เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.269 - สภาพแวดล้อมปั่นป่วน

Ep.269 - สภาพแวดล้อมปั่นป่วน

Ep.269 - สภาพแวดล้อมปั่นป่วน


1/4

Ep.269 - สภาพแวดล้อมปั่นป่วน

ในตอนแรก ทุกคนรู้สึกประหม่าไม่มากก็น้อย แต่ตอนนี้พวกเขาอ้อมเข้ามาด้านหลังศัตรู อยู่ข้างในป้อมปราการที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ทุกประเภท หากประมาทเพียงนิด เผลอไปแหย่รังแตนเข้า ก็อาจถูกพวกมันทุกตัวบุกเข้ามารุมทึ้ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป

ความตึงเครียดก็ค่อยๆจางหาย

ร่วมงานกับผู้บัญชาการฮัง ปราศจากปัญหา สมาชิกทีมอยู่ครบ!

ฮังอวี่รู้จักป้อมปราการนี้เป็นอย่างดี และด้วยความช่วยเหลือจากเทคนิคตาเหยี่ยว มันไม่มีทางเลยที่พวกเขาจะหลง ขณะเดียวกันก็คอยหลบเลี่ยงกับดัก และจุดที่มีมอนสเตอร์หนาแน่นเกินไป จากนั้นนำทีมเก็บกวาดมอนสเตอร์อย่างเป็นระเบียบ

ผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งสอง หวังเอ๋อ เสี่ยวไป๋ ก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน

หวังเอ๋อมีความสามารถในการแจ้งเตือนล่วงหน้าที่ทรงพลัง มันสามารถค้นหากองทหารลาดตระเวนและมอนสเตอร์ที่ซ่อนตัวอยู่ได้ตลอดเวลา

เรื่องความสามารถของเสี่ยวไป๋คงไม่จำเป็นต้องอธิบายให้มากความ ด้วยสกิลขั้น 3 ฝุ่นลวงตาของเธอ ช่วยให้สามารถควบคุมพื้นที่บริเวณรอบๆ สร้างความสับสนแก่มอนสเตอร์ได้อย่างสมบูรณ์ พวกเขาตรงไปในทิศทางไหน หมอกละอองจะถูกปูไว้บนเส้นทางล่วงหน้า

ถึงขนาดนี้แล้วยังมีอะไรต้องบ่นอีก?

มันยอดเยี่ยมมาก!

จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของทุกคนยิ่งมายิ่งสูงขึ้น ทุกการต่อสู้ของพวกเขาเป็นไปอย่างราบรื่น

ด้วยการปกป้องจากสกิลเสี่ยวไป๋ ตอนนี้ไม่ใช่แค่เลิกประหม่า แต่พวกเขายังมีอารมณ์พูดคุยเฮฮากันโดยไม่ต้องกลัวถูกเปิดเผยตำแหน่ง ซึ่งในเวลานี้ ฉูเทียนหัวที่คอยเฝ้าสังเกตเสี่ยวไป๋มานาน ในที่สุดก็อดไม่ไหว

เขาเอ่ถามเสียงต่ำ “เสี่ยวฮัง ถ้าฉันเดาไม่ผิด เธอคนนี้ไม่ใช่มนุษย์ถูกไหม?”

แม้ฉูเทียนหัวจะลดเสียงลงแล้ว

อย่างไรก็ตาม เจียงหนาน จ้าวหมิง และเฉินหยูยังคงได้ยิน

ฮังอวี่แกล้งไม่เข้าใจ เอ่ยถามกลับว่า “ทำไมคุณถึงพูดแบบนั้น?”

“ฉันมองยังไงเธอก็แข็งแกร่งกว่านาย” ฉูเทียนหัวกล่าวอย่างมั่นใจ “ฉันคิดว่าโอกาสที่ยอดฝีมือระดับนี้จะปรากฏตัวขึ้นในหมู่มนุษย์มีน้อยมาก”

ฮังอวี่กล่าว “เหล่าฉู พูดแบบนี้เกรงว่าจะเป็นการชมผมเกินจริงไปหน่อย”

ฉูเทียนหัวตอบกลับจริงจัง เวลานี้เขาไม่มีอารมณ์ขัน

“นายอย่าถ่อมตัวหน่อยเลย”

“พลังรบของนายแข็งแกร่งที่สุดแล้วในหมู่พวกเรา”

“ดังนั้น ผู้ที่มีพลังรบเทียบเท่ากับนายต้องเป็นมือหนึ่ง และผู้ที่จะเป็นมือหนึ่งได้ ไม่บังเอิญพบโชคอันยิ่งใหญ่ ก็ต้องได้รับการฝึกฝนในสภาพแวดล้อมที่มีทรัพยากรสูง ... ถึงอย่างนั้นก็มีข้อจำกัดอยู่บ้าง”

“แต่คนที่นายพามา เธอแข็งแกร่งมากเกินไป นอกจากนี้ ฉันเห็นว่าเธอครอบครองสกิลขั้น 2 และ 3 ไว้มากมาย อะไรพวกนี้สำหรับมนุษย์ในช่วงต้นเกม มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะมี”

ฉูเทียนหัวกล่าวสรุปทิ้งท้าย “น้องสาวของนาย เธอคือคนจากโลกวิญญาณใช่ไหม?”

จ้าวหมิง เจียงหนาน เฉินหยู แต่ละคนเผยท่าทีไม่เหมือนกันเมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย เจียงหนานเต็มไปด้วยความตกใจและอยากรู้อยากเห็น ขณะที่จ้าวหมิงดูเคร่งขรึม เฉินหยูดูจมอยู่ในความคิด

ฮังอวี่เอ่ยถามอย่างสงสัย “ทำไมคุณถึงคิดแบบนั้น?”

ฉูเทียนหัวกล่าว “ในเน็ตลือกันว่ามีคนประสบความสำเร็จในการจับมือกับคนของโลกวิญญาณ ขอให้เขาเป็นที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ นอกจากนี้ยังมีสองเคสที่ได้ยินมาว่าพวกเขาจับคนของโลกวิญญาณได้”

“ฉันไม่นึกเลยว่าข่าวลือจะเป็นจริง”

“ปรากฏว่ามีคนจากโลกวิญญาณติดต่อกับมนุษย์ หรือแม้กระทั่งเข้าร่วมกับพวกเรา”

จ้าวหมิงและเฉินหยูให้ความสนใจกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

“ไม่น่าแปลกใจเลยที่เสี่ยวไป๋ทรงพลังถึงขนาดนี้ ที่แท้เธอเป็นชาวโลกวิญญาณ” เจียงหนานเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธออดถามไม่ได้ “ถ้าพวกเราสามารถรวบรวมคนจากโลกวิญญาณมาเป็นพรรคพวกได้เยอะๆ หลังจากนี้การสำรวจโลกวิญญาณคงง่ายขึ้น”

จ้าวหมิงส่ายหัวทันที “โลกมันไม่ได้สวยงามขนาดนั้นน่ะสิ”

“เหล่าจ้าวพูดถูกแล้ว คนจากโลกวิญญาณกว่า 90% นั้นยากจะสื่อสารด้วย อีกทั้งพวกเขาส่วนใหญ่ยังมีเจตนามุ่งร้าย” ฉูเทียนหัวกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ในบางพื้นที่ มีคนจากโลกวิญญาณปรากฏตัวขึ้น พวกเขาพยายามสร้างขุมกำลัง กลายเป็นภัยอันตรายที่ซ่อนอยู่ในเมือง ร้ายแรงยิ่งกว่ากองทัพสัตว์ร้ายที่บุกเข้ามาจากภายนอกเสียอีก”

“เหล่าฉูพูดถูก เสี่ยวไป๋เป็นข้อยกเว้นที่หาได้ยาก” ฮังอวี่พยักหน้า “ชาวโลกวิญญาณส่วนใหญ่มีนิสัยดุร้าย ถ้าพบเบาะแสของพวกเขาในโลกมนุษย์ เธอควรรายงานมันแก่สกายเน็ตในท้องที่ทันที”

เจียงหนานแลบลิ้นออกมา

เธอพึ่งรู้ตัวได้ว่าตัวเองคิดตื้นเกินไป

เหตุใดคนจากโลกวิญญาณต้องจับมือสร้างสันติภาพกับมนุษย์ที่อ่อนแอในตอนนี้ด้วย?

เฮ้อ คนละเผ่าพันธุ์ ก็ย่อมมีใจต่างกันไป ในเมื่อส่วนใหญ่เชื่อถือไม่ได้ งั้นเชื่อแค่พี่มหาเทพดีกว่า!

เฉินหยูกล่าว “ดูเหมือนหลังจากกลับไปคงต้องตามข่าวนี้ซะแล้ว”

เห็นได้ชัดว่าจ้าวหมิงก็สนใจมากเช่นกัน

เขาวางแผนที่จะกลับไปรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องหลังออกจากโลกวิญญาณ

ทุกคนสนทนาเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆของแต่ละคนระหว่างกวาดล้างมอนสเตอร์

สถานการณ์ของเจียงหนานตอนนี้ดีมาก

หยานจิงเป็นเมืองที่มีระเบียบมากที่สุดในปัจจุบัน

เพราะถึงมีภัยคุกคามใดๆเกิดขึ้นก็สามารถหยุดยั้งเอาไว้ได้

ด้านจ้าวหมิง เขากล่าวถึงเหตุการณ์ประหลาดเมื่อหลายวันก่อน “ในทะเลห่างออกไปหลายร้อยไมล์จากเซินเจิ้น จู่ๆก็เกิดกระแสน้ำวนขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางหลายสิบไมล์ปรากฏขึ้น น้ำวนไม่ใช่แค่ทำให้น้ำทะเลบิดเบี้ยว แต่ยังทำให้พื้นที่ใกล้เคียงบิดเบือนไปด้วย พอจะรู้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น?”

ฮังอวี่ตอบ “ผมคิดว่านั่นน่าจะเป็นช่องว่างมิติขนาดใหญ่ ถ้าเกิดขึ้นแค่ช่วงเวลาสั้นๆก็ไม่น่ามีปัญหา แต่ถ้ายังอยู่เป็นเวลานาน คนในเซินเจิ้นต้องเริ่มระวังตัวเพราะอาจมีสิ่งมีชีวิตทรงพลังบุกเข้ามาได้”

“เมื่อเร็วๆนี้เมืองหรงเฉิงของพวกเราเจอปัญหามากมาย” เฉินหยูกล่าวขึ้น “ไม่รู้เหมือนกันว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่มนุษย์หนูจู่ๆก็โผล่มาในเมืองบ่อยครั้ง พวกมันคอยลอบโจมตีพลเมือง ว่ากันว่าเบื้องหลังของมนุษย์หนูเหล่านั้นคือราชาหนูผู้ทรงพลัง”

“นั่นต้องเป็นแผนรุกรานของคนจากโลกวิญญาณแน่นอน!” ฉูเทียนหัวกล่าวโดยไม่เสียเวลาคิด “เท่าที่ฉันรู้ มี 18 พื้นที่ทั่วประเทศประสบกับภัยคุกคามในลักษณะคล้ายกัน และอาจมีอีกหลายพื้นที่ที่พวกเรายังไม่สามารถตรวจสอบ นี่พูดได้เลยว่าเป็นภัยคุกคามอันใหญ่หลวงต่อการอยู่รอดของมนุษยชาติ”

“...”

เจียงหนาน จางเสี่ยวเฉียงพอได้ยินเหตุการณ์ประหลาดของคนอื่นๆ

เธอและเขาเกิดความรู้สึกกดดันในใจ

ทุกวันนี้ประเทศต่างๆกำลังสูญเสียความสามารถในการควบคุมดินแดนของตน

ผู้คนในแต่ละเมืองต่างอยู่ในภาวะพึ่งพาตนเอง สถานการณ์ในหลายๆแห่งถึงจุดวิกฤต มอนสเตอร์ป่าเอย ขุมกำลังจากโลกวิญญาณเอย มอนสเตอร์ที่มีพลังมหาศาลเอย ... สิ่งที่เป็นภัยคุกคามต่อโลกมนุษย์มีมากเกินไป

หายนะอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา!

หากคิดหยุดยั้ง ทุกคนมีแต่ต้องร่วมมือกันเท่านั้น!

...

การไล่เก็บกวาดกองทหารลาดตระเวนผ่านมาแล้วกว่าสองชั่วโมง

ระหว่างนี้ หวังเอ๋อรวมไปถึงราชินีมดหน้าคนได้อัพเลเวลกันทั้งคู่ สุนัขอัพเลเวล 6  ราชินีมดหน้าคนอัพเลเวล 5

[หมาหวังเอ๋อ] (สัตว์วิญญาณกลายพันธุ์) เลเวล 6 , ชั้นยอดขั้นโกลด์ , ค่าพลังชีวิต 220 , ค่าพลังจิต 300 , อัตราฟื้นฟูพลังชีวิต +0.1 ,ความว่องไว +0.5 ,  จิตรับรู้ +2 , แต้มวัฒนาการ 92/140 , แต้มวิญญาณ 2/4000

[มดยักษ์หน้าคน] ชั้นยอดขั้นโกลด์ , พลังชีวิต 170 , พลังจิต 280 , แต้มวิวัฒนาการ 29/220 , แต้มวิญญาณ 1/2000

ค่าสเตตัสของหวังเอ๋อเมื่อขึ้นมาเป็นเลเวล 6 เพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก

ตอนนี้การโจมตีปกติของมันเทียบเท่ากับการโจมตีของฉูเทียนหัวแล้ว

และหากมันใช้สกิลแปลงร่าง พลังที่โจมตีออกมาจะเทียบได้กับการโจมตีเต็มกำลังของฉูเทียนหัว แต่ผลลัพธ์โดยเฉลี่ยไม่ต่างจากฉูเทียนหัวมากนัก

แต่สิ่งที่ทำให้หวังเอ๋อรู้สึกเสียดายก็คือ

ดูเหมือนร่างแยกของมันยังคงมีแค่ 3 ร่างดังเดิม ไม่ได้มีร่างแยกเพิ่ม แต่ถึงแม้ไม่ได้ร่างแยกเพิ่ม แต่ค่าคุณสมบัติของร่างแยกก็ดีขึ้นมาก

ส่วนราชินีมดหน้าคนเลเวล 5

เวลานี้มันสามารถเรียกใช้มดงาน 12 ตัว + มดชั้นยอด 3 ตัว!

พลังรบของมันมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นมาก และสกิลโจมตีอย่างแส้พลังจิตสามารถสร้างดาเมจได้เทียบเท่ากับลูกไฟจากสกิลพรสวรรค์ของจางเสี่ยวเฉียง นอกจากนี้ยังสร้างเอฟเฟตก์มึนงงอย่างรุนแรง สามารถสู้กับมนุษย์เลเวล 6 7 ได้สบาย

พลังรบของสัตว์วิญญาณคือส่วนหนึ่งของเจ้านาย

ยิ่งสัตว์วิญญาณทั้งสองแข็งแกร่งขึ้นเท่าไหร่ ก็หมายความว่าฮังอวี่แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น

“เกือบสำเร็จแล้ว กองลาดตระเวนกับพวกมอนสเตอร์ที่ซ่อนตัวอยู่ในบริเวณนี้ถูกเก็บกวาดออกไปหมดเกลี้ยงโดยที่ไม่มีสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น”

“ที่เหลือก็ไปจัดการกับ BOSS ตัวแรกของที่นี่ก่อน!”

ฮังอวี่นำทีมไปยังประตูหลักของป้อมปราการ พวกเขาสามารถเห็นได้จากระยะไกลว่ามีมอนสเตอร์ที่สวมเครื่องจักรขนาดใหญ่เดินไปมาอยู่หน้าประตูหลักป้อมปราการ และรอบๆเต็มไปด้วยหุ่นเชิดมนตรากลุ่มใหญ่

เจียงหนานอุทานด้วยความประหลาดใจ “เป็นมอนสเตอร์ประเภทหุ่นรบอีกแล้ว!”

ผู้ใช้วิญญาณฉินมู่ขมวดคิ้ว “มอนสเตอร์ประเภทนี้มีความต้านทานคาถาสูง มนต์วาจาต้องห้ามใช้ไม่ได้ผลกับมัน”

จ้าวหมิงเอ่ยถามฮังอวี่ “จะสู้ยังไง?”

ฮังอวี่อธิบายสั้นๆ

“เจ้าหมอนี่คือผู้ควบคุมกลไกของป้อมปราการ”

“มันควบคุมการเปิดปิดประตูป้อมปราการ รวมไปถึงกับดักทั้งหมดในบริเวณใกล้เคียง พวกเราต้องโค่นมันเพื่อปิดกับดักและเปิดประตูให้คนอื่นเข้ามา”

“ผู้ควบคุมกลไกเป็นมอนสเตอร์ที่ทรงพลัง มีพลังรบในระดับเจ้าถิ่นขั้นบรอนซ์ แต่ด้วยกลไกมนตราที่มันควบคุมนี้ ทำให้พลังรบของมันแข็งแกร่งกว่าระดับเจ้าถิ่นขั้นบรอนซ์ทั่วๆไป”

“แต่ด้วยพลังรบของพวกเรา คิดจัดการกับมันไม่น่ายาก”

เมื่อคนอื่นๆได้ยินแบบนั้นก็โล่งใจ

ฮังอวี่คือใคร? เขาคือคนที่เคยสังหารระดับเจ้าถิ่นเลเวล 8 ด้วยตัวคนเดียว!

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีฮังเสี่ยวไป๋อยู่ที่นี่ ไหนจะยอดฝีมือและสัตว์วิญญาณอีกมากมาย ในสายตาของทุกคน เจ้า BOSS ตัวนี้จึงเป็นได้แค่แต้มวิญญาณมหาศาลและตัวดรอปไอเท็มสีเขียวเท่านั้น!

จบบทที่ Ep.269 - สภาพแวดล้อมปั่นป่วน

คัดลอกลิงก์แล้ว