เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.321 - ปิดฟ้าข้ามทะเล

Ep.321 - ปิดฟ้าข้ามทะเล

Ep.321 - ปิดฟ้าข้ามทะเล


3/3

Ep.321 - ปิดฟ้าข้ามทะเล

ภายในเมืองหุบเขาเดียวดาย

มนุษย์จิ้งจอกระดับสูงกำลังรวมตัวกัน

โดยมีมนุษย์จิ้งจอกที่มีขนสีเทาและดวงตาสีเขียวยืนอยู่ตรงกลาง จ้องมองไปยังเผ่าพันธุ์ต่างถิ่นเบื้องหน้า

นี่คือลูกัน ขุนนางแห่งเมืองหุบเขาเดียวดาย ในฐานะผู้นำของ 18 กองโจรมนุษย์จิ้งจอก และในฐานะเจ้าเมืองหุบเขาเดียวดาย มันคือผู้มีอำนาจสูงสุดอย่างไม่ต้องสงสัย

และตอนนี้มันมาถึงเลเวล 11 แล้ว

อุปกรณ์คือชุดเซ็ทหมาป่าลาวาหินครบเซ็ท

ผิวกระบี่ในมือปกคลุมไปด้วยชั้นแสงสีฟ้าอ่อน

แต่ในฐานะขุนนาง รากฐานของลูกันยังไม่ถือว่ามั่นคง ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มันเป็นโจรเร่ร่อนไปทุกหนทุกแห่ง แม้จะสามารถรวบรวมมนุษย์จิ้งจอกที่มีสติปัญญามาได้ แต่ก็ยังไม่ถือว่าโดดเด่นในแคว้นเดียวดายแห่งนี้

จนถึงปีที่แล้ว

ก็อบลินหมีซึ่งเดิมยึดครองเมืองหุบเขาเดียวดายเกิดความขัดแย้งภายใน

เป็นผลให้ลูกันฉวยโอกาสลอบโจมตีและทำลายแผ่นศิลาฟื้นคืนชีพได้สำเร็จ

ในปีนี้ ลูกันกวาดล้างอันตรายที่ซ่อนเร้นของก็อบลินหมีได้อย่างหมดจด และกลายเป็นผู้นำในอาณาเขตนี้อย่างแท้จริง

แต่ระยะเวลายังถือว่าสั้นเกินไป

พลังรบของมนุษย์จิ้งจอกยังไม่แก่กล้านักในขณะนี้

ส่งผลให้ผลผลิตในอาณาเขตกว่า 70 - 80 เปอร์เซ็นต์ต้องส่งมอบให้แก่ขุนนางใหญ่

นี่ก็เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับการให้ขุนนางใหญ่รับรู้ถึงสถานะของมนุษย์จิ้งจอก ในขณะเดียวกันก็เพื่อให้ขุนนางใหญ่คุ้มครองเมืองหุบเขาเดียวดาย สั่งห้ามไม่ให้ขุนนางเล็กตนอื่นๆใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้เข้ายึดเมือง

แม้ผลผลิตส่วนใหญ่ของอาณาเขตจะถูกนำไปใช้เป็นเครื่องบรรณาการ แต่ส่วนที่เหลือก็ยังเพียงพอที่จะซื้อม้าสร้างทหาร พัฒนาอย่างช้าๆ พลังรบของ 18 จิ้งจอกค่อยๆแก่กล้าขึ้น จำนวนสมุนสายพันธุ์รองก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ลูกันตั้งใจที่จะรวบรวมมนุษย์จิ้งจอกระดับสูงตนอื่นๆที่พลัดหลงในแคว้นเดียวดาย เพื่อที่ในอีกไม่กี่ปีเมืองหุบเขาเดียวดายจะได้แข็งแกร่งขึ้น จากนั้นออกเสะแสวงหาดินแดนและอาณาเขตที่กว้างใหญ่กว่านี้

แต่ใครจะทันคิดว่า

ในอาณาเขตของเมืองหุบเขาเดียวดาย

ขณะนี้มีกลุ่มชาวต่างถิ่นปรากฏขึ้นอย่างไม่ทราบที่มา

แม้ลูกันจะไม่ใช่ผู้มีความรู้กว้างขวาง แต่มันเป็นโจรมานานกว่าสิบปี เคยเผชิญหน้ากับเผ่าพันธุ์ในโลกวิญญาณมามากมาย แต่มันไม่เคยเห็นเผ่าพันธุ์เช่นเบื้องหน้านี้มาก่อน

อย่างแรกเลย

นี่คือเผ่าพันธุ์ที่ไม่เคยพบเจอ

อย่างที่สอง เผ่าพันธุ์นี้ดูเหมือนจะไม่มีพวกสายพันธุ์รอง

เกือบทั้งหมดล้วนเป็นสายพันธุ์ทรงภูมิปัญญา

นี่คือสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในโลกวิญญาณ และชวนให้มันเกิดความสงสัย

“ท่านผู้นำ พวกมันดูไม่แข็งแกร่งเอาซะเลย” มนุษย์จิ้งจอกระดับสูงข้างๆลูกันพูดขึ้น “ออกไปฆ่าพวกมันให้หมดเลยดีไหม”

พวกต่างสายพันธุ์เริ่มโจมตีเมือง

แต่หลังจากพยายามหลายครั้งติดต่อกัน โดยแต่ละครั้งใช้กลยุทธ์ไม่เหมือนกัน ฝ่ายมนุษย์กลับล้มเหลว และต้องล่าถอยกลับไปเสียทุกครั้ง

สังเกตจากสภาพแพ้ยับเยินของอีกฝ่าย

ชาวต่างถิ่นเหล่านี้สมควรไม่เข้มแข็งเท่าพวกตน

“แต่ความจริงที่ว่าพวกเขาสามารถเอาชนะโอนุได้ นั่นหมายความว่าพลังรบของพวกเขาไม่ง่าย”

ลูกันคิดว่าชาวต่างถิ่นเบื้องล่างนั้นจงใจแสดงความอ่อนแอเพื่อดึงกำลังหลักของ มนุษย์จิ้งจอกออกไป ดังนั้นปฏิเสธคำแนะนำของลูกน้อง และตัดสินใจที่จะสังเกตสถานการณ์ต่อไปอีกพักหนึ่ง

ปิดตายเมือง

รักษาสภาพที่เป็นอยู่อย่างมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง

ไม่ว่าพวกเจ้ามีลูกไม้อะไรก็ตาม

จงอย่าได้ฝันว่าจะได้สั่นคลอนเมืองหุบเขาเดียวดาย!

ฮังอวี่พยายามโจมตีไปแล้วสี่ครั้ง

แม้จะบอกว่าสี่ครั้งไม่ประสบผลสำเร็จ แต่ก็ไม่ได้ประสบความสูญเสียมากนัก

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะ กองทหารของเขาไม่ใช่พวกโง่เขลาอย่างสายพันธุ์รอง ทั้งหมดสามารถตอบสนองต่อคำสั่งได้อย่างทันท่วงที และพวกเขาได้รับโพชั่นและการรักษาทันทีที่บาดเจ็บ บวกกับการโจมตีแต่ละครั้งไม่ได้ตั้งใจจะโจมตีเมืองจริงๆ แต่แค่ดึงดูดความสนใจของพวกมนุษย์จิ้งจอกให้หลงกลก็เท่านั้น

ตอนนี้ดูเหมือนว่า

การดึงดูดความสนใจด้านนี้

จนถึงตอนนี้ผลลัพธ์ค่อนข้างน่าพอใจ!

มนุษย์จิ้งจอกไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของฮังอวี่

ฮังเสี่ยวไป๋บินมาแล้วเอ่ยว่า “อุโมงค์ถูกขุดเสร็จแล้ว”

ความสามารถของราชินีมดหน้าคนในเลเวล 8 เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก จำนวนทีมวิศวกรรมมดมีเกือบ 30 ตัว และคุณภาพสามารถเทียบได้กับพลรบ 4 - 5 ทีม

มดงานเกือบ 30 ตัวถูกปล่อยออกมาพร้อมกัน

ความเร็วในการก่อสร้างจึงเป็นไปอย่างรวดเร็ว!

