เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.338 - แผนจัดตั้งกองทหาร

Ep.338 - แผนจัดตั้งกองทหาร

Ep.338 - แผนจัดตั้งกองทหาร


3/4

Ep.338 - แผนจัดตั้งกองทหาร

ฮังอวี่สั่งจ้าวหมิง “เหล่าจ้าว รบกวนคุณช่วยแจ้งตัวแทนของแต่ละทีมในเมือง บอกให้พวกเขามารวมตัวกันที่วิหารหิน ผมจะจัดประชุมเมืองหุบเขาเดียวดาย”

มีอาคารอยู่หลายหลังในอาณาเขตของเมือง

และอาคารเหล่านี้มิใช่เพียงของประดับ

แต่ละอาคารล้วนมีจุดบทบาทหน้าที่ของมัน

ตัวอย่างเช่นจำนวนอาคารที่พักอาศัยจะส่งผลต่อการสร้างจำนวนทหารในดินแดน นอกจากนี้ ยังมีอาคารอื่นๆที่มีบทบาทพิเศษอย่างคุกใต้ดิน วิหารหิน ฯลฯ

ยี่สิบนาทีต่อมา

ภายในวิหารหินของเจ้าเมืองหุบเขาเดียวดาย

หัวหน้าทั้งสามของสำนักกระบี่วิญญาณและหัวหน้ากองกำลังจากประเทศต่างๆ

ทั้งหมด 7 คนเดินเข้ามา และพวกเขาพึ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก

ทุกคนสังเกตดูรอบๆ และพบว่าวิหารหินนั้นกว้างขวางมาก คล้ายเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมสักการะอะไรซักอย่าง

เห็นแค่เพียงรูปปั้นหินร่างมนุษย์ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของขุนนางแห่งเมืองหุบเขาเดียวดาย นอกเหนือจากนี้ ยังมีอาคารรูปทรงแท่นบูชาที่มีกองหินคริสตัล แร่ และวัสดุอื่นๆอีกจำนวนมากางซ้อนกันอยู่ตรงแท่นบูชา

ฮังอวี่คือผู้นำของกลุ่มมังกรครามและเป็นขุนนางแห่งเมืองหุบเขาเดียวดาย

ขณะนี้เขากำลังแสดงสีหน้าเคร่งเครียดอยู่บนเก้าอี้หินหน้าแท่นบูชา หันหน้าเข้าหาตัวแทนทั้งเจ็ดที่เดินเข้ามา โดยมีรองผู้นำสองคนของมังกรครามยืนประกบซ้ายขวา ท่าทีของทั้งคู่เองก็ดูจริงจังมากเช่นกัน

ตัวแทนทั้ง 7 มองหน้ากัน

ฮังอวี่ได้เรียกประชุมเมืองหุบเขาเดียวดายอย่างกะทันหัน

เรื่องนี้สร้างความสับสนแก่พวกเขา

อย่างไรก็ตาม ในฐานะเจ้าเมืองหุบเขาเดียวดาย และเป็นผู้นำของมังกรคราม องค์กรโลกวิญญาณที่จัดตั้งขึ้นใหม่

ตอนนี้จึงสามารถกล่าวได้ว่าเขามีอำนาจเหนือทุกคนเมืองหุบเขาเดียวดายอย่างสมบูรณ์!

ต่อให้เป็นทีมชั้นยอดจากสำนักกระบี่วิญญาณแห่งนิวยอร์ก เมื่อเผชิญหน้ากับพี่ใหญ่แห่งโลกวิญญาณ ก็ต้องยอมก้มหัวให้ถึงสามส่วน ดังนั้นเมื่อถูกเรียกตัว ทุกคนจึงรีบมาทันที

มองมายังพฤติกรรมที่ดูจริงจังของฮังอวี่ ไดอาน่าอดเอ่ยถามขึ้นไม่ได้ “บอสฮัง ในเมื่อเรียกพวกเรามาแล้ว สมควรอธิบายอะไรหน่อยไหม?”

ดีมาก

ทุกคนที่สำคัญมาอยู่ที่นี่กันพร้อมหน้าแล้ว

ฮังอวี่พยักหน้าและกล่าวว่า “ไม่ถึงขั้นต้องอธิบาย พวกเราแค่ต้องหารือกันเท่านั้น การประชุมครั้งนี้เกี่ยวข้องกับทุกคน ... พวกคุณคงได้ยินเรื่องทูตจากเมืองธารทะเลทรายแล้วใช่ไหม?”

คริสกล่าวว่า “แน่นอน เมืองธารทะเลทรายคือดินแดนของขุนนางใหญ่ ฉันได้ยินมาว่าขุนนางใหญ่ผู้ทรงพลังคนนี้เริ่มให้ความสนใจพวกเราแล้ว และทูตก็พึ่งจากไปเมื่อไม่ถึงครึ่งวันก่อน”

ลุคมองไปยังแท่นบูชาแล้วเอ่ยว่า “ของพวกนี้คงเป็นเครื่องบรรณาการที่เตรียมไว้เพื่อมอบให้เมืองธารทะเลทรายใช่ไหม?”

ฮังอวี่พยักหน้า “ใช่ เมืองหุบเขาเดียวดายและเมืองธารทะเลทรายเป็นอาณาเขตเดียวกัน ถ้าพวกเราปฏิเสธที่จะส่งส่วยให้เมืองธารทะเลทราย ผลที่ตามมา เมืองหุบเขาเดียวดายจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรทุกคนน่าจะเข้าใจ”

ผู้นำที่มีบุคลิกอันร้อนแรงโพล่งคำหยาบคายออกมาทันที “แม่งเอ๊ย ไอ้ชาวโลกวิญญาณพวกนี้มันจะเอาเปรียบพวกเรามนุษย์เกินไปหน่อยแล้ว!”

ผู้นำอีกคนที่ดูสุขุมใจเย็นกล่าว “นี่คือกฏของโลกวิญญาณ มันก็เหมือนกับการจ่ายภาษีในโลกจริง ถ้าพวกเราไม่มีอำนาจพอจะล้มล้างกฏ ก็ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด”

หัวหน้าทีมหลายคนพยักหน้า

ตัวแทนของชนชั้นยอดอย่างลุคขมวดคิ้วเข้าหากัน

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเครื่องบรรณาการที่เมืองหุบเขาเดียวดายต้องส่งให้กับทางเมืองธารทะเลทรายนั้น ไม่อาจให้กลุ่มมังกรครามออกหน้าทั้งหมดได้

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะกองกำลังอื่นๆยังจำเป็นต้องพึ่งพาเมืองหุบเขาเดียวดาย พวกเขาไม่เพียงมีที่ปลอดภัยแต่ยังมีมอนสเตอร์ให้ล่า และแหล่งทรัพยากรอีกมากมาย

ฮังอวี่จัดประชุมครั้งนี้เพื่อหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนจะช่วยแบ่งปันแรงกดดันทางทรัพยากร ไม่มีอะไรมากไปกว่าการช่วยจ่ายส่วยเป็นการชั่วคราว

ที่บอกว่าชั่วคราว เพราะท้ายที่สุดแล้วเผ่าพันธุ์มนุษย์ย่อมต้องขยายดินแดน!

และตราบใดที่ขยายดินแดน ย่อมไม่พ้นเกิดการต่อสู้กับเมืองธารทะเลทราย

ฮังอวี่กล่าวขึ้นในเวลานี้ “ตอนนี้ผมกล้าบอกกับทุกคนว่าเมื่อเมืองหุบเขาเดียวดายทำสงครามกับเมืองธารทะเลทราย สิ่งที่พวกเราจ่ายไปจะได้กลับคืนมา และมันย่อมได้มากกว่านั้น สามารถสร้างความมั่งคั่งครั้งใหญ่ให้พวกเรา!”

ถูกต้อง!

เมืองหุบเขาเดียวดายนั้นเล็กเกินไป

ขณะที่เมืองธารทะเลทรายคืออะไร

มันคือดินแดนของขุนนางใหญ่!

ดินแดนที่มีอาณาเขตเมืองเล็กกว่า 20 คอยส่งส่วยให้ตลอดทั้งปี!

ฮังอวี่กล่าวว่า “จุดประสงค์หลักที่เรียกทุกคนมาประชุมในครั้งนี้ก็เพื่อหารือเกี่ยวกับกลยุทธ์การอยู่รอดและการพัฒนาในอนาคต”

ทุกสายตาจับจ้องมาที่เขา

ฮังอวี่กล่าวต่อว่า “อันดับแรก พวกเราต้องจ่ายทรัพยากรที่ควรจะจ่าย ซึ่งจะแบ่งจ่ายตามสัดส่วนการสร้างทหารของแต่ละคน พวกคุณมีข้อคัดค้านอะไรไหม?”

นี่คือทั้งหมดที่ทำได้!

พลังรบของอีกฝ่ายร้ายแรงเกินกว่าพลังของมนุษย์ในตอนนี้จะต้านไหว!

และนั่นเท่ากับว่าเฉพาะกลุ่มมังกรครามต้องจ่ายส่วยมากถึง 50%

ส่วนอีก 50% ก็แบ่งจ่ายจากหลายๆทีม ซึ่งอันที่จริงแล้วนี่ไม่ถือว่าเป็นแรงกดดันมากมายอะไร

เวลายังไม่สุกงอม

ระหว่างซุ่มพัฒนาจะต้องก้มหน้าติดดินเข้าไว้

ยังไม่อาจยั่วยุเมืองธารทะเล!

จ้าวหมิงก้าวออกมาและประกาศว่า “ทุกท่านควรรู้ไว้ แม้ขุนนางใหญ่จะไม่สนใจพวกเราในตอนนี้ แต่ขุนนางเล็กจากดินแดนอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียงกับเมืองหุบเขาเดียวดาย ทุกตนกำลังจับจ้องมาที่เรา และพวกมันมีแนวโน้มว่าจะรุกรานเมืองหุบเขาเดียวดายในอีกไม่นาน!”

“ดังนั้นสถานการณ์ของเราจึงไม่สู้ดีนัก การเพิ่มพลังรบของเมืองหุบเขาเดียวดายเป็นเรื่องเร่งด่วน และตอนนี้ทหารรักษาดินแดนในโลกวิญญาณของพวกเรายังมีน้อยเกินไป รวมๆแล้วแค่ 300 ตน ซึ่งยังไม่มากพอที่จะทำการป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ”

“ตอนนี้พวกเราต้องทุ่มทรัพยากร สร้างกองกำลังโดยเร็วที่สุดเพื่อเตรียมรับมือกับพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะมาถึง ... ฉันได้คำนวณเอาไว้แล้ว ด้วยอัตราเร็วในการสร้างทหาร วันหนึ่งเมืองหุบเขาเดียวดายจะสามารถสร้างทหารได้วันหนึ่งประมาณ 170 คน ดังนั้นพวกเราต้องสร้างทหารให้ครบจำนวนทั้งหมดภายใน 10 วัน!”

10 วัน!?

ฝูงชนมองหน้ากัน

การสร้างทหารจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก

10 วันมันจะไม่รีบเกินไปหน่อยหรือ?

หลายคนไม่รีรอที่จะแสดงความคิดเห็นว่าช่วยตัดสินใจใหม่เถอะ

ฉูเทียนหัวกล่าวเสริมด้วยน้ำแข็งหนักแน่น “นี่คือความต้องการอย่างเร่งด่วน ถ้าทีมไหนสร้างทหารไม่ได้ตามแผนการที่วางไว้ พวกเรามังกรครามคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขอเรียกคืนส่วนแบ่งทหาร ไม่ก็โยกย้ายไปให้ทีมอื่น”

“ฉันรู้ว่าการสร้างทหาร 1700 นายในช่วงสิบวันเป็นเรื่องกระชั้นชิดมาก แต่พวกเราต้องเตรียมการให้พร้อมก่อนถูกโจมตี ไม่อย่างนั้นขุนนางเล็กคนอื่นๆจะไม่ให้โอกาสเรา และเมืองหุบเขาเดียวดายคงล่มสลาย!”

“หวังว่าพวกคุณจะไม่ใช่หินคริสตัลหมดไปแล้วในร้านค้าลับ”

ได้ยินคำของฉูเทียนหัว ฮังอวี่รู้สึกเหมือนตัวเองโดนด่า เขากระแอมลำคอเล็กน้อย ขัดจังหวะฉูเทียนหัวแล้วเอ่ยต่อว่า “พวกคุณไม่ต้องกังวลถึงผลที่ตามมา ผมสามารถรับปากหรือให้เซ็นสัญญาก็ได้ ว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวใดๆกับทหารที่พวกคุณสร้าง  และถ้าวันไหนพวกคุณอยากออกจากเมืองหุบเขาเดียวดายเพื่อเตรียมหักร้างถางพงดินแดนของตัวเอง ผมยินดีซื้อทหารคืนด้วยทรัพยากรครึ่งหนึ่งที่ใช้สร้าง ...”

“ในฐานะขุนนาง ผมสามารถนำทหารออกไปทำสงครามนอกดินแดน ในอนาคต ทหารพวกนี้จะเป็นผู้ช่วยเหลือที่ทรงพลังในการล้อมโจมตีเมืองของพวกเรา”

ตัวแทนทั้ง 7 เริ่มพูดคุยกัน

แม้การสรร้างทหารกลุ่มใหญ่จะเป็นเรื่องตึงเครียด

แต่ผลประโยชน์ที่ได้รับนั้นชัดเจน

นอกเหนือจากความจริงที่ว่าการสร้างทหารจะช่วยเพิ่มพลังรบให้แก่เมืองหุบเขาเดียวดายและช่วยปกป้องทุกคนแล้ว

ยังมีหุบเขาล่าสัตว์อีกมากมายในอาณาเขตของเมืองหุบเขาเดียวดาย ซึ่งพื้นที่ของมัน ทีมมนุษย์ไม่สามารถกินรวบทั้งหมดได้ แต่หากมีกำลังทหารที่ช่วยทุ่มเทล่าสัตว์ให้ทุกวัน จำนวนทรัพยากรที่พวกเขาได้รับย่อมเพิ่มขึ้น

ฉะนั้นการกัดฟันทุ่มเงินเพื่อผลประโยชน์ที่มากกว่าจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่!

ในเมื่อไม่ช้าก็เร็วต้องสร้างทหาร

เช่นนั้นสู้สร้างตอนนี้เลยดีกว่า!

ลุค คริส ไดอาน่าหารือกัน

สำหรับผู้ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักกระบี่วิญญาณของนิวยอร์ก

ทรัพยากรเพียงเล็กน้อยเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาเลย พวกเขาให้ความสำคัญไปกับการพัฒนาดินแดนใหม่มากกว่า

เพราะท้ายที่สุดแล้ว

การที่ต้องมาอาศัยอยู่ในรั้วบ้านของคนอื่น

มันไม่มอบความสบายใจให้ 100%

ตอนนี้ที่ต้องทำคือช่วยเมืองหุบเขาเดียวดายไปก่อน

เอาไว้ภายหลังเมื่อสำนักกระบี่วิญญาณสามารถยึดครองอาณาเขตใหม่ได้ ค่อยย้ายไปยังที่ๆเป็นของตัวเอง

ตัวแทนทั้งสามจากสำนักกระบี่วิญญาณตอบเป็นเสียงเดียวกัน “ไม่มีปัญหา!”

ตัวแทนคนอื่นๆอีกหลายคนก็แสดงท่าทีเห็นด้วยเช่นกัน

เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ฮังอวี่พอใจมาก “ดีล่ะ งั้นต่อไปมาพูดถึงรายละเอียดในการสร้างทหารกันต่อ”

และในที่สุดก็ได้ข้อสรุป

จากทหารชุดแรกจำนวน 2000 นาย จะมีทหารราบ 550 นาย , ทหารธนู 500 นาย , ทหารจอมเวทย์ 500 นาย , ทหารรักษา 300 นาย , ทหารสอดแนมของมนุษย์จิ้งจอก 100 นาย , และทหารรวบรวมวัตถุดิบ 50 นาย

ทหารธนูและทหารจอมเวทย์นั้นเหมาะสำหรับการต่อสู้ป้องกันเมือง

แน่นอน สามารถนำพวกเขาออกไปล่าบอสหรือกวาดล้างมอนสเตอร์ในภาคสนามก็ได้เช่นกัน

แต่ทหารสองสายอาชีพนี้มีเลือดและความคล่องตัวน้อยกว่าทหารราบ ดังนั้นไม่เหมาะนำออกไปเผชิญหน้าในสงครามประจัญบาน

ขณะที่ในระยะแรกเมืองหุบเขาเดียวดายจะไม่ทำสงครามเชิงรุกอย่างแน่นอน

ดังนั้นสัดส่วนของทหารราบสามารถลดลงได้ และสัดส่วนของทหารจอมเวทย์กับทหารธนูจำเป็นต้องเพิ่มขึ้นเพื่อเสริมการป้องกันเมือง ต้านทานการรุกรานจากดินแดนโดยรอบ

เอาไว้หลังจากฮังอวี่อัพเกรดอาคารที่อยู่อาศัย แล้วขีดจำกัดในการสร้างทหารเพิ่มขึ้น ถึงตอนนั้นค่อยไปสร้างทหารราบก็ยังได้

สำหรับทหารสอดแนมของมนุษย์จิ้งจอก

พวกมันคือทหารระดับต่ำที่มีประโยชน์มาก

เจ้าพวกนี้มีความคล่องตัวสูง เชี่ยวชาญในการลาดตระเวณและสอดแนม สามารถระเบิดฝีเท้าได้ดี เหมาะแก่การไล่ล่าและลอบโจมตี

แม้ด้านพลังรบจะเทียบไม่ได้กับทหารราบมนุษย์ แต่ด้วยจำนวนนับร้อยของพวกมัน เมื่อถูกส่งกระจายไปตามตำแหน่งต่างๆ ทันทีที่ศัตรูปรากฏตัว ก็จะถูกพวกมันค้นพบทันที

มนุษย์จิ้งจอกเย่กู่ เย่โน่ถูกรวบเข้าเป็นส่วนหนึ่งของมังกรครามแล้ว

แต่ฮังอวี่ไม่สนใจอุปการะพวกมนุษย์จิ้งจอก

เขาจึงให้จ้าวหมิงกับฉูเทียนหัวทำสัญญากับพวกมัน นอกจากใช้งานในโลกวิญญาณแล้ว พวกเขายังสามารถนำมนุษย์จิ้งจอกที่มีสติปัญญาทั้งสองไปช่วยเหลือในโลกแห่งความจริงได้

ในส่วนของเรื่องส่วนแบ่งในการสร้างทหาร

ทุกฝ่ายล้วนพอใจ

หลังจากจัดแจงทุกอย่างในเมืองหุบเขาเดียวดายแล้ว

ฮังอวี่ออกจากโลกวิญญาณกลับสู่โลกจริง มอบของที่ซื้อจากพ่อค้าลึกลับให้ซูหยุนปิง จากนั้นวิ่งวุ่นไปทั่วเพื่อรวบรวมทรัพยากร

ทหารสองพันนาย

กลุ่มมังกรครามต้องรับผิดชอบถึงหลักพัน!

ปริมาณทรัพยากรแนะหินคริสตัลที่ต้องใช้เป็นอะไรที่เยอะมาก!

โชคดีที่ตอนซื้อของกับพ่อค้าลึกลับ ฮังอวี่ใช้แค่หินคริสตัลของตัวเองเท่านั้น ยังไม่ใช่ความมั่งคั่งทั้งหมดที่เขาครอบครอง

ในมือฮังอวี่ยังมีสมบัติอยู่กองหนึ่งที่เขาสะสมมาตั้งแต่แรกๆ หลายชิ้นเป็นไอเท็ม อุปกรณ์ และหินสกิลที่มีคุณสมบัติที่ดี

หลังกลับมายังเจียงเฉิง เขามอบหมายให้ซูหยุนปิงกับฉูเทียนหัว ช่วยระบายพวกมันออกอย่างรวดเร็ว

เพื่อแลกเปลี่ยนเป็นหินคริสตัลขาว เตรียมไว้สำหรับแผนปราบจลาจลในเมืองหุบเขาเดียวดาย

แต่ระหว่างที่ฮังอวี่กำลังวิ่งวุ่น

จู่ๆหวังเอ๋อก็โทรหาเขา “ฮ่ง เจ้านาย เปิ่นหวังเจอบางอย่างเข้าให้แล้ว!”

ฮังอวี่เอ่ยถาม “ไปเจออะไร?”

สุนัขกล่าวผ่านโทรศัพท์ว่า “เปิ่นหวังเจอเจ้าคนทรยศที่หลบหนีไปครั้งก่อน!”

คนทรยศ?

ฮังอวี่นิ่งคิดพักหนึ่ง

แล้วไม่นานก็จดจำเรื่องการต่อสู้ในโบสถ์มอนสเตอร์ผีได้ทันที

เจ้าพวกที่หนีไปได้อยู่ที่ไหน พ่อมดแวมไพร์ไม่ยอมเปิดปากเลย เรื่องนี้ทำให้สกายเน็ตสาขาเจียงเฉิงปวดหัวมาก

และเพราะคดีนี้เช่นกัน ฉูเทียนหัวถึงถูกส่งมาประจำการที่เจียงเฉิง

ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ไม่มีความคืบหน้าใดๆ

เรื่องนี้ทำให้เหล่าฉูโมโหมาก

ฮังอวี่บอกให้หวังเอ๋อจับตาดูเป้าหมายอย่างใกล้ชิด จากนั้นโทรหาฉูเทียนหัว รองผู้บัญชาการสกายเน็ตสาขาเจียงเฉิงทันที

จบบทที่ Ep.338 - แผนจัดตั้งกองทหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว