- หน้าแรก
- ระบบซูเปอร์แดดดี้พลิกชีวิตกับลูกแฝดสาม
- ตอนที่ 301 การฝึกให้ลูกรักหลับได้ด้วยตัวเอง
ตอนที่ 301 การฝึกให้ลูกรักหลับได้ด้วยตัวเอง
ตอนที่ 301 การฝึกให้ลูกรักหลับได้ด้วยตัวเอง
กู่เฉินหัวเราะเบา ๆ และไม่ได้พูดอะไรต่ออีก
ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องนี้เขาก็ทำผิดจริง ๆ นั่นแหละ
แต่ถึงอย่างนั้น มันก็สนุกสุด ๆ ไปเลยนะ!
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วเปิดวิดีโอที่ยังไม่ได้ส่งให้แม่ดูตั้งแต่เมื่อครู่ พอหลิวเสวี่ยเหม่ยดูวิดีโอจบเท่านั้นแหละ มือก็ฟาดลงไปที่ไหล่ของกู่เฉินทันที พร้อมกับบ่นว่า
“ดูสิ! หลานเจ็บปวดขนาดไหน! ดูหน้าตาที่น่าสงสารนั่นสิ!”
กู่เฉินกุมไหล่ตัวเองแล้วร้องโอดโอย “แม่ครับ... แม่จะตีผมทำไมเนี่ย...”
หลิวเสวี่ยเหม่ยแค่นเสียงเย็นชา “ทำไมถึงไปแกล้งลูกแบบนี้ล่ะ? เวลาเห็นลูกร้องไห้ ก็ต้องอุ้มขึ้นมาโอ๋สิ!”
เห็นกู่เฉินกำลังจะอ้าปากเถียง เธอก็ขัดขึ้นมาทันควัน “เฮ้ย! อย่ามาพูดเรื่องวิธีการเลี้ยงลูกจากต่างประเทศ หรือข้ออ้างว่าให้ลูกหยุดร้องไห้ด้วยตัวเองอะไรนั่นนะ! หลานรักของแม่คนนี้ แน่นอนว่าต้องตามใจอยู่แล้ว!”
“เชื่อเถอะนะ! พวกโรคจิตสมัยนี้หลายคนก็เป็นผลมาจากวัยเด็กที่ไม่ดีทั้งนั้นแหละ!”
“ห๊ะ?” กู่เฉินถึงกับตะลึง “ไม่มั้งครับ... ผมก็แค่เล่นกับต้าเป่าน่ะ ทำไมแม่ต้องยกเรื่องคนวิปริตอะไรแบบนั้นมาด้วยเนี่ย?”
หลิวเสวี่ยเหม่ยพูดเสียงแข็ง “ยังไงก็ตาม ต่อไปก็ทำให้น้อยลงหน่อยแล้วกัน!”
พูดจบ เธอก็ลุกขึ้นไปหยอกล้อต้าเป่าอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันมาบอกกู่เฉินว่า “พ่อกับแม่จะไปอาบน้ำแล้วนะ ลูกเล่นกับหลานไปก่อนแล้วกัน”
“ครับ” กู่เฉินรับคำ
หลังจากหลิวเสวี่ยเหม่ยเดินออกไปแล้ว เขาก็ก้มลงไปพูดกับต้าเป่า “ต้าเป่าเมื่อกี้สนุกไหมลูก?”
ต้าเป่าหันหน้าหนี ทำเป็นไม่สนใจกู่เฉิน
“โอ้โห... มีอารมณ์งอนแล้วเหรอเนี่ย?”
กู่เฉินอุ้มต้าเป่าขึ้นมา เอาหน้าคลอเคลีย แล้วจุ๊บไปทีหนึ่ง “ต้าเป่าให้ปะป๊าจุ๊บทีนึงนะ เรามาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย โอเคไหม?”
ต้าเป่าถึงได้ยิ้มออกมาในที่สุด!
“ต้าเป่าของเรานี่ เอาใจง่ายจริง ๆ เลย!”
หลินหงหยวนและภรรยาไปอาบน้ำ และป้าเลี้ยงทั้งสองคนก็คงกลับเข้าห้องไปแล้ว ตอนนี้จึงเหลือเพียงกู่เฉินและทายาทตัวน้อยสามคนกำลังเล่นกันอยู่ในห้องนั่งเล่น
หลังจากทุกคนในบ้านอาบน้ำผลัดเปลี่ยนกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เวลาก็ล่วงเลยมาจนสามทุ่มแล้ว แต่ลูก ๆ ก็ยังไม่ยอมนอน เพราะพวกเขางีบหลับตอนบ่ายช้าเกินไป
เมื่อเห็นลูก ๆ ยังคงมีพลังงานเต็มเปี่ยม กู่เฉินจึงปล่อยให้หลินหงหยวนและภรรยาช่วยดูแลลูก ๆ ไปก่อน ส่วนเขากับหลินซิงเหยาก็เข้าไปในห้องทำงานเพื่อสะสางงาน
หลินซิงเหยากำลังยุ่งกับการพิมพ์แผนงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ส่วนกู่เฉินก็กำลังดูคู่มือท่องเที่ยวต่าง ๆ จากในเครื่องของตัวเอง
หนึ่งชั่วโมงต่อมาหลินซิงเหยาก็ยืดตัวบิดขี้เกียจอย่างผ่อนคลาย แล้วหันมาพูดกับกู่เฉินว่า “ที่รักคะ มาดูหน่อยสิว่าแผนงานของฉันเป็นยังไงบ้าง?”
กู่เฉินพิจารณาแผนงานของหลินซิงเหยาอย่างละเอียดถี่ถ้วน พยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า และกล่าวชมเชยว่า “อืม ภรรยาของผมนี่เก่งจริง ๆ! แค่ชั่วโมงเดียวก็ทำแผนงานดีขนาดนี้ออกมาได้แล้ว!”
กู่เฉินก้มลงจูบหลินซิงเหยาพร้อมกับเอ่ยคำชมอย่างไม่หวงคำ
หลินซิงเหยาโอบกอดเอวของกู่เฉินแล้วหัวเราะ “ที่รักคะ... คุณพูดเพื่อให้ฉันดีใจ หรือว่าพูดความจริงกันแน่?”
กู่เฉินตอบหนักแน่น “แน่นอนว่าพูดความจริงสิ! ยิ่งไปกว่านั้น แผนงานนี้แสดงให้เห็นว่าคุณมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการขายออนไลน์และการไลฟ์สดอีคอมเมิร์ซมาก! ผมคิดว่าเราควรจะทำตามแผนนี้ไปเลยนะครับ”
พูดตามตรง แผนงานของหลินซิงเหยานั้นทำออกมาได้ดีมากจริง ๆ ความสามารถในการทำงานของเธอไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้จัดการจากบริษัทฟอร์จูน 500 เลย
ครั้งนี้กู่เฉินตัดสินใจไม่ผิดเลยที่มอบความไว้วางใจให้หลินซิงเหยาดูแลบริษัท นับเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดที่เขาเคยทำมา
หลินซิงเหยาพูดอย่างมีความสุข “ดีเลยค่ะ! พรุ่งนี้ฉันจะจัดประชุมและดำเนินการตามรายละเอียดในแผนงานให้เร็วที่สุด”
เห็นหลินซิงเหยาทำงานหนักขนาดนี้กู่เฉินก็ยิ่งตั้งใจแน่วแน่ที่จะเริ่มต้นสร้างบริษัทของตัวเอง
หลินซิงเหยาคลายอ้อมกอดจากกู่เฉินแล้วบอกว่า “ที่รักคะ ฉันจะขอแก้ไขรายละเอียดของแผนงานอีกหน่อย ไม่รบกวนคุณแล้วนะคะ”
กู่เฉินตอบ “โอเคครับ เดี๋ยวผมจะไปดูลูก ๆ”
หลังจากหลินซิงเหยาพูดจบ เธอก็หันไปตั้งใจมองคอมพิวเตอร์อย่างจริงจังและเริ่มทำการแก้ไข
กู่เฉินเหลือบมองเวลา มันเกินสี่ทุ่มไปแล้ว
ดึกขนาดนี้แล้ว ต้องพาลูกเข้านอนให้เรียบร้อยเสียที
หลังจากปิดประตูห้องทำงาน กู่เฉินก็เดินตรงไปยังห้องนั่งเล่น
เมื่อเห็นลูกรักทั้งสามคนกำลังเล่นสนุกสนานอยู่กับหลินหงหยวนและภรรยา กู่เฉินจึงพูดขึ้นว่า “ลูก ๆ ครับ สี่ทุ่มครึ่งเป๊ะ ต้องกลับไปนอนแล้วนะ”
หลังจากลูกหลับแล้ว เขาจะต้องคุยกับพ่อแม่ให้เข้าใจว่า ไม่ควรปล่อยให้ลูกงีบหลับตอนบ่ายเลทนัก หากนอนกลางวันช้าเกินไปก็ควรให้งีบแค่ครึ่งชั่วโมงพอ ไม่อย่างนั้นกลางคืนก็จะไม่ยอมนอน ซึ่งมันจะทำให้ทุกคนเหนื่อยไปด้วย
คืนนี้เขาจะให้ลูก ๆ ทั้งสามคนนอนกับเขา
หลินหงหยวนและภรรยาหาวพร้อมกัน แล้วพูดว่า “เสี่ยวเฉิน ลูก ๆ ดื่มนมไปเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ตอนนี้พวกเราขอฝากให้ลูกดูแลต่อนะ พวกเราจะไปนอนแล้ว”
กู่เฉินรับคำ แล้วเดินขึ้นไปบนแผ่นรองเล่นกับลูก ๆ ทั้งสาม
แต่เขาไม่ได้เล่นสนุกกับพวกเขา เพราะเขาไม่อยากให้ลูก ๆ ตื่นเต้นมากเกินไปก่อนเข้านอน มิฉะนั้นจะทำให้ลูกตื่นเต้นจนเกินกว่าจะหลับได้ลง
กู่เฉินใช้เวลาเล่นกับพวกเขาประมาณสิบนาที จากนั้นกู่ซงเจ๋อและภรรยาก็เดินออกมาหลังจากอาบน้ำเสร็จ
เมื่อเห็นกู่เฉินอยู่กับลูก ๆ เธอก็ถามว่า “คืนนี้หลานจะนอนกับลูก หรือจะนอนกับพวกเราล่ะ?”
กู่เฉินตอบ “มานอนกับพวกผมครับ”
หลิวเสวี่ยเหม่ยกล่าว “ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปนอนก่อนนะ”
ขณะที่กู่ซงเจ๋อและภรรยาหันหลังกลับ กู่เฉินก็เรียกพวกเขาไว้
เขาเสนอว่า “พ่อครับ แม่ครับ ต่อไปเราควรให้ลูกงีบหลับตอนบ่ายให้เร็วขึ้นนะครับ ถ้าเวลาการงีบหลับมันค่ำเกินไป ลูกก็จะไม่ยอมนอนตอนกลางคืน วงจรแบบนี้มันไม่ดีต่อสุขภาพของลูกน้อยนะครับ”
กู่ซงเจ๋อและภรรยาก็เดินกลับมาหาเขา
หลิวเสวี่ยเหม่ยถามว่า “แล้วลูกคิดว่า เราควรจะวางแผนเวลางีบหลับตอนบ่ายของหลานยังไงดีล่ะ?”
กู่เฉินอธิบาย “ผมคิดว่า ถ้าเป็นการงีบหลับตามปกติ ลูกควรจะตื่นก่อนสี่โมงเย็นครับ ถ้าเผลอหลับไปหลังสี่โมงเย็น ก็ควรปลุกให้ตื่นมาเล่นภายในครึ่งชั่วโมงครับ แต่ถ้าเป็นตอนสี่โมงพอดี ก็สามารถให้ลูกนอนได้ประมาณหนึ่งชั่วโมงครับ”
หลิวเสวี่ยเหม่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าว “ก็ได้! เพื่อสุขภาพของหลาน แม่จะพยายามทำตามที่ลูกบอกนะ”
กู่ซงเจ๋อและภรรยาเองก็สังเกตเห็นในช่วงสองสามวันนี้ว่า เด็ก ๆ เข้านอนตอนกลางคืนดึกขึ้นเรื่อย ๆ การที่เด็กเข้านอนดึกขนาดนี้ย่อมไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพของเด็กอย่างแน่นอน ดังนั้นเพื่อสุขภาพของหลาน พวกเขาย่อมต้องยินยอมเห็นด้วย
กู่เฉินพูดเรื่องนี้กับพ่อแม่ก็เพราะเขารู้จักนิสัยของทั้งสองเป็นอย่างดี
เมื่อเห็นว่าพ่อแม่ตกลง กู่เฉินจึงกล่าว “ถ้าอย่างนั้นพ่อกับแม่ก็กลับไปพักผ่อนก่อนนะครับ จะได้มีแรงดูแลหลานๆ ในวันพรุ่งนี้”
หลิวเสวี่ยเหม่ยเสนอ “เดี๋ยวแม่ช่วยพาหลานไปแปรงฟันล้างหน้าก่อนนอนแล้วกันนะ”
กู่เฉินกล่าว “ได้ครับ แม่ช่วยอุ้มเสี่ยวเป่านะครับ”
พูดจบ เขาก็อุ้มต้าเป่าและเอ้อเป่าแล้วพูดว่า “ลูก ๆ ครับ ไปแปรงฟัน ล้างหน้า แล้วไปนอนกันเถอะ!”
อุปกรณ์อาบน้ำของเด็ก ๆ อยู่ในห้องของพวกเขา พวกเขาจึงพาเด็ก ๆ ไปที่ห้องของพวกเขา
หลังจากแปรงฟันและล้างหน้าเสร็จเรียบร้อย ลูกน้อยทั้งสามคนก็ถูกอุ้มเข้าไปในห้องของกู่เฉิน
พอได้กลิ่นคุ้นเคย ลูก ๆ ก็เริ่มตื่นเต้นขึ้นมาทันที
ตอนนี้พวกเขาเริ่มจะยืนและเดินได้แล้ว จึงรีบยืนขึ้นเกาะราวเตียงอย่างมั่นคง แล้วทำท่าทางอยากจะเล่นกับกู่เฉิน
กู่เฉินพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ลูก ๆ ครับ ปะป๊ากับหม่ามี้ก็จะนอนแล้วเหมือนกัน ลูก ๆ ก็ควรจะนอนได้แล้วนะ”
ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการฝึกฝนให้ลูกหลับได้ด้วยตัวเอง จะมาโอ๋ให้หลับเหมือนแต่ก่อนไม่ได้แล้ว แม้ว่าพวกเขาจะเคยเริ่มฝึกให้ลูกหลับเองมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ผลลัพธ์ก็ยังไม่ค่อยดีนัก