การขุดอุโมงค์เป็นทางเลือกที่ดีในการสู้รบเชิงรุก

แต่นี่ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีขนาดนั้น มันไม่สามารถใช้ได้กับทุกสถานการณ์

มีบางเมืองตั้งอยู่ในน้ำหรือในอากาศ ซึ่งกลยุทธ์ขุดอุโมงค์บางครั้งก็ไม่มีประโยชน์

นอกจากนี้ เมืองขนาดใหญ่หรือเมืองระดับสูงเกือบทั้งหมดมีค่ายกลหรือกับดักสำหรับการโจมตีใต้ดิน ในกรณีนี้จึงยากที่จะขุดอุโมงค์

แต่แน่นอน

เมืองหุบเขาเดียวดายไม่มีมาตรการป้องกันในส่วนนี้

มนุษย์จิ้งจอกยังขาดความระมัดระวังในเรื่องดังกล่าว

ภายใต้การหลอกล่อถึงสี่ครั้งของฮังอวี่ สามารถดึงดูดความสนใจของพวกมันได้อย่างสิ้นเชิง

บวกกับเสี่ยวไป๋ที่ใช้สกิลเพื่อปกปิดร่องรอยของมดยักษ์ สร้างสภาพแวดล้อมการก่อสร้างที่เงียบเชียบ ด้วยประสิทธิภาพสูงของมดงานในเลเวล 8 เกือบสามสิบตัว ตอนนี้พวกมันสามารถสร้างอุโมงค์ที่หลีกเลี่ยงกับดักและค่ายกลบนพื้นได้อย่างสมบูรณ์ และสร้างทางเดินขนาดใหญ่และยาวเพื่อเข้าสู่ในเมืองหุบเขาเดียวดายได้โดยตรง

ฮังอวี่เปิดใช้งานสกิลตาเหยี่ยวซ้ำแล้วซ้ำเล่า

จนตอนนี้ได้เวลาเหมาะที่จะบุกแล้ว

ผู้นำมนุษย์จิ้งจอกและมนุษย์จิ้งจอกระดับสูงกว่า 7 - 8 ตัวกำลังยืนอยู่บนกำแพงเมืองเบื้องหน้า

ซึ่งปัจจุบันเจ้าถิ่นระดับสูงในเมืองหุบเขาเดียวดายจากทั้งสิ้น 18 ตน ตอนนี้เหลือเพียง 12 ตนเท่านั้น

ตอนนี้ มนุษย์จิ้งจอกระดับสูงกว่า 8 ตัวและกองทหารย่อยของพวกมันมารวมตัวกันที่ด้านหน้า

ซึ่งหมายความว่าด้านหลังต้องว่างเปล่า

ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว

ฮังอวี่หันไปพูดกับฉูและจ้าว “ทำตามแผนได้”

ฉูเทียนหัวและจ้าวหมิงได้กลายเป็นมือซ้ายและมือขวาของฮังอวี่ไปโดยปริยาย พวกเขารับฟังคำสั่งของฮังอวี่ หากมีพวกเขาคอยประสานงาน ฮังอวี่ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเลย

เหล่าจ้าวเคยเป็นถึงผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

เหล่าฉูตอนนี้ก็ยังคงเป็นเจ้าหน้าที่อาวุโสของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ

ทั้งคู่ล้วนมีพรสวรรค์อันยอดเยี่ยม

“ควันพร้อม!”

“เตรียมเปิดใช้สกิลลวงตา!!”

“สร้างร่างเงาหุ่นเชิด!”

“ทุกหน่วยรีบดื่มโพชั่น!”

คำสั่งต่างๆถูกส่งผ่านออกไปอย่างเป็นระบบ

กลุ่มควันหรือแสงลวงตาถูกปลดปล่อยออกมาท่ามกลางฝูงชน ห่อหุ้มทุกคนในนั้นเอาไว้ บดบังร่างและตำแหน่งของพวกเขาอย่างสมบูรณ์

ผู้ใช้วิญญาณหลายสิบคนได้ปลดปล่อยร่างเงาหุ่นเชิด ในฐานะกองกำลังสำรอง ทำให้เกิดภาพลวงตาว่ากำลังเตรียมพร้อมโจมตีอีกครั้ง

และในขณะเดียวกัน

ทุกคนดื่มโพชั่นที่เตรียมไว้ล่วงหน้า

โพชั่นที่ว่าได้แก่ โพชั่นลมหายใจเต่า , โพชั่นซ่อนเร้น โรยผงขจัดกลิ่นอาย ฯลฯ

ฮังอวี่ เสี่ยวไป๋ หวังเอ๋อเป็นผู้นำตามด้วยคนอื่นๆ พวกเขาเข้าไปในอุโมงค์อย่างเป็นระเบียบ และรีบเข้าสู่เมืองหุบเขาเดียวดายจากใต้ดินด้วยความเร็วสูงสุด

พื้นที่อุโมงค์นั้นกว้างขวางมาก

และด้วยอัตราเร็วนี้

ภายในสี่ถึงห้านาทีก็จะสามารถเข้าสู่เมืองหุบเขาเดียวดายได้

นักข่าวเฉพาะกิจหลี่ยี่ได้รับอนุญาตให้ติดตามทีม เธอก้มตัววิ่งในอุโมงค์ ขณะเดียวกันคอยอธิบายด้วยความตื่นเต้น “พวกเรากำลังทำตามแผนของบอสฮัง เข้าโจมตีเมืองหุบเขาเดียวดายโดยลอดผ่านอุโมงค์ นี่มันบ้าจริงๆ! พวกมนุษย์จิ้งจอกยังหาพวกเราไม่เจอ พวกเรากำลังจะได้บุกเมืองในไม่ช้า!”

แบบนี้ก็ได้หรอ!?

ผู้ชมต่างตกตะลึง

คำอุทานมากมายไหลเต็มแพลตฟอร์มถ่ายทอดสด

พิธีกรสาวรู้สึกประหม่าจนเหงื่อตก “เธอควรหยุดพูด ถ้าถูกมนุษย์จิ้งจอกจับสังเกตได้ มันจะกลายเป็นหายนะ”

นี่มันบ้าเกินไป

ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

ผู้ชมหลายร้อยล้านคนที่รับชมการถ่ายทอดสดต่างรู้สึกราวกับหัวใจถูกบีบรัด

อาการนี้มันเหมือนกับกำลังดูหนังสยองขวัญในช่วงเวลาที่น่ากลัวที่สุด

ณ ตอนนี้

บนกำแพงเมืองในหุบเขาเดียวดาย

หมอกและแสงปกคลุมอยู่เบื้องหน้า

มนุษย์จิ้งจอกระดับสูงหลายตัวไม่ตะหงิดใจใดๆ

การใช้วิธีดังกล่าวเพื่อปกปิดการโจมตีในโลกวิญญาณเป็นเรื่องทั่วไป มันช่วยสร้างความสับสนแก่นักเวทย์กับนักธนูที่ปกป้องเมือง เพื่อให้การโจมตีส่วนใหญ่พลาดเป้า

กระนั้น

มนุษย์จิ้งจอกเหล่านี้ล้วนอ่อนแอ

ถึงใช้วิธีนี้ก็ไม่สามารถตีฝ่าประตูเมืองได้อยู่ดี

อย่างไรก็ตาม ลูกันเป็นตนเดียวที่แสดงท่าทีแคลงใจ มันสัมผัสได้ว่ากลิ่นอายของชาวต่างถิ่นอ่อนลงและหายไป ... มีบางอย่างแปลกๆข้างในนั้น!

มันหยิบธนูขึ้นมา เล็งร่างข้างในหมอกหนา และยิงศรอันทรงพลังออกไป

ด้วยเทคนิคสังเกตการณ์

ลูกันสามารถระบุตำแหน่งของเป้าหมายได้อย่างชัดเจน

ศรแทงทะลุร่างนี้ไปอย่างง่ายดาย

แต่วินาทีถัดมา ร่างนั้นก็แตกเป็นเสี่ยงๆราวกับฟองสบู่

แค่ภาพลวงตา?

ลูกันยิงธนูอีกสองสามดอกอย่างรวดเร็ว

แต่ทุกเป้าหมายก็เป็นอย่างนี้

เมื่อตระหนักได้ถึงความไม่ชอบมาพากล สีหน้าของลูกันแปรเปลี่ยนไป มันร้องตะโกน “มีบางอย่างผิดปกติ!”

จบบทที่ Ep.321 - ปิดฟ้าข้ามทะเล

คัดลอกลิงก์แล้ว