจายใส่ศัตรู ทำให้เป้าหมายเข้าสู่สถานะติดพิษได้

สถานะติดพิษที่เกิดจากพิษกระจาย : พละกำลังกับว่องไว -3 , ร่างกายกับเจตจำนง -2 , จิตวิญญาณ จิตรับรู้ ความเร็วในการเคลื่อนที่ -1, สูญเสียพลังชีวิต 1 หน่วยต่อวินาที ระยะเวลาคงอยู่ : 20 วินาที , ซ้อนทับได้ 5 ครั้ง

ขวานปีศาจแมงป่องคือหนึ่งในอุปกรณ์สีฟ้าอ่อนที่แม้ดูไม่ได้ทรงพลังเป็นพิเศษ ทว่ายังคงเป็นอาวุธต่อสู้ที่เอฟเฟกต์ของอุปกรณ์สีเขียวไม่อาจเทียบได้

อย่างแรกเลย ค่าคุณสมบัติของขวานปีศาจแมงป่องนั้นสูงมาก

ฮังอวี่มีเอฟเฟกต์ที่เกิดจากสกิลควงอาวุธคู่ ทำให้พลังโจมตียามที่เขาถืออาวุธคู่ มันไม่ด้อยไปกว่าหอกคลื่นมังกรปฐพี  และเนื่องจากมีอาวุธสองชนิดโจมตีพร้อมกัน ดังนั้นความถี่ในการโจมตีจึงต่อเนื่องยิ่งกว่าเดิมมาก

ประการที่สอง

เอฟเฟกต์สกิลเสริมที่มาพร้อมกับขวานปีศาจแมงป่อง ‘สาดพิษ’ เป็นสกิลสนับสนุนที่น่ารำคาญมาก

มันแตกต่างจาก ‘คำสาปกระดูกสามานย์’ ที่มาพร้อมกับกระบี่คำสาป

เอฟเฟกต์ของคำสาปกระดูกสามานย์นั้นทรงพลังมาก แต่จะแสดงผลก็ต่อเมื่อโจมตีโดนตัวเป้าหมายเท่านั้น หากเปิดใช้งานสกิลแล้วถูกปัดป้องหรือคู่ต่อสู้หลบได้มันจะไม่แสดงผลใดๆ อีกทั้งยังเสียค่าพลังจิตไปเปล่าๆ

ขณะที่สาดพิษของขวานปีศาจแมงป่องไม่มีข้อจำกัดนี้

เมื่อเปิดใช้งานแล้วฟาดฟัน พิษจะกระเด็นออกมาจากอาวุธโดยตรง เว้นเสียแต่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะใช้โล่บังไว้ทั้งตัวหรือมีสกิลสายป้องกันที่ไม่มีจุดบอด มิฉะนั้นอย่าหวังว่าจะหยุดสกิลนี้ได้

และด้วยเอฟเฟกต์ที่สามารถซ้อนทับได้ถึง 5 ครั้ง ในทางทฤษฏีแล้ว ตามหลักการศัตรูสมควรตกอยู่ในสถานะ : พละกำลังกับความว่องไว - 15 , ร่างกายกับเจตจำนง - 10 , จิตวิญญาณ จิตรับรู้ ความเร็วในการเคลื่อนที่ -5 , สูญเสียพลังชีวิต 5 หน่วยต่อวินาที

สำหรับมนุษย์ในช่วงนี้

เอฟเฟกต์ดังกล่าวให้ผลลัพธ์ไม่ต่างอะไรกับการลดเลเวลพวกเขา!

อีกทั้งสถานะเชิลบของพิษนี้ไม่สามารถปัดเป่าได้ด้วยสกิลอย่างปราณสงคราม  แต่ต้องเป็นสกิลชำระล้างของนักบวชเท่านั้น

แค่สกิลนี้เพียงอย่างเดียก็รับมือยากมากแล้ว หากยังใช้มันร่วมกับสกิลคำสาปกระดูกสามานย์ คงไม่มีใครสู้เขาได้!

ฮังอวี่หยิบขวานรบขึ้นมา และสัมผัสได้ถึงพลังของอาวุธ! โบนัสค่าคุณสมบัติของมันแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย

เจ้าสิ่งนี้ค่อนข้างหยาบและหนัก แต่จับได้ถนัดมือ มีความยาวประมาณสามฟุตครึ่ง

มือซ้ายถือกระบี่กระดูกสามานย์

มือขวาถือขวานปีศาจแมงป่อง

หอกคลื่นมังกรไว้ใช้ในตอนต่อสู้แบบกลุ่ม

สมบูรณ์แบบ!

