เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.248 - ความสามารถใหม่

Ep.248 - ความสามารถใหม่

Ep.248 - ความสามารถใหม่


3/3

Ep.248 - ความสามารถใหม่

[มรดกนักธนู], มรดกขั้น 1, ความว่องไวถาวร +2, จิตรับรู้ถาวร +1, ความเร็วในการเคลื่อนที่ถาวร +1, จิตวิญญาณถาวร +1, ระยะอาวุธธนู +10%

ฮังอวี่ประสบความสำเร็จในการครอบครองมรดกขั้น 1 อีกสายอาชีพ

มันช่วยเพิ่มความว่องไว ความเร็วในการเคลื่อนที่ จิตรับรู้ และระยะการยิงอย่างถาวร

อันที่จริงอาชีพสายนักรบที่เพิ่มค่าจิตรับรู้ 1 แต้มเป็นอะไรที่ค่อนข้างหายาก

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่น่าแปลกใจ

เพราะจิตรับรู้จะส่งผลต่อการรับรู้และการสังเกต

มันคือคุณสมบัติที่นักธนูต้องมี

ฮังอวี่ตรวจดูข้อมูลของเขา

นักรบเลเวล 7 พลังชีวิต 66 , พลังจิต 41 , พละกำลัง +9 , ค่าร่างกาย +6 , ความว่องไว +5.5 , จิตวิญญาณ +3 , จิตรับรู้ +3 , การโจมตีทางกายภาพ +4 , การป้องกันทางกายภาพ +4 , ความเร็วในการเคลื่อนที่ +1.5 , อัตราฟื้นฟูพลังชีวิตเพิ่มขึ้น +0.1,  อัตราฟื้นฟูพลังจิตเพิ่มขึ้น +1 , ระยะอาวุธประเภทธนู 10% , แต้มวิญญาณ 553/3000

เทื่อเทียบกับครั้งก่อนที่ออกจากโลกวิญญาณ

ความงว่องไวของฮังอวี่เพิ่มขึ้น 2.5 หน่วย

0.5 ที่เพิ่มมาเกิดจากผลของโพชั่นลับปีศาจแมว

ส่วนที่เหลือมาจากการสามารถสืบทอดมรดกที่สมบูรณ์

การสืบทอดมรดก ไม่ว่าจะเป็นอาชีพไหนก็ล้วนมีค่า แม้คุณจะไม่ได้ใช้สกิลของมรดกนั้นๆก็ตามที แต่ค่าคุณสมบัติถาวรที่มันช่วยเพิ่มหลังจากการสืบทอด สุดท้ายมันจะกลายเป็นความสามารถของตนคุณเอง

บวกกับเรื่องที่ฮังอวี่เรียนสามารถเรียนรู้สกิลระดับกลางและระดับต่ำได้ทันทีเนื่องจากค่าความชำนาญเต็มตั้งแต่แรกเริ่ม

ส่งผลให้เขาไม่จำเป็นต้องฝึกฝน จึงสามารถทุ่มแต้มวิญญาณอัพเลเวลมันเพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในพริบตา

กระบวนการนี้ช่วยประหยัดเวลาได้มาก และจะกลายเป็นข้อได้เปรียบที่ไม่มีใครเสมอเหมือน มันทำให้เขามีโอกาสในการสืบทอดมรดกมากกว่าคนอื่นๆ

การสืบทอดมรดกระดับต่ำสามารถเพิ่มค่าสเตตัสได้เท่านั้น

ขณะที่การสืบทอดมรดกระดับสูงจะไม่ใช่แค่การเพิ่มค่าสเตตัส

แต่มรดกระดับสูงบางอาชีพสามารถเพิ่มความสามารถพิเศษหรือกระทั่งเปลี่ยนแปลงโครงสร้างร่างกายแก่ผู้สืบทอดได้ แน่นอน เช่นเดียวกันมรดกนี้ หลังจากสืบทอดมรดกจนถึงขั้น 3 มันอาจมอบความสามารถบางอย่างแก่เขา

แต่เรามาพูดถึงกันแค่มรดกของนักธนูกันก่อน

เมื่อฮังอวี่ได้รับมรดกของนักธนู เขาไม่เพียงได้รับค่าคุณสมบัติเพิ่มขึ้นเท่านั้น

แต่สกิลทั้งสามของนักธนูก็ยังมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ตอนนี้เอฟเฟกต์ของสกิลศรจู่โจม ศรซุ่มยิง และศรพริบตาเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ตอนแรกที่ฮังอวี่อัญเชิญพ่อค้าลึกลับ แต้มวิญญาณของเขาเหลือเพียง 53 แต้มเท่านั้น

แต่หลังจากดื่มโพชั่นลับเข้าไป แต้มวิญญาณก้าวกระโดดขึ้นเป็น 853 แต้มในพริบตาเดียว

เขาตัดสินใจเรียนรู้สกิลศรพริบตา

และอัพสกิลมรดกของนักธนูทั้งหมดจนเต็ม

ใช้แต้มวิญญาณไปทั้งสิ้นราวๆ 300 แต้ม

เขาใช้ 200 แต้มวิญญาณในการเรียนรู้สกิลจู่โจมมุมอับ และใช้ 150 แต้มวิญญาณในการเรียนรู้สกิลคลุ้มคลั่งเข้าสังหาร

สรุปโดยรวมใช้แต้มวิญญาณไปทั้งสิ้น 650 แต้ม

แม้ค่าใช้จ่ายจะมาก แต่ก็คุ้มค่าเมื่อเทียบกับผลกำไรที่ได้รับ

[จู่โจมมุมอับ] สกิลมรดกของนักท่องวายุ , เลเวลปัจจุบัน 1 (0/200) , ความชำนาญ (500/500) , ใช้ 10 ค่าพลังจิตเพื่อเปิดใช้งานสกิลล่องหนโดยอัตโนมัติ , การโจมตีทางกายภาพ +2 , ความเร็วในการโจมตี +5% , ระยะเวลาคงอยู่ 30 วินาที , คูลดาวน์ 3 นาที

[คลุ้มคลั่งเข้าสังหาร] สกิลมรดกของเบอร์เซิร์กเกอร์ , เลเวลปัจจุบัน 1 (0/200) , ความชำนาญ (300/300) , ใช้ 8 ค่าพลังจิตเพื่อเปิดใช้งานสกิลประจัญบานโดยอัตโนมัติ , โบนัสความเร็ว -50%, ระยะเวลา +5 วินาที , การโจมตีทางกายภาพ +3 , ระยะเวลาคูลดาวน์ 2.5 นาที

ข้างต้นคือข้อมูลของทั้งสองสกิล

สกิลทั้งสองเป็นสกิลขั้นต่อเช่นเดียวกับ ‘เขตแดนแห่งความเงียบ’

การเปิดใช้งานสกิล ‘จู่โจมมุมอับ’ จะซ้อนทับกับสกิล ‘ล่องหน’ จึงจะแสดงผลลัพธ์อย่างเต็มที่

การเปิดใช้งานสกิล ‘คลุ้มคลั่งเข้าสังหาร’ จะซ้อนทับกับสกิล ‘ประจัญบาน’ จึงจะแสดงผลอย่างเต็มที่

แน่นอน

สกิลขั้น 1 ทั้งสองจะยังไม่หายไป

ฮังอวี่ยังคงสามารถเปิดใช้สกิลขั้น 1 ทั้งสองได้

อย่างไรก็ตาม หากต้องการได้รับเอฟเฟกต์ของ ‘จู่โจมมุมอับ’ และ ‘คลุ้มคลั่งเข้าสังหาร’ อย่างเต็มที่ เขาต้องเปิดใช้สกิลล่องหนและประจัญบานไปพร้อมๆกัน

คุณกำลังคิดแบบนี้อยู่ใช่ไหม?

ทั้งๆที่เป็นถึงสกิลหลักของมรดกขั้น 2 แต่กลับเพิ่มพลังโจมตีทางกายภาพแค่ 2 หน่วย บวกกับความเร็วในการโจมตี +5% เป็นอะไรที่ไม่คุ้มค่าอย่างแท้จริง

แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ใช่อย่างนั้น

เพราะสกิลจู่โจมมุมอับน่ะทรงพลังมาก!

สกิลล่องหนขั้น 1 นั้น หลังจากใช้งานแล้วจะไม่สามารถโจมตีได้

หากโจมตีแม้แต่นิดเดียว ไม่ว่าเป้าหมายจะได้รับดาเมจหรือไม่ก็ตาม เอฟเฟกต์ของสถานะล่องหนจะถูกทำลาย

ขณะที่สกิลจู่โจมมุมอับน่ะไม่เหมือนกัน

ผู้ใช้สามารถโจมตีแบบปกติใดๆก็ได้ตามต้องการโดยที่ไม่หลุดจากสถานะล่องหน

กล่าวโดยย่อ เมื่อคุณเปิดใช้จู่โจมมุมอับ ตราบใดที่ไม่ปล่อยสกิลอื่นโจมตีศัตรู คุณสามารถโจมตีปกได้เรื่อยๆโดยไม่ต้องกลัวว่าจะหลุดจากสถานะล่องหน

หากจิตรับรู้ของเป้าหมายไม่มากพอที่จะตรวจจับการล่องหน หรือไม่มีสกิลเฉพาะที่ใช้ตรวจจับเป้าหมายที่ซ่อนตัว นั่นก็แทบจะเรียกได้ว่าเหมือนตกอยู่ในสถานการณ์ตาบอด และบางครั้งอาจยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตายได้ยังไง

ระหว่างอยู่ในสถานะล่องหน

แต่ยังคงมีความสามารถในการโจมตีเป้าหมาย

นี่คือที่มาของความน่าสะพรึงของสกิลจู่โจมมุมอับ!

ดังนั้น จงอย่ามองแค่โบนัสสกิลของมันที่ต่ำเตี้ย อันที่จริง การใช้งานคุณสมบัติโจมตีขณะล่องหนเพียงอย่างเดียวก็มากพอที่จะทำให้ฮังอวี่กลายเป็นเทพเจ้าแห่งความตายที่มองไม่เห็น สามารถเก็บเกี่ยวชีวิตโดยที่เหยื่อไม่ทันรู้ตัว

ไม่ว่าจะเป็นการสู้กับคนหรือมอนสเตอร์

จู่โจมมุมอับคือการโจมตีอันแสนมหัศจรรย์

‘คลุ้มคลั่งเข้าสังหาร’ เป็นสกิลขั้นต่อของประจัญบาน

ประจัญบานเป็นสกิลประเภทพุ่งชาร์จ ซึ่งใช้สำหรับการทะลวงไปข้างหน้าในพริบตา ระหว่างนั้นจะอยู่ในสถานะแยกตัวเป็นอิสระ และโจมตีเป้าหมายด้วยการกระแทก ซึ่งมีโอกาสก่อให้เกิดเอฟเฟกต์มึนงง

ส่วนคลุ้มคลั่งเข้าสังหารคือสกิลต่อยอดของสกิลประจัญบาน ถึงมันจะลดความเร็วลง 50% แต่ก็แลกมากับการสามารถโจมตีได้ในทันทีระหว่างกำลังพุ่งชาร์จ ซึ่งนี่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของสกิลได้เป็นสองเท่า!

พูดง่ายๆ

เมื่อคุณใช้คลุ้มคลั่งเข้าสังหาร

คุณจะกลายเป็นเหมือนสุนัขคลั่ง

ไม่เพียงอยู่ในสถานะแยกตัวเป็นอิสระเท่านั้น แต่ยังสามารถฟันและสังหารเป้าหมายขณะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานเมื่อทะยานเข้าต่อสู้

ข้างต้นคือความสามารถของสกิลใหม่

ปัจจุบันมรดกนักท่องวายุทั้งสามสกิล ฮังอวี่สามารถรวบรวมมันได้ครบแล้ว

หากเขาอัพเลเวลพวกมันจนเต็มและได้สืบทอดมรดกอาชีพนักท่องวายุ

ประสิทธิภาพของสกิลทั้งสามจะเพิ่มพูนยิ่งกว่าเดิม

นอกจากนี้ การเพิ่มพลังของมรดกขั้น 2 นั้นทรงพลังมาก

โดยทั่วไปแล้วจะสูงกว่ามรดกขั้น 1 ราวๆ 3 เท่า

อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่ฮังอวี่มีแต้มวิญญาณเหลือแค่ 203 แต้มเท่านั้น

มันมากพอแค่ใช้อัพจู่โจมมุมอับเป็นเลเวล 2 ไม่สามารถอัพเลเวลสกิลอื่นๆที่ขาดเหลือได้

ยังไงก็ตาม ฮังอวี่ยังมีโพชั่นลับแต้มวิญญาณเหลือในมือเขาอีกสามขวด

หากนับแต้มวิญญาณ 2400 ที่จะได้รับในภายหน้าก็ถือว่าเหลือเฟือ

แค่ต้องอดใจรอเวลาคูลดาวน์ 12 ชั่วโมงของมัน

นอกจากนี้

ฮังอวี่ต้องอัพเลเวล 8 ให้เร็วที่สุด

เพื่อที่จะใช้สัญญาอุปการะกับเสี่ยวไป๋

แต่เมื่อคิดถึง 3000 แต้มวิญญาณที่ต้องใช้อัพเลเวล 8 แล้ว ฮังอวี่ก็เริ่มเกิดอาการปวดหัวขึ้นมาทันที ดูเหมือนว่าหากคิดอัพเลเวลและสืบทอดมรดกขั้น 2 อย่างสมบูรณ์ เขาคงต้องพยายามอย่างหนัก

และคงต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งก่อน

ในเวลานี้ จ้าวหมิง เจียงหนาน จางเสี่ยวเฉียง และคนอื่นๆซื้อของเสร็จแล้ว เห็นได้ชัดว่าพวกเขาสามารถซื้อในสิ่งที่ตัวเองต้องการ สีหน้าของทุกคนดูพอใจมาก

“พี่มหาเทพ ดูนี่สิ ฉันซื้อหินสกิล 'รักษาทรงประสิทธิภาพ' และ 'เพลิงศักดิ์สิทธิ์ประทานพร' มาด้วยล่ะ! อย่างแรกเป็นหินสกิลขั้น 2 ของมรดกนักบวชแห่งชีวิต อย่างหลังเป็นสกิลสุดท้ายที่ยังขาดของมรดกหมอผี!”

ใบหน้าของเจียงหนานแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น

เธอรีบวิ่งไปรายงานกับฮังอวี่ทันที

มรดกขั้นต่อไปของผู้รักษาเรียกว่านักบวชแห่งชีวิต

‘รักษาทรงประสิทธิภาพ’ คือหนึ่งในสกิลของนักบวชแห่งชีวิต แม้เป็นสกิลที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาทั้งสามสกิล แต่อย่างน้อยก็เป็นถึงสกิลขั้น 2

นี่คือสกิลรักษาชั้นดี

เอฟเฟกต์ในการฟื้นฟูของมันมีพลังมากกว่าสกิลรักษาบาดแผลขั้นต้นถึง 2 เท่า

แม้ระยะวลาคูลดาวน์จะนานกว่า แต่สกิลรักษาทรงประสิทธิภาพก็มากพอแล้วที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการฟื้นฟูพลังของเจียงหนานให้สูงขึ้น

เพลิงศักดิ์สิทธิ์ประทานพรคือสกิลขั้น 1 ของหมอผี

ก่อนหน้านี้เจียงหนานได้รับหินสกิลคำพิพากษามาจากฮังอวี่ และได้รับสกิลขับไล่ปีศาจมาจากการร่วมทีมกันในครั้งล่าสุด

สามสกิลของหมอผี

คำพิพากษาคือสกิลโจมตีที่ทรงพลัง

ส่วนเอฟเฟกต์ของขับไล่ปีศาจคือการปัดเป่าเอฟเฟกต์มนตร์สะกดและสถานะผิดปกติ

สำหรับเพลิงศักดิ์สิทธิ์ประทานพร มันคือสกิลประเภทบัฟที่สามารถเพิ่มพลังเพลิงศักดิ์สิทธิ์ให้กับอาวุธ สามารถเพิ่มพลังโจมตีได้อย่างมากแก่ตนเองและผู้อื่น

อ้อแล้วอย่าลืม

สกิลพรสวรรค์ของเจียงหนานคือพันธสัญญาเทพธิดาแห่งรุ่งอรุณ

สกิลทั้งหมดที่เธอร่าย ไม่ว่าจะเป็นสกิลรักษาทรงประสิทธิภาพหรือเพลิงศักดิ์สิทธิ์ประทานพร พวกมันจะมีผลเพิ่มขึ้น 50% จัดว่าทรงพลังมากๆ!

“เธอซื้อสกิลรองพวกนี้ได้ยังไง?”

ฮังอวี่ค่อนข้างแปลกใจกับการทุ่มเม็ดเงินมหาศาลของเจียงหนานที่สามารถซื้อหินสกิลสองก้อนทีเดียวพร้อมกัน เขาจำได้ว่าเจียงหนานค่อนข้างยากจนมาโดยตลอด ครั้งก่อนที่เธอได้รับส่วนแบ่งเป็นหินคริสตัลขาว 100 ก้อนยังดูมีความสุขแทบตาย

แต่หินสกิลทั้งสองนี้

อย่างน้อยมีราคาทะลุ 400 หินคริสตัลขาว!

“พอดีทางบ้านฉันช่วยรวบรวมหินคริสตัลมาให้จำนวนหนึ่ง แล้วยังได้จากพวกลุงๆป้าๆ ตลอดจนเพื่อนของพ่อที่ช่วยซื้อทรัพย์สินบางอย่างของพ่อให้ เลยได้เงินมามาก”

ปรากฏว่าเธอมีคนช่วยเหลือนี่เอง

เจียงหนานกล่าวต่อ “แต่ฉันน่ะไม่เท่าไหร่เลยถ้าเทียบกับลุงจ้าว ได้ยินว่าลุงจ้าวยืมหินคริสตัลขาวหลายพันก้อนมาในครั้งนี้ ส่วนลุงฉูนั้นยิ่งกว่าอีก ... ดูเหมือนจะยกหินคริสตัลของทั้งกองทัพมาใช้เลย”

ฮังอวี่มองเหล่าจ้าว “ลุงจ้าวยืมหินคริสตัลมาเยอะขนาดนั้นเลยหรือครับ?”

“ฉันมีคอนเนคชั่นเยอะในเซินเจิ้น ทุกอย่างเลยเป็นไปอย่างราบรื่น” จ้าวหมิงยิ้มราวกับไม่ใช่เรื่องผิดปกติ “ฉันใช้หินคริสตัลพวกนี้เพื่อซื้อหินสกิลขั้น 1 ที่กำลังเป็นที่นิยม”

ที่แท้ก็เป็นแบบนี้

เหล่าจ้าวไม่ใช่คนธรรมดา

เป็นผลให้การหยิบยืมหินคริสตัลจำนวนมากเป็นเรื่องง่าย

หินคริสตัลนี้ยืมมาเพื่อลงทุนต่อยอด เมื่อได้หินสกิลที่เป็นที่นิยมมา เขาก็จะเอามันไปประมูลขายต่อในเซินเจิ้น บอกต่อผ่านทางคอนเนคชั่นและเส้นสาย ไม่ต้องเสี่ยงเรื่องของจมอยู่ในมือตัวเอง

ด้วยประการฉะนี้

ก็จะสามารถชำระเงินต้นที่ยืมและดอกเบี้ยตามสัญญาได้

และยังสามารถหาผลกำไรได้มากกว่า 50 - 80% จากมัน

ส่วนฉูเทียนหัวเป็นคนของกองทัพ พวกเขาค่อนข้างเป็นปึกแผ่นในกลุ่มเดียวกัน ดังนั้นระดมหินคริสตัลจากทุกคนได้อย่างง่ายดาย

ดูเหมือนว่าทุกคนจะทุ่มความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้

จางเสี่ยวเฉียงเอ่ยถาม “ลูกพี่ฮัง คราวนี้พวกเราจะเอายังไงกันต่อ ไปโจมตีหอคอยเขตแดนเลยไหม พวกเรามาร่วมทีมกันอีกครั้งดีกว่า!”

เห็นได้ชัดว่าพวกเขาตั้งตารอการเดินทางมายังโลกวิญญาณในรอบนี้มาก

“ไม่ จะไม่มีการร่วมทีม”

“ครั้งนี้ฉันจะฉายเดี่ยว”

จบบทที่ Ep.248 - ความสามารถใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว