เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.297 - ฝูงหมาป่าหายนะ

Ep.297 - ฝูงหมาป่าหายนะ

Ep.297 - ฝูงหมาป่าหายนะ


2/2

Ep.297 - ฝูงหมาป่าหายนะ

กระบวนการตอบรับข้อความของฮังอวี่นั้นพิเศษมาก มันเหมือนกับว่าข้อมูลของระบบหลังจากอัปเดตเกมถูกผลักเข้ามือถือโดยตรง เกรงว่ามนุษย์ทุกคนคงได้รับข้อความนี้พร้อมกันถ้วนหน้า

อะไรแบบนี้ ต่อให้เป็นทวยเทพแห่งโลกวิญญาณก็ไม่สามารถทำได้

ดังนั้น ผู้ที่ส่งข้อความจำนวนมากนี้ย่อมไม่พ้นเจ้าของเสียงอันน่าเกรงขาม

เจ้าของเสียงน่าเกรงขามคือผู้สร้างที่อยู่เหนือกฏเกณฑ์

เขาคือสิ่งที่เป็นนามธรรม ไม่มีรูปลักษณ์ ไม่สามารถสัมผัสได้ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย แต่สัมผัสได้ทางใจ ในเวลานี้เขาคือสิ่งที่เกินกว่าตรรกกะของมนุษย์จะสามารถเข้าใจได้

ในตอนเริ่มเกม เจ้าของเสียงน่าเกรงขามบังคับให้พวกเขาเลือกอาชีพพรสวรรค์ได้หลังจากถูกดูดเข้ามาในโลกวิญญาณเท่านั้น แต่ตอนนี้เขาสามารถเขายุ่งเกี่ยวกับโลกจริงได้แล้ว ซึ่งนี่บ่งบอกว่าโลกจริงกำลังเกิดอณูวิญญาณมากขึ้นเรื่อยๆ และอิทธิพลของเจ้าของเสียงน่าเกรงขามนับวันก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม

แม้ร่างกายและจิตวิญญาณของมนุษย์จะหลอมรวมเข้ากับโลกวิญญาณแล้วหลังจากเลือกอาชีพ

แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยังไม่สามารถหลอมรวมได้ 100% นี่ก็เพื่อรักษาสมดุลจนกว่าจะมั่นคง และขณะเดียวกันก็ทำให้มนุษย์ไม่สามารถเข้าสู่โลกวิญญาณได้ทุกวัน

แต่จะเข้าได้ในทุกๆ 3 วันแทน

ทว่าปัจจุบัน

โลกวิญญาณเปิดทุกวันแล้ว!

อย่างไรก็ตาม ทุกคนจะยังสามารถอยู่ในโลกวิญญาณได้แค่คนละ 9 ชั่วโมงต่อวันเหมือนเดิม

หากเกินกว่านั้น คุณจะถูกบังคับให้ออกจากโลกฝ่ายวิญญาณ

และสามารถกลับเข้าไปได้อีกครั้งในวันถัดไป และระยะเวลาคูลดาวน์จะเป็นแบบรายวันหรือรีเฟรชที่เวลาประมาณ  5 ทุ่ม

สถานการณ์นี้ยังดีกว่าเมื่อก่อนมาก

ต่อจากนี้ไป การผจญภัยในโลกฝ่ายวิญญาณจะเป็นเหมือนกิจวัตรประจำวัน

แต่เป็นกิจวัตรที่ไม่ยาวนานเกินไป เหมือนคุณทำงาน แค่วันละ 8 - 9 ชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว

และนี่ยังดีกว่าการทำงานประจำซะอีก เพราะบางครั้งเมื่อคุณเหนื่อยล้า สามารถวาร์ปกลับมาพักผ่อนที่บ้านได้ ปรับอารมณ์ตัวเอง เมื่อเตรียมตัวพร้อมก็กลับเข้าไปใหม่

...