ฮังอวี่วางอาวุธแล้วเอ่ยว่า “เสี่ยวไป๋ เธอเก่งจริงๆ ไม่ทำให้ฉันผิดหวังเลย!”

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฮังเสี่ยวไป๋ “ตอนนี้พลังรบของพี่ชายยิ่งมายิ่งแก่กล้า เสี่ยวไป๋ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพี่ชายอีกแล้ว”

พอฮังอวี่อัพเลเวล 11

เสี่ยวไป๋ก็อัพเลเวล 11 ตาม

ความแข็งแกร่งของฮังเสี่ยวไป๋เมื่อเทียบกับคนในสมาคมฤาษีลี้ลับ พลังรบของเธออยู่ไม่ไกลกับมือกระบี่ดาร์คเอลฟ์ ที่ด้อยกว่าก็เพราะความถี่ในการโจมตียังมีไม่เยอะ

ฮังอวี่หัวเราะ “เสี่ยวไป๋ พื้นฐานของเธอดีมาก อย่างน้อยฐานค่าคุณสมบัติก็สูงกว่าฉัน ตอนนี้เธอแค่ไม่ได้สวมอุปกรณ์ดีๆก็เท่านั้น อย่าลืมสิว่ายังเหลือที่ว่างอีกมากสำหรับการเพิ่มพูนพลังรบในอนาคต!” ​

ฮังเสี่ยวไป๋คล้ายไม่มีความสนใจที่จะเพิ่มพูนพลังรบของธอนัก

ธรรมชาติของเผ่าภูติมักเกียจคร้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเผ่าภูติมายา

อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นว่าพี่ชายของเธอพัฒนาได้เร็วมาก เสี่ยวไป๋ก็รู้สึกอยากแข็งแกร่งขึ้นบ้าง

เพราะถ้าแข็งแกร่งขึ้น

เธอก็จะสามารถช่วยเหลืออะไรพี่ชายได้มากกว่านี้

ทั้งคู่ไม่มีใครคิดหยุดพัก

อย่างฮังอวี่ แม้ได้ครอบครองอาวุธสีฟ้าถึงสามชิ้นในมือ พลังรบเกินกว่าคนทั่วไปมาก แต่ก็ยังไม่ยอมพลาดโอกาสที่จะแข็งแกร่งขึ้น

ในคืนเดียวกันหลังจากเข้าสู่โลกวิญญาณ เขาไล่สะสมแต้มวิญญาณจำนวนมาก จนสามารถสืบทอดมรดกขั้นสาม ‘ขุนนางคลั่ง’ ได้อย่างเป็นทางการ!

ฮังอวี่ได้กลายเป็นบุคคลแรกในเจียงเฉิงที่สามารถสืบทอดมรดกขั้น 3 ที่สมบูรณ์!

ผลที่เพิ่มขึ้นจากการสืบทอดมรดกขั้น 3 ดีกว่ามรดกขั้น 2 ถึงสามเท่า

พลังรบของฮังอวี่เพิ่มพูนขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

และนี่คือเอฟเฟกต์ที่ได้รับจากการสืบทอดมรดกขั้น 3

[ขุนนางคลั่ง] มรดกขั้น 3 , พละกำลัง +12 , ร่างกาย +10 , ว่องไว +5 , ค่าพลังชีวิต +15 , ค่าพลังจิต +8 , การโจมตีทางกายภาพ +15 , พลังป้องกันทางกายภาพ +7 , ความเร็วในการเคลื่อนที่ +8 , มีภูมิคุ้มกันต่อสถานะอ่อนแรงใกล้ตาย

ฐานค่าพลังชีวิตของฮังอวี่กลายเป็น 165 หน่วย , ค่าพลังจิตขึ้นเป็น 118 หน่วย , พละกำลัง 38 , ว่องไว 33. , ร่างกาย 19 , การโจมตีทางกายภาพและการป้องกันเพิ่มขึ้นมาก ยิ่งมายิ่งระเบิดการโจมตีได้รุนแรงขึ้น

ตัวเขาตอนนี้ไม่ต่างจากอาวุธฮิวแมนนอยด์

เมื่อสืบทอดมรดกขั้น 3 ของขุนนางคลั่ง สกิลทั้งสามอย่าง : ปลุกเลือดปีศาจ , ชุบโลหิต และปราณสงครามคลั่งก็กลายเป็นเวอร์ชั่นอัพเกรด

นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงที่คาดไว้ก่อนแล้วข้างต้น

คราวนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเช่นกัน

กลิ่นอายของฮังอวี่เปลี่ยนไป

หากเขาไม่จงใจระงับกลิ่นอายของตน เมื่อทุกคนเจอเขา จะเกิดความรู้สึกถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็นอันไม่อาจอธิบายเป็นคำพูดได้!

มันให้ความรู้สึกเหมือนตอนแกะพบเสือ หรือไก่พบอินทรี!

พูดได้เลยว่า ผู้เผชิญหน้ากับฮังอวี่จะเกิดความกลัวจากส่วนลึกของจิตใจ แม้พวกเขาจะเห็นชัดเจนว่าที่อยู่ตรงหน้าคือชายหนุ่ม แต่อันที่จริงแล้ว ในความรู้สึกมันราวกับว่าฮังอวี่คือสัตว์ร้ายที่สวมผิวหนังมนุษย์

ฮังอวี่รู้ดีว่าทำไมถึงเกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ขึ้น

แท้จริงแล้วนี่คือการข่มสิ่งมีชีวิตระดับล่าง

มรดกขั้น 1 และ 2 ถือเป็นมรดกระดับล่าง นอกไปจากการได้รับสกิลลและเพิ่มประสิทธิภาพที่ต่ำแล้ว โดยพื้นฐานมันจะไม่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงใดๆกับร่างกาย

ขณะที่มรดกขั้น 3 คือมรดกขั้นกลาง มันมิได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแค่ในด้านพลังเท่านั้น แต่ยังนำมาซึ่งแนวคิดอันลึกซึ้งและกว้างใหญ่ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เหนือระดับของสิ่งมีชีวิต

ซึ่งจุดสิ้นสุดของการสืบทอดมรดกในโลกวิญญาณคือระดับพระเจ้า!

ถ้าสามารถไปถึงจุดนี้ได้จริงๆ

คุณจะกลายเป็นพระเจ้า!

แน่นอน

กว่าจะถึงวันนั้นคงยุ่งยากและอีกยาวนาน

ในความทรงจำของจอมปราชญ์ ฮังอวี่ลองค้นดูแล้วก็ยังไม่พบข้อมูลของเรื่องนี้ นั่นหมายความว่ากระทั่งจอมปราชญ์ก็ยังไปไม่ถึงระดับนั้น อย่างน้อยที่สุดอาจไปถึงมหากาพย์ และตายลงแค่ในระดับตำนาน

แต่จะยังไงก็ช่าง

เพราะนับแต่นี้ไป ร่างกายของฮังอวี่ถือได้ว่าหลุดพ้นจากปถุชนแล้ว

เริ่มจากสกิลขั้น 3 ขึ้นไป ในทุกๆครั้งที่ปีนป่ายได้สูงขึ้น มันจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงต่อรางกาย ยิ่งนานเขาจะยิ่งได้รับความแข็งแกร่งมากขึ้น ไม่อ่อนแอเหมือนดั่งเช่นคนที่กำลังสืบทอดมรดกระดับล่างอีกต่อไป

...

สองวันถัดมา ไม่มีเหตุการณ์พิเศษใดๆ

ฮังอวี่ใช้เวลาในโลกวิญญาณเพื่อเตรียมพร้อมทำสงคราม ส่วนเวลาที่เหลือออกมาช่วยฉูเทียนหัวคัดเลือกตัวแทน

ด้วยความช่วยเหลือจากฮังอวี่ สำนักข่าวกรองโลกวิญญาณสาขาเจียงเฉิงค่อยๆเป็นรูปเป็นร่างขึ้นทุกวัน

อย่างไรก็ตาม ในวันนั้นเอง ซูหยุนปิงได้มาหาเขา “ฮังอวี่มีบางอย่างเกิดขึ้นทางฝั่งชาลู่ เรื่องนี้ต้องการความช่วยเหลือจากนาย”

ฮังอวี่ขมวดคิ้ว ในบรรดาคนของเขา นอกเหนือจากหวังเอ๋อและเสี่ยวไป๋ อาจารย์ซูคือผู้ใต้บังคับบัญชาที่เชื่อถือได้มากที่สุด เธอเก่งมาก สามารถทำสิ่งต่างๆได้โดยไม่ต้องให้เขาช่วยเหลือ ดังนั้นตามปกติแล้วจะไม่มีการรายงานใดๆด้วยซ้ำ เพราะสุดท้ายเธอสามารถแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้อย่างง่ายดาย

แต่เนื่องจากมีรายงานส่งมาถึงฮังอวี่แบบนี้ นั่นหมายความว่ามันต้องเป็นปัญหาที่ยุ่งยากมาก

ฐานการผลิตของมนุษย์ปลาชาลู่ได้ดำเนินการแล้ว

ฝ่ายการผลิตและรวบรวมวัตถุดิบของมนุษย์ปลาก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่านับจากเดิม ตอนนี้อยู่ระหว่างกระบวนการผลิต เป็นอุตสาหกรรมที่ฮังอวี่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

ดังนั้นจะมีอุบัติเหตุใดๆเกิดขึ้นกับมันไม่ได้

ฮังอวี่เอ่ยถาม “เกิดอะไรขึ้น?”

“ไม่นานมานี้ ชาลู่ตกเป็นเป้าหมายของผู้เบิกทางเผ่าวายุคลั่งอีกตนหนึ่ง” ซูหยุนปิงอธิบายสถานการณ์โดยสังเขป “และผู้เบิกทางตนนี้มีพลังกว่าชาลู่มาก มันตัดสินใจที่จะผนวกกลุ่มของชาลู่”

จากนั้น

เธอก็อธิบายเหตุผลว่าทำไม

เหล่าผู้เบิกทางนั้นภักดีต่อเผ่าวายุคลั่งอย่างไม่ต้องสงสัย ทว่าสุดท้ายพวกมันยังมีความเห็นแก่ตัว ใครๆก็อยากได้รับความดีความชอบ ดังนั้นเมื่อก้าวเข้ามาบุกเบิกในอีกโลกหนึ่ง จึงย่อมเกิดการปะทะแย่งชิงกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

และเผ่าวายุคลั่งคล้ายไม่สนใจเรื่องนี้

ผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอ นี่คือเรื่องธรรมชาติ ในโลกวิญญาณก็เป็นเช่นนี้เสมอมา

ความล้มเหลวในการพัฒนาของชาลู่ในช่วงต้น ทำให้ตกเป็นรองผู้เบิกทางตนอื่นๆ ดังนั้นย่อมกลายเป็นเป้าหมายของผู้เบิกทางที่มีอำนาจมากกว่า

เจ้านั่นอาจตั้งใจจะขับไล่ชาลู่ออกไป หรืออ้าแขนรับไว้เป็นลูกน้องก็เป็นได้ทั้งนั้น

แต่ที่แน่ๆกองกำลังและดินแดนของชาลู่ จะถูกอีกฝ่ายฮุบไปแบบเต็มจำนวน

ซึ่งชัดเจนว่าเรื่องนี้คุกคามต่อผลประโยชน์หลักของกลุ่มมังกรฟ้า

ฮังอวี่ในฐานะหัวหน้าใหญ่จะทนได้อย่างไร?

ทว่าอีกฝ่ายคงแข็งแกร่งเกินไปจริงๆ

เพราะกระทั่งซูหยุนปิงซึ่งเป็นคนฉลาดหลักแหลมยังแก้ปัญหานี้ไม่ได้

อย่างไรเสียกลุ่มมังกรฟ้าเป็นเพียงกองกำลังพลเรือนฝั่งตะวันตกของเมืองเจียงเฉิงเท่านั้น พวกเขายังไม่แกร่งพอที่จะสู้กองทัพชาวโลกวิญญาณได้ นี่คือเหตุผลที่เธอต้องมาแจ้งเขา

“เข้าใจแล้ว ไมจำเป็นต้องกังวล ที่จริงแล้วถึงไม่มีเหตุการณ์นี้ แต่ผมก็ตั้งใจจะช่วยชาลู่ผนวกดินแดนของผู้เบิกทางตนอื่นๆอยู่แล้ว และในเมื่อพวกมันเป็นฝ่ายหันปากกระบอกปืนใส่ก่อน งั้นพวกเราก็ไม่จำเป็นต้องสุภาพ”

ฮังอวี่เคาะโต๊ะเบาๆ

“สำนักข่าวกรองโลกวิญญาณสาขาเจียงเฉิงพึ่งจัดตั้งอย่างเป็นทางการ พวกเขากำลังรอโอกาสสร้างผลงานโชว์คนอื่นๆอยู่พอดี รบกวนอาจารย์ช่วยบอกชาลู่ให้เอาข้อมูลทั้งหมดของอีกฝ่ายมา รายละเอียดยิ่งเยอะเท่าไหร่ยิ่งดี”

ซูหยุนปิงยิ้มบาง “ฉันเดาไว้แล้วว่านายต้องทำแบบนั้น เลยรวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า สมกับเป็นอาจารย์ซู ช่วยประหยัดเวลาผมได้จริงๆ”

ฮังอวี่กวาดสายตาอ่านข้อมูลด้วยความพอใจ เขาหยิบมือถือขึ้นมาแล้วโทรออก

“สวัสดีเหล่าฉู ผมเอง ผมมีข้อมูลดีๆจะบอก อืม .... ถ้าคุยกันอย่างเดียวคงไม่เห็นภาพ ผมว่าคุณควรมาดูด้วยตาตัวเอง!”

จบบทที่ Ep.353 - เพิ่มพลังทวีคูณ

คัดลอกลิงก์แล้ว