เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.330 - เรือของพวกเรา

Ep.330 - เรือของพวกเรา

Ep.330 - เรือของพวกเรา


3/3

Ep.330 - เรือของพวกเรา

หลังจากฮังอวี่ครอบครองเมืองหุบเขาเดียวดาย เขาไม่เพียงเป็นเจ้าของดินแดนในโลกวิญญาณเท่านั้น แต่ยังได้รับสมบัติและชื่อเสียงมากมาย

ตอนนี้หากเดาไม่ผิด

เกรงว่าในลิ้นชักของพวกเถ้าแก่ใหญ่ทุกคนคงมีข้อมูลเกี่ยวกับเขา ไล่ตั้งแต่ตัวเขายันรากเหง้าบรรพพุรุษหลายชั่วอายุคน สำหรับความสามารถในการหาข้อมูลของคนเหล่านี้ ฮังอวี่ไม่สงสัยเลยเลยสักนิด

ต้องการทำตัวติดดิน?

มันจะง่ายขนาดนั้นได้ยังไง!

เมื่อคุณบินขึ้นมาสูงถึงระดับหนึ่ง ต่อให้เป็นหิ่งห้อย คุณก็ยังโดดเด่นท่ามกลางค่ำคืนอัดมืดมิดอยู่ดี

อย่างไรก็ตาม

ฮังอวี่ในตอนนี้กับในตอนแรกๆ

ความพร้อมมันต่างกัน

ตอนแรกที่ฮังอวี่ไม่สนใจชื่อเสียง

สาเหตุก็เพราะเขาไม่ใช่คนใหญ่คนโตอะไร ที่ต้องทำตัวติดดินก็เพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้ถูกแทรกแซงก่อนเวลาอันควร ตัวเขาตอนนั้นยังอ่อนแอเกินไป

แต่ในวันนี้ มันไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องพวกนั้นอีกแล้ว

อย่างแรก พลังรบของเขาแก่กล้ามากพอแล้ว!

ในการต่อสู้ยึดเมืองหุบเขาเดียวดาย ฮังอวี่ได้รับแต้มวิญญาณมามากมาย ทำให้เขาประสบความสำเร็จในการอัพเลเลสกิลทั้งสาม ‘ควงอาวุธคู่’ ‘คอมโบต่อเนื่องฉับไว’ และ ‘จิตวิญญาณนักสู้’ สามารถสืบทอดมรดกขั้น 2 ได้สำเร็จ

และเอฟเฟกต์ของมันมีผลดังนี้

[ผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้] มรดกขั้น 2 , ว่องไว +5 , พละกำลัง +4 , ค่าพลังชีวิต +6 , ค่าพลังจิต +6 , การโจมตีทางกายภาพ  +4 , พลังป้องกันทางกายภาพ +2 , ความเร็วในการเคลื่อนที่ +2

และสกิลติดตัว ‘จิตวิญญาณนักสู้’ ได้รับการอัพเกรด มันช่วยเพิ่มพลังรบ 4 หน่วย และความว่องไวอีก 8 หน่วย

ฐานค่าคุณสมบัติของฮังอวี่จึงกลายเป็น :

นักรบเลเวล 10 , ค่าพลังชีวิต 131 , ค่าพลังจิต 88, พละกำลัง +25 , ว่องไว +28.5 , ร่างกาย +9 , จิตวิญญาณ +3 , จิตรับรู้ +3 , ศักดิ์สิทธิ์ +2 , เจตจำนง +2 , การโจมตีทางกายภาพ +15 , การป้องกันทางกายภาพ +6 , ความเร็วในการเคลื่อนที่ +8.5 , อัตราฟื้นฟูพลังชีวิตเพิ่มขึ้น +0.1,  อัตราฟื้นฟูพลังจิตเพิ่มขึ้น +1 , ระยะอาวุธประเภทธนู 10% , ความเร็วในการโจมตี +10% , แต้มวิญญาณ 2152/8000 , แก่นแท้สีเขียว 18.9%

หากนับรวมโบนัสอุปกรณ์

พลังชีวิตของฮังอวี่น่าจะเฉียดๆ 200

พละกำลังและความว่องไวของเขาสามารถไปถึงหลักครึ่งร้อย

แล้วถ้าคำนึงถึงเอฟเฟกต์ในสถานะนักรบเลเวล 10 เข้าไปด้วย ตอนนี้ฮังอวี่แกร่งพอที่จะยกรถบรรทุกแล้วโยนมันทิ้งได้อย่างง่ายดาย และหากวิ่งด้วยความเร็วเต็มพิกัด เขาจะเร็วยิ่งกว่ารถยนต์บนทางหลวง

คุณสมบัติทางกายภาพของฮังอวี่บวกกับการป้องกันที่ได้รับจากอุปกรณ์ ตลอดจนค่าพลังชีวิต ถึงจุดนี้ ต่อให้เขาเอาหน้ารับบาซูก้าทั้งลูก มากสุดก็แค่สร้างรอยขีดข่วนเล็กน้อยแก่เขาเท่านั้น

นอกจากมรดกขั้น 2 และสกิลอีกมากมายในตัวแล้ว

เมื่อเทียบกับฮังอวี่เมื่อสองเดือนก่อนที่โลกวิญญาณจะมาถึง เขาพลิกชีวิตจากคนธรรมดากลายเป็นยอดมนุษย์เป็นที่เรียบร้อย หากถูกโยนเข้าไปในโลก Marvel หรือ DC ย่อมได้รับการยกย่องในฐานะซูเปอร์ฮีโร่!

คุณสมบัติที่ทรงพลัง พลังรบที่ไม่ธรรมดา สกิลอีกมากมาย และอุปกรณ์ชั้นเยี่ยม

ฮังอวี่ได้มายืนอยู่บนยอดพีระมิดของมนุษยชาติแล้ว

มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถคุกคามเขาได้

นอกจากนี้ หลังจากท่มเทความพยายามอย่างหนัก ฮังอวี่ยังสามารถดึงซูหยุนปิงเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มมังกรฟ้า เมื่อมีเธอ กลุ่มของเขาก็เหมือนป้อมปราการเหล็ก ศัตรูจากภายนอกไหนเลยจะรุกรานได้ง่ายๆ?

ในด้านความสัมพันธ์กับภายนอก

รองผู้บัญชาการสกายเน็ตสาขาเจียงเฉิง ในโลกวิญญาณเป็นลูกน้องของฮังอวี่

ด้านขุมกำลังใหญ่ฝั่งเอกชนอย่างสมาคมโลกวิญญาณสาขาเจียงเฉิง หนึ่งในคณะกรรมการของพวกเขาเป็นบิดาของลูกน้องฮังอวี่

ดังนั้น ถึงตัวตนของฮังอวี่ในเจียงเฉิงจะไม่ค่อยโดดเด่น แต่อิทธิพลและขุมกำลังของเขาในเจียงเฉิงย่อมอยู่ในอันดับต้นๆอย่างแน่นอน หากอยู่ในเจียงเฉิง มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะสั่นคลอนเขา!

งั้นถ้าเป็นนอกเมืองเจียงเฉิงล่ะ?

เรื่องนั้นไม่จำเป็นต้องกังวลเลย!

เพราะทุกวันนี้ เมืองใหญ่ๆทั้งหมดได้เข้าสู่สถานะแยกจากกัน

ปัจจุบันอะไรอย่างการเดินทางข้ามเมืองยากยิ่งกว่าติดต่อขอทำงานข้ามพรมแดน!

กองกำลังของเมืองอื่นๆหรือประเทศอื่นๆ ไม่ว่าพวกเขาจะทรงพลังซักแค่ไหน หากคิดบุกมาเจียงเฉิง คงต้องจ่ายด้วยราคาที่สูงลิ่ว

ต้นไม้เมื่อเติบใหญ่มักดึงดูดลมฝน

ทว่าหากไม้ที่ว่าหนาและใหญ่พอ มันก็ไม่มีปัญหา!

...

ณ ชานเมืองเจียงเฉิง

ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยหมอกหนา

ฮังอวี่กระโดดลงจากหลังสัตว์ขี่หมูป่า เดินตรงไปยังร่างอันร้อนแรงที่ยืนรอเขาอยู่ อีกฝ่ายไม่ใช่ใครอื่น เป็นหนึ่งในหญิงงามแห่งยุคสมัย พันธมิตรคนสำคัญของเขา -- อาจารย์ซู

ตอนนี้เธอมาถึงเลเวล 10 แล้ว

ซูหยุนปิงได้ตั้งหลักอย่างมั่นคงในแดนสวรรค์

เธอแอบติดต่อกับชาวพื้นเมืองที่ศรัทธาในเทพธิดาแห่งรุ่งอรุณ และใช้เครื่องหมายแห่งรุ่งอรุณบนตัวเพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากชาวพื้นเมืองเหล่านั้น ถ้าได้รับความช่วยเหลือจากพวกเขา ก็เป็นเรื่องง่ายหากคิดยึดเมืองขนาดเล็ก

ฮังอวี่เดินเข้ามาแล้วถาม “สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?”

ถัดจากซูหยุนปิงคือมนุษย์ปลาจอมเวทย์

มิใช่ใครอื่น นี่คือชาลู่ที่ถูกปล่อยตัวไปก่อนหน้านี้ เลเลของมันเพิ่มขึ้น 2 ขั้น ตอนนี้อยู่ในเลเวล 8 อุปกรณ์บนตัวครบครัน ดูโอ่อ่าน่าเกรงขามไม่เบา

ซูหยุนปิงยิ้มและกล่าวว่า “ชาลู่สร้างฐานที่มั่นแห่งแรกของเขาสำเร็จแล้ว!”

เนื่องจากซูหยุนปิงค้นพบแผ่นศิลาแห่งภาษาในโลกวิญญาณ

จึงช่วยให้เธอเข้าใจภาษาทั่วไปของโลกวิญญาณ สามารถสื่อสารกับชาลู่ได้ ทำให้หลายวันที่ผ่านมา ฮังอวี่มอบหมายทุกเรื่องให้เธอจัดการ ส่วนเขามุ่งสมาธิไปกับเรื่องราวในโลกวิญญาณแทน

“อย่างงั้นหรอ เร็วกว่าที่คาดไว้นี่นา!”

“พวกเราไปดูกัน”

ซูหยุนปิงเอ่ยกับชาลู่ “นำทางไป”

ชาลู่กล่าวอย่างนอบน้อม “ขอรับเจ้านาย”

ฮังอวี่ ซูหยุนปิง และจอมเวทย์มนุษย์ปลาระดับสูงเดินเข้าไปในหมอกหนา

นี่ไม่ใช่หมอกธรรมดา เมื่อก้าวเข้ามา คุณจะไม่สามารถมองเห็นแม้แต่นิ้วมือตัวเอง กระทั่งมือถือที่เสริมพลังงานวิญญาณก็ยังถูกรบกวนและส่งผลต่อการสื่อสาร สกิลตรวจจับทุกประเภท ท่ามกลางสภาพแวดล้อมนี้ ล้วนได้รับผลกระทบทั้งสิ้น

แต่หมอกเหล่านี้ฮังอวี่คุ้นเคยดี

มันคือหมอกที่มักปรากฏขึ้นในบริเวณที่มีพวกมนุษย์ปลาอาศัยอยู่

ฮังอวี่คิดอะไรบางอย่างออก เขารีบเอ่ยกับชาลู่ว่า “เป็นไปได้ไหมที่จะนายจะทำพิมพ์เขียวหอคอยหมอกให้พวกเรา? เพราะด้วยเอฟเฟกต์พิเศษของมัน น่าจะใช้ประโยชน์ได้ในหลายๆโอกาส!”

ซูหยุนปิงตอบแทนชาลู่ “เรื่องนี้ยังจำเป็นต้องให้นายพูดอีกหรอ ฉันเตรียมการเอาไว้หมดแล้ว หอคอยหมอกในชุมชนมังกรฟ้ากำลังเริ่มก่อสร้าง ตราบใดที่พวกเราลอบนำกลุ่มช่างฝีมือมนุษย์ปลาเข้าไปได้ ภายในเจ็ดวัน ทุกอย่างเป็นอันเสร็จสิ้น!”

เอฟเฟกต์หมอกเป็นของดีอย่างแท้จริง!

เจ้าสิ่งนี้ไม่สามารถโจมตีหรือป้องกันได้โดยตรง

อย่างไรก็ตาม มันช่วยปิดบังสายตาได้ดี หากมีการสร้างหอคอยหมอกซักสองสามแห่งใกล้ๆกับเมืองหุบเขาเดียวดาย มันอาจช่วยกำบังพวกเขาได้ในช่วงเวลาวิกฤตที่เกิดการโจมตี

ฮังอวี่ตั้งใจที่จะนำเทคโนโลยีก่อสร้างของเผ่าพันธุ์ทางทะเลนี้มาสู่แคว้นเดียวดาย ซึ่งเผ่าพันธุ์ส่วนใหญ่ในแคว้นเดียวดายน่าจะไม่เคยเห็นอาคารและค่ายกลพิเศษเช่นนี้มาก่อน

“พวกเรามาถึงแล้ว”

“นี่แหละคือป้อมปราการมนุษย์ปลาของพวกเรา!”

เสียงอันน่าดึงดูดของซูหยุนปิงดึงสติฮังอวี่ที่กำลังฟุ้งซ่านกลับมา

เดิมฮังอวี่คาดว่าจะได้เห็นค่ายขนาดใหญ่ แต่เขากลับพบว่าตัวเองเดินมาหยุดยืนอยู่หน้าแม่น้ำแยงซีอันเงียบสงบท่ามกลางสายหมอก นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีอะไรอีกเลย

แต่ในตอนนั้นเอง ชาลู่หยิบวัตถุที่มีรูปร่างเหมือนเขาออกมาแล้วเป่ามัน

ไม่กี่วินาทีต่อมา บังเกิดลมกรรโชกแรง หมอกละอองหนาค่อยๆจางลงเล็กน้อย จากนั้น เรือไม้ที่มีขนาดมหึมาและรูปลักษณ์แปลกๆก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขา

“เป็นยังไงบ้าง? แปลกใจไหม” ซูหยุนปิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงคาดหวังเล็กน้อย “นี่คือเรือของพวกเรา!”

ฮังอวี่อึ้งไปหลายวินาที “นึกไม่ถึงเลยว่าฐานที่มั่นที่แท้จะเป็นเรือลำใหญ่!”

ซูหยุนปิงกล่าว “อย่ามองแค่รูปลักษณ์ของเรือ ที่จริงแล้วข้างในกว้างพอที่จะรองรับค่ายมนุษย์ปลาระดับกลาง มีที่ว่างให้ทำงานสายผลิตต่างๆ เทียบได้กับโรงงานผลิตเคลื่อนที่ ... นอกจากนี้มันยังเร็วมาก สามารถแล่นไปตามริมน้ำแยงซี เคลื่อนย้ายไปยังตำแหน่งที่อุดมไปด้วยทรัพยากรเพื่อรวบรวมพวกมัน”

จบบทที่ Ep.330 - เรือของพวกเรา

คัดลอกลิงก์แล้ว