ขณะที่ฮังอวี่กำลังศึกษาการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ในลานบ้าน

ประกายแสงสายหนึ่งทอวาบ

ร่างสูงและผอมเพรียวก้าวออกมา

“ฮังอวี่ ฉันเห็นข้อความที่นายส่งมาแล้ว สกายเน็ตยอมสร้างค่ายกลต้องห้าม 12 แห่งให้นายจริงๆน่ะหรอ?” คำถามแรกของซูหยุนปิงหลังจากกลับมาคือ “นายทำได้ยังไงกัน? สำหรับพวกเราแล้ว นั่นมันเหมือนกับถูกลอตเตอรี่เลย!”

“เพ้ย! ถูกลอตเตอรีเกิดจากโชคช่วย แต่ที่ผมทำไม่ได้เกิดจากโชค แต่เป็นด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง มันคือรางวัลตอบแทน!”

ฮังอวี่เล่าให้ซูหยุนปิงฟังถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

สถานการณ์ตอนนั้นค่อนข้างอันตราย หากแวมไพร์มีเวลามากกว่านี้อีกซักหนึ่งนาที ผลลัพธ์อาจไม่จบลงแบบนี้

ที่ฮังอวี่สยบแวมไพร์ได้อย่างรวดเร็วนั้นเกิดจากความประมาทของศัตรูล้วนๆ ประกอบกับการเรียกใช้งานเครื่องรางอัญเชิญของเขา

เครื่องรางอัญเชิญน่ะเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ใครก็สามารถใช้ได้

ทุกครั้งที่ใช้งาน จำเป็นต้องรวบรวมไอวิญญาณจำนวนมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องรางที่สามารถอัญเชิญมอนสเตอร์ระดับเจ้าถิ่นขั้นซิลเวอร์

คุณคงไม่คิดหรอกนะว่าการอัญเชิญมอนสเตอร์ระดับเจ้าถิ่นเป็นแค่เรื่องง่ายๆ แค่การสะสมไอวิญญาณเข้าสู่เครื่องราง มอนสเตอร์ที่ล่าต้องเป็นเลเวล 10 ขึ้นไป มิฉะนั้นกระบวนการสะสมไอวิญญาณจะเป็นไปอย่างเชื่องช้ามาก

ต่อให้เป็นขุมกำลังอย่างสกายเน็ต

อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาเตรียมการเป็นสิบวันถึงจะเพียงพอ

แต่ที่ฮังอวี่สามารถใช้เครื่องรางอัญเชิญได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ สาเหตุหลักๆเป็นเพราะกล่องวิญญาณของลิซ ดังนั้นใช้เวลาแค่ 2 - 3 วันก็สามารถเติมไอวิญญาณได้เต็มแล้ว

อย่างไรก็ตาม

ที่อาจารย์ซูตกใจไม่ใช่เรื่องแปลก

นั่นเพราะค่าใช้จ่ายในการติดตั้งค่ายกลสูงมาก

และการจ้างปรมาจารย์ค่ายกลจากสกายเน็ตก็แพงมากเช่นกัน

ต่อให้ขุมกำลังทั่วไปยินดีจ่ายค่าจ้าง พวกเขาก็ยังไม่สามารถเชิญปรมาจารย์ค่ายกลของสกายเน็ตได้ แต่ฮังอวี่กลับตามตัวพวกเขามาสร้างค่ายกลถึง 12 แห่งในคราเดียว ค่าใช้จ่ายถือว่าสูงเทียมฟ้า ทว่ากลับเป็นสกายเน็ตที่ต้องจ่ายเอง นอกจากนี้ เขายังได้รับ 5,000 แต้มบุญระดับ 8 ซึ่งไม่น้อยเลย

“ขนาดนายร่วมมือกับสกายเน็ต ลงสนามรบด้วยตัวเองก็ยังไม่สามารถฆ่าพวกมันทั้งหมดได้ พวกผู้รุกรานจากโลกวิญญาณไม่ง่ายเลย” ซูหยุนปิงวิเคราะห์รายละเอียด และตระหนักถึงอันตราย “แบบนี้นายมีแผนจะทำอะไรต่อไป?”

“ประตูสู่โลกวิญญาณเปิดออกแล้ว ผมคิดว่าจะเข้าไปสำรวจอาณาจักรมังกรโลกาดูซักหน่อย” ฮังอวี่กล่าวกับซูหยุนปิงว่า “งานหลักๆที่ผมต้องทุ่มเทอยู่ทางฝั่งโลกวิญญาณ ดังนั้นสถานการณ์ทางนี้ผมขอฝากให้อาจารย์ดูแลด้วย เพราะตราบใดที่ผมแข็งแกร่งมากพอ ต่อให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลง ฐานที่มั่นของพวกเราก็จะมั่นคง ไม่ต้องหวั่นเกรงความท้าทายที่จะเกิดขึ้น”

ฮังอวี่สั่งให้ซูหยุนปิงจัดการเรื่องค่ายกล และสอบถามเกี่ยวกับวัสดุในการหลอมหอกคลื่นมังกรปฐพี

จากนั้นนำเสี่ยวไป๋ หวังเอ๋อเข้าสู่อาณาจักรมังกรโลกา

ณ อาณาจักรมังกรโลกา

ภายในถ้ำธรรมดา

หลายคนรอบตัวเข้ามาทักทาย

“สวัสดีบอสฮัง!”

“สวัสดีบอสฮัง!”

ฮังอวี่พยักหน้าตอบพวกเขาอย่างสุภาพ

เมื่อหวังเอ๋อถูกปล่อยออกมา มันมองไปรอบๆ “ฮ่ง เจ้านาย ทำไมถึงไม่ค่อยมีคนเลย!”

“ตอนนี้มีไม่คนไม่มากนักที่มาถึงอาณาจักรมังกรโลกา และครั้งนี้โลกวิญญาณเปิดขึ้นอย่างกะทันหัน เลยไม่แปลกที่คนอื่นๆจะไม่เข้ามาทันที” ฮังอวี่พูดกับหวังเอ๋อ “พวกเราเริ่มงานกันเลยเถอะ ไม่ต้องรอคนอื่นแล้ว”

หนึ่งในนั้นเอ่ยถาม “บอสฮัง พวกเราต้องทำยังไงต่อไป พวกเราไม่คุ้นทางในอาณาจักรมังกรโลกา”

ฮังอวี่แนะนำ “ช่วงนี้ขอให้พวกคุณเน้นสำรวจสภาพแวดล้อมและทำความคุ้นเคยกับภูมิประเทศเป็นหลัก อาณาจักรมังกรโลกานั้นแตกต่างจากป่าแห่งการเริ่มต้น สถานการณ์ค่อนข้างซับซ้อน ดังนั้นอย่าผลีผลาม”

“จากการตรวจสอบ มอนสเตอร์ที่อยู่ใกล้ๆแถวนี้จะมีเลเวลโดยเฉลี่ยที่ระดับ 10 ต่อให้เป็นแค่ระดับสามัญก็ห้ามประมาท ให้ไปล่าพวกมันแบบเป็นทีม แยกทีมกันออกไป ระหว่างนั้นรีบทำความคุ้นเคยแล้วกลับมาแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน รอจนแน่ใจพวกเราค่อยออกจากบริเวณนี้”

ฝูงชนพยักหน้า

เพราะในความเห็นของพวกเขา

สิ่งที่ฮังอวี่พูดนั้นถูกต้องทุกอย่าง

ฮังอวี่พาเสี่ยวไป๋ หวังเอ๋อออกจากถ้ำ ขณะนี้อีกไม่นานจะถึงเวลารุ่งสางในโลกวิญญาณ ด้านนอกเป็นภูเขาดูแห้งแล้ง มองไปไกลสุดลูกหูลูกตาแทบปราศจากสิ่งมีชีวิตใดๆ

หวังเอ๋อดมกลิ่นและพูดว่า “ฮ่ง เจ้านาย ทางนั้น! เปิ่นหวังได้กลิ่นมอนสเตอร์”

ฮังอวี่ปลดปล่อยเทคนิคตาเหยี่ยว

แล้วเขาก็พบกลุ่มมอนสเตอร์

มอนสเตอร์พวกนี้มีขนสีเทาอมเหลืองคล้ายกับสภาพแวดล้อม ดังนั้นหากไม่สังเกตดีๆจะมองไม่เห็น พวกมันคือหมาป่าตัวใหญ่ที่ดูดุร้าย อย่างน้อยก็ใหญ่โตกว่าหมาป่าในโลกจริงถึงสามเท่า วิ่งได้ว่องไว พวกมันรวดเร็วมาก และปกติมักอยู่เป็นฝูง

เป็นหมาป่าหายนะ!

มอนสเตอร์ระดับสามัญเลเวล 8!

นี่น่าจะเป็นมอนสเตอร์ที่อ่อนแอที่สุดในหุบเขาหมาป่าเดียวดาย

ในเมื่อเป็นแค่มอนสเตอร์เลเวล 8 ดังนั้นไม่มีเหตุผลที่จะล่าพวกมัน

ฮังอวี่ใช้ความคิดเล็กน้อย เขายังไม่เร่งรีบออกล่า แต่ตระเตรียมการไว้ก่อน

เขาว่าจะปล่อยสุนัขออกไป และให้ควบคุมพวกมัน ค่อยๆรวบรวมฝูงหมาป่า เพราะเชื่อว่าแบบนี้จะมีประโยชน์ที่สุด

และด้วยสกิลแยกร่างของหวังเอ๋อ

มันสามารถใช้ร่างแยกควบคุมหมาป่าฝูงอื่นๆได้

ด้วยวิธีนี้ ไม่เท่ากับว่าเป็นการสร้างกองทัพหมาป่าหายนะในเวลาสั้นๆหรอกหรือ?

หากฮังอวี่สามารถสั่งการฝูงหมาป่าหายนะ และมีจำนวนมากเป็นสิบๆตัว เขาก็จะสามารถออกล่า BOSS ในบริเวณใกล้เคียงได้ นี่เท่ากับเป็นการลับมีดจนคม แล้วฟันศัตรูให้ตายในทีเดียว!

เมื่อคิดได้แบบนี้ เขาไม่ลังเลอีกต่อไป สั่งการสุนัขให้เริ่มลงมือทันที

มอนสเตอร์ป่าค่อนข้างอยู่แบบกระจัดกระจาย

เจ้าพวกนี้เดินเตร่ไปทั่ว

บางครั้งก็อยู่กันเป็นกลุ่มเดียว ไม่ก็สองกลุ่ม

หากค้นหาสุ่มสี่สุ่มห้า เกรงว่าทั้งวันคงจับพวกมันได้ไม่เท่าไหร่

โชคดีที่หวังเอ๋อมีจมูกที่ดี บวกกับเทคนิคตาเหยี่ยวของฮังอวี่ การพิชิตหมาป่าหายนะฝูงแรกจึงเป็นไปด้วยดี และไม่ช้าพวกเขาก็พบฝูงที่สองและสาม ...

ไม่นาน

ก็สามารถรวบรวมฝูงหมาป่าหายนะได้หลายสิบตัว

ขนาดทีมของฮังอวี่เติบโตอย่างรวดเร็ว พวกหมาหมาป่าหายนะต่อแถวเป็นขบวน ราวกับกองทัพสัตว์อสูรที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี

จบบทที่ Ep.297 - ฝูงหมาป่าหายนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว