เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.327 - กำเนิดทหารมนุษย์

Ep.327 - กำเนิดทหารมนุษย์

Ep.327 - กำเนิดทหารมนุษย์


3/3

Ep.327 - กำเนิดทหารมนุษย์

แม้อาณาเขตของเมืองหุบเขาเดียวดายจะไม่ใหญโตนัก แต่อย่างน้อยก็ครอบคลุมรัศมีกว่า 100 กิโลเมตร และสถานที่แห่งใดก็ตามที่มีเมืองในโลกวิญญาณ ทรัพยากรในบริเวณใกล้เคียงส่วนใหญ่จะอุดมสมบูรณ์ แต่ก็ยังเป็นเรื่องยากสำหรับทีมของฮังอวี่ที่จะพัฒนาและทำความเข้าใจพวกมันอย่างเต็มที่ในช่วงเวลาสั้นๆ

การสร้างทหารก็เช่นเดียวกัน

แม้จะมีการรับประกันว่าทหารที่รับสมัคร สิทธิ์ในการใช้งานจะเป็นของผู้สร้าง 100% ก็ตาม

แต่วัสดุที่จำเป็นในการสร้างทหารนั้นมากเกินไป สำหรับช่วงนี้ ความต้องการในการใช้งานมันราวกับหลุมลึกที่ไร้ก้นบึ้ง!

หากให้ฮังอวี่แบกรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดด้วยตัวเองเขาคงทำไม่ได้ ต่อให้ใช้งบในส่วนของทีม ก็ยังสร้างแรงกดดันมหาศาล

เมืองหุบเขาเดียวดายจากนี้ไม่รู้ว่าจะต้องพบเจอกับสถานการณ์หรือความท้าทายแบบใด แทนที่จะเก็บงำสิทธิ์ในการสร้างทหารไว้แค่กับตัวเอง สู้แบ่งโควตาการสร้างทหารแก่ทุกคนจะดีกว่า มอบสิทธิ์ประโยชน์แก่กองกำลังหรือบุคคลจากทีมอื่น แบบนี้จะเป็นการสั่งสมกำลังพลของเมืองได้เร็วกว่า

ด้วยประการฉะนี้

จำนวนทหารในเมืองหุบเขาเดียวดายก็จะเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น

ทุกคนมีสิทธิอำนาจในการควบคุมและใช้ประโยชน์จากทหารที่พวกเขาสร้าง ทุกคนสามารถนำทหารของตัวเองไปอัพเลเวลหรือต่อสู้กับ BOSS ได้ แต่ไม่มีทางนำทหารออกจากดินแดนแห่งนี้

เพราะทหารเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นในเมืองหุบเขาเดียวดาย

ดังนั้นพวกมันจึงเป็นของเมืองหุบเขาเดียวดายเท่านั้น!

ไม่ว่าบุคลใดก็ไม่มีสิทธินำทหารออกไป!

แต่ก็มีบางกรณีที่ขุนนางสามารถเคลื่อนย้ายกำลังทหารออกนอกดินแดนได้

ตัวอย่างเช่น ในกรณีเกิดสงครามระหว่างดินแดนหรืออะไรทำนองนั้น ขุนนางจะสามารถนำทหารออกจากดินแดนของตัวเองได้

ซึ่งภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ไม่ว่าทหารเหล่านั้นขุนนางจะเป็นผู้สร้างเองหรือคนอื่นสร้าง หนึ่งในเอกสิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของขุนนางก็คือสามารถสั่งระดมทหารรักษาดินแดนในอาณาเขตของตัวเองได้ เขาสามารถเรียกทหารทั้งหมดกลับมาเพื่อปกป้องเมืองและดินแดนของตน

