เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.315 - กวาดล้างในคลื่นเดียว

Ep.315 - กวาดล้างในคลื่นเดียว

Ep.315 - กวาดล้างในคลื่นเดียว


1/2

Ep.315 - กวาดล้างในคลื่นเดียว

อาวุธสีฟ้า!?

ดวงตาของโอนุร้อนวูบ

กระทั่งตัวมันก็ยังไม่มีอาวุธคุณภาพสีฟ้าในครอบครอง

หากมันสามารถดรอปอาวุธชิ้นนี้จากศัตรูได้ พลังรบของมันย่อมก้าวกระโดดอย่างแน่นอน!

การต่อสู้กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

ฮังอวี่ดื่มโพชั่นฟื้นพลังชีวิตและพลังจิต

ร่างของโอนุสะท้อนแสงวาบ พุ่งเข้าเข่นฆ่าทันที ทิ่มแทงหอกนับสิบสายออกไป

ฮังอวี่เริ่มด้วยเปิดใช้งานสกิลจู่โจมมุมอับและหายตัวไป เว้นระยะการโจมตี อ้อมไปข้างหลังโอนุ จ้วงหอกด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง แทงหลังโอนุทำดาเมจ 15 หน่วย

ฐานค่าคุณสมบัติของฮังอวี่สูงอยู่แล้ว เมื่อบวกกับโบนัสของอุปกรณ์ดีๆในเลเวล 10 และเอฟเฟกต์ของสกิล ส่งผลให้แม้พละกำลังและความไวจะด้อยกว่าโอนุ แต่อีกฝ่ายก็ยังโดนโจมตีง่ายๆเพราะประมาท

เมื่อหอกแรกทิ่มแทง ความเร็วมือของเขายิ่งเพิ่มขึ้น

เปิดใช้งานโจมตีต่อเนื่อง!

เห็นแค่เพียงเงาหอกแปดสายแทงออกไปในวินาทีเดียว

ทุกการโจมตีแฝงไปด้วยพลังที่สามารถบดขยี้ทองให้แหลกเป็นก้อนกรวด เสี้ยวพริบตาครอบคลุมทั่วร่างโอนุ ส่งผลให้มันแทบไม่สามารถหลบหลีกการโจมตีทั้งหมดได้

แต่โอนุก็ไม่ใช่ตัวกินพืช เพราะเอาจริงๆความว่องไวของมันสูงกว่าฮังอวี่เล็กน้อย ดังนั้นปฏิกิริยาจึงเร็วกว่า ระเบิดกลิ่นอายอันคลุ้มคลั่งรุนแรง เปลี่ยนพวกมันเป็นปราณพลังงานกวาดออกไปทุกทิศทาง

แห่งหนใดที่มันพัดผ่าน หินก้อนแข็งๆถูกบดทำลายเป็นฝุ่นผง

เป็นกระบวนท่าที่ทรงพลังมาก!

คล้ายกับสกิลปราณโทสะคลั่ง

แต่รุนแรงยิ่งกว่า

นี่คือสกิลขั้นต่อไปของปราณโทสะคลั่ง - สกิลขั้น 3 ‘ปราณสงครามคลั่ง!’

ปราณสงครามคลั่งเมื่อเปิดใช้งานจะส่งผลระเบิดปราณออกรอบตัวเช่นเดียวกับปราณโทสะคลั่ง แต่มันมีพลังทำลายล้างที่แก่กล้ากว่า ซึ่งไม่เพียงสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อเป้าหมายในระยะเท่านั้น แต่ยังสามารถลบล้างเอฟเฟกต์มนตราทั้งหมดที่อยู่ในระดับไม่เกินขั้น 3 รวมไปถึงเอฟเฟกต์บัฟ!

นี่คือสกิลสายต่อสู้ที่สามารถใช้งานได้จริงและทรงพลังมาก!

พละกำลังของฮังอวี่และความว่องไวของฮังอวี่นั้นไม่ต่างจากโอนุมากนัก ในแง่อุปกรณ์แม้ฮังอวี่จะมีอาวุธสีฟ้า แต่อุปกรณ์ชิ้นอื่นของโอนุก็ดีกว่าของฮังอวี่เช่นกัน ดังนั้นจึงไม่แตกต่างกันมากนัก

สิ่งที่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างทั้งสองคือค่าพลังชีวิต ค่าพลังจิต และสกิล!

พลังชีวิตของโอนุนั้นค่อนข้างเยอะ อีกทั้งยังมีสกิลขั้น 3 อีกหลายอย่าง

นี่คือข้อได้เปรียบที่ฮังอวี่ไม่มี

ท่ามกลางช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อนั้นเอง

ฮังอวี่ตัดสินใจหยุดการโจมตีอย่างเด็ดขาด ทั้งคนทั้งร่างทอแสงวาบ ถอยห่างออกมาสิบเมตรทันที ซึ่งเป็นระยะที่มากพอจะหลีกเลี่ยงการโจมตีจากปราณสงคราม อาจกล่าวได้ว่านี่คือการล่าถอยแบบกระชั้นชิด หากปฏิกิริยาของเขาเชื่องช้ากว่านี้ครึ่งจังหวะ ต่อให้ไม่ตายเกรงว่าคงพิการไปครึ่งร่าง

“เจ้าครอบครองสกิลบลิงค์อันแสนหายาก? แต่แล้วอย่างไร ด้วยพลังรบของเจ้า ไม่มีทางที่จะเอาชนะข้าได้!”

ระหว่างกล่าว

ดวงตาของโอนุเปลี่ยนเป็นสีแดง

บรรยากาศรอบตัวมันเดือดพล่าน ไอน้ำเดือดปุดๆลอยขึ้นจากตัว - สกิลขั้น 2 ‘คลุ้มคลั่งกระหายเลือด!’

ความว่องไว พละกำลัง พลังโจมตี ความเร็วในการเคลื่อนที่ อัตราเร็วในตอนพุ่งตัว ทั้งหมดพุ่งทะยานขึ้น!

มนุษย์จิ้งจอกตนนี้เริ่มเอาจริงแล้ว!

ฮังอวี่กล่าวอย่างสงบ “แกไม่คิดหรือว่ายังเร็วเกินไปที่จะพูดอะไรแบบนี้?”

เหมือนกับโอนุ

ฮังอวี่เปิดใช้งานคลุ้มคลั่งกระหายเลือดเวอร์ชั่นอัพเกรด

วินาทีถัดมา ร่างทั้งสองปะทะกัน

หลังเปิดใช้งานสกิลประจัญบานพร้อมกัน ทั้งคู่แลกเปลี่ยนกันมากกว่าสิบกระบวนท่า แห่งหนใดที่เคลื่อนผ่าน จะดินจะหินล้วนราบเป็นหน้ากลอง การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดจนคนอื่นๆที่เฝ้ามองอ้าปากค้าง

รวดเร็วเกินไป!

สายตาของผู้รับชมส่วนใหญ่จับจังหวะการโจมตีไม่ทัน!

ฉากตรงหน้าทำให้ทุกคนสูดหายใจลึก

หลายคนสังเกตเห็นได้ จากพลังรบที่ปลดปล่อยออกมา คาดว่ามนุษย์จิ้งจอกตนนี้ น่าจะมีระดับใกล้เคียงกับเจ้าถิ่นขั้นโกลด์!

ทุกคนรู้ดีว่าพลังรบของฮังอวี่นั้นแข็งแกร่งมาก แต่พวกเขาไม่นึกเลยว่าจะแข็งแกร่งขนาดนี้!

แม้ฮังอวี่จะด้อยกว่าในแง่สกิล แต่เขาสามารถหลบเลี่ยงการโจมตีที่มองว่าอาจสร้างดาเมจสูงได้ตลอดเวลาด้วยเอฟเฟกต์ของจู่โจมมุมอับ โจมตีลมกรด บลิงค์ สกิลต่างๆที่เพิ่มความคล่องแคล่ว รวมไปถึงความสามารถในการตัดสินใจล่วงหน้าของตน

ไดอาน่าคิดในใจ “ผู้ชายคนนี้แข็งแกร่งจริงๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมฉูกับคนอื่นๆถึงดูมั่นใจนัก”

ในเวลานี้ คริสกับลุคฟื้นคืนชีพเสร็จแล้ว พวกเขายืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน เมื่อเห็นฉากที่ฮังอวี่ต่อสู้กับโออนุ ทั้งสองตกตะลึง

นี่ใช่ความสามารถของมนุษย์จริงๆน่ะหรือ?

ความว่องไวและพละกำลังของเขาร้ายกาจขนาดนี้ได้อย่างไร!

ลุคจำได้ว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนเขาเคยเอ่ยปากขอท้าประลองกับฮังอวี่ ...

เวลานี้เขาแทบอดใจไม่ไหวที่จะตบหน้าตัวเอง : เชี่ยเถอะนี่มันน่าขายหน้าเกินไปแล้ว!

เจียงหนานตะโกน “ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนหน้านี้พี่มหาเทพบอกไว้ว่าเขาจะหาโอกาสโจมตีครั้งใหญ่เพื่อสังหารมนุษย์จิ้งจอกหลายตัวในคราวเดียว พวกเราจะเข้าโจมตีในเวลานั้น”

จ้าวหมิงกล่าวเสริม “ปรับตำแหน่งทีมทันที รอรับคำสั่งโจมตี!”

โอนุต้องยอมรับว่าประสบการณ์ของฮังอวี่นั่นร้ายกาจมาก

บุคคลผู้นี้สามารถใช้สกิลได้อย่างเชี่ยวชาญและหลากหลาย อีกทั้งยังสามารถคาดเดาสกิลที่ตนปลดปล่อยออกมาซ้ำๆได้เสมอ ดังนั้นกะจังหวะใช้โจมตีลมกรดหรือบลิงค์เพื่อหลบหนีได้อย่างทันท่วงที หรือต่อให้อาศัยเพียงพลังรบอย่างเดียว ไม่ต้องใช้สกิลที่กล่าวมาข้างต้นนี้ หากมนุษย์จิ้งจอกตนอื่นเป็นผู้รับมือ เกรงว่าคงไม่มีใครพิชิตเขาลงได้

ทำไมน่ะหรือ?

เพราะยิ่งพลังชีวิตของฮังอวี่ลดลง

เอฟเฟกต์ของสกิลคลุ้มคลั่งกระหายเลือดก็ยิ่งทรงพลังมากขึ้น!

หากคำนวณจากอัตราเร็วของพลังชีวิตที่ค่อยๆลดลงตอนนี้

โอนุจะยังคงสามารถต่อสู้ต่อไปได้อีก 10 นาที

ส่วนฮังอวี่ แม้มีโพชั่นคอยเพิ่มเลือด แต่เขาคงสามารถฝืนอยู่ในสถานะนี้ได้เพียง 1 - 2 นาทีเท่านั้น หากถ่วงเวลาไปถึงตอนนั้นได้ สุดท้ายฮังอวี่ก็จะตาย

แม้โอนุจะคิดไว้แบบนั้น แต่ผลลัพธ์กลับต่างจากความตั้งใจของมันอย่างสิ้นเชิง!

สกิลคลุ้มคลั่งกระหายเลือดมีเอกลักษณ์เฉพาะ

นั่นคือยิ่งอัตราส่วนของพลังชีวิตลดลงมากเท่าใด เอฟเฟกต์ของสกิลก็จะยิ่งแก่กล้าขึ้นเท่านั้น

หากสัดส่วนพลังชีวิตลดลง 10% พลังของสกิลก็จะเพิ่มขึ้น 10%!

หากสัดส่วนพลังชีวิตลดลงถึง 50% พลังของสกิลก็จะเพิ่มขึ้น 50%!

หลังจากต่อสู้มาได้ 30 40 วินาที พลังชีวิตของฮังอวี่ได้ลดลงถึง 60% แล้ว เอฟเฟกต์จากสกิลคลุ้มคลั่งกระหายเลือดเริ่มแก่กล้าขึ้นเรื่อยๆ

ด้วยพละกำลังที่เพิ่มขึ้น ด้วยปฏิกิริยาที่ฉับไวยิ่งขึ้น และด้วยความเร็วที่มากขึ้น ส่งผลให้ฮังอวี่ค่อยๆตอบโต้โอนุได้อย่างทัดเทียม

และเมื่อสูญเสียพลังชีวิตเกิน 70%!

ฮังอวี่ก็เป็นฝ่ายสะกดโอนุได้อย่างสมบูรณ์

ทุกการโจมตีสามารถสร้างดาเมจอันน่าทึ่ง

ฮังอวี่รักษาพลังชีวิตของเขาให้คงไว้ที่ช่วง 30%

และเพื่อประหยัดค่าพลังจิต เขาจึงไม่ใช้สกิลโจมตีใดๆ ใช้เฉพาะโจมตีลมกรดกับบลิงค์เพื่อหลบหนีเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นการโจมตีธรรมดาที่สร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องเพื่อดูดเลือดและลดทอนพลังชีวิตที่สูญเสียไปจากสกิล

บาดแผลของโอนุยิ่งมายิ่งมากขึ้น

พลังชีวิตของมันค่อยๆลดต่ำลงจนเหลือประมาณ 50-60%

ฮังอวี่เดาว่าโอนุน่าจะยังมีพลังชีวิตเหลืออยู่ประมาณ 300 หน่วย ดังนั้นเขาจึงปรับสัดส่วนพลังชีวิตของตัวเองอีกครั้ง ปล่อยให้ลดลงเหลือ 10-20% เพื่อที่เอฟเฟกต์ของสกิลจะได้ส่งผล 80-90%

โอนุโกรธมาก

มันไม่เคยเห็นการต่อสู้ที่ราวเล่นกับไฟเช่นนี้มาก่อน!

มันตัดสินใจที่จะสังหารฮังอวี่ให้ตายในลมหายใจเดียว!

ตอนนี้ศัตรูเบื้องหน้าเปราะบางราวกับแผ่นกระดาษ

โอนุปลดปล่อยปราณสงครามคลั่งออกมา ฮังอวี่บลิงค์หลบตามที่คาดไว้ มันเปิดใช้งานประจัญบานพุ่งเข้าทิ่มแทง แต่ก็ถูกฮังอวี่หลบไปอีกทางด้วยโจมตีลมกรด

“เสร็จล่ะ!”

โอนุค้นพบการกระทำอันเป็นแบบแผนของฮังอวี่แล้ว

หลังจากเห็นว่าเขาใช้สกิลหลบหลีกทั้งสองจนหมดสิ้น พริบตานั้นมันหยิบคัมภีร์สกิลออกมาและเตรียมขว้างไปยังทิศทางของฮังอวี่

คัมภีร์สกิลเลเวล 10 : ฝนเพลิง!

ฮังอวี่สัมผัสได้ถึงคลื่นความผันผวนจากพลังงานของคัมภีร์สกิล เขารู้ว่านี่คือสกิลโจมตีระยะไกล ด้วยพลังชีวิตในปัจจุบันของเขาบวกกับพื้นที่แคบในถ้ำ ย่อมไม่มีทางหลบเลี่ยงได้อย่างแน่นอน

ยังไงก็ตาม คัมภีร์สกิลต้องใช้เวลาเล็กน้อยในการปลดปล่อย

ฮังอวี่ใช้โอกาสนี้เปิดใช้งานเกราะผู้บัญชาการ

นี่คือสกิลจากเครื่องประดับชุดเซ็ทสีเขียวเลเวล 5 ของผู้บัญชาการมนุษย์หมูป่า แม้จะเก่าไปบ้าง แต่ก็มากพอที่จะช่วยป้องกันการโจมตีบางส่วน ต้านทานลูกไฟสองสามลูกที่ตกลงบนร่างเขา จากนั้นแหวนในมือซ้ายฮังอวี่พลันสว่างวาบ ปลดปล่อยเทคนิครักษาขั้นสูงร่ายใส่ตัวเอง

นี่คือแหวนสีฟ้าที่เขายืมมาจากเสี่ยวไป๋

ค่าสเตตัสของฮังอวี่นั้นไม่แย่ ดังนั้นยังพอใช้งานมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และเป็นเพราะเทคนิครักษาที่ติดมากับแหวนนั่นเอง ที่ทำให้ฮังอวี่กล้าเล่นกับไฟเช่นนี้

เทคนิครักษาช่วยฟื้นฟูพลังชีวิตของฮังอวี่ได้เล็กน้อยก็จริง แต่มันมากพอที่จะชดเชยดาเมจที่ได้รับให้สามารถสู้ต่อไปได้

ฮังอวี่ใช้โอกาสนี้เปิดใช้งานสกิลปะทะเดือดใส่โอนุ คมหอกกระแทกเข้าที่หน้าอก ส่งมันปลิวออกไปไกลกว่าสิบเมตรทันที

“ดี ดีมาก บีบบังคับข้าได้ถึงขนาดนี้ เจ้าต้องตาย!”

โอนุที่กระเด็นกลับมาไม่อาจควบคุมสติอารมณ์ได้อีกต่อไป มันคิดไม่ถึงว่าไก่ที่อ่อนแอกลุ่มนี้จะมีฝีมือกว่าที่คาดไว้

แม้โอนุจะไม่หวาดกลัวฮังอวี่

แต่ต่อสู้เช่นนี้ต่อไปมันลำบากเกินไป

ดังนั้น โอนุตัดสินใจเลิกสู้ตัวต่อตัว หันไปสั่งการให้กองทัทพมนุษย์จิ้งจอกโจมตี

ต้องเผชิญหน้ากับโอนุที่พลังชีวิตยังเหลือ 50% และกองทัพมนุษย์จิ้งจอกที่วิ่งเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ  ทว่ารอยยิ้มกลับปรากฏขึ้นที่มุมปากฮังอวี่

เหนือใบหอกช่วงบน

บังเกิดคลื่นความผันผวนทางพลังงาน

และในเวลาไม่ถึงสองวินาที มันก็ควบรวมพลังจนถึงขีดสุด

โอนุสัมผัสได้ถึงอันตราย สีหน้าของมันแปรเปลี่ยนไป “ถอยกลับ!”

อย่างไรก็ตาม!

สายเกินไปแล้ว!

นับตั้งแต่วินาทีที่ฮังอวี่เปิดใช้งานสกิลนี้--

--ผลการต่อสู้ก็ได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว!

จบบทที่ Ep.315 - กวาดล้างในคลื่นเดียว

คัดลอกลิงก์แล้ว