- หน้าแรก
- วันพีช ฉันคือลูฟี่ที่แตกต่าง
- EP.8 ชิราโฮชิ
EP.8 ชิราโฮชิ
EP.8 ชิราโฮชิ
EP.8 ชิราโฮชิ
มุมมองของมังกี้ ดี. ลูฟี่
ชายหาดใกล้เชลล์ทาวน์ อีสต์บลู
...
...
[เปิดใช้งานการ์ดอัญเชิญ ?]
[ใช่] / [ไม่ใช่]
"ใช่!"
[คิดว่าคุณอยากจะเรียกใครมา!]
“มาสิ ชิราโฮชิ!”
แสงสว่างปรากฏขึ้นอีกครั้ง คราวนี้กลางน้ำชายหาด
"อ๊ากกกกก!!!!" ลูฟี่ได้ยินเสียงกรีดร้องอันตกใจของหญิงสาวที่กำลังหวาดกลัว
“ชาาาาาา!!!!” มีเสียงประหลาดดังขึ้นจากแสงไฟอีกครั้ง ซึ่งถ้าลูฟี่จำไม่ผิด น่าจะเป็นเสียงที่เมกาโลร้องออกมาในผลงานต้นฉบับ
“หืม ? เกิดอะไรขึ้นเมกาโล ทำไมทุกอย่างถึงสว่างขึ้นทันใด!” ลูฟี่ได้ยินเสียงตกใจของหญิงสาวคนเดิมท่ามกลางแสงสว่าง ขณะที่เธอกำลังสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น
“ชา ชา ชา!” เมกาโลพูดด้วยน้ำเสียงแปลกๆราวกับว่าสัตว์ตัวนั้นกำลังบ่นพึมพำ เพราะแสงสว่างไม่ได้เล็กเหมือนที่อื่น แต่กลับครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่
เมื่อแสงหายไปนางเงือกยักษ์ก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าลูฟี่ หางของเธอกระดิกไปมาในน้ำด้วยความตื่นเต้น เธอมีผมสีชมพูบับเบิ้ลกัมและสวมบิกินี่ลายเปลือกหอย
สายตาของเธอไปตรงกับฉลามตัวใหญ่อีกตัวที่สวมเสื้อสีแดง ซึ่งตัวใหญ่กว่านางเงือกเสียอีก! โดยทั้งคู่มีฟองสบู่ลอยอยู่รอบเอวทำให้ลอยตัวและว่ายน้ำได้อย่างง่ายดาย
“นี่มันอะไร!!!!!”
"นางเงือก!"
"ใหญ่มาก!!"
ลูฟี่ได้ยินเสียงตกใจสามเสียงดังมาจากชายหาด คุอินะ , เบโป และยามาโตะอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจเมื่อชิราโฮชิปรากฏตัวขึ้นกลางทะเล
“อืม ทำไมเราถึงมองเห็นดวงอาทิตย์ และเราหายใจเอาออกซิเจนจากผิวดินเข้าไปหรือเปล่า นี่เราอยู่ที่ไหน” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่สะเทือนใจและน้ำตาคลอเบ้าก่อนจะรีบมองไปรอบๆ
“ชา ชา ชา!” แม้แต่ฉลามของเธอเองก็กระวนกระวายและหวาดกลัว ดูเหมือนว่ามันคงทรมานจากการไม่ได้อยู่ใต้น้ำ แต่ลูฟี่รู้จากงานต้นฉบับว่าเขาสามารถหายใจด้วยออกซิเจนได้ แต่ถึงกระนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะคิดว่าปฏิกิริยาของมันตลกขบขัน
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! สวัสดี เจ้าหญิงเงือก และคุณฉลาม หายใจได้ใช่ไหม!!" ลูฟี่ยิ้มกว้างหลังจากหัวเราะและทักทายเด็กสาวอย่างตื่นเต้น ดึงดูดความสนใจของพวกเขา
“ชา!” เมกาโลดูโล่งใจที่นึกถึงมนุษย์ประหลาดคนนี้ และเริ่มหายใจเอาออกซิเจนอย่างสงบ
“หืม ? มนุษย์เหรอ! ท่านเป็นใครเหรอคะ ท่านมนุษย์” เธอถามอย่างระมัดระวังและค่อนข้างกลัว
“เจ้าหญิงเงือก ฉันคือ มังกี้ ดี. ลูฟี่ เป็นโจรสลัด!” ลูฟี่แนะนำตัวเองด้วยรอยยิ้มแบบเดียวกัน
“โจรสลัด!!!” เธอยิ่งกลัวมากขึ้นและพร้อมที่จะร้องไห้และวิ่งหนี
“ฉันพาเธอมาจากเกาะมนุษย์เงือกเองเจ้าหญิง เพราะฉันรู้ว่าเธอต้องการความช่วยเหลือจากฉัน! แต่นี่มันแปลกๆนะ เพราะเมื่อเห็นเธออยู่ที่นี่ เธอนั้นดูโตกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก เพราะฉันคิดว่าเธอน่าจะอายุน้อยกว่านี้มาก นี่เธออายุเท่าไหร่แล้ว” ลูฟี่ถามด้วยความสงสัย เพราะเธอไม่ควรมีรูปร่างแบบนี้ในเวลานี้
“ท่านหมายความว่าไงที่เราต้องการความช่วยเหลือจากท่านมนุษย์นะคะ และเราอายุ 18 ปีคะ” เธอกล่าวอย่างระมัดระวัง โดยเธอสงสัยว่าลูฟี่จะช่วยเธอได้ยังไง และทำไมเขาถึงพาเธอมาที่นี่ แถมตอนนี้เขากำลังถามถึงอายุของเธออีก
“อายุ 18 ปีเหรอเนี่ย! ไม่น่าเชื่อเลยนะ เพราะตอนนี้เธอน่าจะอายุ 14 สิ แต่อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้ลักพาตัวคนที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์มาล่ะนะ…” ลูฟี่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาพบว่าการเปลี่ยนแปลงนี้แปลกแต่ก็น่ายินดี เพราะเด็กสาวคนนั้นสวยกว่าที่เขาจำได้เสียอีก เธอนั้นสวยไม่แพ้ยามาโตะเลย!
“อืมม...ท่านลูฟี่ ช่วยคุยกับเราหน่อยได้ไหมคะ” เมื่อเห็นมนุษย์คนนั้นพึมพำกับตัวเอง เธอจึงถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงสงสัย แต่ยังคงระมัดระวังในการถามมาก เธอค่อนข้างกลัว เพราะเธอกำลังอ่านหนังสือกับเมกาโลในห้องของเธอ แล้วจู่ๆก็พบว่าตัวเองอยู่ที่นี่ แม้ว่าเธอจะอยากมองดูสถานที่แห่งนี้จากภายนอก แต่เธอก็ยังกังวลว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่กับมนุษย์คนนี้
ลูฟี่ได้ยินคำถามนั้นแต่มีความคิดอื่นในใจก่อนจะตอบ นอกจากอายุที่เปลี่ยนไปของเจ้าหญิงเงือกแล้ว เขายังตระหนักว่าโลกนี้มีความแตกต่างจากโลกเดิมอีกด้วย เขาสังเกตเห็นว่าลามิเป็นเวอร์ชันหญิงของลอว์ และตอนนี้ชิราโฮชิก็อายุมากกว่าที่ควรจะเป็น
“หรือว่าการเปลี่ยนแปลงของลูฟี่จะทำให้ชะตากรรมของโลกนี้เปลี่ยนไปด้วย ? เนื่องจากลูฟี่ดั้งเดิมควรเป็นตัวเอก มันจึงมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่จะเปลี่ยนแปลงความเป็นจริง ตัวอย่างเช่น นางเงือกคนนี้ที่อายุมากกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้นเธอจึงสามารถแข็งแกร่งขึ้นในเหตุการณ์ในอนาคตได้ และเมื่อฉันอยู่ที่นี่ โลกก็อาจเข้าใจว่าฉันจะไม่ช่วยเกาะมนุษย์ปลา ดังนั้นมันจึงเหมือนกับว่าพวกเขากำลังเตรียมเธอไว้สำหรับสิ่งนี้ และมันจะเกิดขึ้นจริง เพราะฉันตั้งใจจะฝึกเธอเพื่อสิ่งนี้” ลูฟี่ไตร่ตรองในใจ
“เอาล่ะ มาเริ่มกันเลยดีกว่า ฉันเรียกเธอมาเพื่อช่วย เพราะว่าก่อนอื่น อาณาจักรของเธอกำลังตกอยู่ในอันตรายครั้งใหญ่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า!” ฉันพูด และเธอก็เบิกตากว้างขึ้นด้วยความรู้สึกบางอย่าง
“เกาะมนุษย์เงือกกำลังตกอยู่ในอันตรายเหรอ! จริงเหรอคะ!” เธอกล่าวด้วยความกังวลจนแทบจะร้องไห้เมื่อได้ยินข่าวนี้ แม้แต่ฉลามของเธอยังพยายามปลอบใจเธอที่อยู่ข้างๆ
“ใช่แล้ว นั่นคือเหตุผลที่ฉันพาเธอมาที่นี่ ฉันจะช่วยเธอกอบกู้อาณาจักรของเธอ” ฉันพูดความจริงตอนนี้ ชิราโฮชินั้นเป็นอาวุธโบราณโพไซดอน แต่เธอไม่ได้ทรงพลังเลยเมื่อฉันเห็นเธอในอนิเมะ ฉันอยากจะเกณฑ์เธอมาและทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้นเพื่อที่เธอจะสามารถปกป้องประเทศของเธอด้วยมือของเธอเอง
“แต่เรานั้นอ่อนแอ!” ชิราโฮชิกล่าว โดยลืมไปว่าเธอปรากฏตัวที่นี่จากที่ไหนก็ไม่รู้ ราวกับว่าเธอถูกจับตัวมา
“ใช่ เธออ่อนแอและขี้แง” ฉันพูดโดยไม่สนใจว่าจะทำให้ความรู้สึกของเธอแย่ลง
"เราอ่อนแอและขี้แงเหรอ ? แงงงงงง!" เธอเริ่มร้องไห้ทันที
"ชา ชา ชา!" เมกาโลเริ่มประท้วงอยู่ข้างๆด้วยคำพูดของมัน
“แต่ฉันสามารถทำให้เธอแข็งแกร่งและกล้าหาญได้!” ฉันพูดด้วยรอยยิ้มกระตือรือร้น
“หืม ? ท่านพูดถึงอะไรนะ” เธอถามโดยหยุดน้ำตาทันทีและมองมาที่ฉันด้วยความสงสัยว่าเธอได้ยินอะไร
“มาร่วมกับฉันสิ แล้วฉันจะทำให้เธอเป็นเจ้าหญิงเงือกผู้ทรงพลังที่สุดในโลก และเธอยังสามารถทำให้ความปรารถนาของแม่เธอเป็นจริงได้ด้วย! เพราะฉันตั้งใจที่จะช่วยเธอในเรื่องนั้น” ฉันพูดกับเธอ
“ความปรารถนาของท่านแม่ของเราเหรอ เราจะทำอย่างนั้นได้จริงๆเหรอคะ” เธอถามด้วยความไม่เชื่อ
“ใช่ ฉันจะช่วยให้มันเป็นจริงเอง ฉันเชื่อว่าเธอทำได้! เธอสามารถทำให้คนของเธออยู่ร่วมกับโลกข้างบนนี้ได้ นั่นคือสิ่งที่ฉันเชื่อ!” ลูฟี่มีน้ำเสียงที่มีเสน่ห์ เขาเชื่อว่าเขาสามารถนำเจ้าหญิงน้อยมาอยู่ภายใต้การดูแลของเขาและทำให้เธอแข็งแกร่งเพียงพอที่จะบรรลุเป้าหมายของเธอได้
เขาไม่สนใจเจ้าหญิงคนนี้ในฐานะผู้หญิง เธอมีความคิดแบบเด็กมากเพราะถูกขังอยู่ในห้องมาหลายปี แต่เขาสามารถทำให้เธอเป็น 1 ในบุคคลที่ทรงพลังที่สุดในโลกบนเรือของเขาได้ อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเธอสวยเป็นพิเศษอย่างที่เขาเคยเห็นในยามาโตะ
“ท่านคิดว่าเราจะแข็งแกร่งได้เท่าท่านแม่เหรอคะ ? แต่เรายังออกจากห้องตัวเองไม่ได้เลย” เธอกล่าวด้วยความเศร้าโศก
“มองไปรอบๆสิเจ้าหญิง ตอนนี้เธออยู่ที่อีสต์บลูแล้ว ไม่มีใครจะทำร้ายเธอได้ในขณะที่ฉันอยู่ที่นี่ แวนเดอร์ เดคเคนที่ 9 ที่ขู่เธออยู่นั้นก็ไม่สามารถส่งวัตถุบินมาหาเธอได้อีกต่อไปแล้ว เพราะผลของผลปีศาจของเขาถูกยกเลิกไปเพราะการเรียกครั้งนี้!” ฉันพูดเพื่อพยายามปลอบใจเธอ
“จริงเหรอ แต่ท่านพ่อกับพวกท่านพี่ของเราคงจะต้องเป็นห่วงแน่!” เธอเกือบจะร้องไห้ออกมาอีกครั้ง
“อย่ากังวล ตราบใดที่เธออยู่ห่างจากพวกเขา เธอก็จะแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องคนบนเกาะและครอบครัวของเธอได้ เธอไม่อยากแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องพวกเขา ทั้งครอบครัวของเธอและคนของเธอเหรอ ? ฉันเชื่อว่าเธอเป็นคนเดียวเท่านั้นที่สามารถนำพาคนของเธอให้ดำรงชีวิตอยู่บนพื้นผิวโลกได้ จินเบนั้นอาจเป็น 7 เทพโจรสลัดของรัฐบาล แต่เขาไม่มีวันทำได้สำเร็จ แต่ตัวเธอ ฉันเชื่อว่าเธอทำได้” ลูฟี่กล่าวสุนทรพจน์โดยพูดทุกอย่างที่เขาคิด วางแผน และคาดการณ์คำตอบของเธอ
“เรา... เราอยากแข็งแกร่ง! เราอยากทำอย่างที่ท่านพูดนะคะ ท่านลูฟี่” เธอกล่าวด้วยความเศร้าเล็กน้อยแล้วพูดต่อ
“แต่... แต่เรานั้น...” เธอเกือบร้องไห้ในขณะนั้นเอง
ลูฟี่ขัดจังหวะเธอเสียก่อนที่เธอจะพูดต่อ
“เธอคือความหวังที่จะทำให้สิ่งที่แม่ของเธอทำไม่ได้ให้สำเร็จนะชิราโฮชิ เธอคือผู้ที่จะปกครองเหล่ามนุษย์เงือกในอนาคต และมีเพียงเธอเท่านั้นที่สามารถนำพวกเขาเข้าสู่ยุคใหม่ที่กำลังใกล้เข้ามาซึ่งเต็มไปด้วยความโกลาหลนี้ได้!” ลูฟี่พูดด้วยความมั่นใจ
“แต่ท่านพี่ของเราควรจะได้ครองบัลลังก์!” เธอรีบประท้วงเพราะไม่ต้องการแย่งสิทธิ์โดยกำเนิดของพี่ชายของเธอ
“ไม่หรอก พวกเขาเป็นลูกชายของเนปจูนต่างหาก ซึ่งนอกจากเธอแล้วก็ไม่มีใครมีความสามารถที่จะช่วยเหลือเหล่ามนุษย์เงือกให้มีอนาคตที่ดีกว่าได้อีกแล้ว อย่างที่ฉันได้บอกไปว่า ประชาชนของเธอตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวง พี่น้องของเธอต้องเข้าใจว่าถึงแม้พวกเขาจะอายุมากกว่า แต่เธอก็เกิดมาพร้อมกับสิทธิโดยกำเนิดในการปกครองไม่ใช่เฉพาะแต่มนุษย์เงือกเท่านั้นแต่รวมถึงสิ่งมีชีวิตในทะเลทั้งหมดด้วย อย่าลืมเรื่องนี้นะเจ้าหญิง” ลูฟี่พูดด้วยความมั่นใจ
ถ้าไม่ใช่โพไซดอนแล้วใครล่ะ เขาไม่เคยเห็นผลงานชิ้นสุดท้ายของงานต้นฉบับ แต่ชิราโฮชิคงมีบทบาทสำคัญในงานชิ้นนี้แน่นอน เขาไม่เคยเชื่อเลยว่าลูฟี่ต้นฉบับจะสามารถต่อสู้กับรัฐบาลโลกได้เพียงลำพังกับลูกเรือของเขา ดังนั้นเขาจึงได้พันธมิตรที่แข็งแกร่งตลอดการเดินทางของเขา และนางเงือกคนนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้นเนื่องจากเธอมีพลังที่สามารถทำลายโลกได้
“เราเกิดมาเพื่อปกครองเหล่าสัตว์ทะเลเหรอ ?” เธออดสงสัยคำพูดเหล่านี้ไม่ได้
"ชาชา" เมกาโลพึมพำอยู่ข้างๆ
“ใช่ ฉันเชื่ออย่างนั้น เธอจะแข็งแกร่งขึ้นมากพอที่จะช่วยครอบครัวและคนของเธอ และยกระดับเผ่าพันธุ์ของเธอให้ขึ้นสู่ระดับพื้นผิว ซึ่งแม่ของเธอทำไม่ได้” ลูฟี่กล่าว
"อืม... ถ้าท่านลูฟี่บอกว่าเรานั้นสามารถแข็งแกร่งและกล้าหาญได้ เราจะเชื่อมั่นในตัวท่านลูฟี่!" ในที่สุดเธอก็พูดขึ้นหลังจากต่อสู้กับตัวเองมาสักพักขณะที่พยายามโต้แย้ง
“นั่นมันง่ายเกินไป…” ลูฟี่อดคิดไม่ได้ เพราะนางเงือกที่อยู่ตรงหน้าเขาควรจะกลัวและพร้อมที่จะวิ่งลงไปสู่ทะเล ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชื่นชมมัน แต่เขาต้องมีอะไรบางอย่างอีกที่เขามองข้ามไป
“เดี๋ยวนะ ทำไมเธอถึงเชื่อฉันง่ายจัง ไม่ใช่ว่าฉันไม่ชอบนะ แต่ฉันเป็นมนุษย์ที่พาเธอมาจากเกาะมนุษย์เงือกนะ เธอไม่ควรจะกลัวเหรอ” ลูฟี่ถาม แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะถาม แต่แล้วเขาก็จำบางอย่างได้
'เกาะมนุษย์เงือกกำลังตกอยู่ในอันตรายเหรอ ?! จริงเหรอคะ!' คำพูดของชิราโฮชิผุดขึ้นมาในใจเขาอีกครั้ง
“เดี๋ยวนะ เธอพูดอะไรไปก่อนหน้านี้ เธอรู้อยู่แล้วเหรอว่าเกาะมนุษย์เงือกกำลังตกอยู่ในอันตราย” ลูฟี่ถาม และเขาก็เห็นสีหน้าสับสนของเธอ
“อืมมม... เมื่อไม่กี่ปีก่อน มาดามเชอร์รี่ได้มาที่วังเพื่อเตือนท่านพ่อของฉันเกี่ยวกับนิมิตของอนาคต” เธอดูไม่แน่ใจและพูดต่อ
“ในนิมิตนั้น มนุษย์จะพาเราออกไปและช่วยเราเดินทางและมองเห็นโลกแห่งความเป็นจริงก่อนที่ฉันจะกลับมายังอาณาจักรของเรา... เมื่อเกาะต้องการเรามากที่สุด... เรานั้นไม่รู้อะไรมากนัก... แต่ท่านพ่อได้ปฏิเสธที่จะทำอย่างนั้น และเราก็มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นเป็นเวลาหลายปีแล้ว และท่านพ่อไม่เคยให้มนุษย์เข้าไปในวังได้ ยกเว้นลูกเรือของหนวดขาว” ชิราโฮชิพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลลงและพูดต่อ
“ท้ายที่สุดแล้ว เรราก็รอคอยมนุษย์คนนี้มาโดยตลอด เราอยากเห็นโลกภายนอกมาตลอด แต่เราไม่เคยคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นแบบนี้ ดังนั้น เราจึงเชื่อคำพูดของท่านลูฟี่คะ เราเชื่อว่าท่านนั้นเป็นมนุษย์ในภาพอนาคตของมาดามเชอร์รี่!”
[ลูกเรือ : ชิราโฮชิเข้าร่วมเป็นลูกเรือ!]
มีจอปรากฏขึ้นตรงหน้าของลูฟี่
'ลูกเรือคนที่ 2 ของฉัน!' เขาอุทานอยู่ในใจ
“นั่นมันเกินคาดมาก แต่เธอแน่ใจได้เลยว่าภาพที่เห็นนั้นเป็นความจริง และฉันมีเจตนาดีต่อเธอ เจ้าหญิง” ลูฟี่กล่าวขณะวิเคราะห์ทุกสิ่งที่ชิราโฮชิพูด เขาดีใจที่คำทำนายจากผู้หญิงคนนั้นช่วยเขาได้ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะเข้ามาในโลกนี้เสียอีก
“ฉันดีใจมากที่ได้เธอมาร่วมทีมนะเจ้าหญิง ขอให้พวกเราได้ร่วมงานกันอีกในอนาคตนะ ยินดีต้อนรับ!” เขากล่าวด้วยรอยยิ้มกว้าง และเธอก็ยิ้มตอบอีกครั้งอย่างขี้อาย เธอดูมีความสุขมากกว่าที่เคยเป็นมาก่อน
“ก่อนอื่นเลย ขอปรับขนาดตัวหน่อย ฉันมั่นใจว่าข่าวการหายตัวไปของเจ้าหญิงเงือกจากวังนั้นจะแพร่กระจายไปทั่วโลกในไม่ช้า ดังนั้น ฉันจำเป็นต้องปลอมตัวเธอสักหน่อย อย่างน้อยก็ในแง่ของขนาด เพื่อช่วยปกปิดตัวตนของเธอเล็กน้อย” ฉันพึมพำขณะเดินเข้าไปหาเธอ
“ชิราโฮชิ! ส่งมือมาให้ฉันหน่อย!” ฉันพูด และเธอก็วางมือไปทางฉันอย่างใจเย็น
เมื่อมือของเธออยู่ใกล้พอแล้ว ฉันก็วางฝ่ามือของฉันไว้บนมือเธอและใช้พลังที่ฉันทำได้
[ผลโมอาโมอา : มวล ใช้ 0.1 ครั้ง!]
การคูณด้วยศูนย์ข้างหน้าหรือต่ำกว่า 1 ช่วยให้ฉันสามารถย้อนกลับผลกระทบที่เกิดขึ้นภายในขีดความสามารถของฉันได้ ทำให้พลังของฉันมีความหลากหลายและเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น!
ชิราโฮชิที่สัมผัสได้ถึงการสัมผัสของฉัน ได้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของเธอที่กำลังหดตัวลงอย่างรวดเร็วในไม่ช้า
“ท่านลูฟี่ เกิดอะไรขึ้นนะคะ” เธอร้องออกมาด้วยความกลัว
“ชา ชา ชา!” แม้แต่เมกาโลเองยังตกใจกลัวเมื่อเห็นเพื่อนของเขาเปลี่ยนแปลงไป
ชิราโฮชิกำลังหดตัวในขณะนั้น และฉันไม่ได้พูดอะไรเลย จนกระทั่งเธอที่เคยสูง 17 เมตร ตอนนี้เหลือ 1.70 เมตร ซึ่งเตี้ยกว่าฉัน 40 เซนติเมตร ในขณะที่เด็กสาวคนนั้นตกตะลึงอยู่ตรงหน้าฉัน ฉันพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้
"ขอโทษที่ต้องพูดซ้ำ แต่ฉันได้ลดขนาดของเธอลงเพื่อไม่ให้ดึงดูดความสนใจมากเกินไป" ฉันพูด
"ท่านตัวใหญ่ขึ้นมากเลยนะคะเนี่ย ท่านลูฟี่!" เธอตกใจทันทีกับเรื่องนี้ และลูฟี่ก็หัวเราะกับปฏิกิริยาของเธอ
“ฮ่าๆๆ ไม่หรอก เอาล่ะ มาทำแบบเดียวกันกับเมกาโลกันเถอะ” ฉันพูดพลางหันไปหาฉลามที่ดูระมัดระวังตัวเล็กน้อย
"ชา ชา ชา!" เขาท่าทาชัดเจนว่าไม่ต้องการมัน
“ขอโทษนะเพื่อน แต่นายตัวขนาดนี้อยู่กับพวกเราไม่ได้หรอก” ฉันพูดแล้วแตะตัวเขา ก่อนจะทำให้เขาตัวเล็กเท่ากับชิราโฮชิ
“อย่ากังวลเลยเจ้าหญิง ผลกระทบนี้ไม่ถาวร แต่มันจะดีต่อเธอหากเธอขึ้นเรือของเราได้” ฉันพูดเพื่อพยายามปลอบใจเจ้าหญิงที่ยังคงหวาดกลัวอยู่
"อืม เราคิดว่าคงใช่นะคะ ท่านลูฟี่..." เธอกล่าวด้วยความเศร้าเล็กน้อยแล้วพูดต่อ
“มาเถอะ ฉันแนะนำเธอให้สาวๆคนอื่นๆรู้จัก!” ฉันพูดแล้วเดินกลับไปที่ชายหาด ขณะที่ชิราโฮชิเดินตามฉันมา เธอก็พาฉลามของเธอมาด้วย ซึ่งมันลอยอยู่รอบๆเอวพร้อมกับฟองสบู่ เป็นครั้งแรกที่เธอมองไปรอบๆและรู้สึกทึ่งกับสิ่งใหม่ๆในชีวิตของเธอ
“นี่คือดวงอาทิตย์เหรอ มันอบอุ่นจังเลย!” เธอกล่าวขณะเดินตามลูฟี่ไปจนถึงชายหาด
“นี่มันป่าเหรอ ? มันเขียวชะอุ่มจังเลยนะคะ เราไม่เคยเห็นมาก่อนเลย!”
“นี่ทรายเหรอ ? นั่นนกที่บินอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์เหรอ ? นั่นเมืองของมนุษย์เหรอ ? ดูแตกต่างจากเกาะมนุษย์เงือกมากเลย!”
ลูฟี่อดไม่ได้ที่จะยิ้มให้กับเจ้าหญิงที่ได้เห็นสิ่งใหม่ๆมากมายในชีวิตของเธอเป็นครั้งแรก
“ลามิเป็นยังไงบ้าง” ฉันถามเมื่อไปถึงกลุ่มสาวๆ และหมี ในขณะที่ลามิมีผ้าพันแผลอยู่บ้าง โดยเบโปด็มีผ้าพันแผลติดอยู่ในกระเป๋าด้วยเหตุผลบางอย่างที่แปลกประหลาด
“เธอสบายดี…” คูอินะกล่าว
“แต่ฉันยังคิดว่าเธอต้องการผ้าพันแผลเพิ่ม!” ยามาโตะอดไม่ได้ที่จะแสดงความคิดเห็นในน้ำเสียงโง่ๆ
"นี่พวกเธออยากจะเปลี่ยนกัปตันให้เป็นมัมมี่เหรอ" ทุกคนมองไปที่เบโปะที่ระเบิดอารมณ์โกรธออกมาอย่างไม่คาดคิด
“อืม ?! ขอโทษครับ!” หมีรีบขอโทษเพราะเขินอายที่ได้รับความสนใจ
“ช่างเป็นหมีที่ตลกจริงๆ!” ยามาโตะพูดด้วยรอยยิ้ม โดยไม่สนใจว่าเขาเพิ่งตะโกนใส่เธอเมื่อสักครู่
คุอินะถอนหายใจ เธอไม่เคยเห็นตัวละครประหลาดเช่นนี้มาก่อนในชีวิต แม้จะจำได้ว่าเคยเจอโซโล แต่เขาก็ไม่ได้ประหลาดเท่ายามาโตะ , เบโป หรือแม้กระทั่งลูฟี่ ยิ่งกว่านั้น เธอไม่สามารถเพิกเฉยต่อความจริงที่ว่าลูฟี่มาพร้อมกับนางเงือกที่ตัวใหญ่มากจนกระทั่งไม่นานนี้ ตามมาด้วยฉลามที่สวมเสื้อยืดที่ดูเหมือนไม่จำเป็นต้องหายใจในน้ำและลอยอยู่กลางอากาศเหมือนนางเงือก
“อืม...เกิดอะไรขึ้นกับเธอเหรอคะ ท่านลูฟี่” ชิราโฮชิเมื่อเห็นมนุษย์ตัวเล็กที่ได้รับบาดเจ็บนอนอยู่บนพื้นทรายก็อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความกังวล
“อืม… เธอลื่นล้ม” ลูฟี่พูดพลางเกาหัว เพราะเขาจะพูดได้อย่างไรว่าเขาเพิ่งต่อยผู้หญิงคนนั้นเพราะตัดหมวกของเขาไปเมื่อไม่นานนี้ เขาแน่ใจว่าเธอจะต้องร้องไห้และวิ่งหนีไป โดยบอกว่าเขาเป็นปีศาจ
“นี่คือเธอลื่นล้มเหรอ ?!?” ทั้งเบโปและคุอินะตะโกนด้วยความขุ่นเคือง เมื่อรู้สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ลามิอยู่ในสภาพนั้น
“ตลกดีนะ เธอได้รับบาดเจ็บจนซี่โครงหัก 6 ซี่ และกระดูกแขนกับขาหลุด!” ยามาโตะยิ้มและพูดคำเหล่านี้ด้วยท่าทีสงบ ในขณะที่ชิราโฮชิเอามือปิดปากเธอด้วยความกังวล คุอินะ , เบโปและแม้แต่ลูฟี่ก็มองยามาโตะอย่างแปลกใจ เพราะเธอเชื่อคำพูดของลูฟี่และพูดออกมาอย่างประหลาด
“เอาล่ะ อยู่ที่นี่ก่อนแล้วกันเพื่อดูแลลามิ เพราะฉันอยากคุยกับเธอตอนที่เธอตื่นขึ้น ระหว่างนี้ ฉันจะไปรับนักดาบคนแรกของฉันมาเป็นลูกเรือและสมาชิกคนที่ 3!” เขาพูดด้วยรอยยิ้มในฐานะนักดาบคนแรก เพราะคุอินะยังไม่เข้าร่วม
“แต่ก่อนที่ฉันจะไป เอาอันนี้ไปก่อน” เขาส่งชุดเสื้อผ้าที่เขาเพิ่งซื้อจากร้านของระบบให้กับคุอินะซึ่งยังคงสวมเพียงเสื้อคลุมจากเดิม และชุดของชิราโฮชิเพื่อช่วยปกปิดหางของเธอซึ่งเห็นได้ชัดเจนมากในตัวมันเอง
จากนั้นต่อหน้ากลุ่มคนที่เป็นลมหมดสติ มนุษย์ , หมี , นางเงือก , ฉลาม และยักษ์สาว ลูฟี่ไม่ค่อยแน่ใจในองค์ประกอบทางพันธุกรรมของไคโด เมื่อละทิ้งความคิดเหล่านั้น กลุ่มคนก็เห็นการเปลี่ยนแปลงของลูฟี่ ผมของเขาเริ่มงอกอีกครั้งโดยมีปีกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นด้านหลังเขาไม่นานหลังจากนั้น
“นั่นมันอะไร !?”
"โทคิของฉันน่าทึ่งมาก!" ทุกคนมองมาที่ยามาโตะอย่างแปลกๆ ในขณะนั้น พวกเธอสงสัยว่าทำไมเธอถึงเรียกฉันแบบนั้น และเธอเรียกฉันด้วยชื่อของผู้หญิง ไม่ต้องพูดถึงดวงดาวแปลกๆที่ถูกแทนที่ดวงตาของเธอ
“สุดยอด! ขอโทษครับ!”
"ท่านลูฟี่สุดยอดไปเลย!"
"ชา ชา!"
เพื่อไม่ให้เสียเวลาอีกต่อไป ลูฟี่จึงทะยานขึ้นไปในอากาศ โดยแรงลมไดเยกเอาทรายบทชายหาดบางส่วนขึ้นมาตรงหน้ากลุ่มสาว และเขาได้มุ่งหน้าสู่เชลล์ทาวน์
โปรดติดตามตอนต่อไป.
_______________