- หน้าแรก
- ระบบซูเปอร์แดดดี้พลิกชีวิตกับลูกแฝดสาม
- ตอนที่ 482: ไสหัวไปจากเมืองหยุนซะ!
ตอนที่ 482: ไสหัวไปจากเมืองหยุนซะ!
ตอนที่ 482: ไสหัวไปจากเมืองหยุนซะ!
เมื่อได้ยินคำพูดทิ้งท้ายของกู่เฉิน หลี่เฉินไห่ก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันทีในใจพลันเกิดความระแวง 'หรือว่าไอ้เด็กนี่จะรู้อะไรเข้าจริงๆ?'
ทว่าเพียงชั่วอึดใจ เขาก็รีบสลัดความกังวลทิ้งไปพร้อมกับกัดฟันปลอบใจตัวเอง 'ไม่มีทาง... เรื่องพวกนั้นเราทำอย่างลับที่สุด แม้แต่จางเฟิงเจวียนยังไม่มีปัญญาหาหลักฐานได้ แล้วไอ้กู่เฉินที่วันๆ ดีแต่ทำตัวเป็นมือสมัครเล่นจะไปสืบรู้อะไรได้ยังไง? ต่อให้มันอยากจะสืบ มันก็ไม่มีทางรู้ด้วยซ้ำว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหน!'
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่เฉินไห่จึงตัดสินใจสวมหน้ากากตีมึน ปฏิเสธหัวชนฝา
เขายกยิ้มเยาะพลางเอ่ย "ไม่รู้ว่านายไปฟังขี้ปากใครเขาเล่ามานะกู่เฉิน แต่การมาใส่ร้ายป้ายสีกันต่อหน้าเฟิงเจวียนแบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ? ฉันขอยืนยันตรงนี้เลยว่า เรื่องกอบโกยผลประโยชน์บ้าบออะไรนั่นน่ะ ฉันไม่เคยทำ!"
กู่เฉินลอบยิ้มในใจ เขาคาดการณ์ไว้แล้วว่าคนอย่างหลี่เฉินไห่ไม่มีทางยอมจำนนง่ายๆ ตราบใดที่ยังไม่เห็นโลงศพ
โชคดีที่ตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาล่วงรู้แผนการของสองพ่อลูกตระกูลหลี่ที่หวังจะฮุบสมบัติของภรรยาเขา กู่เฉินก็ได้เริ่มสั่งการเฝ้าติดตามและสืบสวนคู่หูพ่อลูกคู่นี้อย่างเงียบๆ และยิ่งหลังจากที่เขาจัดตั้งบริษัทรักษาความปลอดภัยขึ้นมา การใช้เทคโนโลยีสอดแนมขั้นสูงก็ช่วยให้การหาหลักฐานมัดตัวนั้นลื่นไหลราวกับปอกกล้วยเข้าปาก
กู่เฉินยกโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายสั้นๆ "เข้ามาได้เลย"
หลี่เฉินไห่ขมวดคิ้วมุ่น หัวใจเริ่มเต้นโครมครามด้วยจังหวะที่ไม่เป็นภาษา 'หรือว่ามันจะมีไพ่ตายจริงๆ? ไม่... เป็นไปไม่ได้! คนที่ทำงานให้เราล้วนเป็นคนกันเองทั้งนั้น ถ้าพวกมันไม่ปริปาก มีหรือที่ข่าวจะหลุดไปถึงหูไอ้เด็กนี่!' หลี่เฉินไห่สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดจิตตัวเองว่ากู่เฉินแค่กำลังบลัฟเขาเท่านั้น
จางเฟิงเจวียนและหลินหงหยวนต่างนั่งนิ่งรอชมสถานการณ์ จางเฟิงเจวียนนั้นพอจะเดาแผนการของลูกเขยออก แต่ความสุขุมของกู่เฉินทำให้เธอมั่นใจว่าเขากุมความลับสำคัญไว้จริงๆ ส่วนหลินหงหยวนนั้น แม้จะยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง แต่สายตาที่เขามองหลี่เฉินไห่นั้นเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย 'วันนี้แหละ ไอ้หลี่เฉินไห่ แกต้องโดนดี!'
สองนาทีต่อมา ชายในชุดสูทสีดำสามคนก็ผลักประตูเข้ามา ทั้งหมดถือกระเป๋าเอกสารหนังอย่างดี พวกเขาเมินสายตาทุกคู่ในห้องแล้วก้าวตรงไปหยุดอยู่เบื้องหน้ากู่เฉิน ก่อนจะค้อมตัวลงอย่างเคารพ
"ซีอีโอครับ นี่คือเอกสารทั้งหมดที่ท่านสั่งให้เตรียมมาครับ"
กู่เฉินหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะโยนปึกเอกสารเหล่านั้นไปตรงหน้าหลี่เฉินไห่ "หลี่เฉินไห่... อยากเห็นหลักฐานนักใช่ไหม? นี่คือหลักฐานที่จะส่งคุณเข้าคุกได้แบบดิ้นไม่หลุด ถ้าคุณคิดว่าแค่นี้ยังไม่พอ ผมยังมีคลิปจากกล้องวงจรปิดอีกนะ ถ้าคุณอยากดู ผมไม่เกี่ยงที่จะเปิดมันบนจอโปรเจกเตอร์ยักษ์กลางห้องประชุมนี่ ให้ทุกคนได้ตาสว่างกันเสียทีว่าตลอดหลายปีมานี้ คุณใช้อำนาจหน้าที่กอบโกยผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเองไปเท่าไหร่!"
หลี่เฉินไห่คว้าเอกสารจากพื้นขึ้นมาอ่านเพียงไม่กี่หน้า ขาสองข้างก็พลันอ่อนแรงจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
"ก...แก... แกไปได้ไอ้พวกนี้มาได้ยังไง!" เขาชี้นิ้วสั่นระริกไปที่กู่เฉิน
กู่เฉินยิ้มละไม "อาหลี่... เคยได้ยินคำว่าความลับไม่มีในโลกไหมครับ? คุณคิดจริงๆ เหรอว่าสิ่งชั่วร้ายที่คุณทำไว้มันจะไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้เลย?"
คำพูดของกู่เฉินเปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดที่ราดลงกลางหลัง หลี่เฉินไห่รู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกดำ เขาหันไปมองจางเฟิงเจวียนและหลินหงหยวนด้วยสายตาแค้นเคือง "พวกแก... พวกแกสวมหัวกันวางแผนทำลายฉันมานานแค่ไหนแล้ว!"
จางเฟิงเจวียนถอนหายใจยาวด้วยความผิดหวัง "เฉินไห่... เรื่องที่คุณกับไฉ่จวินทำ ฉันพยายามหลับตาข้างหนึ่งมาตลอด แต่พักหลังมานี้... พวกคุณทำเกินไปจริงๆ" พูดจบเธอก็เบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันที
หลินหงหยวนเห็นศัตรูหัวใจล้มคว่ำเยี่ยงสุนัขจนตรอกก็รู้สึกสะใจยิ่งนัก เขาเคยคิดว่าที่หลี่เฉินไห่มาทำดีกับครอบครัวเขาเป็นเพราะอยากให้ลูกชายได้ดองกับหลินซิงเหยา แต่ที่ไหนได้! มันแฝงความเลวร้ายเอาไว้ลึกกว่านั้น พอคิดว่าครั้งหนึ่งเขาเคยเกือบเห็นดีเห็นงามให้ลูกสาวคบกับหลี่ไฉ่จวินเขาก็โมโหจนตัวสั่น! ถึงแม้ตอนนี้จะสะใจ แต่เขาก็ยังอดเคืองจางเฟิงเจวียนไม่ได้ที่ปกปิดเรื่องนี้มานาน
แต่เอาเถอะ... การเห็นคู่แข่งถูกกู่เฉินขยี้จนจมดินแบบนี้ มันช่างเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมจริงๆ!
หลี่เฉินไห่มองจางเฟิงเจวียนด้วยสายตาตัดพ้อ "เฟิงเจวียน... มิตรภาพระหว่างเราสองคน มันต้องจบลงแบบนี้จริงๆ หรือ..."
"จบแบบไหนล่ะ?!" หลินหงหยวนระเบิดอารมณ์ใส่ทันที
"จบด้วยการปล่อยให้แกสูบเลือดสูบเนื้อจนบริษัทแทบไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนพนักงานงั้นเหรอ? ยังจะมีอะไรต้องคุยกันอีก!"
กู่เฉินเสริมด้วยน้ำเสียงเย็นชา "นั่นสินะ... ถ้าผมส่งหลักฐานพวกนี้ให้ตำรวจ คุณคิดว่าคุณต้องเข้าไปนอนในคุกกี่ปีกันล่ะ?"
หลี่เฉินไห่ก้มหน้านิ่ง ความเย่อหยิ่งหายวับไปกับตา "แล้วแก... ต้องการอะไร?"
กู่เฉินเหยียดยิ้มที่มุมปาก "ผมให้คุณเลือกสองทาง หนึ่ง... คุณกับลูกชายจูงมือกันเข้าคุกไปพร้อมกัน หรือสอง... โอนหุ้นทั้งหมดในมือคุณมาให้ผม แล้วพาไอ้หลี่ไฉ่จวิน... ไสหัวไปจากเมืองหยุนนี่ซะ!"
"อะไรนะ! ให้โอนงั้นเหรอ? ทีคนอื่นแกยังรับซื้อ 3 เท่า แล้วทำไมฉันถึงต้องโอนให้ฟรีๆ!" หลี่เฉินไห่แผดเสียงด่าอย่างลืมตัว
กู่เฉินแค่นหัวเราะ "อ๋อ... งั้นแปลว่าคุณเลือกทางแรกสินะ? อยากให้พ่อลูกไปนอนกอดกันในคุก?"
หลี่เฉินไห่กัดฟันกรอดจนกรามแทบแตก "ตกลง! ฉันจะโอนหุ้นให้แก แต่มีข้อแม้... แกต้องคืนเงินทุนเดิมที่ฉันเคยลงไว้มาให้ฉัน แล้วฉันจะพาลูกชายออกไปจากเมืองหยุนทันที!"
ยังไม่ทันที่กู่เฉินจะได้ค้าน จางเฟิงเจวียนก็พูดแทรกขึ้นมา "ได้... ทันทีที่การโอนหุ้นเสร็จสมบูรณ์ ฉันจะคืนเงินทุนก้อนเดิมให้คุณ ถือว่าเราจบสิ้นกันเพียงเท่านี้"
กู่เฉินปรายตามองแม่ยายสลับกับหลี่เฉินไห่พลางถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ "ในเมื่อแม่ยายผมพูดแบบนี้ ก็เอาตามนั้นครับ"
ที่จริงสำหรับกู่เฉินแล้ว คนอย่างหลี่เฉินไห่ไม่สมควรได้แม้แต่เซ็นต์เดียวด้วยซ้ำ!
เลขาหลี่เหวินจิ้งรีบวางสัญญาสลักสิทธิ์หุ้นลงตรงหน้าหลี่เฉินไห่ เขาคว้าปากกามาเซ็นชื่อและประทับลายนิ้วมือโดยไม่ยอมก้มมองเนื้อหาข้างในเลยสักนิด เพราะเขายังมีความเชื่อมั่นลึกๆ ในตัวจางเฟิงเจวียน
หลี่เฉินไห่เดินคอตกออกจากห้องประชุมราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง เมื่อลงมาถึงลานจอดรถ เขาจึงกดโทรศัพท์หาหลี่ไฉ่จวินทันที
"ฮัลโหล... ไฉ่จวิน ตั้งแต่วันนี้ไปแกไม่ต้องไปทำงานที่ศาลาเหวินเย่วอีกแล้ว เตรียมตัวซะ... อีกหนึ่งอาทิตย์เราจะย้ายออกจากเมืองหยุน!" ปลายสายอย่างหลี่ไฉ่จวินได้แต่ยืนงงเป็นไก่ตาแตกกับคำสั่งสายฟ้าแลบนี้
ในห้องประชุม...
หลินหงหยวนยังคงทำหน้ายักษ์ใส่จางเฟิงเจวียน แต่เขาก็ไม่กล้าโวยวายใส่เธอตรงๆ ทำได้เพียงกระซิบกระซาบด้วยความข้องใจ "เฟิงเจวียน คุณไปรับปากคืนเงินให้ไอ้หมอนั่นทำไมกัน? กู่เฉินเขามีวิธีบีบให้มันคายออกมาจนหมดอยู่แล้วนะ..."
จางเฟิงเจวียนถอดถอนหายใจ "เหล่าหลิน... ตอนที่ฉันลำบากที่สุด เขาก็เป็นคนใช้เส้นสายช่วยให้ศาลาเหวินเย่วขยายกิจการมาได้ จะว่าไปเขาก็มีความดีความชอบอยู่บ้างที่ทำให้บริษัทมีวันนี้นะ"
"ถึงอย่างนั้นเขาก็กอบโกยไปตั้งเท่าไหร่แล้ว มันไม่เจ๊ากันไปแล้วหรือไง!" หลินหงหยวนยังไม่ยอมจบ
จางเฟิงเจวียนสบตาเขา "ตอนนั้นคุณมัวแต่ยุ่งกับการเปิดช้อปปิ้งมอลล์ของคุณ ถ้าไม่ได้เขาช่วยจัดการเรื่องต่างๆ ให้ ศาลาเหวินเย่วคงไม่มีวันนี้จริงๆ..."