ฮังอวี่แจกจ่ายพื้นที่ล่าสัตว์ ทุ่งทรัพยากร และสิทธิในการสร้างทหารแก่ทุกคน

วิธีนี้เป็นการยื้อให้พวกเขาอยู่ในเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพราะยิ่งคุณมีสินทรัพย์ในเมืองหุบเขาเดียวดายมากขึ้นเท่าไหร่

มันก็ยิ่งยากสำหรับคุณเมื่อคิดออกจากเมืองหุบเขาเดียวดายไปหักร้างถางพง เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

แต่หากวันใดวันหนึ่งมีความจำเป็นหรือวางแผนจะออกไปจริงๆ

นั่นเท่ากับคุณกำลังละทิ้งพื้นที่ล่าสัตว์ ทุ่งทรัพยากร และกองกำลังภายใต้ชื่อของตัวเอง

แน่นอน

ในฐานะขุนนาง

ฮังอวี่สามารถมอบส่วนลดให้ผู้ตัดสินใจลาจากได้เช่นกัน

ตัวอย่างเช่น เมื่ออีกฝ่ายตัดสินใจออกไป เขายินดีรับซื้อกรรมสิทธิ์ต่างๆที่อีกฝ่ายเป็นเจ้าของในราคาครึ่งหนึ่ง เพื่อให้ผู้คนสามารถรับค่าใช้จ่ายบางส่วนคืนได้ก่อนออกจากดินแดน นี่จะช่วยให้คนมากมายเต็มใจที่จะพัฒนาเมืองหุบเขาเดียวดาย และมีส่วนร่วมในการช่วยสร้างความเจริญรุ่งเรืองแก่เมือง

แม้จะทำถึงขนาดนี้

แต่เห็นได้ชัด

ว่าผลประโยชน์ส่วนใหญ่ก็ยังตกอยู่กับฮังอวี่อยู่ดี

แต่ถึงยังงั้นก็ไม่มีทางที่คนเหล่านี้ในเมืงอจะปฏิเสธได้

อย่างแรกเลย ผลประโยชน์และทรัพยากรที่ฮังอวี่มอบให้นั้นถือว่าใจกว้างมาก

อย่างที่สอง เมืองหุบเขาเดียวดายถือว่าเป็นค่ายใหญ่ที่สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ มันไม่เพียงมีสภาพแวดล้อมที่สะดวกและปลอดภัยทางภูมิศาสตร์ แต่ยังมีแผ่นศิลาโลกวิญญาณมากกว่า 20 ชนิด

หากเลือกไม่อยู่ในเมือง

ถ้างั้นจะให้พวกเขากลับไปยังฐานที่มั่นในถ้ำหรือ?

ดังนั้น ทุกทีมจึงพอใจกับการแบ่งสรรปันส่วนของฮังอวี่ และสำหรับเรื่องที่ฮังอวี่นั่งตำแหน่งขุนนาง คนส่วนใหญ่ก็ยอมรับได้เช่นกัน

ฮังอวี่เอ่ยถาม “ครั้งนี้มีวัสดุที่ใช้สร้างทหารทั้งหมดกี่ชิ้น?”

ฉูเทียนหัวตอบว่า “ผลึกวิญญาณขุ่นกับผลึกมรดกขุ่นมีน้อยกว่า 200 ก้อน แต่ถ้ารวมกับพวกผลึกที่เราได้จากตอนสู้ในถ้ำครั้งก่อน ยอดรวมก็เกือบ 300 ก้อน”

ทหารที่สร้างขึ้นในดินแดนเหล่านี้ล้วนมีโอกาสสูงที่จะดรอปผลึกวิญญาณและผลึกมรดก

และพวกมันยังดรอปอุปกรณ์หนึ่งหรือสองชิ้นเป็นครั้งคราว

นอกจากนี้ วัสดุบางชนิดยังสามารถกู้คืนได้ผ่านการย่อยสลายวัตถุดิบ

และส่วนที่เหลือ

ที่น่ากล่าวถึงเป็นอย่างยิ่งก็คือ

แผ่นศิลาเก็บของประจำเมืองหุบเขาเดียวดายซึ่งเป็นโกดังของพวกมนุษย์จิ้งจอก

เนื่องจากเมืองถูกมนุษย์เข้ายึดครอง ดังนั้นสิ่งที่ถูกเก็บไว้ข้างในแผ่นศิลาจึงตกเป็นของมนุษย์ทั้งหมด

ยังไงก็ตาม ด้วยขนาดของเมืองที่เล็ก

ด้วยจำนวนมนุษย์จิ้งจอกระดับสูงที่มีไม่มาก

บวกกับเรื่องที่พวกมันตั้งหลักปักฐานได้ไม่นาน

ทำให้จำนวนสมบัติที่สั่งสมไว้มีไม่มากนัก ประมาณหนึ่งถึงสองร้อยผลึกวิญญาณและผลึกมรดก ที่เหลือก็เป็นวัสดุต่างๆอีกหลายร้อยชนิด  อุปกรณ์ที่ยังไม่ได้รับการแปรรูป วัสดุสีเขียวอีกจำนวนเล็กน้อย และหินสกิลอีกไม่กี่ก้อนเท่านั้น

และวัสดุที่กล่าวมาข้างต้น

ฮังอวี่ตัดสินใจมอบบางส่วนให้แก่ทีมอื่น

และเก็บมากกว่าครึ่งเป็นของทีมตัวเอง

ฮังอวี่ขอให้เหล่าจ้าวนับสินสงครามทั้งหมดที่ทีมของเขาได้รับ ซึ่งได้แก่ : ผลึกวิญญาณขาวขุ่น 287 ก้อน , ผลึกมรดกขาวขุ่น 243 ก้อน , แร่เหล็กเย็นมากกว่า 1,100 ก้อน, และแร่ทองแดงไฟมากกว่า 900 ก้อน, มากกว่า แร่ไม้เหล็กดำ 800 ก้อน , แร่มิธริลมากกว่า 450 ก้อน , แร่ทองคำเนื้อดีมากกว่า 220 ก้อน , หินคริสตัลขาวกว่า  4,500 ก้อน , อุปกรณ์ทหารมนุษย์จิ้งจอกประมาณ 200 ชิ้น และหินสกิลขั้น 1 กับ 2 นับหลายสิบก้อน

“ผมจะลองสร้างทหารซักกลุ่มนึง”

ฮังอวี่เอ่ยอย่างนั้น

คนอื่นๆเริ่มสนใจขึ้นมาทันที

เจียงหนานอดเอ่ยขึ้นไม่ได้ “ในโลกวิญญาณ ไม่น่าจะมีเผ่ามนุษย์ที่เป็นชาวพื้นเมืองมาก่อน การสร้างทหารจะไม่เท่ากับเป็นการสร้างมนุษย์หรอ? งั้นต่อไปจะมีมนุษย์ที่เกิดการตื่นรู้จากในบรรดาทหารพวกนี้ด้วยไหม?”

ฮังอวี่กล่าว “ทหารสายพันธุ์รองที่สร้างขึ้นนั้นแตกต่างจากพวกสายพันธุ์รองที่เกิดจากการล่มสลายของเผ่าพันธุ์ระดับสูง พวกเขาไม่สามารถปลุกจิตสำนึกของตัวเอง เป็นได้แค่เครื่องจักรไร้ชีวิตที่ทำตามคำสั่งเท่านั้น”

เจียงหนานพยักหน้า “งั้นหมายความว่าพวกเขาเป็นกึ่งมนุษย์น่ะสิ สงสัยจังว่าทหารกึ่งมนุษย์จะแข็งแกร่งแค่ไหน!”

ฮังอวี่กล่าวด้วยรอยยิ้มบาง “เดี๋ยวเธอก็รู้!”

ฮังอวี่ครุ่นคิดพักหนึ่ง ตอนนี้เมืองหุบเขาเดียวดายสามารถสร้างทหารได้สูงสุด 2000 นายเท่านั้น ถึงมีการอัพเกรดอาคารที่พักอาศัยในเมือง ทำให้สามารถเพิ่มประชากรและจำนวนทหารได้ แต่ก็ยังมีจำนวนจำกัด

แล้วอีกเรื่องที่เป็นปัญหาก็คือ

จะจัดแจงประเภทของทหารยังไง!

ในแง่ประโยชน์ส่วนบุคคล ทหารจอมเวทย์และทหารรักษามีค่ามากที่สุด

แต่เขาไม่สามารถปล่อยให้ทั้งเมืองหุบเขาเดียวดายเต็มไปด้วยจอมเวทย์และผู้รักษาได้ถูกไหม? เพราะนั่นจะทำให้เมืองอ่อนแอมากเวลาถูกโจมตี!

ฮังอวี่จำเป็นต้องจำกัดอัตราส่วนในการสร้างทหารในแต่ประเภทให้กระจายๆเท่าเทียมกัน จากนั้นจัดสรรให้คนอื่นๆสามารถสร้างทหารตามอัตราส่วนนี้อย่างเคร่งคัด เพื่อให้แน่ใจว่าทหารแต่ละประเภทจะมีจำนวนที่สมดุล

พิจารณาจากวัสดุที่มีอยู่ในมือตอนนี้

ขั้นแรกเอาเป็นสร้างทหารราบกับทหารธนู 20 นาย แล้วก็ทหารจอมเวทย์กับทหารรักษาซัก 10 นายก็แล้วกัน!

ฮังอวี่จ่ายวัสดุที่ต้องใช้เบื้องหน้าแผ่นศิลารับสมัครทหาร และวินาทีต่อมา ฉากอันน่าตกใจก็ปรากฏขึ้น เห็นแค่เพียงแผ่นศิลาโลกวิญญาณสว่างไสว และรอประมาณ 10 นาที ทหารคนแรกก็ถูกสร้างขึ้น

ดวงตาของฝูงชนเบิกกว้างเมื่อเห็นการปรากฏตัวของทหารสายพันธุ์รองคนแรกของเผ่าพันธุ์มนุษย์!

เพราะมองยังไงนี่มันก็เป็นมนุษย์ชัดๆ!

รูปลักษณ์ที่ปรากฏคือมนุษย์อย่างแท้จริง!

ทหารนายนี้ดูแข็งแรงและกำยำ สูงประมาณ 1.9 เมตร สวมชุดเกราะทหารทั้งตัว มือโล่ทหารในมือซ้ายและกระบี่ในมือขวา

อาจเป็นเพราะมีความเกี่ยวของกับฮังอวี่ในฐานะผู้สร้าง

ดังนั้นผมและดวงตาของเขาจึงมีสีดำ มองแล้วให้ความรู้สึกคล้ายคลึงกับฮังอวี่ถึงสามสี่ส่วน

มันเหมือนกับว่า ... อีกฝ่ายคือพี่น้องของฮังอวี่ที่พลัดพรากจากกันหลายปี!

หลังจากที่ทหารมนุษย์ถูกสร้างขึ้น เขาก้าวออกมาข้างหน้าทันที จากนั้นคุกเข่าลงข้างหนึ่ง อ้าปากเอ่ยด้วยภาษามนุษย์ และกล่าวว่า “น้อมเคารพท่านขุนนาง!”

จางเสี่ยวเฉียงผงะ “เฮ้ เฮ้ นี่นายพูดภาษามนุษย์ได้ด้วยหรอ?”

อย่างไรก็ตาม

ทหารราบที่เป็นมนุษย์กลับลุกขึ้นยืนโดยไม่แสดงสีหน้าใดๆ

แล้วเดินมาหยุดยืนอย่างเป็นระเบียบเบื้องหลังฮังอวี่

เพิกเฉยต่อจางเสี่ยวเฉียง

ไม่ใช่ว่าทหารผู้นี้เย็นชา แต่เขาคือสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์รองที่มีสติปัญญาต่ำ เขาก็เหมือนกับ NPC ที่คุณพบตอนเล่นเกม การกระทำและคำพูดทั้งหมดเป็นไปตามรูปแบบที่กำหนดเอาไว้อย่างง่ายๆ

ไม่มีการปรับตัว

ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

สั่งให้ทำอะไรก็ทำ

พวกเขามีความจงรักภักดีอย่างแท้จริงโดยปราศจากความรู้สึกใดๆ

ขณะเดียวกันก็ไม่สามารถเข้าใจคำสั่งที่ซับซ้อนเกินไป และไม่สามารถทำงานที่ซับซ้อนเกินไปได้

เจียงหนานเดินเข้าไปใกล้ๆอย่างสนอกสนใจ ยื่นนิ่วจิ้มๆแก้มของทหาร แต่แล้วเธอก็ขมวดคิ้วทันที “หือ? ให้สัมผัสค่อนข้างแข็งกระด้าง เหมือนหุ่นไม้ที่หุ้มหนังมนุษย์เลย”

ฮังอวี่ยิ้ม “เธอจะเข้าใจแบบนั้นก็ได้ นี่ไม่ใช่ร่างกายมนุษย์จริงๆ หรือในอีกแง่หนึ่งมันไม่ต่างจากหุ่นเชิดหรือหุ่นไม้มากนัก”

“แล้วทหารคนอื่นๆอยู่ที่ไหน?” เจียงหนานมองไปรอบๆอย่างสงสัย

“นี่เธอไม่เคยเล่นเกม Warcraft หริอ Red alert หรอ? เวลาสร้างทหารน่ะเขาสร้างได้ทีละคน ทหารราบหรือทหารธนูปกติแล้วจะสร้างได้ภายใน 10 นาที ส่วนทหารจอมเวทย์กับทหารผู้รักษาจะใช้เวลานานกว่านั้นนิดหน่อย”

ไดอาน่าเอ่ยถามอย่างสงสัย “ฮัง นายช่วยแสดงค่าคุณสมบัติของทหารคนนี้ให้พวกเราดูได้ไหม?”

ฮังอวี่กล่าว “ได้อยู่แล้ว ผมจะส่งให้คุณดูเดี๋ยวนี้”

[ทหารราบมนุษย์

เลเวล 10 ชั้นยอดขั้นบรอนซ์

ฐานค่าคุณสมบัติ: ค่าพลังชีวิต 230 , ค่าพลังจิต 120 , พละกำลัง 14 , ความว่องไว 12 , ศักดิ์สิทธิ์ 8 ,  เจตจำนง 8 ......

อุปกรณ์พื้นฐาน : กระบี่ทหารเผ่ามนุษย์ , หมวกเกราะทหารเผ่ามนุษย์ , ชุดเกราะทหารเผ่ามนุษย์ , โล่ทหารเผ่ามนุษย์ (อุปกรณ์ผูกมัด ไม่สามารถถอดออกหรือสับเปลี่ยนได้)

สกิลมรดก : มรดกทหาร (สกิลมรดกขั้น 1 อันได้แก่ ทหารพุ่งปะทะเลเวล 3 , ทหารป้องกันเลเวล 3 และทหารฟาดฟันเลเวล 3 )

...

คริสกล่าวว่า “ค่าคุณสมบัติของเขาค่อนข้างดีทีเดียว มันเหมือนกับมอนสเตอร์ระดับชั้นยอดขั้นบรอนซ์เลเลว 10 เลย แถมยังใส่อุปกรณ์สีขาวขุ่นเลเวล 10 ทั้งตัว และมีมรดกขั้น 1 ที่สมบูรณ์ หรือถ้าให้พูดตรงๆ เขาไม่ได้อ่อนแอไปกว่าคนส่วนใหญ่ในทีมของพวกเราเลย”

ลุคพยักหน้าเห็นด้วย “แต่เสียดายที่ไม่มีสติปัญญา!”

ถูกต้อง พลังรบของชายผู้นี้เทียบเท่าได้เลยกับมอนสเตอร์ป่าชั้นยอด!

และหากเทียบกันในแง่ค่าคุณสมบัติล้วนๆ เขาย่อมแข็งแกร่งกว่าคนส่วนใหญ่ในที่นี้

แต่แน่นอน

อาศัยเพียงการเปรียบเทียบแค่เลเวลและค่าคุณสมบัติอย่างเดียวมันไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงพลังรบที่แท้จริงในเวลาต่อสู้ได้!

เพราะมนุษย์ไม่เพียงมีสติปัญญา แต่ยังสามารถพึ่งพาวัตถุภายนอกได้ ขณะนี้สมุนทหารเหล่านี้ไม่อาจทำ

สมุนทหารเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์รอง

อีกทั้งเขาไม่ใช่เครื่องจักรที่เคลื่อนไหวได้อย่างถาวร

เขายังคงต้องการพลังงานเหมือนมนุษย์

มนุษย์ส่วนใหญ่เติมพลังงานผ่านอาหารวิญญาณ ขณะที่สมุนทหารสายพันธุ์รอง นอกเหนือจากอาหารวิญญาณแล้ว พวกเขายังสามารถกินหินคริสตัลจากโลกวิญญาณได้โดยตรงเพื่อเติมเต็มพลังงานให้ร่างกายสามารถเคลื่อนไหว

โดยทหารหนึ่งนาย

ในสภาะวปกติจำเป็นต้องบริโภคหินคริสตัลขาว 1 เม็ดต่อวัน

มิฉะนั้นพวกเขาจะอ่อนแอลง และเมื่อเวลาผ่านไป หากไม่มีการเติมพลังงาน เป็นไปได้ว่าอาจเกิดการอดตาย

หินคริสตัลขาววันละก้อนฟังดูไม่ได้มากมายอะไรใช่ไหม?

แต่ถ้าลองคำนวณจากทหารหลักพันล่ะ นั่นไม่ใช่จำนวนน้อยๆแน่นอน!

ทว่าประโยชน์ที่เห็นได้ชัดก็คือ คุณสามารถพาทหารสายพันธุ์รองออกไปช่วยล่ามอนสเตอร์ได้ ไม่เพียงช่วยปกป้องตัวเองได้ดีขึ้น แต่ยังสามารถนำพวกเขาไปพิชิตเมืองหรือดินแดนอื่นได้เช่นกัน ขณะเดียวกัน หากปราศจากกองทหารที่เข้มแข็ง ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะปกป้องรักษาเมืองหุบเขาเดียวดาย

จะดินแดนใดก็ไม่สมควรปราศจากกองทัพด้วยประการทั้งปวง!

นอกจากจะมีความหมายที่สำคัญมากต่อขุนนางแล้ว

ทหารสายพันธุ์รองก็ยังมีประโยชน์คุ้มค่าแก่คนอื่นๆในที่นี้เช่นกัน!

ในช่วงนี้ หากนำทีมที่สร้างจากทหารสายพันธุ์รองจำนวนหนึ่งออกไป การล่า BOSS ย่อมง่ายกว่าเดิมมาก และถึงแม้ทหารเหล่านี้จะไม่สามารถนำกลับไปยังโลกจริง แต่เมื่อคุณออฟไลน์ คุณสามารถสั่งการพวกเขาทิ้งไว้ได้ เช่นไปยังพื้นที่ที่กำหนดเพื่อฟาร์มมอนสเตอร์ ซึ่งช่วยให้สามารถสร้างรายได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง!

จบบทที่ Ep.327 - กำเนิดทหารมนุษย์

คัดลอกลิงก์แล้ว